ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 101: ความโกลาหล
ภาพที่เห็นคือ เจี่ยปู้ ผู้อาวุโสสามแห่งหุบเขาเสวียนกวงที่เข้ามาประชิดตัวในระยะไม่ถึงสิบเมตร พุ่งทะยานเข้ามาหาเขาราวกับเสือดาวคลั่ง!
ตราผนึกพันธนาการ!
จางอวิ๋นเตรียมตัวรับมือไว้นานแล้ว นิ้วทั้งห้าพันรอบด้วย ‘ปราณคืนกำไร’ ซัดฝ่ามือสวนเข้าใส่หน้าท้องน้อยของเจี่ยปู้เต็มแรง
“ผนึก!”
ปราณคืนกำไรบนนิ้วทั้งห้าแปรสภาพเป็นโซ่ตรวน พุ่งเข้าพันธนาการและผนึกพลังงานพิษที่กำลังเดือดพล่านในร่างเจี่ยปู้เอาไว้ในพริบตา
“แก…”
ร่างของเจี่ยปู้สั่นสะท้าน เบิกตากว้างมองจางอวิ๋นด้วยความตกตะลึงเมื่อสัมผัสได้ว่าพลังพิษถูกผนึกไว้
ทำไมอีกฝ่ายถึงตอบสนองเร็วขนาดนี้?
ที่สำคัญที่สุดคือ ทำไมถึงรู้วิธีผนึกพิษของเขาโดยตรง? ผู้ฝึกตนทั่วไปเจอสถานการณ์แบบนี้ ควรจะเลือกหลบไม่ใช่หรือไง?
“ในที่สุดพวกเจ้าก็ลงมือกันสักที!”
เจี่ยปู้ได้ยินเพียงเสียงพึมพำของจางอวิ๋น จากนั้นความเจ็บปวดก็แล่นพล่านที่หน้าอก
อึก!
ดวงตาเบิกโพลง จ้องมองจางอวิ๋นตรงหน้าก่อนจะล้มฟุบลงไปอย่างตายตาไม่หลับ
จางอวิ๋นปล่อยมือที่เพิ่งซัดหัวใจอีกฝ่ายจนแหลกเหลว แล้วเงยหน้ามองไปรอบๆ สนามประลอง
เหล่าผู้บำเพ็ญพิษที่เขาจับตาดูอยู่ก่อนหน้านี้ ต่างก็มีความเคลื่อนไหวพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย แต่ยังไม่ทันจะได้ลงมือเต็มตัว ก็ถูกผู้ฝึกตนระดับจินตานหรือระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดหลายคนที่อยู่ใกล้เคียง พุ่งเข้าประชิดและจับกุมตัวไว้อย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วอึดใจ ผู้บำเพ็ญพิษนับร้อยก็ถูกสยบลงอย่างราบคาบ
จางอวิ๋นพรูลมหายใจ ดูเหมือนการลอบโจมตีครั้งนี้…
คิดยังไม่ทันจบ สายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง เขาชะงักไปเล็กน้อย พลางมองไปยังโซนที่นั่งแขกพิเศษด้านล่างด้วยความมึนงง
ในขณะเดียวกัน การลงมือจับกุมผู้บำเพ็ญพิษเมื่อครู่ ก็ก่อให้เกิดความโกลาหลไม่น้อยในสนาม
“ขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบ! มีผู้ฝึกวิชามารบางส่วนแฝงตัวเข้ามาหวังปั่นป่วนงาน ตอนนี้ถูกคนของสำนักเราจับกุมไว้ได้หมดแล้ว!”
บนแท่นสูง เจ้าสำนักหนานไห่ลุกขึ้นประกาศเสียงดัง
“ผู้ฝึกวิชามาร?”
ฝูงชนได้ยินคำนี้ก็พากันงุนงง
อยู่ดีๆ จะมีกลุ่มผู้ฝึกวิชามารโผล่มาได้ยังไง?
“ข้าไม่ใช่ผู้ฝึกวิชามารนะโว้ย! สำนักหนานไห่ พวกแกจับแพะชัดๆ!”
หนึ่งในชายฉกรรจ์ที่ถูกจับกุมในสนาม ตะโกนโวยวายขึ้นมาหลังจากดิ้นหลุดจากการปิดปาก
สิ้นเสียงนั้น ความวุ่นวายก็เริ่มก่อตัวขึ้น
เพราะถ้าสำนักหนานไห่จับคนมั่วซั่ว ไม่แน่ว่ารายต่อไปอาจจะเป็นพวกเขา
“ทุกท่านโปรดใจเย็น!”
คาดเดาสถานการณ์ไว้แล้ว เจ้าสำนักหนานไห่รีบเอ่ยขึ้นทันที “ลองดูคนผู้นั้นให้ชัดๆ อีกที!”
