ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 20 หนีตาย
เพียงแค่การโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของอลิซเมื่อครู่ รัศมีทำลายล้างก็ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ถึงห้าสิบเมตร นี่มันคือการโจมตีแบบ กวาดล้างพื้นที่ รอบทิศทางไร้จุดบอดอย่างแท้จริง!
ภายในอาณาเขตมรณะนี้ มิติถูกฉีกกระชากจนแตกเป็นเสี่ยงๆ รอยแยกมิติอันน่าสยดสยองกวาดผ่านแทบทุกตารางนิ้ว ภายใต้คมมีดของเศษเสี้ยวบิติที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีดใดๆ ค่าต้านทานธาตุที่เหล่าผู้ฝึกหัดเคยภาคภูมิใจกลับกลายเป็นเรื่องตลก การป้องกันระดับผู้ฝึกหัดทั้งหมดไร้ความหมาย ไม่สามารถต้านทานพลังทำลายล้างของรอยแยกมิติได้
หากไร้ซึ่งความสามารถพิเศษในการเอาตัวรอด ต่อให้โยนว่าที่จอมเวทเข้าไปในรัศมีสังหารของอลิซสักสิบคน ก็คงมีน้อยคนนักที่จะรอดชีวิตกลับออกมาได้
วินาทีนี้ กริมรู้สึกสงสารอสูรแมลงมารจับใจ เมื่อกี้หมอนั่นอยู่กลางวงล้อมกระสุนมิติเลยนะ จะรอดหรือร่วงก็ลูกผีลูกคน ถ้าเกิดอสูรแมลงมารม่องเท่งไปจริงๆ กริมคงต้องรีบโกยเถอะโยม!
ขณะที่กริมซ่อนตัวอยู่ในระยะปลอดภัย พลางใช้เนตรหยั่งรู้ธาตุกวาดตามองสนามรบ สายตาเขาก็ไปสะดุดเข้ากับพื้นดินบริเวณหนึ่ง
ดินตรงนั้นเกิดการพลิกตลบจนเกิดรูโหว่ขนาดใหญ่ กลุ่มแมงป่องสีดำทมิฬพุ่งทะลักออกมา แล้วก่อตัวเป็นรูปร่างของอสูรแมลงมารเอ็นทิคอย่างรวดเร็ว
ยังดี… ยังดีที่เจ้าเอ็นทิคยังไม่ตาย! แต่ความดีใจยังไม่ทันพุ่งถึงขีดสุด ก็ถูกกริมกดให้จมดินลงไป
ไม่สิ… สภาพของเอ็นทิคดูยับเยินจนน่าตกใจ!
พูดจริงๆ นะ ตอนนี้อสูรแมลงมารเอ็นทิคไม่มีเค้าความหยิ่งผยองและมาดมั่นเหมือนตอนเปิดฉากเลยแม้แต่น้อย คลื่นแมลงนับหมื่นที่เคยน่าเกรงขาม เหลือรอดมาแค่ร้อยกว่าตัว แค่จะประกอบร่างให้ครบยังทุลักทุเล ร่างมนุษย์ที่ยืนขึ้นมาก็เตี้ยลงไปครึ่งท่อน คลื่นพลังธาตุในตัวริบหรี่จนแทบจับสัมผัสไม่ได้ ดูทรงแล้วพลังรบลดฮวบจนแทบหมดสภาพ
แต่ทว่า อลิซที่เพิ่งระเบิดพลังไปก็เสียอาการพอกัน
แม้ฝูงแมลงจะรุมทึ้งร่างจริงของเธอแค่ไม่กี่วินาที แต่การโดนแมงป่องนับหมื่นเกาะเต็มตัว ขยับยุกยิกกัดกินผิวหนังทุกตารางนิ้ว… แค่คิดภาพตามก็ขนลุกซู่แล้ว เรื่องสยองขวัญแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเด็กสาวรักสวยรักงาม เธอจะไม่โกรธจนคลั่งได้ยังไง
ทันทีที่เธอลอยลงมาแตะพื้น กริมถึงได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของเธอเต็มตา
โลลิน้อยน่ารักคนเดิมหายไปแล้ว… ดวงตาข้างขวาของอลิซกลายเป็นรูโบ๋ขนาดใหญ่ เลือดสดๆ ไหลเป็นทางยาวอาบแก้มเนียน พิษร้ายของแมงป่องทำเอาร่างกายเธอเต็มไปด้วยรอยจ้ำม่วงจ้ำดำน่ากลัว บวกกับรอยยิ้มแสยะที่ดูวิปริตราวกับคนเสียสติ ดูท่าทางแม่คุณพร้อมจะอาละวาดให้โลกแตกเต็มที่
ชิ่งด่วน!
