วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 92 อยากได้มรดกสืบทอดงั้นเหรอ? แน่จริงก็เข้ามา!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 92 อยากได้มรดกสืบทอดงั้นเหรอ? แน่จริงก็เข้ามา!
บนยอดเขา ประตูมิติสีดำสนิทเกิดการสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้นมาอีกระลอก!
ชั่วขณะนั้น สายตาทุกคู่ล้วนถูกดึงดูดกลับไปจับจ้องเป็นตาเดียว
ตอนนี้… ผู้ที่ยังหลงเหลืออยู่ข้างในมีเพียงแค่สามคนเท่านั้น!
ต่อให้สยงหมิงจะเป็นคนปลงตกแค่ไหน วินาทีนี้จิตใจก็ยังอดเต้นระทึกขึ้นมาไม่ได้
เพราะจากคำบอกเล่าของอัจฉริยะลอตที่สองที่รอดออกมาก่อนหน้า ย่อมการันตีได้ว่าหนึ่งในสามคนสุดท้ายนี้… จะต้องมีใครสักคนคว้ามรดกสืบทอดปรมาจารย์ไปครองได้อย่างแน่นอน!
และที่สำคัญ ในบรรดาสามคนนี้… ไม่มีใครเป็นคนของดินแดนฉู่เลยแม้แต่คนเดียว!
สีหน้าของอวิ๋นหรงมืดครึ้มทะมึนตึงถึงขีดสุด ยิ่งเมื่อได้ยินเต็มสองหูว่าอวิ๋นฉี่ถูกสังหารไปแล้ว เพลิงโทสะในอกก็ยิ่งเดือดพล่านทะลุปรอท!
ต้องรู้ก่อนว่าอวิ๋นฉี่คือหนึ่งในสองสุดยอดอัจฉริยะเสาหลักแห่งตระกูลอวิ๋น! เขาคือสัตว์ประหลาดตัวฉกาจที่ถูกตั้งความหวังไว้ว่าจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกายาทองคำได้ก่อนการสอบเกาเข่าด้วยซ้ำ!
ทว่าตอนนี้… อัจฉริยะเหนือคนผู้นั้น กลับต้องมาตายอนาถในมิติเร้นลับ!
ความสูญเสียระดับนี้ ต่อให้อวิ๋นหรงบากหน้ากลับไปถึงตระกูล ก็ยังหนีไม่พ้นต้องเผชิญกับบทลงโทษสถานหนัก อย่าคิดว่าการเป็นยอดฝีมือขอบเขตเหินเวหาแล้วจะลอยตัวเหนือความผิด เพราะในตระกูลอวิ๋น... ยอดฝีมือระดับเขานั้นไม่ได้มีแค่คนเดียว!
ครืน…
ในที่สุดบานประตูสีดำสนิทก็หยุดสั่นสะเทือน ร่างเงาสามสายก้าวเท้าปรากฏตัวออกมาสู่สายตาผู้คน… ซึ่งก็คือพวกของซูอวี่ทั้งสามนั่นเอง!
วินาทีที่ซูอวี่โผล่พ้นประตูมิติ อวิ๋นหรงก็แผดเสียงคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าคลุ้มคลั่ง
“ไอ้เด็กบัดซบซูอวี่! แกกล้าดีนักนะที่ฆ่าอัจฉริยะตระกูลอวิ๋นของข้า… รนหาที่ตาย!!”
พริบตานั้น อวิ๋นหรงก็ระเบิดพลังพุ่งพรวดทะยานเข้าหาซูอวี่ดุจสายฟ้าแลบ!
ร่างของเขาห่อหุ้มด้วยอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัว พลังวิญญาณอันบ้าคลั่งควบแน่นกลายเป็นเส้นแส้ฟาดฟันทะลวงห้วงอากาศเข้าใส่ซูอวี่อย่างอำมหิต!
“แกกล้าเรอะ!!”
เจียงซ่างตวาดลั่นปานฟ้าผ่า ระเบิดปราณพลังขอบเขตเหินเวหาพุ่งเข้าสกัดกั้นในทันที! เขาซัดหมัดเปรี้ยงออกไปหนึ่งครา พลังหมัดบดขยี้การโจมตีของอวิ๋นหรงจนแตกกระจายสลายไปกลางอากาศอย่างหมดจด!
