ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 39 กำจัดจระเข้ยักษ์
ยังไม่ทันเห็นตัว แต่ปากมหึมาก็มาถึงก่อน!
ปากกว้างอาบเลือดของ จระเข้ยักษ์บึงมรณะ ที่อ้าออกกะทันหันนั้นกว้างยิ่งกว่าความสูงของมนุษย์เสียอีก เขี้ยวสยองที่เรียงรายสะเปะสะปะทั้งขากรรไกรบนและล่าง ดูราวกับกริชแหลมคมนับไม่ถ้วนที่เสียบกลับหัว ปลายเขี้ยววาววับสะท้อนแสงน่าสยดสยอง
ด้วยแรงกัดมหาศาลและพละกำลังทางกายภาพอันน่าเหลือเชื่อ หากเป็นผู้ฝึกหัดเวทมนต์ทั่วไปที่ไร้การป้องกัน เกรงว่าคงถูกฉีกกระชากร่างกายท่อนบนหายไปกว่าครึ่งในพริบตาแรก
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของมันก็คือ มนุษย์ผู้นั้นกลับหันขวับ เหวี่ยงร่างของ แม่เฒ่าปีศาจ ในมือยัดใส่ปากขนาดใหญ่ของมันแทน จากนั้นร่างกายของเขาก็บิดหมุนอย่างประหลาด หลุดรอดจากการขบกัดของขากรรไกรยักษ์ไปได้ในเสี้ยววินาที
โพละ…
เสียงทึบดังขึ้น ร่างกายที่ผอมเกร็งและเหนียวแน่นของแม่เฒ่าปีศาจถูกจระเข้ยักษ์บึงมรณะกัดขาดสะบั้นเป็นสองท่อน เลือดสีดำเหนียวหนืดส่งกลิ่นเหม็นคาวคลุ้งไหลหยดลงมาตามซอกเขี้ยวแต่ละซี่
จระเข้ยักษ์บึงมรณะส่งเสียงคำรามสั้นๆ ด้วยความรังเกียจ
แม้ในฐานะสัตว์อสูร มันจะกินได้ทุกอย่างไม่เลือกหน้า แต่สำหรับเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมพวกนี้ มันขอปฏิเสธด้วยความขยาด ต่อให้มองในมุมของสัตว์อสูรด้วยกัน พวกแม่เฒ่าปีศาจเหล่านี้ก็เหม็นบรรลัยเกินจะทน ปกติมีแต่ในยามที่อาหารขาดแคลนสุดขีดเท่านั้น มันถึงจะยอมกลืนกินพวกนี้สักตัวสองตัวเพื่อประทังความหิว
จระเข้ยักษ์บึงมรณะสะบัดซากศพที่ติดหนึบอยู่ในปากทิ้ง ดวงตาขนาดเท่าระฆังทองแดงจับภาพร่างมนุษย์ที่กำลังวิ่งหนีอย่างลนลานได้ทันที ดูออกได้ไม่ยาก ผู้ฝึกหัดเวทคนนี้มีความเร็วไม่มากนัก วิ่งโซซัดโซเซตลอดทาง แถมยังสะดุดหลุมบ่อที่ซ่อนเร้นอยู่เป็นระยะ
มันคำรามต่ำด้วยความยินดี ส่ายร่างอันใหญ่โตเทอะทะราวกับภูเขาลูกย่อมๆ บดขยี้ไล่ตามเส้นทางที่เหยื่อหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อพิจารณาถึงภูมิประเทศ ความเร็วของจระเข้ยักษ์บึงมรณะเหนือกว่าผู้ฝึกหัดมนุษย์ผู้นั้นอยู่ขั้นหนึ่ง ไม่นานนักมันก็พุ่งเข้าไปประชิดด้านหลังของเขา
ภายใต้การกระโจนกัดอย่างต่อเนื่อง ร่างมนุษย์ที่เคลื่อนไหวประหลาดนั้นกลับสามารถหลบหลีกปากมหึมาของมันได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดทุกครั้ง สิ่งนี้ยิ่งทำให้มันโกรธเกรี้ยวและบ้าคลั่ง การโจมตียิ่งรวดเร็วและถี่กระชั้นขึ้นไปอีก
ในที่สุด จังหวะหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ จระเข้ยักษ์บึงมรณะก็กัดเข้าที่แขนของสิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์นั้นจนแหลกละเอียด แต่สิ่งที่ทำให้มันประหลาดใจคือ สัมผัสที่ไหลรินอยู่ในปากกลับไม่ใช่รสชาติเลือดเนื้อ แต่กลับเหมือนกลืนก้อนดินโคลนเข้าไปเต็มปาก
และเบื้องหน้าของมัน… เมื่อชุดคลุมขาดรุ่งริ่งหลุดออก สิ่งที่เผยออกมากลับไม่ใช่ร่างของผู้ฝึกหัดเวทมนุษย์ แต่เป็นตุ๊กตาดินโคลนรูปร่างมนุษย์ที่ดูประหลาดอย่างที่สุดตัวหนึ่ง!
