ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 41 เวทมนตร์สายป้องกัน
เจ็ดชั่วโมงต่อมา
เมื่อกริมรีบร้อนกลับมาถึงที่พักด้วยความตื่นเต้น เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่ามีผู้ฝึกหัดเวทคนหนึ่งมายืนรอดักหน้าห้องอยู่ก่อนแล้ว
สิ่งที่กริมคาดไม่ถึงคือ แขกคนแรกที่มาเยือนหลังจากเขาประกาศปล่อยของ กลับกลายเป็น แอม ผู้ดูแลห้องฝึกมนตรา แม้กริมจะชอบสันโดษและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่เขาก็พอได้ยินข่าววงในมาว่า แอมคนนี้ไม่ได้อยู่ในรายชื่อสิบผู้โชคดีที่จะได้รับอนุญาตให้อยู่เฝ้าหอคอยจอมเวทเสียดฟ้าแห่งบึงมรณะ
นั่นหมายความว่า แอมที่เป็นผู้ฝึกหัดเวทระดับกลาง ก็จำต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะถูกส่งออกไปทำภารกิจบังคับเหมือนกับคนอื่นๆ
“ได้ยินมาว่านายมีไข่เป็นๆ ของจระเข้ยักษ์บึงมรณะ?”
ทันทีที่เจอหน้า แอมก็เปิดประเด็นไม่อ้อมค้อม นาทีนี้ทั้งผู้ฝึกหัดเวทระดับกลางและระดับล่างที่รู้ตัวว่าภัยกำลังมาถึงตัว ต่างพากันดิ้นรนแข่งกับเวลาเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งให้ตัวเอง ทั้งอุปกรณ์เวท เครื่องราง ยา และม้วนคาถา อะไรก็ตามที่พอจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดในสมรภูมิสเกลเล็กได้ ต่างถูกกว้านซื้อจนราคาพุ่งทะยานเสียดฟ้า เล่นเอาทุกคนกระเป๋าฉีกไปตามๆ กัน
ถ้าไม่ใช่เพราะสถานการณ์บีบคั้นแบบนี้ กริมคงไม่ถึงกับหมดตูดเพียงเพราะซื้อเครื่องประดับใยแมงมุมเกรดใช้แล้วทิ้งมาแค่ไม่กี่ชิ้นหรอก
แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ…
ในรายการสินค้าฝากขายที่ร้านของแดนนี่ กริมได้เห็นวัตถุดิบหายากมากมายที่ปกติไม่มีทางได้เห็นหลุดออกมา ของพวกนี้ต้องเป็นสมบัติก้นหีบที่พวกผู้ฝึกหัดเก็บซ่อนไว้เพื่อใช้เลื่อนขั้นในอนาคตแน่ๆ
แต่น่าเสียดาย… เมื่อภารกิจบังคับที่เดิมพันด้วยชีวิตมาจ่ออยู่ตรงหน้า อนาคตก็กลายเป็นเรื่องไกลตัว พวกเขาจำต้องกัดฟันเทขายสมบัติเหล่านี้เพื่อแลกกับพลังต่อสู้ที่เห็นผลทันตา
กริมเชื้อเชิญแอมเข้ามาในห้อง
ทันทีที่ก้าวเข้ามา กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นผสมปนเปกับกลิ่นน้ำยาคงสภาพฉุนจมูกก็ปะทะเข้าหน้าแอมเต็มๆ ที่มุมห้องมีโหลแก้วน้อยใหญ่กองระเกะระกะ ภายในสารละลายสีเขียวอ่อนมีชิ้นส่วนอวัยวะสัตว์อสูรรูปร่างแปลกตาแช่อยู่ ทั้งหัวใจ ถุงพิษ สมอง ลูกตา… บนชิ้นเนื้อหลายชิ้นยังมีเส้นเลือดฝอยที่เลือดซึมออกมา บ่งบอกถึงความสดใหม่ที่เพิ่งถูกเชือดมาหมาดๆ
อ๊บ อ๊บ…
เสียงร้องอย่างตื่นเต้นดังขึ้น สัตว์อสูรคู่กายของแอม กบเกาทัณฑ์พิษ จู่ๆ ก็กระโดดออกมาเกาะไหล่เจ้านาย มันส่งเสียงร้องลั่นใส่วัตถุดิบเหล่านั้นด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือ แอมต้องใช้เวลาปลอบอยู่นานกว่ามันจะสงบลงและยอมหมอบกระซิบกระซาบข้างหูเขา
“ดูเหมือนนายจะได้ของดีมาใหม่อีกแล้วสินะ ถ้าไง… ขายเหมาให้ฉันหมดเลยไหม?” แอมยื่นข้อเสนอด้วยแววตาเป็นประกาย แทบจะเก็บอาการอยากได้ไว้ไม่อยู่
“ของพวกนี้เป็นวัตถุดิบที่เฉือนมาจาก จระเข้ยักษ์บึงมรณะ ระดับราชานะครับ ผมคิดว่าพวกที่กำลังหน้ามืดอยากอัปเกรดตัวเอง คงไม่รังเกียจที่จะผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจของราชันจระเข้ลงในตัวหรอกจริงไหม? ถ้านายอยากจะเหมา ก็ช่วยตีราคาให้สมน้ำสมเนื้อหน่อย!” กริมตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ แต่แฝงความเขี้ยวลากดิน
ในสภาวะสงครามเช่นนี้ ของชิ้นไหนที่บูสต์พลังต่อสู้ได้ทันที ราคามันไม่มีคำว่าปกติอยู่แล้ว จะเฟ้อไปแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความคอขาดบาดตายของผู้ซื้อ ดังนั้นเมื่อเจอของที่ใช่ ทุกคนต้องเตรียมใจที่จะล้มละลายไว้ได้เลย
“ระดับราชา!?!”
