ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 38 ราชาจระเข้ยักษ์บึงมรณะ
เช้าวันรุ่งขึ้น กริมโชคดีที่มีโอกาสได้เปิดหูเปิดตา เมื่อเห็น โนมตัวเขียว สองตัวที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งเดินผ่านไปมาภายในหอคอย
เห็นได้ชัดว่านี่คือผู้โชคร้ายสองคนที่ถูก ปีศาจโคลน เล่นงาน แถมยังซวยซ้ำซ้อนโดนคำสาปย่อส่วนเล่นงานเข้าให้อีก จนกลายสภาพเป็นตัวประหลาดอย่างที่เห็น แต่ยังไม่ทันที่กริมจะได้เข้าไปเลียบเคียงถามไถ่ โนมตัวเขียวทั้งสองก็ดันหันมาเห็นกริมเสียก่อน พวกเขากัดฟันกรอด จ้องเขม็งมาที่เขาจากระยะไกลด้วยสายตาอาฆาตแค้น
เมื่อเผชิญกับจิตมุ่งร้ายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย กริมที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรจึงเลือกที่จะไม่ใส่ใจ เขารีบส่งข้อมูลรายการแลกเปลี่ยนสินค้าให้กับ แดนนี่ แล้วหันหลังเดินจากไปทันที
แดนนี่นับเป็นผู้ฝึกหัดเวทที่มนุษยสัมพันธ์ดีเป็นเลิศ เป็นพวก “นกรู้” ที่หากินได้รอบทิศ อาศัยการขายข้อมูลความต้องการสินค้าจนสามารถสร้างตลาดมืดขนาดย่อมขึ้นมาได้ การมาเยือนของกริมในครั้งนี้ เป้าหมายคือการประกาศขาย ไข่จระเข้ยักษ์ และ แร่เหล็กมาร หากมีผู้ฝึกหัดคนไหนสนใจก็ย่อมจะติดต่อมาเพื่อขอแลกเปลี่ยน และเขาก็ถือโอกาสนี้อุดหนุนของใช้จุกจิกที่มีประโยชน์สองสามชิ้นจากแดนนี่ในราคาหน้าเลือดนิดหน่อย
บรรยากาศใน หอคอยจอมเวทเสียดฟ้า วันนี้ดูคึกคักและจอแจผิดหูผิดตา ผู้ฝึกหัดเวทส่วนใหญ่ไม่ได้เอาแต่หมกตัววิจัยอยู่ในรังของตัวเองอีกต่อไป แต่เลือกที่จะออกมาจับกลุ่มแลกเปลี่ยนข่าวสารล่าสุดกับพรรคพวกที่คุ้นเคย ภารกิจบังคับที่จอมเวทแอนเดอร์สันผลักดันลงมาเปรียบเสมือนระเบิดลูกใหญ่ ที่แรงกระแทกของมันได้พลิกวิถีชีวิตอันสงบสุขของเหล่าผู้ฝึกหัดในหอคอยจนคว่ำคะมำ
ผู้ฝึกหัดทุกคนถูกบีบให้ระงับโครงการวิจัยในมือ และจำต้องหันมาให้ความสนใจกับสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความกระตือรือร้นปนร้อนรน ผู้ที่สามารถตัดสินใจเลือกภารกิจได้ทันทีตั้งแต่เมื่อวานมีเพียงหยิบมือเดียว ส่วนใหญ่ยังคงลังเลและรอดูท่าทีอย่างระมัดระวัง เห็นได้ชัดว่าเจ้าภาพของภารกิจครั้งนี้คือ ภาคีหอคอยซานลิน ซึ่งนั่นหมายความว่าในระหว่างปฏิบัติภารกิจ พวกเขาจะต้องจัดทีมเฉพาะกิจร่วมกับผู้ฝึกหัดเวทจากเขตพื้นที่อื่น โดยมีคนจากภาคีหอคอยซานลินมาเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ต้องสู้เคียงบ่าเคียงไหล่
สถานการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากจะสร้างความแปลกใหม่ให้กับสังคมในหอคอยแล้ว มันยังนำมาซึ่งคลื่นความหวาดกลัวและความกังวลใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
กริมเดินฝ่าฝูงชนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ เขาเดินผ่านโถงกลางชั้นสองอย่างไม่รีบร้อน ผู้ฝึกหัดเวทที่จับกลุ่มคุยกันอยู่พอเห็นเขาเดินมา ก็พากันหุบปากเงียบกริบ สายตามีแววกีดกันอย่างชัดเจน แม้แต่ผู้ฝึกหัดสาย หมาป่าเดียวดาย ที่ปกติพอจะคุยกันได้บ้างสองสามคน ก็ยังเลือกที่จะเดินเลี่ยงเขาไปแต่ไกลด้วยสีหน้าซับซ้อน
กริมในตอนนี้เปรียบเสมือนหมาป่าสันโดษที่ถูกขับออกจากฝูง เดินเดียวดายผ่านพงหญ้าโดยไร้ซึ่งพันธมิตรที่ยอมรับ เขาจึงดึงหมวกฮู้ดขึ้นคลุมปิดบังใบหน้า แล้วหันหลังเดินออกจากโถงไปเงียบๆ
คนที่มีอิทธิพลมากพอจะบงการบรรยากาศให้ทุกคนตีตัวออกห่างเขาได้ขนาดนี้ มีเพียง สามผู้แข็งแกร่ง เท่านั้น ลำพังบารมีของเจ้าอัลเลนยังไม่ถึงขั้นนี้แน่นอน กริมไม่มีกะจิตกะใจจะไปสืบสาวราวเรื่องว่าทำไมสามผู้แข็งแกร่งถึงตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขา แต่ประเมินดูแล้วสิบส่วนก็คงมีเจ็ดแปดส่วนที่เกี่ยวข้องกับแมรี่ชุดแดง สิ่งเดียวที่เขาสนใจในนาทีนี้คือจะเร่งเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองในระยะสั้นได้อย่างไร เพื่อให้รอดชีวิตกลับมาจากภารกิจสำรวจที่แสนอันตรายนั่น
ฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นเผลอ กริมแอบย่องออกจากหอคอยจอมเวทเสียดฟ้าอีกครั้ง
เมื่อกลับมายืนอยู่ ณ บริเวณบึงโคลน ในที่สุดกริมก็สัมผัสได้ถึงความรกร้างว่างเปล่าที่ผิดปกติ เดิมทีต่อให้ที่นี่จะเหม็นเน่าและกันดารแค่ไหน แต่ในการรับรู้ทางจิตวิญญาณมักจะปรากฏจุดสีแดงซึ่งเป็นตัวแทนของ แม่เฒ่าปีศาจ หรือ นางมารเฒ่าอัปลักษณ์ ที่ซุ่มรอเหยื่ออยู่ริมบึงเป็นกลุ่มๆ เสมอ ทว่าวันนี้เมื่อกริมกวาดสายตาสำรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขากลับแทบไม่เจอจุดสีแดงของพวกนางมารเฒ่าอัปลักษณ์เลย
ในระยะสายตามีบึงน้ำเหม็นขนาดใหญ่สี่ถึงห้าแห่ง ตามความเคยชิน แต่ละบึงควรจะมีฝูงนางมารเฒ่าอัปลักษณ์ยึดครองอยู่อย่างน้อยหนึ่งฝูง มากหน่อยก็ยี่สิบสามสิบตัว น้อยหน่อยก็เจ็ดแปดตัว เป็นเครื่องยืนยันความเจริญรุ่งเรืองของเผ่าพันธุ์
‘น่าเสียดาย… หลังผ่านสงครามครั้งใหญ่ ฝูงนางมารเฒ่าอัปลักษณ์ที่บึงโคลนใจกลางได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ให้ประชากรในพื้นที่รอบนอกพลอยเกือบสูญพันธุ์ไปด้วย ดูแล้วช่างน่าเวทนา’ ‘แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ช่วยประหยัดแรงไปได้โข’