“อวิ๋นหรง! แกคิดจะทำบ้าอะไร!!”
เจียงซ่างชี้หน้าตวาดเสียงเหี้ยม ไอ้เวรบัดซบนี่… มันกล้าลงมือหมายหัวจะฆ่าซูอวี่ต่อหน้าต่อตาเขากันดื้อๆ เลยงั้นเหรอ!
การกระทำหยามเกียรติเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เจียงซ่างไม่มีวันทนดูได้!
อีกอย่าง… ที่นี่มันอาณาเขตของมณฑลเจียงหนานโว้ย! เหยียบถิ่นคนอื่นแท้ๆ จะปล่อยให้ไอ้แก่ดินแดนฉู่มาอาละวาดตามใจชอบได้ยังไง?
สีหน้าของอวิ๋นหรงบิดเบี้ยวอำมหิตสุดขีด เขาจ้องซูอวี่อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะเค้นเสียงเหี้ยมลอดไรฟัน
“อวิ๋นฉี่… แกเป็นคนฆ่ามันใช่ไหม!”
ซูอวี่ที่เพิ่งก้าวเท้าพ้นประตูมา ยังไม่ทันได้พักหายใจก็ถูกอวิ๋นหรงพุ่งเข้าใส่กะเอาชีวิตแล้ว หากไม่ใช่เพราะเจียงซ่างออกหน้าสกัดไว้ทัน ไม่แน่ว่าตอนนี้เขาอาจจะถูกฟาดตายอนาถ เผลอๆ อาจไม่มีจังหวะให้งัดไพ่ตายก้นหีบออกมาใช้ด้วยซ้ำ!
เมื่อประเมินสถานการณ์ได้ ซูอวี่ก็ลอบปลดผนึกชั้นแรกของ ‘ดาบพิฆาตมาร’ อย่างเงียบเชียบ
นัยน์ตาของชายหนุ่มจ้องมองอวิ๋นหรงอย่างระแวดระวัง ทว่าสีหน้ากลับเยือกเย็นไร้คลื่นอารมณ์ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบตบหน้าอีกฝ่าย
“ใช่… ฉันเป็นคนส่งมันลงนรกเอง แล้วแกจะทำไม?”
สิ้นคำท้าทายเหยียบจมูกของซูอวี่ เส้นเลือดบนขมับของอวิ๋นหรงก็ปูดโปน เพลิงโทสะในอกปะทุเดือดจนแทบจะเผาผลาญสติสัมปชัญญะมอดไหม้!
“ไอ้สวะรนหาที่ตาย!!”
อวิ๋นหรงแผดเสียงคำรามก้องฟ้า
“กล้าฆ่าอัจฉริยะตระกูลอวิ๋นของข้า ก็เตรียมตัวรอรับการตามล่าล้างแค้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจากตระกูลอวิ๋นได้เลย!”
ฟึ่บ!
เจียงซ่างก้าวเท้าฉับมายืนขวางหน้าคุ้มครองซูอวี่ไว้มิดชิด ตวัดสายตาเย็นเยียบจ้องอวิ๋นหรงอย่างไม่ลดละ
“อวิ๋นหรง ข้าขอเตือนสติแกไว้ตรงนี้… ที่นี่คือมณฑลเจียงหนาน ไม่ใช่ดินแดนฉู่ของพวกแก!”
เจียงซ่างตวาดเสียงกร้าว “อยากจะเบ่งอำนาจนัก ก็ไสหัวกลับบ้านนอกของแกไปซะ!”
อวิ๋นหรงแค่นหัวเราะเย้ยหยันอย่างไม่เห็นหัว
“มณฑลเจียงหนานแล้วมันยังไง? นึกว่าตัวเองแน่หนักหรือไง! ซูอวี่… อย่าหลงระเริงไปหน่อยเลยว่ามีสมาคมผู้ฝึกยุทธเจียงหนานคอยกางปีกปกป้อง แล้วแกจะลอยหน้าลอยตารอดไปได้! กฎเหล็กมีอยู่ว่า… ไอ้อีหน้าไหนที่มันกล้าล่วงเกินตระกูลอวิ๋น ไม่เคยมีใครหัวรอดกุดเกินหนึ่งเดือน!”
