ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 56 เก็บเกี่ยว
หลังจากดำดินฝ่าความมืดมิดมาได้ประมาณหนึ่งถึงสองร้อยเมตร กริมก็จำต้องสั่งให้ลอยตัวขึ้นสู่ผิวดิน
โลกใต้ดินเต็มไปด้วยอุปสรรค ชั้นหินแกร่งและรากไม้โบราณที่แทรกตัวอยู่ทำให้หุ่นเชิดเคลื่อนที่ได้ยากลำบาก พอพ้นเขตอันตราย กริมจึงให้หุ่นเชิดจระเข้เวทผุดขึ้นมาในอุโมงค์ร้างแห่งหนึ่ง
กริมหลับตาสัมผัสถึงแมรี่ที่ซ่อนอยู่ในท้องจระเข้ พบว่าเธอหายใจถี่รัว ร่างกายร้อนจี๋ดั่งไฟสุม เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า
‘เผ่าพันธุ์แวมไพร์โบราณนี่ขี้โกงชะมัด แค่ดูดเลือดก็พัฒนาตัวเองได้เรื่อยๆ ไม่ต้องฝึกหนักเหมือนจอมเวทเลย’
เมื่อครู่แมรี่เล่นสูบเลือดเนื้อของผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงจนเกลี้ยง ทำให้พลังงานสายเลือดในตัวเธอเอ่อล้นจนถึงขีดสุด และเริ่มกระบวนการวิวัฒนาการร่างกายอีกครั้งโดยอัตโนมัติ
เนื่องจากไม่รู้วิธีจัดการ กริมจึงไม่กล้ารบกวนกระบวนการธรรมชาติของเธอ ทำได้เพียงเลือกมุมที่ปลอดภัย ให้จระเข้คายร่างเธอออกมาวางบนพรมสักหลาดนุ่มๆ ส่วนตัวเขาเอง… ถึงเวลา “ค้นศพ” แล้ว!
กริมพนมมือหลับตาอธิษฐานขอพรต่อทวยเทพทุกองค์ที่นึกชื่อออก จากนั้นก็ถูมือด้วยความตื่นเต้น ก้มลงเริ่มปฏิบัติการค้นทรัพย์บนร่างอันน่าเวทนาของแอนนา
ในฐานะผู้ฝึกหัดเวทระดับสูง บนตัวย่อมต้องมี ไอเทมเวทมนตร์ หรือ อุปกรณ์เวทมนตร์ เด็ดๆ ติดตัวบ้างแหละ ต่อให้จนแค่ไหน อย่างน้อยสมุดบันทึกเวทมนตร์ ผลึกเวท หรือวัตถุดิบหายากก็ต้องมี!
แม้สภาพศพแอนนาจะดูสยดสยองจากบาดแผลเหวอะหวะ แต่เสื้อผ้าและอุปกรณ์ส่วนใหญ่ยังคงสภาพดีอยู่
ชิ้นแรกที่กริมปลดออกมาคือกำไลข้อมือที่ข้างขวา
ภายใต้การสแกนด้วย เนตรหยั่งรู้ธาตุ กำไลวงนี้แผ่แสงสีเขียวเรืองรองออกมา บ่งบอกว่าเป็นไอเทมเวทมนตร์ชนิดพิเศษ หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด กริมก็ยืนยันได้ว่านี่คือกำไลที่สามารถกระตุ้น เกราะหนาม ธาตุพืชได้ทันที
แม้ธาตุพืชจะไม่ตรงกับสายพลังของกริม แต่ขอแค่พลังงานในกำไลยังไม่หมด เขาก็สามารถฝืนใช้งานได้ สำหรับกริมที่ขาดแคลนเวทมนตร์ป้องกันตัว นี่คือสมบัติล้ำค่า เขากอดมันจูบฟอดใหญ่ ก่อนจะสวมเข้าข้อมือตัวเองทันที
ชิ้นต่อมาคือรองเท้าหนัง
นี่คือรองเท้าเวทมนตร์ที่ตัดเย็บจาก หญ้าโคมไฟ และหนัง ภูตดอกไม้ มีคุณสมบัติ ย่างก้าวพงไพร ใส่แล้วสามารถเดินผ่านป่าดงดิบ พุ่มไม้หนาม หรือเถาวัลย์รกทึบได้ราวกับเดินบนพื้นราบ
เสียดาย… ดันเป็นรองเท้าผู้หญิงไซส์เล็ก!