กริมไม่ใช่คนโง่ พอเห็นดวงตาข้างเดียวอันน่าสยดสยองของอลิซจ้องเขม็งมาที่เขา เขาก็ใส่เกียร์หมาหันหลังวิ่งทันที ด้วยฝีมือแค่นี้ ไม่มีทางต้านทานอลิซไหวแน่ ส่วนเจ้าอสูรแมลงมารก็พิการไปครึ่งตัวแล้ว คงหวังพึ่งให้ถ่วงเวลาโลลิคลั่งคนนี้ไม่ได้อีก ดังนั้นกริมไม่คิดจะร่ำลาใครทั้งนั้น หันหลังวิ่งหายเข้าไปในบึงมรณะอย่างไม่คิดชีวิต
เอ็นทิคที่ตอนแรกยังชะเง้อมอง หวังลึกๆ ว่าพิษแมงป่องจะเล่นงานนังเด็กปีศาจนั่นจนตายตกไปตามกัน แต่พอเห็นอีกฝ่ายหันดวงตาข้างเดียวมาจ้องตัวเองด้วยรังสีอำมหิต เขาก็รีบสลายร่างเป็นฝูงแมลง มุดดินหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันที
พริบตาเดียว ในสนามรบก็เหลือเพียงอลิซที่เต็มไปด้วยไฟแค้นยืนอยู่ลำพัง เพลิงโทสะเผาไหม้จนโลลิน้อยสติแตก ร่างของเธอลอยขึ้นกลางอากาศราวกับนกยักษ์ พุ่งทะยานไล่ล่ากริมเข้าไปในหมอกหนาทึบอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อความเงียบสงัดกลับคืนสู่สนามรบ… ใต้ต้นไม้ผีสิงแห้งเหี่ยวที่อยู่ไกลออกไป ดินก็พลิกตลบอีกครั้ง ร่างแมลงของเอ็นทิคค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาใหม่
เขาจ้องมองทิศทางที่อลิซหายไป ลังเลอยู่นานก็ไม่กล้าตามไป แม้นังเด็กนั่นจะเจ็บหนัก แต่ดูยังไงก็ยังมีแรงเหลือเฟือ เขาไม่มีความมั่นใจเลยที่จะเผชิญหน้ากับตัวอันตรายระดับนั้นตรงๆ อีก หลังจากชั่งใจอยู่พักหนึ่ง เขากัดฟันแน่น หันหลังมุ่งหน้าไปทางทิศที่เนตรพญาเหยี่ยวประจำการอยู่ ส่วนยัยโลลิอลิซนั่น… ปล่อยให้เป็นเวรเป็นกรรมของคนอื่นไปเถอะ!
…………
เวลานี้ กริมกำลังร้องโอดโอยในใจ
ใครจะไปคิดว่า ยัยโลลิคลั่งนั่นจะไม่ตามไปฆ่าอสูรแมลงมารตัวการใหญ่ แต่กลับเลือกพุ่งเป้ามาที่ปลาซิวปลาสร้อยอย่างเขา แล้วระบายอารมณ์ใส่อย่างบ้าคลั่ง!
เขาวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอยู่ข้างล่าง ส่วนยัยเด็กปีศาจนั่นลอยอยู่กลางอากาศสูงยี่สิบถึงสามสิบเมตร ในมือถือกรงทองคุมขังมิติรูปร่างประหลาด ส่ายไปมาล็อกเป้าใส่กริมไม่หยุดหย่อน
แต่สิ่งที่ทำให้อลิซต้องประหลาดใจคือ ไอ้เด็กเวรที่วิ่งพล่านเหมือนหนูสกปรกในบึงนี่ ราวกับมีตาหลังมองเห็น พอพลังมิติของเธอแผ่พุ่งไปใกล้ตัวมัน มันจะเร่งความเร็วหักหลบฉีกหนี ทำให้การล็อกเป้าทางจิตของเธอวืดทุกทีไป
ครั้งสองครั้งอาจจะเรียกว่าฟลุค แต่พลาดติดต่อกันสี่ห้าครั้ง อลิซฟันธงได้เลยว่า ผู้ฝึกหัดเวทระดับต้นคนนี้ต้องสัมผัสถึงความผันผวนของพลังมิติได้แน่! ความอยากฆ่าให้ตายคามือยิ่งพุ่งปรี๊ดจนปรอทแตก
ดูท่าที่มันตะโกนบอกจุดอ่อนของกำแพงมิติพิทักษ์เมื่อกี้ ไม่ใช่การเดาสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นการมองทะลุโครงสร้างวงเวทจริงๆ แล้วหาช่องโหว่เจอจากการกระจายตัวของพลังมิติ
นี่เป็นจุดบอดในพรสวรรค์เวทมิติของเธอเอง
กำแพงมิติพิทักษ์ที่เธอสร้างขึ้น แม้จะได้ชื่อว่าไร้เทียมทาน แต่ก็มีข้อเสียใหญ่หลวง เมื่อเธอห่อหุ้มตัวเองด้วยพลังมิติอย่างสมบูรณ์ ก็เท่ากับขังตัวเองอยู่ในมิติย่อยที่แยกตัวออกมา แม้ศัตรูจะทำร้ายเธอไม่ได้ แต่เธอก็โจมตีสวนกลับไม่ได้เช่นกัน
ดังนั้นเพื่อจะโจมตีคนอื่น เธอจำต้องเหลือ “ช่องโหว่” หรือ “รูระบาย” ไว้บนกำแพง เพื่อให้พลังจิตเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอกได้ และเพื่อไม่ให้ใครจับพิรุธได้ เธอจึงใช้อนุภาคธาตุลมโปร่งแสงมาทำเป็น “ประตูปลอม” ปิดทับไว้
กำแพงมิติพิทักษ์ใสสะอาดแบบครอบจักรวาล บวกกับกำแพงอากาศขนาดเท่ากำปั้น คนนอกที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ยากที่จะจินตนาการออกว่าบนเกราะป้องกันที่เวทมนตร์อะไรก็ทำลายไม่ได้นี้ จะมีรูหนูซ่อนอยู่
คู่ต่อสู้ทั่วไปไม่มีทางเสี่ยงตายฝ่าดงกระสุนมิติระยะไกลสุดโหดของอลิซ เพื่อมาคลำหาความจริงของเกราะป้องกันหรอก เธอจึงรักษาความลับสุดยอดนี้ไว้ได้ และสร้างตำนานไร้พ่ายมาตลอด
แต่วันนี้… ดันซวยมาเจอตัวประหลาดในหมู่ผู้ฝึกหัดถึงสองคนพร้อมกัน!
คนหนึ่งเป็นระดับสูงที่ดัดแปลงตัวเองเป็นแมลงทั้งตัว แยกร่างได้ โจมตีพิสดาร ฆ่าไม่ตายเหมือนแมลงสาบ ส่วนอีกคนยิ่งประหลาดกว่า เป็นแค่ระดับต้นกระจอกๆ แท้ๆ แต่ดันมองทะลุความลับของเธอได้หน้าตาเฉย แถม… ดูเหมือนจะสัมผัสพลังมิติที่เธอปล่อยออกไปได้จริงๆ เสียด้วย
เพื่อจับเป็นกริม อลิซงัดไม้ตายออกมา วางกับดักมิติไร้รูปไร้ลักษณ์ดักหน้าเส้นทางหนีของเขา กะรอให้เขาวิ่งเข้ามาแล้วปิดประตูตีแมว แต่ไอ้หมอนี่ดันหักเลี้ยวหลบกะทันหันในวินาทีสุดท้าย รอดพ้นจากกับดักไปได้อย่างปาฏิหาริย์
คราวนี้ อลิซมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ การไล่ล่าเลยยิ่งทวีความบ้าคลั่งกว่าเดิม!
