ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 42 การเตรียมพร้อม
หลังจากต้องทนทุกข์ทรมานทั้งกายและใจเพื่อรับมือกับแมรี่จนสภาพแทบดูไม่ได้ ในที่สุดกริมก็สามารถเจียดเวลาว่างออกมาเพื่อเตรียมตัวสำหรับภารกิจที่จ่อคอหอยอยู่ได้เสียที
เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของตัวเองให้รอดพ้นจากปากเหวแห่งความตายในภารกิจนี้ กริมแทบจะเทหมดหน้าตัก เขาระดมทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดกวาดซื้อไอเทมแปรธาตุสารพัดชนิดยัดใส่กระเป๋าคาดเอว เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทุกรูปแบบ
กิ่งไม้กรีดร้อง ที่เพิ่งได้มาจากการแลกเปลี่ยนกับแอมเมื่อครู่ ก็จัดอยู่ในหมวดของช่วยชีวิตนี้เช่นกัน
กิ่งไม้กรีดร้อง คือของวิเศษที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น หากตัดมันออกมาท่อนหนึ่งแล้วพกติดตัวไว้ ยามใดที่ผู้พกพาถูกโจมตีด้วยคำสาป มันจะส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนคล้ายเสียงสตรีออกมาเพื่อเตือนภัย และกิ่งไม้ท่อนที่แอมแลกมาให้นั้นยังเหลืออายุการใช้งานอีกถึงสามครั้ง นับเป็นไอเทมป้องกันตัวระดับของมันต้องมีที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว
การจะออกเดินทางไกล ของใช้จำเป็นประเภทนี้ต้องเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ
ไม่ว่าจะเป็นยาสมานแผลสูตรเร่งการฟื้นฟู, หญ้าวิสทีเรียม่วง ที่มีสรรพคุณช่วยต่อแขนขาที่ขาดสะบั้น, ยาถอนพิษครอบจักรวาลสำหรับพิษทั่วไป, ผงบอระเพ็ด สำหรับโรยไล่ยุง แมลง งูเงี้ยวเขี้ยวขอ และมดปลวกยามตั้งแคมป์ในป่า, ไปจนถึงเครื่องรางคุ้มกันที่สามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิตประเภทวิญญาณ…
เมื่อต้องก้าวเท้าออกจากพื้นที่ปลอดภัย นอกจากเหล่าสัตว์อสูรและมอนสเตอร์ที่แปลกประหลาดคาดเดายากแล้ว สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดก็คือ “พวกเดียวกัน” ที่ซ่อนเขี้ยวเล็บและความสามารถพิสดารเอาไว้ การเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดอาจเป็นเส้นบางๆ ที่คั่นระหว่างความเป็นและความตายในนาทีวิกฤต ดังนั้นทุกครั้งที่จัดเตรียมสัมภาระ กริมจะจำลองสถานการณ์เลวร้ายที่สุดไว้ในหัวเสมอ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องยืนบื้อทำอะไรไม่ถูกเมื่อภัยมาถึงตัว
และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ เนื่องจากสถานที่ปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะอยู่ใต้ดิน กริมจึงได้ทำการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ ถ้ำมืด โดยเฉพาะ ซึ่งก็นับว่าทำให้เขามีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับนรกใต้พิภพแห่งนั้นบ้างแล้ว
สิ่งที่ทำให้กริมคาดไม่ถึงก็คือ ที่แท้ใต้ผืนแผ่นดินของทวีปจอมเวทแห่งนี้ ไม่ได้มีเพียงชั้นเปลือกโลกทึบตันที่อัดแน่นด้วยหินและดิน แต่กลับเต็มไปด้วยเครือข่ายอุโมงค์เหมืองใต้ดินที่คดเคี้ยวซับซ้อน และถ้ำน้อยใหญ่มากมายมหาศาล
โลกใต้ดินแห่งนั้นถูกปกคลุมไปด้วยแสงสลัวจากหินเรืองแสง, ผลึกราตรี, มอสที่เรืองแสงฟอสฟอรัส, ไลเคน และเชื้อรานานาชนิด เมื่อเทียบกับบนพื้นดินแล้ว พืชพรรณที่นั่นดูแปลกประหลาดและอันตรายกว่าหลายเท่า ผู้มาเยือนหน้าใหม่หากไม่ใช้วิธีการทางเวทมนตร์ตรวจสอบ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแยกแยะว่าพืชชนิดไหนมีพิษ หรือชนิดไหนกินได้
แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าพืชและสัตว์กลายพันธุ์เหล่านั้น คือเหล่าสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดที่บิดเบี้ยวชั่วร้าย และที่อันตรายที่สุด… เหล่า จอมเวทผู้ตกต่ำ ที่ละทิ้งวิถีแห่งจอมเวทที่ถูกต้อง