ฟ่อ…
จระเข้ยักษ์บึงมรณะตระหนักได้ทันทีว่าโดนหลอกเข้าแล้ว มันกระโจนเข้าใส่เหยื่อล่ออันน่ารังเกียจที่ล่อลวงมันมาถึงที่นี่ด้วยความโกรธเกรี้ยว หมายจะฉีกกระชากอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ในเมื่อความแตกแล้ว หุ่นเชิดดินโคลน ก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกต่อไป
มันฉีกกระชากชุดคลุมผ้าที่เกะกะทิ้งไป หุ่นเชิดดินโคลนงัดเอาความสามารถทั้งหมดออกมา และเริ่มต่อกรกับจระเข้ยักษ์ที่อุ้ยอ้ายตัวนี้อย่างเป็นระบบ
จระเข้ยักษ์บึงมรณะอย่างไรเสียก็เป็นสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในน้ำ ในบึงที่ขุ่นคลั่กและโสโครก มันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระคล่องแคล่วราวกับปลาได้น้ำ แต่บนพื้นดินที่แข็งกระด้าง ร่างกายอันมโหฬารกลับกลายเป็นภาระ เกล็ดแข็งที่ปกคลุมทั่วตัวทำให้มันเปรียบเสมือนรถศึกบ้าคลั่งที่พุ่งชนดะไปทั่ว ทุกที่ที่มันผ่าน เศษหญ้าปลิวว่อน ต้นไม้แห้งหักโค่น ทิ้งรอยครูดลึกไว้บนพื้นดิน
ทว่าจุดอ่อนของมันคือ การโจมตีที่กระจุกตัวอยู่ที่ส่วนหัวและหางมากเกินไป
อานุภาพทำลายล้างส่วนใหญ่รวมศูนย์อยู่ในพื้นที่รูปพัดด้านหน้า ภายในระยะนี้ การกัดขย้ำและการพุ่งชนอันดุร้ายสามารถทำให้ศัตรูขวัญหนีดีฝ่อได้ แม้แต่ทางด้านหลัง หางยาวที่ปกคลุมด้วยเกล็ดแข็งนั้น ทุกครั้งที่สะบัดฟาด ก็สามารถหวดศัตรูจนกระดูกหักเส้นเอ็นขาดได้เช่นกัน
แต่มีเพียงบริเวณ “สีข้าง” ทั้งสองฝั่งระหว่างขาหน้าและขาหลังเท่านั้น ที่เป็นจุดบอดโดยสมบูรณ์ ทั้งส่วนหัวและหางต่างเอื้อมมาไม่ถึง หากศัตรูหลบซ่อนอยู่ที่นี่ มันจำต้องขยับร่างกายอย่างเชื่องช้า เพื่อพยายามดึงศัตรูให้เข้ามาอยู่ในระยะสังหารให้ได้
และเจ้าตุ๊กตาดินโคลนบัดซบนี่ เห็นได้ชัดว่าอ่านเกมขาด จึงพุ่งตรงเข้าใส่บริเวณสีข้างของมัน และระดมโจมตีอย่างบ้าคลั่งอยู่ตรงนั้น
หุ่นเชิดดินโคลนใช้กำปั้นดินอันหนักหน่วงทุบตีเกล็ดแข็งบริเวณซี่โครงของจระเข้ยักษ์บึงมรณะอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมกับการโจมตีทางกายภาพ ยังมีการเสริมด้วยหอกดินที่พุ่งเสียบแทงเข้ามาเป็นระยะ แต่ทว่าทุกอย่างล้วนเปล่าประโยชน์ จระเข้ยักษ์บึงมรณะที่มีเกล็ดหนาหุ้มทั่วตัวแทบไม่ระคายเคืองต่อความเสียหายมดกัดแค่นี้ มันทำเพียงแค่หมุนตัวเป็นวงกลม พยายามบิดปากมหึมาไปด้านข้าง หมายจะงับเจ้าตัวน่ารำคาญที่กล้าเข้ามาสู้ระยะประชิดตัวนี้
แต่หุ่นเชิดดินโคลนกลับรักษาระดับฝีเท้าให้สอดคล้องไปกับมันตลอดเวลา ทำให้มันไม่สามารถเอื้อมถึงตัวได้
เกล็ดหนาหนักถือเป็นเกราะป้องกันชั้นยอดสำหรับจระเข้ยักษ์บึงมรณะ แต่มันก็จำกัดการเคลื่อนไหวของปากจระเข้อย่างมหาศาล ศัตรูอยู่ใกล้แค่เอื้อมแท้ๆ แต่กลับเหมือนลาลากโม่หิน หมุนวนไปมาแต่ก็คว้าไม่ถึงเสียที
แม้หุ่นเชิดดินโคลนจะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ แต่กริมที่คอยควบคุมสั่งการอยู่ระยะไกลกลับไม่มีท่าทีดีใจเลยแม้แต่น้อย
‘แบบนี้ไม่ได้การแน่!’