กริมพยายามยัดเท้าเข้าไปหลายทีแต่ก็ไม่สำเร็จ ได้แต่วางแหมะไว้ข้างๆ อย่างเสียดาย รอดูว่าแมรี่ตื่นมาจะสนใจไหม
ชิ้นที่สามคือต่างหูเวทมนตร์
เป็นไอเทมรักษาตัวธาตุพืช หากสวมใส่แล้วยืนนิ่งๆ ในดงไม้ จะช่วยฟื้นฟู พลังชีวิต ได้ประมาณ 10 แต้ม ในสิบห้านาที แม้เงื่อนไขจะยุ่งยาก แต่ในสถานการณ์คับขัน มันอาจเป็นตัวช่วยชีวิตชั้นดี เพราะ ยาสมานแผล ทั่วไปทำได้แค่ปิดปากแผล ไม่สามารถเติมเต็มพลังชีวิตที่สูญเสียไปได้
ค้นมาถึงตรงนี้ กริมก็เริ่มเล็งเป้าหมายใหญ่ เขาปลดเข็มขัดที่เอวของแอนนาออกมาถือไว้ในมือ แล้วเพ่งพินิจอย่างละเอียด
นี่คือเข็มขัดหนังที่ประณีตและหรูหรา ด้านในประทับตราอักขระลึกลับเรียงราย กริมพยายามแกะคำอ่านแต่อ่านออกแค่สี่ตัวจากทั้งหมดสิบเอ็ดตัว จนปัญญาต้องพึ่งตัวช่วย
‘ชิป สแกนอักขระพวกนี้!’
[ติ๊ด… สแกนเข็มขัดมิติเสร็จสิ้น… ตรวจพบอักขระจอมเวทโบราณ 11 ตัว… ประเมินเบื้องต้นว่าเป็นคาถาเปิดใช้งาน...]
พร้อมกับข้อมูลที่ไหลเข้าสมอง กริมขมวดคิ้วท่องอักขระสิบเอ็ดตัวตามเสียงอ่านโบราณอย่างกระท่อนกระแท่น
ทันทีที่สิ้นเสียงร่าย จิตของกริมก็สัมผัสได้ถึงมิติย่อยขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในเข็มขัด ภายในนั้นมีสิ่งของลอยเคว้งอยู่สิบกว่าชิ้น
เข็มขัดมิติ! มันคือเข็มขัดมิติของจริง!
นี่คือสุดยอดไอเทมในฝันที่กริมน้ำลายหกมานาน
แม้ผู้ฝึกหัดเวทจะมีกระเป๋าคาดเอว แต่กระเป๋าทั่วไปไม่ใช่ ไอเทมมิติ มันลดน้ำหนักของไม่ได้และเก็บกลิ่นอายเวทมนตร์ไม่มิด แต่เข็มขัดมิตินี้ถือเป็นไอเทมมิติระดับเริ่มต้น ของที่ใส่เข้าไปจะไร้น้ำหนัก และตัดขาดการตรวจจับจากภายนอกได้อย่างสมบูรณ์
กริมแทบจะกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ เขาหันไปมองแมรี่ที่ยังนั่งสมาธิอยู่ ก่อนจะรีบคาดเข็มขัดมิติไว้กับตัว แล้วคาดกระเป๋าใบเก่าทับไว้อีกชั้นเพื่อตบตา
ของดีต้องซ่อนไว้! ขนาด ว่าที่จอมเวท บางคนยังไม่มีใช้เลย ขืนใครเห็นเข้าคงได้โดนปล้นแน่
หลังจากมั่นใจว่ากวาดทรัพย์สินจากศพผู้ฝึกหัดฝ่าย จอมเวทตกสวรรค์ จนเกลี้ยงแล้ว กริมก็ส่งจิตเข้าไปสำรวจสมบัติในเข็มขัด
ผลึกเวท 7 ก้อน, บันทึกเวทมนตร์ 1 เล่ม, กบแจ้งเตือน 1 ตัว, ผลึกสื่อสาร 1 ก้อน, ท่อนไม้สีเขียวมรกต, มิธริลเวทมนตร์ก้อนเท่าปลายนิ้ว และรูปปั้นไม้ลึกลับ 1 ตัว…
รวมกับของรางวัลวันนี้ กริมมีผลึกเวท 10 ก้อนแล้ว! รวยแล้วโว้ย!
