ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 55 สังหารแอนนา
ขณะที่ร่างของแมรี่ยังพุ่งทะยานอยู่กลางอากาศ วงแหวนเวทมนตร์ประหลาดสองสามวงจากแอนนาก็ร่วงหล่นลงมาครอบคลุมร่างของเธอติดต่อกันราวกับห่าฝน
คำสาปโกลาหล! คำสาปเชื่องช้า!
เวทบทหนึ่งส่งผลรบกวนสมาธิ ทำให้การตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างสับสนและล่าช้า ส่วนอีกบทหนึ่งหน่วงรั้งการเคลื่อนไหวให้เชื่องช้าลงจนความเร็วลดฮวบไปเกือบครึ่ง เพียงแค่เวทมนตร์คำสาปพื้นฐานสองบทนี้ หากเป้าหมายไม่มีวิธีต้านทานหรือลบล้าง ขีดความสามารถในการต่อสู้ย่อมถูกหั่นทิ้งไปกว่าสามส่วน
แต่นี่ยังไม่ใช่ทั้งหมด พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของแอนนา ฝ่ามือทั้งสองข้างที่ยื่นออกไปพลันสว่างวาบด้วยอักขระสีเขียวลึกลับ ทันใดนั้น แขนทั้งสองข้างตั้งแต่ข้อศอกลงไปก็เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพเนื้อเยื่อ กลายสภาพเป็นเถาวัลย์สีเขียวนับไม่ถ้วนที่บิดเกลียวพันกัน พุ่งเข้าใส่แมรี่ที่ชะงักงันอยู่กับที่พร้อมเสียงลมหวีดหวิวบาดหู
อัญเชิญวิญญาณสถิต!
ทว่าการอัญเชิญวิญญาณสถิตของแอนนานั้นมีความพิเศษเฉพาะตัว มันสามารถหลอมรวมร่างกายบางส่วนของเธอเข้ากับวิญญาณที่อัญเชิญมา มอบความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดที่น่าเหลือเชื่อให้แก่ผู้ร่าย
เพียะ เพียะ…
แส้เถาวัลย์สีเขียวทรงพลังฟาดลงบนพื้นหินแข็งจนเกิดรอยแตกร้าวเป็นวงกว้างดุจใยแมงมุม ท่ามกลางเศษหินที่กระเด็นว่อน ร่างของแมรี่ชุดแดงกลับกลายเป็นเพียงเงาติดตาซ้อนทับกันเป็นชุด ก่อนจะไปปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้างของแอนนาในชั่วพริบตา
ความเร็วระดับภูตผีของแมรี่ทำให้แอนนาสะดุ้งโหยง
‘นี่ขนาดโดนคำสาปเชื่องช้าเข้าไปจนความเร็วตกแล้ว ยังสร้างเงาติดตาได้ขนาดนี้เชียวรึ? ถ้าไม่โดนคำสาป จะไม่ใช่ว่ามองไม่เห็นแม้แต่เงาเลยหรือไง?’
พอตระหนักได้ว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับตัวอันตรายที่มีความเร็วระดับปีศาจ แอนนาก็อดไม่ได้ที่จะนึกเสียใจในความใจร้อนของตัวเอง
‘บ้าจริง! ไม่ควรเอาตัวไปแลกในระยะประชิดกับตัวอันตรายแบบนี้เลย!’
แส้เถาวัลย์ที่ฟาดออกไปดึงกลับมาป้องกันไม่ทันการ แอนนากรีดร้องเสียงแหลม วงแหวนแสงสีเขียวเจิดจ้าลามเลียไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นเกราะหนามปกคลุมเรือนร่างอันอวบอัดเอาไว้ เมื่อการป้องกันเสร็จสิ้น แอนนาถึงได้เหวี่ยงแส้เถาวัลย์กลับมาอย่างสุดแรงเพื่อปกป้องศีรษะ ฟาดฟันเงาติดตาที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าจนแตกกระเจิงไปทีละร่าง
ฉึก ฉึก ฉึก…
แม้แอนนาจะป้องกันอย่างหนาแน่น แต่เกราะหนามนอกกายของเธอก็ยังคงเกิดระลอกคลื่นความเสียหายไม่หยุดหย่อน เกราะเถาวัลย์บริเวณหน้าอกและใต้ซี่โครงถูกฉีกขาดกระจุย ร่างกายปรากฏรอยกรงเล็บกรีดลึกไขว้ไปมาหลายรอย แส้เถาวัลย์ที่แปลงมาจากแขนซ้ายถูกกรงเล็บคมกริบของคู่ต่อสู้ตัดขาดไปท่อนใหญ่ แม้สิ่งที่ไหลออกมาจากปากแผลจะเป็นเพียงน้ำเลี้ยงพืชสีเขียว แต่ความเจ็บปวดนั้นเป็นของจริง แอนนาร้องครางไม่หยุดพลางถอยร่นไปเรื่อยๆ
ภายใต้การเร่งเร้าพลังอย่างบ้าคลั่ง แส้เถาวัลย์ท่อนใหม่ก็งอกยาวออกมาทดแทน กลายเป็นเงาแส้นับร้อยสายร่ายรำเต็มท้องฟ้า ฟาดฟันใส่ศัตรูที่อาจจะโผล่มาจากทิศทางใดก็ได้
‘ร่างจริงของมันอยู่ที่ไหน?’