“คิดว่าพวกแกมีปรมาจารย์แล้วข้ากลัวงั้นรึ? ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์… ตระกูลอวิ๋นของข้าก็มีเหมือนกัน!”
อวิ๋นหรงเชิดหน้าประกาศกร้าวอย่างโอหัง
สีหน้าของเจียงซ่างดำทะมึนย่ำแย่ถึงขีดสุด อุตส่าห์งัดเอาชื่อมณฑลเจียงหนานมาข่มขวัญ แต่อีกฝ่ายกลับไม่เห็นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย!
ช่วยไม่ได้… ตระกูลอวิ๋นแห่งดินแดนฉู่ ถือเป็นขุมกำลังยักษ์ใหญ่ระดับท็อปที่หยั่งรากลึกมานาน แถมยังมียอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์คอยนั่งแท่นคุมอำนาจอยู่อย่างน้อยถึงสองคน!
ตัดภาพมาที่มณฑลเจียงหนาน... ตอนนี้มีเพียงปรมาจารย์หวังหลงประจำการอยู่แค่คนเดียว ย่อมไม่แปลกที่ตระกูลอวิ๋นจะกล้าปีนเกลียวไม่เห็นหัว
เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มตึงเครียด สยงหมิงและเซี่ยจิ้นก็รีบดึงตัวหยางฉีกับสยงจ้านกลับเข้าข้างกายทันที ทะเลาะวิวาทเดือดดาลระหว่างดินแดนฉู่กับมณฑลเจียงหนาน พวกเขาไม่นึกอยากจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนเข้าไปพัวพันด้วยหรอก
พอดึงตัวกลับมาได้ ทั้งสองครูฝึกก็รีบกระซิบเค้นถามลูกศิษย์เรื่องมรดกสืบทอดปรมาจารย์ทันที
สยงจ้านและหยางฉีทำได้เพียงยิ้มขื่นๆ ก่อนจะหันขวับไปมองแผ่นหลังของซูอวี่โดยมิได้นัดหมาย
เพียงแค่ท่าทีนั้น… สองครูฝึกก็พลันตาสว่างวาบ กระจ่างแจ้งแก่ใจในทันที!
นัยน์ตาของเซี่ยจิ้นกลอกกลิ้งคำนวณผลประโยชน์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปตะโกนลั่นใส่ซูอวี่
“ซูอวี่! ถ้านายยอมส่งมอบมรดกสืบทอดปรมาจารย์มาให้มณฑลซีของเรา ข้ารับรองว่ามณฑลซีจะกางปีกคุ้มครองปกป้องนายให้ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนเอง!”
สิ้นเสียงข้อเสนอหน้าไม่อายของเซี่ยจิ้น สีหน้าเจียงซ่างก็บิดเบี้ยวโกรธาถึงขีดสุด!
ทว่ายังไม่ทันไร สยงหมิงก็รีบก้าวพรวดออกมาชิงจังหวะเสนอตัวหน้าสลอนเช่นกัน
“มณฑลตงของเราก็ให้ความคุ้มครองนายได้เหมือนกัน!”
ทางด้านอวิ๋นหรงก็ขมวดคิ้วแน่น เขาหรี่ตาจ้องมองซูอวี่ นิ่งเงียบประเมินสถานการณ์ไปชั่วครู่ ก่อนจะกัดฟันยื่นข้อเสนอเสียงกร้าว
“ซูอวี่! ถ้านายยอมคายมรดกสืบทอดปรมาจารย์ออกมาแต่โดยดี ตระกูลอวิ๋นของข้าจะยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง… ขอยืนยันว่าต่อจากนี้จะไม่ตามล่าล้างแค้นแกอีก!”