คนพวกนี้ส่วนใหญ่คืออาชญากรตัวเป้งที่ก่อคดีร้ายแรงในทวีปจอมเวท เพื่อหลบหนีการไล่ล่าของ สมาคมจอมเวท จึงจำใจต้องมุดลงไปซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของใต้พิภพ ยอมลดตัวลงไปเกลือกกลั้วใช้ชีวิตร่วมกับสิ่งมีชีวิตใต้ดินที่น่ารังเกียจเหล่านั้น
มีข่าวลือว่า ในสถานที่แห่งหนึ่งที่ลึกลงไปสุดกู่นั้น มีเมืองขนาดเล็กที่สร้างโดยจอมเวทผู้ตกต่ำตั้งอยู่ ที่นั่นเปรียบเสมือน นครแห่งบาป ศูนย์รวมความชั่วร้ายและความเน่าเฟะของโลกเวทมนตร์
เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของโลกใต้ดินที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกต องค์กรและสมาคมจอมเวทใหญ่ๆ หลายแห่งเคยรวมตัวกันจัดตั้งปฏิบัติการกวาดล้างมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่น่าเสียดายที่ไม่เคยมีครั้งไหนถอนรากถอนโคนพวกมันได้สำเร็จ มิหนำซ้ำยังกลับกลายเป็นการกระตุ้นให้พวกมันเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นทีละก้าว
จนถึงตอนนี้ นครแห่งบาปนั้นมี จอมเวททางการ ในสังกัดนับร้อยคน กลายเป็นขุมกำลังนอกรีตขนาดมหึมาที่ตั้งตนอยู่นอกระบบจอมเวทที่ถูกต้อง —— จอมเวทผู้ตกต่ำ
และถ้ำมืดที่กริมจำเป็นต้องไปสำรวจ ก็เป็นเพียงหนึ่งในทางเข้าออกนับสิบแห่งที่เชื่อมต่อโลกใต้ดินกับพื้นผิวโลก แม้ว่าที่นั่นจะมีการสร้างหอคอยจอมเวทและมีจอมเวททางการคอยประจำการเฝ้าระวังอยู่ แต่ก็ยังไม่สามารถสกัดกั้นจอมเวทผู้ตกต่ำที่มักจะงัดกลอุบายสารพัดรูปแบบมาใช้เพื่อเล็ดลอดเข้าออกได้
ด้วยความรู้ที่ได้รับมา ทำให้กริมตระหนักดีว่าภารกิจนี้ไม่ใช่การเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จสิ้น กริมก็ไม่รีรอที่จะมุ่งหน้าไปยังบึงโคลนที่คุ้นเคยอีกครั้ง
ที่นั่น… ยังมีของขวัญชิ้นใหญ่ที่รอคอยเขาอยู่
โกเลมดินเหนียวที่มี แกนกลางหุ่นเชิดมาร เป็นหัวใจหลัก… เสร็จสมบูรณ์แล้ว!
หลังจากใช้เวลาอีกสองวันในการชาร์จพลังงานจนเต็มเปี่ยม ในที่สุดกริมก็ได้เวลาทดสอบประสิทธิภาพของอาวุธชิ้นใหม่
ทันทีที่แกนผลึกสีเหลืองหม่นถูกโยนลงพื้น ดินโคลนรอบๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง คราวนี้ไม่ใช่รูปร่างมนุษย์ดินธรรมดา แต่เป็นรูปลักษณ์ของ จระเข้ยักษ์บึงมรณะ ที่น่าเกรงขาม!
ลำตัวยาวกว่าสี่เมตร เกล็ดดินที่แข็งแกร่งดั่งหินผา กรงเล็บแหลมคม และหางอันทรงพลัง… นี่คือ หุ่นเชิดจระเข้โคลน!
ข้อมูลของ หุ่นเชิดมนุษย์ดิน นั้นชิปเก็บไปหมดแล้ว ครั้งนี้เป้าหมายหลักจึงอยู่ที่สมาชิกใหม่
[ติ๊ด… ตรวจสอบข้อมูลเป้าหมาย]
ชื่อ: หุ่นเชิดจระเข้โคลน
ประเภท: หุ่นเชิดกึ่งอัญเชิญสายต่อสู้
ระดับพลัง: ผู้ฝึกหัดเวทระดับสูง (ขั้นกลาง)
ค่าสถานะพื้นฐาน: พละกำลัง 16 | ความว่องไว 3 | ความอึด 17 | พลังจิตวิญญาณ 8
ทักษะพรสวรรค์ (กดใช้):
แผ่นดินไหว: รัศมี < 5 เมตร สร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรง มีผลชัดเจนต่อสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก, ปานกลางต่อขนาดกลาง, ไม่มีผลต่อขนาดใหญ่ (คูลดาวน์: ไม่มี)
บ่อโคลนดูด (วงกว้าง): เวทมนตร์จำกัดการเคลื่อนที่ธาตุดิน สร้างบ่อโคลนทรายดูดรัศมี 10×10 เมตร ตรึงศัตรูให้อยู่กับที่ (คูลดาวน์: 120 วินาที)
รังสีหน่วงเหนี่ยว (เป้าหมายเดี่ยว): ฉีดถ่ายธาตุดินบริสุทธิ์ผ่านสายตาเข้าสู่ร่างเป้าหมาย ทำให้ธาตุดินในตัวศัตรูตกตะกอนอุดตันจนเคลื่อนที่ช้าลง ระยะ: 10 เมตร (คูลดาวน์: 15 วินาที)
ทักษะพรสวรรค์ (ติดตัว):
ฟื้นฟูด้วยดิน: ดูดซับธาตุดินจากพื้นเพื่อซ่อมแซมตัวเอง 10% ทุก 1 นาที
ค่าสเตตัสสุดโหด! พละกำลัง 16 และความอึด 17! นี่มันรถถังมีชีวิตชัดๆ! เมื่อเทียบกับหุ่นเชิดมนุษย์ดินรุ่นก่อน สเปกของรุ่นนี้เหนือกว่าแบบไม่เห็นฝุ่น สมกับที่ใช้แกนผลึกระดับราชาเป็นวัตถุดิบ
แต่ช้าก่อน… ความพิเศษของมันไม่ได้มีแค่นี้
กริมแสยะยิ้มมุมปาก พลางหยิบแกนผลึกของหุ่นเชิดมนุษย์ดินออกมาถือไว้ในมือ แล้วสั่งการด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“รวมร่าง!”