…………
หนีมาถึงตอนนี้ กริมแทบหมดแรงข้าวต้มแล้ว
เพราะขาดการออกกำลังกายและบำรุงร่างกายมานาน ค่าความว่องไวและความอึดของเขาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ถ้าไม่ได้เรียกธาตุลมมาช่วยพยุงตัวลดน้ำหนัก ป่านนี้คงโดนยัยโลลิบินได้จับตัวไปต้มยำทำแกงนานแล้ว เขามีลางสังหรณ์รุนแรงว่า ขืนโดนยัยนี่จับได้ ต้องเจอเรื่องสยองขวัญสั่นประสาทแน่นอน
ดังนั้นต่อให้วิ่งจนหอบแฮ่ก ลิ้นห้อยเป็นหมาหอบแดด เขาก็ยังกัดฟันสู้ต่อไม่ถอย
ธาตุลมเบาหวิวห่อหุ้มร่าง ช่วยลดน้ำหนักตัวไปกว่าครึ่ง กริมวิ่งโซซัดโซเซในบึงเน่าเปื่อย สัมผัสได้ว่าพลังกายลดฮวบจนน่าใจหาย ใบหน้ากระตุกยิกๆ พยายามแยกแยะทิศทาง สุดท้ายเขากัดฟันเลี้ยวขวา พุ่งเข้าไปในส่วนลึกของบึง
ลำพังแค่วิ่งหนีตีนเปล่า คงหนีการไล่ล่าของโลลิโหดไม่พ้น กริมเลยตั้งใจล่ออลิซเข้าไปในเขตแดนของพวก แม่เฒ่าปีศาจ
นี่เป็นพื้นที่บึงที่แตกต่างจากจุดอื่นอย่างสิ้นเชิง
โคลนเน่าเหม็นคลุ้งกับน้ำขุ่นคลั่กที่ไหลเอื่อยๆ ผิวน้ำลอยฟ่องไปด้วยกอหญ้าที่ดูเหมือนเส้นผมผีและสิ่งปฏิกูลที่ดูไม่ออกว่าเป็นซากอะไร น้ำโคลนสกปรกไม่ได้อยู่นิ่ง แต่ไหลวนและมาบรรจบกันอย่างช้าๆ นานๆ ทีก็มีฟองอากาศปุดๆ หรือกิ่งไม้เน่าๆ ผุดขึ้นมาจากใต้น้ำ
เสียงโหยหวนแผ่วเบาลอยมาตามสายลมเหนือหมอกบึง ราวกับเสียงเรียกวิญญาณในฝันร้ายกลางดึก ฟังแล้วชวนขนหัวลุก
บึงนี้ไม่ใช่ไม่มีทางเดิน แต่ทางโคลนเละๆ กับน้ำขุ่นที่ไหลเชี่ยวผสมปนเปกัน ถ้าไม่ใช่คนพื้นที่ที่ชำนาญทาง ยากจะหาทางเดินเล็กๆ ที่พอจะย่ำเท้าไปได้ท่ามกลางดงโคลนดูด
ในบึงโคลนอาถรรพ์ขนาดยี่สิบถึงสามสิบลี้นี้ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงแม่เฒ่าปีศาจทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ฝูงเล็กมีสมาชิกเจ็ดถึงแปดตน มักอาศัยอยู่ริมบึง ส่วนฝูงใหญ่มีเกือบร้อยตน ยึดครองพื้นที่ใจกลางบึงที่กว้างที่สุด
แม่เฒ่าปีศาจ จัดเป็นสัตว์ประหลาดที่มีสติปัญญาขั้นต้น มักเกิดจากวิญญาณอาฆาตของมนุษย์ที่จมน้ำตายในบึงโดยอุบัติเหตุ อย่าเห็นว่าร่างเดิมเป็นมนุษย์ พอเปลี่ยนสภาพเป็นแม่เฒ่าปีศาจด้วยพลังเวทมนตร์ด้านมืดแล้ว พวกมันจะเกลียดชังและอาฆาตแค้นมนุษย์เข้ากระดูกดำ
พวกมันจะซุ่มซ่อนตัวอยู่ใต้โคลนตมปีแล้วปีเล่า รอคอยจังหวะ… พอมีคนเป็นๆ หลงเข้ามา มันจะพุ่งออกมาอย่างไม่คิดชีวิต รุมทึ้งกัดกินเลือดเนื้อ แล้วลากเหยื่อเคราะห์ร้ายลงไปกดน้ำให้ตายทั้งเป็นในบ่อโคลนลึก เผ่าพันธุ์สยองขวัญนี้ขยายจำนวนด้วยวิธีนี้แหละ
รูปร่างหน้าตาของแม่เฒ่าปีศาจเหมือนหญิงชราผอมแห้งจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เนื้อหนังหลุดล่อนเปื่อยยุ่ย ผิวหนังซีดเซียวเพราะแช่น้ำมาอย่างยาวนาน เหี่ยวย่นแนบติดกระดูก ดูไม่ต่างจากซากศพเดินได้ พวกที่ฐานะดีหน่อยอาจมีเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดรุ่งริ่งติดตัว แต่ส่วนใหญ่มักจะเปลือยล่อนจ้อนโชว์ร่างอันน่าสะอิดสะเอียน