เธอไม่รู้เลย สิ่งที่ดวงตาจับภาพได้ มีเพียงเงาติดตาประหลาดที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าแอนนาผู้นี้ไม่ได้เชี่ยวชาญทักษะการต่อสู้ระยะประชิดอย่างแท้จริง เธอเพียงแค่อาศัยผลพวงจากการสิงสู่ของวิญญาณช่วยเสริมศักยภาพร่างกาย แต่เมื่อวิชาต่อสู้แบบงูๆ ปลาๆ ของเธอต้องมาเจอกับแมรี่ชุดแดงที่หากินด้วยสัญชาตญาณนักฆ่าระยะประชิด ชะตากรรมในวันนี้จึงถูกลิขิตให้จบไม่สวยเสียแล้ว!
แม้แส้เถาวัลย์ที่เหวี่ยงมั่วซั่วจะจับตัวแมรี่ไม่ได้ และเกราะเถาวัลย์ก็ยากจะต้านทานกรงเล็บแวมไพร์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่มันก็ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง อย่างน้อยภายใต้พายุการโจมตีอันบ้าคลั่ง แมรี่ก็ไม่สามารถเข้าประชิดตัวเพื่อฉีกกระชากจุดตายได้ถนัดถนี่ แม้จะสร้างบาดแผลให้แอนนาได้เรื่อยๆ แต่ก็ยากที่จะเผด็จศึกในคราวเดียว
และที่ด้านหลังของพวกเธอ อุโมงค์ที่ถูกปิดตายด้วยดินหินมหึมา จู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกัน เห็นได้ชัดว่า แกรี่… ว่าที่จอมเวทชุดคลุมดำที่ถูกล่อไปผิดทาง เริ่มจับสังเกตความผิดปกติได้แล้ว และกำลังใช้วิธีการรุนแรงระเบิดอุโมงค์กลับมาอย่างบ้าคลั่ง
แรงระเบิดจากเวทมนตร์ทำให้อุโมงค์ทั้งสายสั่นสะเทือนครืนคราน ดินทรายร่วงกราว หินงอกหินย้อยหักสะบั้นตกลงมาเกลื่อนพื้น ฝุ่นผงคลุ้งกระจายจนแทบมองไม่เห็น
หากให้เวลาแกรี่มากพอ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเจาะทะลุผนังหินและเปิดเส้นทางกลับมาได้ทันเวลา
ด้วยความหวังว่ากำลังเสริมจะมาถึง แอนนายิ่งสู้ยิบตา เน้นตั้งรับเหนียวแน่น ยอมแลกเนื้อแลกเลือด ปล่อยให้แมรี่ข่วนร่างกายจนเป็นแผลเหวอะหวะ แต่เธอก็ยังคงหลับหูหลับตาเหวี่ยงแส้สกัดกั้นไม่ยอมให้เข้าถึงจุดตาย
ผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงเหล่านี้ ไม่มีใครเป็นตะเกียงขาดน้ำมันสักคน
เวทมนตร์ที่พวกเขาเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งรุก รับ ก่อกวน และเสริมพลัง ทำให้ศัตรูยากจะมองเห็นจุดอ่อนและเผด็จศึกได้ในเวลาสั้นๆ
จากรูปการณ์ การต่อสู้ระหว่างสองผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงหญิงคู่นี้ แม้แอนนาจะเป็นรองแมรี่ที่ว่องไวและดุดันอย่างเห็นได้ชัด แต่การที่แมรี่จะจบงานให้เร็วที่สุดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างน้อยถ้าไม่ยอมแลกด้วยการบาดเจ็บสาหัส ก็อย่าหวังว่าจะทำได้!
