ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 71 โอสถรวมจิต
การดำรงอยู่ของ ถ้ำใต้พิภพ เปรียบเสมือนขุมทองที่ชี้ชะตาความมั่งคั่งของตระกูลจอมเวทในเขตดากอน ด้วยเหตุนี้ ผู้ฝึกหัดเวทระดับหัวกะทิที่เป็นคนนอกอย่างกริม จึงกลายเป็นเนื้อชิ้นงามที่ใครต่างก็อยากตะครุบตัวมาร่วมงานด้วยใจจะขาด
ประการแรก การดึงคนนอกเหล่านี้เข้ามาไม่ได้สั่นคลอนโครงสร้างผลประโยชน์เดิมของตระกูล ผู้ฝึกหัดที่ไร้รากเหง้าหนุนหลังย่อมไม่กล้าหืออือกับจอมเวททางการอย่างเปิดเผย ดังนั้นการได้ตัวพวกหัวกะทิมา ก็เหมือนได้แขนขาที่ทรงพลังมาใช้งาน โดยไม่ต้องกังวลว่าวันหนึ่งมันจะปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาเลื่อยขาเก้าอี้
ประการที่สอง โลกใต้พิภพหาใช่ทุ่งลาเวนเดอร์อันเงียบสงบ ทรัพยากรล้ำค่าที่จอมเวทบนพื้นโลกปรารถนา ก็เป็นสิ่งที่พวก เด็กดำ ใต้ดินต้องการแย่งชิงอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน ทุกครั้งที่มีการสำรวจและเก็บเกี่ยว จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดสงครามตะลุมบอนระหว่างสองเผ่าพันธุ์
จากการบุกเบิกมายาวนาน ทรัพยากรล้ำค่าที่เป็นของขึ้นชื่อในโลกใต้ดิน ต่างถูกทั้งสองฝ่ายค้นพบและตีตราจองในรูปแบบของ จุดทรัพยากร ตรงไหนมีของดี สุกงอมเมื่อไหร่ ต้องไปเก็บเกี่ยวตอนไหน ทั้งสองฝ่ายต่างรู้อยู่เต็มอก ดังนั้นการแย่งชิงพื้นที่เหล่านี้จึงนำมาซึ่งการฆ่าฟันนองเลือดชนิดใครดีใครอยู่เสมอ
ในสงครามตัวแทนนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างรู้กันว่าจะไม่ส่งจอมเวททางการลงสนาม แต่จะจำกัดวงความขัดแย้งให้อยู่แค่ระดับผู้ฝึกหัดเวทเท่านั้น ผู้ชนะได้สิทธิ์กอบโกยทรัพยากร ส่วนผู้แพ้… เบาะๆ ก็แค่เจ็บตัวหนีหัวซุกหัวซุน แต่ถ้าซวยหน่อยก็ทิ้งชีวิตไว้เป็นปุ๋ยที่นั่น
การฆ่าฟันผลัดกันรุกรับแบบนี้ ดำเนินต่อเนื่องมานานกว่าสามร้อยปีในเขตถ้ำใต้พิภพ จนแทบจะกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่รู้กันโดยไม่ต้องจารึก ทั้งสองฝ่ายต่างใช้ผู้ฝึกหัดระดับสูงเป็นเบี้ยเดิมพัน ส่งลงสนามไปแย่งชิงส่วนแบ่งทุกเดือน ผู้ชนะกินรวบ ผู้แพ้ตายตก นี่คือเวทีประลองฝีมือเลือดสาดสำหรับเหล่า ว่าที่จอมเวท โดยแท้จริง
เวลานี้กริม ด้วยพรสวรรค์ที่โดดเด่นเข้าตา อาฟู่ หัวหน้าค่ายฝึกหัวโล้นเข้าอย่างจัง จึงได้รับสิทธิ์เข้าร่วมก๊วนหัวกะทิกับเขาด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่าตารางชีวิตของเขาจะแน่นเอี๊ยดกว่าเดิม นอกจากภารกิจบังคับของสมาคมทุกสิบห้าวันแล้ว ยังต้องเตรียมตัวรับมือกับการลาดตระเวนใต้ดินที่ค่ายฝึกจัดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยอีกด้วย
แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาส ความเร็วในการโกย แต้มผลงาน ของกริมย่อมต้องพุ่งทะยานแซงหน้าคนทั่วไปแบบไม่เห็นฝุ่น
เมื่อประเมินสถานการณ์ในค่ายฝึกจนกระจ่าง กริมก็บอกลาเควินแล้วมุ่งหน้ากลับที่พัก
ทันทีที่ลงกลอนประตูและตรวจสอบความปลอดภัยจนมั่นใจ กริมก็เริ่มปลดเปลื้องของวิเศษและอุปกรณ์เวทมนตร์บนตัวออกทีละชิ้น
รัดเกล้าขุนนาง, กำไลเกราะหนาม, รองเท้าหนังแห่งความว่องไว, กิ่งไม้กรีดร้อง, แว่นตาวิศวกรรมโนม…
เมื่อแน่ใจว่าร่างกายปราศจากผลกระทบของเวทมนตร์ใดๆ เขาจึงออกคำสั่งเสียงเรียบ
“ชิป ตรวจสอบสภาพร่างกายปัจจุบัน…”
[ติ๊ด… รับภารกิจ เริ่มสแกนโฮสต์…]
ซื้ด ซื้ด ซื้ด…
คลื่นพลังจิตที่ละเอียดอ่อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไม่นานนัก ข้อมูลสเตตัสล่าสุดของกริมก็ถูกฉายขึ้นมาตรงหน้า
ชื่อ: กริม
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
ค่าสถานะ: พละกำลัง 4.17 | ความว่องไว 4.36 | ความอึด 4.98 | พลังจิตวิญญาณ 8.42
อาชีพ: ผู้ฝึกหัดเวท (ระดับต้น)
พลังชีวิต: 18/18
ค่าประสบการณ์อาชีพ: 765/1000
สถานะ: สุขภาพดี ทักษะอาชีพ: จารึกม้วนคาถา, เนตรอ่านมนตรา, การสร้างหุ่นเชิดมาร (ระดับต้น)
ทักษะส่วนตัว: หัตถ์เพลิงผลาญ (ผนึก), ศรเพลิงกัลป์ (ผนึก), หอกเพลิง (ผนึก)
กริมกวาดตามองตัวเลขเหล่านั้นด้วยความพึงพอใจ
เทียบกับร่างกายขี้โรคในอดีต ค่าสถานะปัจจุบันของเขาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะค่าความอึดที่พุ่งขึ้นมาเกือบ 2 แต้ม! ต้องไม่ลืมว่าเมื่อเดือนก่อน เขายังมีความอึดแค่ 3 แต้ม ซึ่งจัดว่าเปราะบางจนน่าสมเพชในหมู่ผู้ฝึกหัด
ส่วนค่าสถานะอีกสามด้าน แม้จะขยับขึ้นไม่หวือหวาเท่า แต่ก็เห็นพัฒนาการชัดเจน ไม่ได้นิ่งสนิทเป็นหินเหมือนเมื่อก่อน
กริมทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ล้วงขวดแก้วบรรจุ โอสถรวมจิต ออกมาจากเข็มขัดมิติ ชูขึ้นส่องกับแสงไฟพิจารณาอย่างเงียบงัน
ของเหลวสีฟ้าอ่อนกระเพื่อมไหวในขวดแก้วกำมะถัน ตะกอนสีฟ้าละเอียดลอยฟุ้งอยู่ภายใน แม้แต่ชิปเองก็ยังยากจะวิเคราะห์ส่วนประกอบที่แท้จริงได้เนื่องจากถูกปิดกั้นกลิ่นอายไว้
กริมเปิดจุกขวดออก กลิ่นคาวรุนแรงเฉพาะตัวของทะเลปะทะเข้าจมูกทันที เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เงยหน้ากรอกน้ำยาทั้งหมดลงคอรวดเดียว
ทันทีที่น้ำยาสัมผัสลิ้น ไอหมอกสีฟ้าจางๆ ก็พวยพุ่งออกมาจากรูจมูกของเขา รวมตัวกันเบื้องหน้ากลายเป็นภาพมายาของนางเงือกขนาดจิ๋วที่ดูงดงามแต่แฝงความโศกเศร้า ร่างเงานั้นเหี่ยวเฉาและแก่ชราลงอย่างรวดเร็วในอากาศ ก่อนจะสลายไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังแหลมบาดแก้วหู!