พูดกันตามตรง ขุมทรัพย์อย่าง ‘มรดกสืบทอดปรมาจารย์ไร้พ่าย’ ชิ้นนี้ ต่อให้เป็นขุมกำลังยักษ์ใหญ่อย่างตระกูลอวิ๋นก็ยังตาโตน้ำลายสอ!
ท้ายที่สุดแล้ว นั่นคือตัวตนระดับ ‘ปรมาจารย์ไร้พ่าย’ เชียวนะ! ตั้งแต่ก่อตั้งตระกูลอวิ๋นมา ยังไม่เคยให้กำเนิดปรมาจารย์ไร้พ่ายได้เลยสักคนเดียว!
หากได้มรดกชิ้นนี้มา… ต่อให้ต้องสังเวยชีวิตอัจฉริยะระดับท็อปไปสักคน ก็ยังถือว่ากำไรมหาศาลเกินคุ้ม!
พอเจียงซ่างได้ยินสุนัขลอบกัดทั้งสามตัวรุมแทะโลมแย่งชิงผลประโยชน์หน้าด้านๆ สีหน้าของเขาก็ดำทะมึนบิดเบี้ยวสุดจะทน!
มรดกสืบทอดปรมาจารย์ กว่าไอ้หนุ่มนี่จะฝ่าฟันอุปสรรคพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินชิงมาได้มันยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน? ตอนนี้อุตส่าห์รอดออกมาได้ กลับต้องมาโดนพวกเวรนี่รุมทึ้งบีบบังคับกรรโชกทรัพย์กันดื้อๆ!
เจียงซ่างอดรนทนไม่ไหว ต้องหันไปกระซิบรับประกันกับซูอวี่เสียงหนักแน่น
“ซูอวี่ ไม่ต้องกลัว! ตราบใดที่ยังเหยียบอยู่บนผืนแผ่นดินเจียงหนาน ต่อให้เป็นตระกูลอวิ๋นหน้าไหนก็ไม่มีทางกล้าลงมือกับนายอย่างโจ่งแจ้งแน่นอน! และถ้าพวกมันกล้าใช้วิธีสกปรกลอบกัดในเงามืดล่ะก็… นายก็บากหน้าไปขอให้ ‘อาจารย์’ ของนายออกโรงซะ!”
แน่นอนว่าเจียงซ่างไม่มีวันยอมให้มรดกสืบทอดปรมาจารย์ชิ้นนี้หลุดลอยไปตกอยู่ในมือมณฑลอื่นเด็ดขาด!
อย่าลืมว่า หลินอวี่คือวีรบุรุษปรมาจารย์แห่งมณฑลเจียงหนาน! หากมรดกอันล้ำค่าของเขาต้องถูกพวกหมาหมู่จากมณฑลอื่นปล้นชิงไปต่อหน้าต่อตา ถ้าข่าวนี้แพร่งพรายออกไป… คนมณฑลเจียงหนานทั้งมณฑลคงได้เอาหน้ามุดแทรกแผ่นดินหนีด้วยความอัปยศอดสูเป็นแน่!
นัยน์ตาของซูอวี่ทอประกายวูบวาบ เยือกเย็นจนไม่อาจคาดเดาความคิดเบื้องลึก
“ว่ายังไงซูอวี่! แค่ยอมสละมรดกสืบทอดนั่นมาให้ข้า หนี้แค้นสายเลือดระหว่างตระกูลอวิ๋นกับแก… ข้าจะถือซะว่าเจ๊ากันไป ลบเลือนราวกับไม่เคยเกิดขึ้น!”
อวิ๋นหรงยังคงพ่นวาจาหว่านล้อมกึ่งบีบคั้นไม่เลิกรา
ทว่า… ซูอวี่กลับเพียงแค่เค้นเสียงหัวเราะหยันพ่นลมออกจมูก
ตลกสิ้นดี! ที่ผ่านมามีแต่หมาลอบกัดอย่างตระกูลอวิ๋นที่เป็นฝ่ายมารังควานตามล้างตามผลาญเขาไม่เลิกรา! แต่พอตอนนี้ดันอยากได้ขุมทรัพย์มรดกปรมาจารย์จนตัวสั่น กลับกล้าปั้นหน้าหนาๆ พ่นวาจาโอหังหน้าไม่อายว่าจะยอมอโหสิกรรมลบล้างความแค้นให้งั้นเหรอ?