ถ้าเจาะเกราะเกล็ดของอีกฝ่ายไม่ได้ หุ่นเชิดดินโคลนก็ยากที่จะสร้างความเสียหายที่รุนแรงพอ ยื้อกันไปแบบนี้ สุดท้ายคงจบลงด้วยการแยกย้ายกันไปแบบเจ๊า ตอนนี้จระเข้ยักษ์บึงมรณะถูกความโกรธบังตา ถึงได้มัวแต่พัวพันกับหุ่นเชิด หากมันได้สติแล้วหันหลังกลับลงสู่บึงน้ำ ลำพังหุ่นเชิดคงไม่มีปัญญาไปขวางทางมันได้
แต่ยังดีที่กริมทำการบ้านมาดี เขาได้วิเคราะห์จุดอ่อนของสัตว์อสูรประเภทนี้อย่างละเอียดก่อนมาถึงที่นี่ ภายใต้คำสั่งของเขา หุ่นเชิดดินโคลนเลิกโจมตีร่างกายส่วนบนที่ไร้ประโยชน์ แต่เปลี่ยนไปร่ายคาถา หอกปฐพีทลายราก ใส่ใต้ท้องของมันอย่างต่อเนื่องแทน
จระเข้ยักษ์บึงมรณะมีเกล็ดหนาปกคลุมร่างกายส่วนใหญ่ มีค่าต้านทานทางกายภาพที่ยอดเยี่ยม แต่บนร่างกายย่อมมีจุดที่เกล็ดปกคลุมไปไม่ถึง… นั่นคือหน้าท้องของมัน!
หอกปฐพีทลายรากที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินไม่เพียงมีพลังโจมตีทางกายภาพ แต่ยังแฝงความเสียหายธาตุดินมาด้วย ทว่าจระเข้ยักษ์บึงมรณะเองก็จัดเป็นสัตว์อสูรธาตุดิน จึงมีความต้านทานต่อความเสียหายธาตุนี้สูงมาก ความเสียหายส่วนนั้นจึงถูกหักล้างไป
แต่ถึงกระนั้น เพียงแค่ความเสียหายทางกายภาพล้วนๆ ก็ทำให้จระเข้ยักษ์บึงมรณะเจ็บจนส่งเสียงร้องอู้อี้ไม่หยุด
ในบึงมหาเวทอาถรรพ์ แทบจะไม่มีสัตว์อสูรตนใดสามารถโจมตีจุดอ่อนผ่านเกราะเกล็ดที่หนาเตอะของมันได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มันกลายเป็นเจ้าถิ่นผู้ครองอาณาจักรบึงน้ำแห่งนี้ แต่วันนี้เมื่อต้องมาเจอกับหุ่นเชิดจอมตื๊อตัวนี้ กลับทำให้มันเจ็บปวดรวดร้าวอย่างยิ่ง
หลังจากเจ็บตัว จระเข้ยักษ์บึงมรณะถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองก็มีความสามารถพรสวรรค์ที่คล้ายคลึงกันอยู่ มันจึงเงยหน้าขึ้นคำรามสั้นๆ ด้วยความโกรธเกรี้ยว ธาตุดินที่เข้มข้นพลันแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ
เวทบึงโคลนดูด
กริมกำหมัดแน่น พยายามวิเคราะห์ความสามารถพิเศษของจระเข้ยักษ์ตัวนี้อย่างเต็มที่ เมื่อพบว่าเป็นเวทบึงโคลนดูด ก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
“เยี่ยมไปเลย เจ้าจระเข้ยักษ์นี่ตายแน่!”