เสียงกรีดร้องนั้นไม่ได้ดังแค่ในห้อง แต่มันเป็นคำสาปแช่งที่พุ่งเสียดแทงเข้าไปในจิตวิญญาณของกริมโดยตรง!
“ชิป เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?”
[ติ๊ด… ตรวจพบ คำสาปโลหิต… ประเมินเบื้องต้นว่าเป็นผลข้างเคียงของตัวยา… หากทำการขจัดออก จะทำให้ประสิทธิภาพยาลดลง… โฮสต์ต้องการใช้พลังจิตวิญญาณขับไล่คำสาปหรือไม่?]
กริมถอนหายใจหนักๆ
ได้ยินกิตติศัพท์เรื่องผลข้างเคียงของโอสถรวมจิตมานาน ของจริงเล่นแรงไม่ใช่เล่น แต่ถ้าอยากแกร่งขึ้น ก็ต้องก้มหน้ารับความเจ็บปวดจากคำสาปนี้ให้ได้
“ไม่! แค่เฝ้าติดตามอาการแบบเรียลไทม์ก็พอ”
[รับคำสั่ง… ตัวยาเริ่มออกฤทธิ์…]
บนหน้าจอโฮโลแกรม ตัวเลขพลังจิตวิญญาณเริ่มดีดตัวสูงขึ้น ช้าๆ แต่มั่นคง ทว่าในทางกลับกัน ค่าความอึดก็เริ่มร่วงกราวลงอย่างน่าใจหาย
8.43… 8.44… 8.47… 8.53… 8.62…
4.98… 4.97… 4.95… 4.92…
โชคยังดีที่เมื่อวานเขาเพิ่งยัดเนื้อ มังกรเพลิงดิน เข้าไปจนพุงกาง พลังชีวิตที่อัดแน่นในเนื้อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดภายในที่เหมือนโดนมดนับหมื่นรุมกัดกินไปได้มาก ไม่อย่างนั้นลำพังตัวเขาเพียวๆ ก็ไม่มั่นใจว่าจะทนผ่านนรกขุมนี้ไปได้หรือไม่
ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตาย สิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงใจเขาไว้คือตัวเลขพลังจิตวิญญาณที่พุ่งทะยานไม่หยุด
8.98…
9.03…
9.08…
วินาทีที่เห็นตัวเลขทะลุ 9 แต้ม กริมก็ฉีกยิ้มกว้างทั้งที่หน้ายังบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ
สุดท้ายตัวเลขไปหยุดนิ่งที่ 9.27 กริมถึงได้ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ
“ชิป ขับไล่คำสาปโลหิตเดี๋ยวนี้!”
[รับคำสั่ง! เริ่มปลดปล่อยอนุภาคธาตุไฟ…]
กระแสความร้อนระลอกแล้วระลอกเล่าไหลบ่าไปทั่วร่าง ชะล้างความเจ็บปวดปนชาหนึบให้จางหายไปจนหมดสิ้น พร้อมกับค่าสถานะใหม่ที่ปรากฏขึ้น:
พละกำลัง 4.12 | ความว่องไว 4.36 | ความอึด 4.21 | พลังจิตวิญญาณ 9.27
พระเจ้า… โอสถรวมจิตขวดเดียวเพิ่มพลังจิตวิญญาณให้เขาถึง 0.85 แต้ม แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือความอึดที่หายไปถึง 0.77 แต้ม แถมพละกำลังยังลดลงไปอีก 0.05
กริมลุกขึ้นสะบัดแข้งขา ความรู้สึกโหว่งๆ จากการสูญเสียความอึดยังคงอยู่ แต่ไม่รุนแรงเท่าที่คิด ดูท่ามื้อใหญ่เมื่อวานจะมีประโยชน์แฝงมหาศาล! และที่สำคัญ การเพิ่มขึ้นของพลังจิตวิญญาณทำให้ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สมองแล่นเร็วจี๋ การรับรู้ทางจิตลึกซึ้งกว่าเดิมคนละเรื่อง
ความโลภเข้าครอบงำ กริมลังเลอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะคว้าโอสถรวมจิตอีกขวดออกมา เปิดจุกแล้วกรอกเข้าปากทันที
ขั้นตอนเดิม… คำสาปเดิม… กริมกัดฟันแบกรับความทรมาน เพ่งสมาธิไปที่ตัวเลขพลังจิตที่พุ่งขึ้นอีกครั้งด้วยความกระหาย
9.29…
9.33…
9.46…
9.52…
…
แต่สิ่งที่มาพร้อมกัน คือเสียงเตือนภัยจากชิปที่ดังรัวเร็ว
[คำเตือน! ความเสียหายของเนื้อเยื่อร่างกายเกิน 17%]
[ระดับความเสียหายเกิน 19%]
[ระดับความเสียหายเกิน 21%]
[ติ๊ด… คำเตือน! ความเสียหายเกิน 25% หากปล่อยไว้ โฮสต์จะเข้าสู่สภาวะอ่อนแอระยะสั้น ต้องการแทรกแซงหรือไม่?]