วันนี้กริมตั้งใจออกมาล่าล้างบางโดยเฉพาะ จึงต้องการสนามรบที่โล่งกว้างเร่งด่วน ต่อให้นางมารเฒ่าอัปลักษณ์พวกนั้นไม่ตายด้วยน้ำมือของอลิซ วันนี้ก็คงหนีไม่พ้นถูกเขาสังหารสิ้นซากอยู่ดี
หลังจากเดินสำรวจและเหยียบย่ำภูมิประเทศโดยรอบจนทั่ว เพื่อให้ชิปบันทึกแผนที่ลงในสมองอย่างละเอียด กริมจึงหยิบ หุ่นเชิดดินเหนียว หรือ โกเลมดินเหนียว ออกมา ผ่านการชาร์จพลังมากว่าสิบชั่วโมง จุดเชื่อมต่อพลังงาน ทั้งสี่จุดบน ผลึกอัญเชิญ ได้กักเก็บพลังงานธาตุดินไว้จนเต็มเปี่ยม นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการอัญเชิญโกเลมดินเหนียว
กริมโยนผลึกอัญเชิญไปที่ริมบึงโคลน ทันทีที่ผลึกสัมผัสกับผืนดินและความชื้น ควันสีเหลืองดินกลุ่มใหญ่ก็พวยพุ่งขึ้นมาทันที นี่ไม่ใช่ควันธรรมดา แต่เป็นอนุภาคเวทธาตุดินที่หนาแน่นจนมองเห็นด้วยตาเปล่า ธาตุดินรวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง ภายใต้การขับเคลื่อนของเจตจำนงลึกลับ ดินโคลนที่เปียกชื้นเริ่มปูดนูนและบิดเบี้ยว ไม่กี่อึดใจก็ก่อตัวเป็นหุ่นเชิดมนุษย์ดินเหนียวที่มีความสูงไล่เลี่ยกับกริมปรากฏขึ้นตรงหน้า
น่าเสียดายที่มันไม่ใช่ โกเลมศิลา หรือ โกเลมเหล็กไหล ไม่อย่างนั้นพลังป้องกันคงสูงกว่านี้เป็นสิบเท่า และอาจต่อกรกับ ราชาจระเข้ ที่เล็งไว้ได้แบบตัวต่อตัว ของดีตามราคา! โกเลมดินเหนียวนั้นคุณภาพสมค่าตัว พลังป้องกันของมันเทียบเท่าแค่นักรบมนุษย์สวมเกราะหนังครบชุด ยากที่จะทนทานต่อเขี้ยวเล็บแหลมคม แรงกัดมหาศาล หรือการฟาดหางอันทรงพลังของ จระเข้ยักษ์บึงมรณะ ได้นาน
แต่จระเข้ยักษ์บึงมรณะก็ใช่ว่าจะไร้จุดอ่อน หากมันไร้เทียมทานจริง ด้วยความแข็งแกร่งระดับราชาจระเข้ที่เทียบเท่าผู้ฝึกหัดระดับสูง กริมคงต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ ถึงกล้าไปกระตุกหนวดเสือ
…………
ยามเช้าตรู่ บึงโคลนยังคงเงียบสงบ
ห่างจากบึงน้ำเหม็นที่พวกนางมารเฒ่าอัปลักษณ์อาศัยอยู่ไม่ถึงครึ่งลี้ คือบึงน้ำกว้างใหญ่ซึ่งเป็นอาณาเขตของจระเข้ยักษ์บึงมรณะ ที่นี่มีจระเข้ยักษ์น่าสะพรึงกลัวนอนเกลื่อนกลาดเป็นกลุ่มๆ อยู่ในพงหญ้าริมฝั่ง กำลังหลับอุตุอย่างสบายอารมณ์
แต่ในขณะที่พวกมันกำลังเพลิดเพลินกับการพักผ่อน เสียง ตูม! ดังสนั่นก็ปลุกพวกมันตื่น ร่างที่โอนเอนร่างหนึ่งพุ่งหัวทิ่มลงไปในบึงน้ำกลางวงพอดี
ดูจากผมเผ้ายุ่งเหยิงเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ กรงเล็บมือที่ดำสกปรก และร่างกายผอมแห้งจนเห็นซี่โครงแต่ยังดูเหนียวแน่น… นั่นมันเพื่อนบ้านตัวแสบ นางมารเฒ่าอัปลักษณ์ นี่นา!