บันทึกเล่มนั้นเป็นบันทึกสายธาตุพืชของแอนนา กริมคงเรียนไม่ได้แต่เอาไปขายต่อได้ กบแจ้งเตือนก็มีประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ผลึกสื่อสารน่าจะเป็นของทีมศัตรู
ที่น่าสนใจคือท่อนไม้และ มิธริลเวทมนตร์ (Mithril) นี่คือวัสดุชั้นยอดสำหรับทำ ไม้กายสิทธิ์ โดยเฉพาะมิธริลที่ช่วยเพิ่มการนำพลังเวทและลดการสูญเสียพลังงาน มีก้อนนี้กริมสามารถสร้างไม้กายสิทธิ์ประจำตัวได้สบายๆ
ส่วนรูปปั้นไม้นั้นดูลึกลับเกินไป คงต้องกลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญที่หอคอยจอมเวทตรวจสอบ
ขณะที่กริมกำลังเพลิดเพลินกับการนับสมบัติ สัมผัสนุ่มนิ่มราวปุยฝ้ายและความอบอุ่นก็แนบชิดเข้ามาที่แผ่นหลัง
“ฮิฮิ พ่อหนุ่มน้อย… เธอดีกับพี่สาวขนาดนี้ จะให้พี่สาวตอบแทนยังไงดีนะ?”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่แฝงความยั่วยวนดังกระเส่าที่ข้างหู พร้อมกับมือเรียวที่สอดผ่านรักแร้เข้ามาลูบไล้แผงอกเขาช้าๆ
เอ่อ…
การจู่โจมกะทันหันทำเอากริมขนลุกซู่ ร่างกายแข็งทื่อราวกับโดนสาป
“หรือจะให้พี่สาว… จูบเธอสักทีดีไหม?” “ผม…”
กริมเพิ่งจะอ้าปาก ลิ้นที่หอมกรุ่นและนุ่มลื่นก็สอดแทรกเข้ามาปิดปากเขาเสียสนิท วินาทีนั้นเหมือนมีภูเขาไฟระเบิดขึ้นในสมอง สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิง ล่องลอยไปไกลจนลืมสิ้นว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
เนิ่นนานกว่ากริมจะเรียกสติตัวเองกลับมาได้ ตอนนี้แมรี่นั่งยิ้มกริ่มอยู่ข้างๆ กำลังหยิบรองเท้าเวทมนตร์ขึ้นมาลองสวมอย่างอารมณ์ดี
‘ชิป… เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันถึงเคลิ้มขนาดนั้น?’ กริมถามในใจด้วยความตระหนก
[ติ๊ด… ตรวจพบร่องรอยเวทมนตร์ทางจิต... ประเมินว่าร่างต้นถูกโจมตีด้วย ‘เสน่ห์โดยธรรมชาติ’ ซึ่งเป็นความสามารถติดตัวของเผ่าพันธุ์…]
เสน่ห์โดยธรรมชาติ?
กริมมุมปากกระตุก
‘เวรเอ๊ย! นี่มันสกิลโกงชัดๆ!’
ปกติเวทสายจิตจะมีคลื่นพลังให้จับได้และป้องกันทัน แต่เสน่ห์โดยธรรมชาติมันคือ “ธรรมชาติ” สมชื่อ มันไร้ร่องรอยและแทรกซึมเข้าสู่จิตใจโดยตรง
สิ่งมีชีวิตที่มีพรสวรรค์นี้ แค่ยืนเฉยๆ ก็ทำให้ศัตรูลังเลที่จะโจมตี หรือทำให้คนทั่วไปรู้สึกเอ็นดูและเชื่อใจได้ง่ายๆ ยิ่งถ้าแมรี่มีสกิลนี้จริง ต่อไปเธอจะกลายเป็นนักล่อลวงที่น่ากลัวสุดๆ
กริมอดสงสัยไม่ได้ว่ายัยแอนนาที่ตายไปอาจมีเชื้อสายภูตดอกไม้ผสมอยู่ ถึงได้ถ่ายทอดความสามารถนี้ให้แมรี่ผ่านเลือดได้
“ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ น้องชาย?” แมรี่ยิ้มหวาน “นึกไม่ถึงว่าจูบเดียวจะทำเธอไปไม่เป็นขนาดนี้ ฝึกจิตมายังไม่แข็งพอนะเนี่ย!”
กริมมองแมรี่อย่างปวดหัว ดูเหมือนเธอยังคุมพลังใหม่ไม่ได้ ทุกอิริยาบถเลยดูยั่วยวนเกินเบอร์ไปหมด
“เราฆ่าคนของฝ่ายจอมเวทตกสวรรค์ไปคนหนึ่งแล้ว เธอว่าเราจะลุยต่อ หรือรีบกลับกันดี?” กริมรีบเปลี่ยนเรื่อง
“กลับเถอะ!” แมรี่ตอบทันควัน แววตายั่วยวนเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ที่นี่เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ อีกเดี๋ยวพวกว่าที่จอมเวทคงแห่กันมาแน่ ฉันไม่อยากโดนรุมยำกินโต๊ะอยู่ที่นี่หรอกนะ!”
“อืม! เห็นด้วย”
กริมพยักหน้า ก่อนจะรีบเก็บข้าวของเตรียมตัวถอนกำลังออกจากพื้นที่เสี่ยงตายนี้ทันที