พูดตามตรง หากความสามารถพิเศษของมันเป็นเวทโจมตีธาตุดิน หรือเวทเพิ่มพลังป้องกัน กริมคงไม่พูดพร่ำทำเพลง เรียกหุ่นเชิดดินโคลนกลับแล้วโกยแน่บ แต่ถ้าเป็นเวทบึงโคลนดูดล่ะก็ โอกาสชนะของกริมในศึกวันนี้จะพุ่งสูงขึ้นเป็น 70% ทันที
และก็เป็นไปตามคาด ในขณะที่กริมกำลังลิงโลดใจ ในสนามรบก็เกิดฉากที่ตลกร้ายขึ้น
ภายในรัศมีห้าสิบเมตรรอบตัวจระเข้ยักษ์ พื้นดินได้กลายเป็นบึงโคลนเหลวที่ไหลเวียนไปมาในชั่วพริบตา หากเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นคงจมลงไปในทรายดูดจนขยับไม่ได้ไปนานแล้ว เวทมนตร์ควบคุมพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นนี้ เมื่อประสานเข้ากับพลังโจมตีทางกายภาพที่น่าสะพรึงกลัว จึงเป็นเครื่องการันตีความเป็นเจ้าถิ่นที่ไม่มีใครกล้าแหยม
น่าเสียดาย… น่าเสียดายจริงๆ ที่หุ่นเชิดดินโคลนก็เป็นสิ่งมีชีวิตธาตุดินเช่นกัน!
บึงโคลนเหลวที่สิ่งมีชีวิตอื่นเจอแล้วต้องจม สำหรับหุ่นเชิดดินโคลนแล้ว มันก็เหมือนกับพื้นดินราบเรียบธรรมดา เหยียบลงไปแล้วแทบไม่รู้สึกอะไรเลย ร่างกายที่หนักอึ้งและแข็งแกร่งของหุ่นเชิดราวกับสูญเสียน้ำหนักไปกะทันหัน สามารถเหยียบยืนบนทรายดูดได้อย่างมั่นคง
ดังนั้น บนผืนบึงโคลนทรายดูดที่กำลังไหลเวียนอย่างช้าๆ นี้ สิ่งมีชีวิตธาตุดินสองตนจึงเปิดฉากไล่จับกันราวกับหนูหยอกแมว
หุ่นเชิดดินโคลนเลิกใช้หอกดินเสียบแทงที่ไร้ประโยชน์ เปลี่ยนมาเป็นการปล่อยหอกปฐพีทลายรากใส่ใต้ท้องคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยทุกๆ สิบเอ็ดวินาทีจะปล่อยออกมาได้หนึ่งครั้ง ถึงอย่างไรหอกปฐพีทลายรากก็เป็นเวทโจมตีวงกว้าง (AOE) แม้หุ่นเชิดจะมองไม่เห็นจุดอ่อนที่นุ่มนวลที่สุดตรงท้องจระเข้ และมองไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ขอแค่ตำแหน่งไม่คลาดเคลื่อนมากนัก ก็เพียงพอที่จะทำให้มันเจ็บเจียนตายได้แล้ว
พัวพันกันอยู่สิบห้านาที จระเข้ยักษ์บึงมรณะเริ่มจะทนไม่ไหว การเคลื่อนไหวช้าลงกว่าเดิมมาก
โจมตีศัตรูไม่ได้ แถมตัวเองยังต้องเจ็บปวดที่หน้าอกและท้องไม่หยุด วิธีการต่อสู้ที่น่าอึดอัดใจเช่นนี้ทำให้มันโกรธจนแทบคลั่ง แต่สติปัญญาตามธรรมชาติทำให้มันเข้าใจว่า หากยังขืนพัวพันกันต่อไป มันคงต้องตายด้วยน้ำมือของเจ้าตัวเปี๊ยกนี่จริงๆ
จระเข้ยักษ์บึงมรณะเลิกสนใจหุ่นเชิดดินโคลน มันหันตัวกลับอย่างยากลำบาก แล้วตะเกียกตะกายคลานมุ่งหน้าไปยังบึงน้ำที่อยู่ไกลออกไป