แอมอุทานเสียงหลง ความอยากได้พุ่งปรี๊ดจนแทบจะเผาไหม้จิตใจ แต่ฉับพลันเขาก็ชะงัก มองกริมด้วยสายตาสงสัย “ระดับนาย… ล่าจระเข้ยักษ์บึงมรณะระดับราชาได้แล้วเหรอ?”
กริมส่ายหน้ายิ้มๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ
แอมมองไปรอบๆ ห้องที่รกเหมือนรังหนู แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับ โกเลมดินเหนียว ที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่มุมห้อง
“โอ้พระเจ้า… หุ่นเชิดธาตุดิน!”
ในฐานะผู้ดูแลห้องฝึกมนตรา สายตาของแอมย่อมเฉียบคมกว่าคนทั่วไป เขามองออกทันทีว่าแกนกลางของหุ่นเชิดตัวนี้คือ แกนผลึกธาตุดิน ของสัตว์อสูรระดับสูง เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราว เขาก็พอจะเดาที่มาที่ไปของวัตถุดิบเหล่านี้ได้
หลังจากนั้น การเจรจาธุรกิจก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น
แอมยอมทุ่มสุดตัวเพื่อแลกกับวัตถุดิบทั้งหมดรวมถึง ไข่จระเข้ยักษ์ โดยใช้ แต้มภูมิปัญญา 15 แต้ม, กิ่งไม้กรีดร้อง 1 ชิ้น และ คัมภีร์เวทมนตร์ อีกสองเล่ม เป็นข้อแลกเปลี่ยน
กริมเองก็พอใจกับข้อเสนอนี้มาก โดยเฉพาะคัมภีร์เวทมนตร์ที่เขาเจาะจงเลือกเองกับมือ
สำหรับผู้ฝึกหัดเวทสายธาตุไฟ เวทมนตร์ป้องกันตัวมีตัวเลือกไม่มากนัก หลักๆ ที่นิยมกันคือ วงแหวนแห่งไฟ และ โล่เพลิงกัลป์
วงแหวนแห่งไฟ คือการระเบิดพลังไฟผลักศัตรูรอบตัวกระเด็นออกไป เหมาะสำหรับแก้สถานการณ์โดนรุม แต่พลังป้องกันจริงๆ จังๆ ถือว่าธรรมดา ส่วน โล่เพลิงกัลป์ ดูจะตอบโจทย์ความชัวร์มากกว่า
บีบอัดธาตุไฟจนเข้มข้นเป็นรูปร่างโล่ หมุนวนปกป้องร่างกาย กันได้ทั้งเวทมนตร์และคมดาบ แถมใครซ่าเข้ามาใกล้ก็โดนดาเมจสะท้อนกลับแสบๆ คันๆ สรุปง่ายๆ คือโจมตีหมู่ไม่เด่น แต่เรื่องเซฟชีวิตตัวเอง… ยืนหนึ่ง!
ไม่แปลกใจเลยที่กริมจะเลือกหยิบหนังสือ โล่เปลวเพลิง และ โล่เพลิงกัลป์ สองเล่มนี้ออกมา
ราคาขายขาดของ โล่เปลวเพลิง อยู่ที่ 15 แต้มภูมิปัญญา แต่ถ้ายืมอ่านครั้งเดียวใช้แค่ 3 แต้ม ผู้ฝึกหัดส่วนใหญ่ยอมเสียเวลาเช่าหลายรอบเพื่อจดบันทึก ดีกว่าจ่ายก้อนโตเพื่อซื้อขาด
และนี่คือนาทีทองของ ชิป!
เพียงแค่เช่ามาเปิดผ่านตาครั้งเดียว กริมก็สั่งให้ชิปสแกนเนื้อหาทุกตัวอักษรเก็บเข้าคลังข้อมูล แล้วค่อยไปนั่งย่อยข้อมูลทีหลัง วิธีนี้ช่วยประหยัดแต้มภูมิปัญญาไปลงกับหนังสือเล่มอื่นได้เพียบ
แถมการจะเรียนเวทป้องกันไม่ใช่แค่ได้คัมภีร์มาแล้วจบ ยังต้องปูพื้นฐานความรู้ที่เกี่ยวข้องอีกมหาศาล กริมเลยกัดฟันเหมาหนังสือพื้นฐานมาด้วยทีเดียว
อิทธิพลของความหนาแน่นธาตุไฟต่อผลลัพธ์ของเวทมนตร์, เทคนิคการควบคุมเปลวเพลิงขั้นต้น, วิเคราะห์การใช้งานโล่พลังงาน, โครงสร้างอักขระรูนธาตุไฟ…
หนังสือพวกนี้ถ้าซื้อขาดคงหมดตัว แต่เช่าอ่านแค่ 3-4 ชั่วโมง ราคาแค่ขี้ปะติ๋ว กริมกวาดมาอ่านรวดเดียว 7 เล่มรวด
เมื่อแอมหอบสมบัติกลับไปอย่างมีความสุข กริมก็เริ่มภารกิจ ‘โหลดข้อมูล’ ทันที
แสงเทียนในห้องส่องสว่างตลอดคืน กริมพลิกหน้ากระดาษเร็วปานพายุ ขณะที่ในสมอง ชิปทำงานหนักจนแทบไหม้ เพื่อคัดกรอง เรียบเรียง และวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลที่ไหลบ่าเข้ามา
ความรู้คืออำนาจ… คำนี้ศักดิ์สิทธิ์เสมอในโลกเวทมนตร์