ถุย! ในใต้หล้านี้… มันจะมีเรื่องจับเสือมือเปล่าเอาง่ายเข้าว่าแบบนี้ที่ไหนกัน!
ซูอวี่ตวัดสายตาเหยียดหยามมองอวิ๋นหรง พลางแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น
“อยากจะได้มรดกสืบทอดปรมาจารย์นักเหรอ... กลัวก็แต่ว่ากระเพาะหมาๆ ของพวกแกจะยัดมันลงคอไม่ไหวเอาน่ะสิ!”
อวิ๋นหรงคิ้วกระตุกกึก ตวาดเสียงเหี้ยมทันควัน
“ไอ้สวะ! แกหมายความว่ายังไง!”
ซูอวี่ยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย จากนั้นก็ล้วงเอา ‘หยกโบราณ’ ก้อนหนึ่งออกมาจากแหวนมิติอย่างช้าๆ…
พริบตาที่หยกถูกเผยโฉม กลิ่นอายอานุภาพที่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดก็แผ่ซ่านระเบิดออกมาปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ!
และสิ่งนี้… ก็คือของขวัญชิ้นโบแดงที่ปรากฏขึ้นหลังจาก ‘ดาบพิฆาตมาร’ ถูกปลดผนึกชั้นแรก!
สุดยอดไอเทมแห่งชีวิต... หยกที่กักเก็บ ‘การโจมตีสุดกำลัง’ ของปรมาจารย์ไร้พ่ายหลินอวี่เอาไว้!
คลื่นพลังกดทับอันไร้ปรานีของขอบเขตปรมาจารย์ แผ่ขยายม้วนตัวกดดันผู้คนจนแทบหายใจไม่ออก!
วินาทีที่ยอดฝีมือขอบเขตเหินเวหาทั้งสี่คนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าขนพองสยองเกล้านี้ สีหน้าเย่อหยิ่งของพวกเขาทุกคนก็พลันเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือด!
“นี่มัน… กลิ่นอายพลังของขอบเขตปรมาจารย์!!”
ในฐานะที่พวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือระดับเหินเวหา ซึ่งถือว่ายืนอยู่ห่างจากประตูแห่งขอบเขตปรมาจารย์เพียงแค่เอื้อม ย่อมคุ้นเคยกับความน่าสะพรึงกลัวของพลังระดับนี้จนฝังรากลึกในกระดูก!
ปึง!
ซูอวี่กระทืบเท้าก้าวสืบไปข้างหน้าอย่างดุดัน มือข้างหนึ่งชูหยกโบราณก้อนนั้นขึ้นสูงตระหง่านฟ้า ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงทรงพลัง
“ในหยกก้อนนี้… บรรจุการโจมตีสุดกำลังของยอดฝีมือระดับปรมาจารย์เอาไว้! ถ้าแกไม่กลัวตายล่ะก็… จะดาหน้าเข้ามารับการโจมตีนี้ดูสักตั้งก็ได้นะ! กลัวก็แต่ว่า… ร่างแกจะแหลกเหลวเป็นชิ้นๆ จนไม่มีปัญญาเบิกตามองมรดกสืบทอดปรมาจารย์ได้อีกต่อไปน่ะสิ!”
สิ้นคำท้าทายตบหน้าฉาดใหญ่ของซูอวี่ สีหน้าของอวิ๋นหรงก็บิดเบี้ยวสลับสีไปมาอย่างรุนแรงในพริบตา!
นัยน์ตาของมันเบิกกว้าง จ้องเขม็งไปที่หยกโบราณในมือซูอวี่ด้วยความหวาดระแวงสุดขีด ริมฝีปากสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด…
หากสิ่งที่ซูอวี่ขู่เป็นเรื่องจริง… วันนี้ ชาตินี้… เขาก็คงหมดสิทธิ์เอื้อมมือไปแตะต้องมรดกสืบทอดปรมาจารย์ในมือไอ้เด็กเวรนี่แล้วจริงๆ!