กริมกัดฟันกรอด คำรามเสียงต่ำ “ไม่! ห้ามยุ่ง!”
ความเจ็บปวดที่เคยเหมือนแค่คันๆ ตอนนี้ยกระดับกลายเป็นการทรมานเหมือนโดนคว้านหัวใจสดๆ เหงื่อกาฬไหลพรากอาบหน้าผาก กริมดิ้นพล่านบนเก้าอี้ ใช้จิตใจที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าฝืนทนไม่ให้สติหลุดลอย ถ้าเผลอสลบไปตอนนี้ ชิปจะทำการขับไล่คำสาปอัตโนมัติ ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะเสียค่าความอึดไปเปล่าๆ โดยไม่ได้พลังจิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย!
ต่อให้แลกมาด้วยความอึดแค่ 0.01 แต้ม เขาก็ต้องฝืนลืมตาตื่นให้ได้!
9.87…
[ระดับความเสียหายถึง 22%]
9.93…
[ระดับความเสียหายถึง 23%]
9.99…
[ระดับความเสียหายถึง 24%]
10.03…
[ระดับความเสียหายถึง 25%]
ทันทีที่ตัวเลขพลังจิตหยุดนิ่ง กริมก็ตะโกนลั่นห้อง
“ขับไล่ด่วน!”
กระแสความร้อนไหลเวียนเข้ากู้ชีพอีกครั้ง ความเจ็บปวดค่อยๆ ถอยร่นไป
กริมใช้มือยันที่วางแขนเก้าอี้ ต้องออกแรงฮึดถึงสองครั้งกว่าจะพยุงร่างที่สะบักสะบอมขึ้นมาได้ ร่างกายตอนนี้เจ็บจนชาแทบไม่ฟังคำสั่ง แต่เมื่อเห็นค่าสถานะใหม่บนหน้าจอ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็ปลิวหายไป
พละกำลัง 4.02 | ความว่องไว 4.28 | ความอึด 3.17 | พลังจิตวิญญาณ 10.03
ในที่สุด… ก็ทะลุ 10 แต้ม!
วินาทีนี้ กริมได้ก้าวข้ามขีดจำกัด ขึ้นแท่นเป็น ผู้ฝึกหัดเวทระดับกลาง อย่างเต็มภาคภูมิ
จากระดับต้น 8 แต้ม สู่ระดับกลาง 10 แต้ม กริมใช้เวลาเพียงเดือนครึ่ง ในขณะที่ตอนไต่จาก 6 มา 8 เขาต้องทนทุกข์นานถึงหกปี! ช่องว่างระหว่างคนมีทรัพยากรกับคนตัวเปล่า มันห่างชั้นกันจนน่าขนลุก
แต่ชัยชนะครั้งนี้แลกมาด้วยการที่กริมต้องจ่ายค่าผ่านทางเป็นเลือดเนื้อของตัวเอง
พลังจิตวิญญาณจาก 9.27 พุ่งเป็น 10.03 ทะลุกำแพงชนชั้นสำเร็จ แต่ความอึดดิ่งเหวจาก 4.21 เหลือ 3.17 หายไปจนน่าใจหาย แถมพละกำลังกับความว่องไวยังโดนหางเลขลดลงไปด้วย
ความเสียหายจากโอสถรวมจิต... มันไม่ใช่แค่การบวกเลข แต่มันคือการทวีคูณความวิบัติสู่ร่างกายชัดๆ!