แต่การกระทำของมันถูกกริมอ่านขาดหมดแล้ว เมื่อมันหันตัวกลับมาอย่างทุลักทุเล ก็พบว่ามีมนุษย์อีกคนที่สวมชุดคลุมสีดำยืนขวางทางกลับบ้านของมันอยู่ และในมือของมนุษย์ผู้นั้น… กำลังกำเครื่องประดับรูปร่างแมงมุมอันแปลกประหลาดไว้แน่น
ด้วยประสาทสัมผัสการดมกลิ่นที่เฉียบคม จระเข้ยักษ์บึงมรณะได้กลิ่นเลือดเนื้อที่ห่างหายไปนานจากร่างของผู้ขวางทาง มันส่งเสียงคำรามสั้นๆ ด้วยความโกรธ เมื่อเผชิญหน้ากับตัวต้นเหตุของแผนการร้าย มันจึงกระโจนเข้าใส่ด้วยความเคียดแค้น หมายจะชนศัตรูให้กระเด็นแล้วหนีกลับถิ่น
ทว่าวินาทีถัดมา ใยแมงมุมสีขาวโพลนก็ครอบคลุมลงมาที่หัว ติดหนึบอยู่กับขาหน้าที่สั้นและหนาของมัน ในขณะเดียวกัน ศรเพลิงกัลป์ ที่ร้อนแรงดุจไฟนรกก็พุ่งออกมา ปักเข้าที่ส่วนบนของปากยาวแบนราบของมัน ตรงตำแหน่งหัวกะโหลก… จุดที่ใกล้กับดวงตาที่สุด!
จระเข้ยักษ์บึงมรณะรีบหลับตาลงทันที เปลือกตาหนาที่มีเกล็ดละเอียดปกคลุมอยู่ชั้นหนึ่งช่วยป้องกันดวงตาไว้ ทันใดนั้นหน้าผากก็เจ็บแปลบ เปลวเพลิงที่บ้าคลั่งม้วนตัวเข้าปกคลุมศีรษะของมัน
ขาหน้าคู่หนึ่งถูกพันธนาการ ดวงตาก็เจ็บปวดแสบร้อนจนมองไม่เห็น การเคลื่อนไหวของมันจึงช้าลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เปิดโอกาสให้หุ่นเชิดดินโคลนที่ตามติดอยู่ข้างกายระดมโจมตีถี่ขึ้นกว่าเดิม
เพื่อศึกในครั้งนี้ กริมทุ่มหมดหน้าตัก
อุปกรณ์ใยแมงมุมแบบใช้แล้วทิ้งเหล่านี้ราคาไม่ใช่น้อยๆ ทุกครั้งที่ใช้ไปอันหนึ่ง ใจของเขาก็เหมือนมีเลือดไหลซิบๆ แต่เพื่อจำกัดการหลบหนีของจระเข้ยักษ์บึงมรณะให้ได้มากที่สุด เขาทำได้เพียงกระหน่ำใช้งานมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อพันธนาการขาทั้งสี่ของมันเอาไว้
พละกำลังดิบของจระเข้ยักษ์บึงมรณะนั้นมหาศาลเกินไป ประเมินเบื้องต้นน่าจะอยู่ที่ 14 แต้มขึ้นไป ด้วยแรงช้างสารขนาดนี้ ใยแมงมุมแต่ละเส้นยื้อได้ไม่ถึงหกถึงเจ็ดวินาที หากไม่ใช่เพราะกริมคอยยิงศรเพลิงกัลป์ใส่ดวงตาของมันไม่หยุด เพื่อไม่ให้มันลืมตาดูทางได้ เกรงว่ามันคงฝ่าวงล้อมหนีกลับรังไปได้จริงๆ
และภายใต้การประสานงานที่ละเอียดแม่นยำเช่นนี้ หลังจากรุมยำใหญ่อยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดหน้าอกและท้องที่ซ่อนอยู่ใต้ร่างของจระเข้ยักษ์บึงมรณะก็ถูกหอกปฐพีทลายรากที่พุ่งทะลวงขึ้นมาเสียบทะลุจนพรุน!