ในฐานะเจ้าถิ่นแห่งบึงมหาเวทอาถรรพ์ มอนสเตอร์ชั้นสูงทุกตัวต่างมีอาณาเขตของตัวเองและแบ่งเขตกันอย่างชัดเจน ต่างคนต่างอยู่ไม่ล้ำเส้น แต่วันนี้ ยัยแก่เหม็นเน่าตัวนี้กลับกล้าบุกรุกเข้ามาหยามถึงถิ่นจระเข้ยักษ์บึงมรณะ การกระทำนี้ทำให้เหล่าจระเข้ยักษ์ที่สะดุ้งตื่นต่างโกรธเกรี้ยวจนเลือดขึ้นหน้า
โดยไร้ซึ่งเสียงคำรามเตือน จระเข้ยักษ์เจ็ดแปดตัวกระโจนออกจากพงหญ้า จมหายลงไปในบึงน้ำ เกิดเป็นคลื่นน้ำหลายสายพุ่งปราดไปยังจุดที่นางมารเฒ่าอัปลักษณ์ตกลงไปอย่างรวดเร็ว
นางมารเฒ่าอัปลักษณ์ผู้โชคร้ายตัวนั้นไม่รู้โดนใครหักแขนหักขา แม้จะมีร่างกายถึกทนแต่ก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไม่ทันไรก็ถูกปากขนาดยักษ์ที่โผล่พรวดขึ้นจากน้ำงับเข้าที่ลำตัวท่อนบนเต็มเขี้ยว แล้วลากจมหายลงไปก้นบึง ฝูงจระเข้ยักษ์จำนวนมากแห่กันมาสมทบ น้ำแตกกระจาย โคลนตลบฟุ้ง เหล่าเพชฌฆาตที่ได้กลิ่นเลือดต่างรุมทึ้งร่างเหยื่อที่ดิ้นรนอย่างสุดชีวิตกันอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น จระเข้ยักษ์ที่มีขนาดมหึมากว่าตัวอื่นหลายเท่าก็ปรากฏตัวขึ้นที่ริมฝั่ง มันไม่ได้เข้าไปแย่งกินเศษเนื้อเหมือนลูกสมุน แต่กลับยืดตัวขึ้นครึ่งท่อนดั่งราชาผู้ยิ่งใหญ่ กวาดสายตามองความโกลาหลในบึงน้ำอย่างช้าๆ
พวกนางมารเฒ่าอัปลักษณ์ก็มีหัวหน้าเผ่า เป็นไปไม่ได้ที่จะบุกรุกถิ่นอื่นโดยไร้เหตุผล หรือว่าไอ้เจ้า ซิมบ้า นั่นคิดจะเปิดศึกระหว่างเผ่าพันธุ์อีกแล้ว? ในฐานะจ่าฝูงที่ผ่านการวิวัฒนาการพิเศษ ราชาจระเข้ยักษ์บึงมรณะ ตัวนี้เริ่มมีสติปัญญาขั้นต้น มันสามารถคิดวิเคราะห์สถานการณ์ง่ายๆ ได้บ้างแล้ว
ทว่าในขณะที่มันกำลังครุ่นคิด นางมารเฒ่าอัปลักษณ์อีกตัวหนึ่งก็ถูกเหวี่ยงลอยละลิ่วมาพร้อมเสียงลมหวีดหวิว วาดเป็นเส้นโค้งตกลงไปกลางบึงน้ำลึก เหล่าจระเข้ยักษ์ที่เพิ่งฉีกกระชากเหยื่อรายแรกจนหมดและยังไม่อิ่มท้อง พอได้ยินเสียงน้ำแตกกระจายก็ดีดตัวทันที พากันว่ายรี่เข้าไปหาอาหารจานใหม่อย่างพร้อมเพรียง
มีเพียงราชาจระเข้ยักษ์บึงมรณะที่หมอบนิ่งอยู่บนฝั่งเท่านั้นที่มองเกมออก นางมารเฒ่าอัปลักษณ์ตัวใหม่นี้ถูกคนโยนลงไปชัดๆ และไอ้มือมืดนั่นก็ซ่อนตัวอยู่หลัง ต้นไม้ผีสิง ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ราชาจระเข้ยักษ์บึงมรณะขยับขาสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามทั้งสี่ข้างทันที มันคลานต้วมเตี้ยมตรงไปยังต้นไม้ผีสิงต้นนั้น เพื่อไม่ให้ศัตรูรู้ตัว มันยังฉลาดพอที่จะเดินอ้อมบึงน้ำ อาศัยพงหญ้ารกทึบสูงระดับเอวอำพรางกาย ย่องเงียบเข้าหาเป้าหมาย