เมื่อเหลือบเห็นผนังหินด้านหลังที่ถูกแรงระเบิดจนร้าวรานและจวนจะพังทลาย แมรี่ชุดแดงในที่สุดก็ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีที่จะสังหารแอนนาด้วยตัวคนเดียว
“ไอ้บ้า! อย่ามัวแต่แอบดูอยู่ข้างๆ รีบออกมาช่วยแม่สิยะ!”
แมรี่เอี้ยวตัวหลบแส้เถาวัลย์ที่ฟาดขนาบข้าง มือทั้งสองตวัดวูบฝากแผลลึกถึงกระดูกไว้บนร่างแอนนาอีกสองแผล แต่ไม่ทันได้ซ้ำ ก็ต้องดีดตัวถอยฉากหลบสวนกลับ เมื่อเธอหาจังหวะฝ่าเข้าไปได้อีกครั้ง บาดแผลเมื่อครู่ก็ถูกกิ่งก้านหนามบิดเกลียวปกปิดไว้เรียบร้อยแล้ว
เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแมรี่ทนไม่ไหวต้องตะโกนด่าออกมา
สีหน้าของแอนนาซีดเผือดลงทันตา แค่แมรี่ชุดแดงคนเดียวก็ตึงมือจะแย่อยู่แล้ว ถ้ามีตัวช่วยโผล่มาอีกคน เธอคงถึงคราวชะตาขาดแน่
วินาทีแห่งความเป็นความตาย แอนนาไม่กล้ารอช้า กัดลิ้นตัวเองจนขาดสะบั้น พ่นเลือดสดๆ ออกมาเป็นสาย ร่างกายพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
หากเมื่อครู่แอนนาเพียงแค่เปลี่ยนแขนเป็นแส้ แต่ในวินาทีนี้ ร่างกายทั้งร่างของเธอกำลังขยายตัวพองออกอย่างน่าสยดสยอง ผิวหนังปริแตก เผยให้เห็นกิ่งก้านสีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนที่ชอนไชออกมาจากภายใน
ฝืนยกระดับการอัญเชิญวิญญาณสถิตขึ้นสู่ขีดสุด! ร่างของแอนนากลายสภาพเป็นต้นดอกไม้กินคนยักษ์ที่น่าสะอิดสะเอียน เท้ากลายเป็นรากสีเขียวที่ชอนไชยึดพื้น มือกลายเป็นแส้เถาวัลย์หนาหนัก ลำตัวคือก้านดอกที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม ส่วนศีรษะนั้นหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลีบดอกขนาดยักษ์ที่ห่อหุ้มไว้ตรงกลาง ทั่วทั้งร่างหาเค้าโครงความเป็นมนุษย์ไม่เจอแม้แต่น้อย
นี่คือร่างพืชกินเนื้อคลุ้มคลั่ง ผู้โบยตี
อวัยวะจุดตายของมนุษย์หายไปจนหมดสิ้น ขอเพียงแค่เธอยื้อเวลาจนแกรี่บุกเข้ามาได้ การแปลงร่างขั้นสองที่ต้องแลกด้วยพลังชีวิตมหาศาลนี้ก็นับว่าคุ้มค่า
กริมที่แอบซุ่มดูสถานการณ์ ตัดสินใจแทรกแซงการต่อสู้ในจังหวะทีเผลอนี้ทันที
พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ของพื้นดิน ใต้เท้าของแอนนาในร่างผู้โบยตี พื้นหินที่เคยแข็งแกร่งจู่ๆ ก็เหลวเป๋วกลายเป็นบึงโคลนดูด ก่อนที่แอนนาจะทันกรีดร้องและถอนรากหนี เงาทะมึนขนาดมหึมาที่น่าสะพรึงกลัวก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากโคลนตม อ้าปากกว้างงับเข้าที่เอวก้านดอกอันหนาเตอะของเธอเต็มคำ!
แอนนากรีดร้องเสียงแหลมด้วยความเจ็บปวด แส้เถาวัลย์ยักษ์สองเส้นฟาดฟันใส่ศัตรูใหม่ด้วยความบ้าคลั่ง เกราะดินบนตัวหุ่นเชิดจระเข้เวทแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดินโคลนกระเด็นว่อน ศีรษะที่ซ่อนอยู่ในกลีบดอกอ้าปากกว้าง พ่นก้อนกรดสีเขียวข้นคลั่กส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมา
น้ำกรดสาดกระเซ็นใส่หุ่นเชิดนักล่าดินเหนียวที่ขี่อยู่บนหลังจระเข้ กัดกร่อนท่อนบนและศีรษะของมันจนละลายหายไปในพริบตา หากไม่ใช่เพราะผลึกควบคุมอยู่ที่หน้าอก การโจมตีเมื่อครู่คงทำลายหุ่นเชิดตัวนั้นไปถาวรแล้ว
กริมที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดไกลๆ ถึงกับปาดเหงื่อ
‘การต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่ระดับต้นอย่างเราจะเข้าไปยุ่งได้ง่ายๆ หากเมื่อกี้ขี่หลังจระเข้ออกไปเอง ป่านนี้คงได้ไปทัวร์นรกแล้ว’
แต่หุ่นเชิดจระเข้เวทที่กริมส่งออกไป เพียงแค่ช่วยตรึงร่างของแอนนาไว้เสี้ยววินาที ก็เพียงพอที่จะพลิกกระดานได้แล้ว
ยังไม่ทันที่แอนนาจะดิ้นหลุดจากปากจระเข้ มัจจุราชสีแดงก็มาถึง
ฉึก ฉึก ฉึก…
เสียงเนื้อถูกฉีกกระชากดังติดต่อกัน ร่างของแมรี่พุ่งเข้าประชิดโคนดอกไม้ กรงเล็บกรีดผ่าผิวหนังที่เหนียวหนึบ แล้วฝังเขี้ยวแวมไพร์ที่ยาวเหยียดลงไปในเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณรอยต่อระหว่างศีรษะและก้านดอกอย่างแม่นยำ
เสียงดูดเลือดดัง อึก อึก อย่างตะกละตะกลาม
แอนนาคลุ้มคลั่ง แขนเถาวัลย์ทั้งสองฟาดฟันใส่แผ่นหลังแมรี่จนเลือดเนื้อเละเทะ แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งการดูดกลืนชีวิตของแวมไพร์สาวได้
พร้อมกับโลหิตที่ถูกสูบออกไป แรงฟาดของแอนนาก็แผ่วลงเรื่อยๆ ในที่สุด แขนเถาวัลย์ก็ตกลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง ก้านดอกและกิ่งก้านทั่วร่างเริ่มเหี่ยวเฉาและแห้งกรอบราวกับต้นไม้ตายซาก กลีบดอกที่เคยห่อหุ้มศีรษะค่อยๆ คลายออก เผยให้เห็นดวงตาที่ปิดสนิทอย่างสิ้นหวัง
เมื่อพลังชีวิตเหือดแห้ง แอนนาก็ไม่อาจคงสภาพวิญญาณสถิตได้อีกต่อไป ร่างกายหดเล็กลงและบิดเบี้ยวกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ และในวินาทีที่ลมหายใจสุดท้ายดับลง หุ่นเชิดจระเข้เวทภายใต้คำสั่งของกริมก็อ้าปากกว้าง กลืนร่างไร้วิญญาณของแอนนาและแมรี่ที่เกาะติดอยู่เข้าไปในท้อง หันหลังดำดิ่งลงสู่พื้นดินหายวับไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ร่างของพวกเขาหายไป
ตูม!!
ผนังหินด้านไกลระเบิดออกเกิดเป็นรูโหว่ขนาดมหึมา แกรี่… ว่าที่จอมเวทชุดคลุมดำที่ห่อหุ้มด้วยพายุหมุนสีเขียวครามพุ่งตัวออกมาด้วยโทสะ
เบื้องหน้าคือซากปรักหักพังและกลิ่นเหม็นคาวของน้ำกรดที่ฟุ้งกระจาย แต่ไร้เงาของศัตรูและเพื่อนร่วมทีม แกรี่คำรามลั่นด้วยความแค้นเคือง
เขาไม่ได้เสียใจที่แอนนาตาย แต่เขาแค้นที่ถูกศัตรูปั่นหัวด้วยแผนตื้นๆ อย่าง “ล่อเสือออกจากถ้ำ” แล้วย้อนกลับมาเชือดเพื่อนร่วมทีมต่อหน้าต่อตา นี่คือการหยามเกียรติกันชัดๆ!
“ไอ้พวกสวะ! แน่จริงก็ออกมาสู้กับข้าสิวะ! บ้าเอ๊ย… ข้าจำกลิ่นอายพวกแกได้แล้ว อย่าให้ข้าเจอพวกแกคราวหน้านะ ข้าจะ…”
เสียงคำรามก้องสะท้อนไปมาในถ้ำร้าง แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ แกรี่ทำได้เพียงกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะหันหลังกลับแล้วหายตัวไปในเส้นทางที่เพิ่งจากมา