ทั้งที่เป็นสัตว์ร่างยักษ์มหึมา แต่กลับพยายามทำตัวเป็นนักฆ่าไร้เงา กริมที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ผีสิงอีกต้นที่อยู่ไกลออกไป เห็นภาพนั้นแล้วอดส่ายหน้าไม่ได้
‘มอนสเตอร์ก็คือมอนสเตอร์ แม้จะวิวัฒนาการจนมีสมองขึ้นมาบ้าง แต่สติปัญญาหางอึ่งแบบนี้เมื่อเทียบกับเล่ห์เหลี่ยมของมนุษย์ที่สั่งสมมานับพันปี ช่างไร้เดียงสาจนน่าขำ’
ร่างมหึมาของราชาจระเข้ยักษ์บึงมรณะต่อให้หมอบราบติดพื้นก็ยังสูงกว่าสองเมตร พงหญ้าพวกนั้นต่อให้รกทึบแค่ไหน อย่างมากก็บังได้แค่ขาและพุงกะทิของมัน ส่วนแผ่นหลังที่มีหนามแหลมตั้งชันและเกล็ดแข็งนั้นโผล่พ้นยอดหญ้าเด่นหรามาแต่ไกล ในสภาพนี้ มันยังทำท่าทางย่องเบามั่นใจว่า ‘แกไม่เห็นข้าหรอก’ สติปัญญาระดับนี้ช่างน่าประทับใจจนน้ำตาจะไหลจริงๆ!
ที่น่ากุมขมับยิ่งกว่าคือ ร่างกายอันหนักอึ้งร่วมสามสิบตันของมัน เวลาเดินทีพื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่ว แต่มันยังพยายามทำท่าลอบสังหารราวกับไม่รู้ตัวเลยว่าทุกย่างก้าวของมันสร้างแรงสั่นสะเทือนปานแผ่นดินไหวขนาดย่อม
หลังจากอ้อมสิ่งกีดขวางมาได้อย่างทุลักทุเล ในที่สุดราชาจระเข้ยักษ์บึงมรณะก็มาถึงจุดที่มองเห็นเงาร่างน่าสงสัยหลังต้นไม้ผีสิง นั่นคือมนุษย์น่ารังเกียจในชุดคลุมผู้ฝึกหัด ข้างกายเขายังมีนางมารเฒ่าอัปลักษณ์สภาพปางตายกองอยู่อีกสองสามตัว กำลังถูกเขาจับโยนลงไปในบึงน้ำทีละตัวราวกับให้อาหารปลา ภายใต้การละเล่นของเขา เขตบึงน้ำที่เคยเงียบสงบได้กลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ที่ส่งเสียงดังเซ็งแซ่ บนผิวน้ำเต็มไปด้วยภาพสยดสยองของจระเข้ยักษ์ที่รุมทึ้งแย่งกินเลือดเนื้อ
ราชาจระเข้ยักษ์บึงมรณะจ้องมองผู้ฝึกหัดคนนั้นด้วยความโกรธแค้นจนตาแทบถลน เพื่อไม่ให้เหยื่อไหวตัวหนี มันจึงอดทนค่อยๆ ขยับเข้าหาจากด้านหลังทีละนิด
หนึ่งร้อยเมตร… เจ็ดสิบเมตร… ห้าสิบเมตร… ยี่สิบเมตร…
‘วันนี้ช่างเป็นวันนำโชคจริงๆ!’
มันคลานมาจนเกือบจะหายใจรดต้นคอผู้ฝึกหัดคนนั้นได้แล้ว แต่เขายังไม่รู้ถึงหายนะที่คืบคลานมาข้างหลังเลยสักนิด ราชาจระเข้ยักษ์บึงมรณะลอบชื่นชมความแนบเนียนของตัวเอง พลางกดลำตัวลงต่ำ เกร็งกล้ามเนื้อเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีปิดฉากที่จะสั่นสะเทือนฟ้าดินในวินาทีถัดไป
‘ตายซะเถอะ เจ้ามนุษย์หน้าโง่! วันนี้ข้าจะได้ลิ้มรสเนื้อมนุษย์ปรุงสุกบ้างแล้ว!’
วู่ว!!!
พร้อมกับเสียงแหวกอากาศที่ดุร้าย ราชาจระเข้ยักษ์บึงมรณะดีดตัวกระโจนเข้าใส่เหยื่อตรงหน้าอย่างรุนแรง!