ทุกคนชะงัก สายตาพุ่งตรงไปยังชายฉกรรจ์ที่ถูกจับกุม
เห็นเพียงผู้ฝึกตนระดับจินตานของสำนักหนานไห่ที่คุมตัวอยู่ ล้วงเอา ‘หนูวิญญาณทมิฬ’ ระดับกลั่นลมปราณออกมาตัวหนึ่ง จากนั้นกรีดนิ้วชายฉกรรจ์คนนั้น บีบเลือดหยดลงไปในปากหนู แล้วโยนมันลงพื้น
จี๊ด จี๊ด!!
หนูวิญญาณทมิฬพอเป็นอิสระก็ร้องลั่นเตรียมจะวิ่งหนี แต่ยังไม่ทันก้าวไปได้กี่ก้าว ร่างเล็กๆ นั้นก็กระตุกเกร็ง วินาทีถัดมา เลือดสีเขียวคล้ำก็ไหลทะลักออกจากดวงตา หู และปาก ตายคาที่เพราะพิษกำเริบทันที
“นี่มัน…”
ทั้งสนามตกตะลึง
เลือดแค่หยดเดียว ถึงกับฆ่าหนูวิญญาณทมิฬระดับกลั่นลมปราณได้เลยเหรอ?
“คนผู้นั้น หรือว่าจะเป็น… กายาพิษ?”
บนแท่นสูง ผู้นำขุมกำลังบางคนจำได้จึงถามเสียงเครียด
“ถูกต้อง!”
เจ้าสำนักหนานไห่พยักหน้า “คนที่ถูกจับกุมตัวได้ในตอนนี้ ล้วนมีกายาพิษทั้งสิ้น และทั้งหมดเป็นหน่วยกล้าตายที่ถูกขุมกำลังบางแห่งเลี้ยงดูไว้ เป้าหมายที่มาครั้งนี้คือเตรียมระเบิดตัวเองกลางงาน ให้พิษกระจายไปทั่วสนามประลอง!”
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของทุกคนในสนามซีดเผือด
แม้แต่เหล่าผู้นำขุมกำลังหน้าตายังเปลี่ยนสี
คนที่ถูกจับกุมมีนับร้อย กระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมสนาม หากระเบิดพร้อมกันขึ้นมา…
แค่คิดภาพตามก็สยองแล้ว!
“คนพวกนี้สังกัดขุมกำลังไหน? ถึงได้คิดทำเรื่องต่ำช้าสามานย์เช่นนี้!!”
“เจ้าสำนักหนานไห่ พวกมันเป็นคนของใคร?”
“รีบบอกชื่อมา ต้องประกาศจับพวกมันให้ทั่วทวีป!!”
……
ความกลัวเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น ฝูงชนพากันตะโกนถามเจ้าสำนักหนานไห่อย่างเดือดดาล
มุมปากของเจ้าสำนักหนานไห่ยกยิ้ม
นี่แหละคือผลลัพธ์ที่เขาต้องการ
แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นจางอวิ๋นบนที่นั่งรับรองแขกพิเศษ และศพของเจี่ยปู้ที่นอนตายอยู่ข้างๆ แววตาของเขาก็ฉายแววอำมหิตขึ้นมา
ตามแผนเดิม คือให้เจี่ยปู้ระเบิดตัวเองลากจางอวิ๋นไปลงนรก แล้วใช้เป็นตัวอย่างให้คนทั้งสนามเห็นความน่ากลัว แต่คาดไม่ถึงว่า…
“หือ?”
จู่ๆ เขาเห็นจางอวิ๋นจ้องเขม็งไปที่จุดหนึ่ง เจ้าสำนักหนานไห่ชะงัก มองตามสายตานั้นไป
จุดที่จางอวิ๋นมองอยู่ คือโซนที่นั่งของเหล่าผู้อาวุโสสำนักหนานไห่
ไม่รู้ทำไม เจ้าสำนักหนานไห่สังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาตงิดๆ
“แย่แล้ว!!”
วินาทีถัดมาเขาสัมผัสได้ถึงบางอย่าง สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง รีบพุ่งตัวลงจากแท่นสูง แต่…
ตู้ม!
แรงระเบิดมหาศาลปะทุขึ้นเสียก่อน
เห็นเพียงผู้อาวุโสระดับจินตานของสำนักหนานไห่คนหนึ่งระเบิดตัวเอง พิษร้ายแรงสาดกระจายเข้าใส่ผู้อาวุโสระดับจินตานกว่าสิบคนและผู้ดูแลอีกนับสิบชีวิตที่นั่งอยู่ข้างๆ โดยไม่ทันให้ตั้งตัว
“อ๊ากกก——!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วสนาม
คนทั้งสนามชะงักกึก
เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นในโซนสำนักหนานไห่ ทุกคนต่างยกมือปิดปากด้วยความสยดสยอง
ผู้ดูแลระดับสร้างรากฐานนับสิบคน ร่างละลายกลายเป็นกองหนองเลือดภายใต้แรงระเบิดพิษในพริบตา
ผู้อาวุโสระดับจินตานกว่าสิบคนแม้จะไม่ตายทันที แต่ร่างกายก็ถูกพิษกัดกร่อนไปกว่าครึ่ง เพียงไม่กี่วินาที ครึ่งหนึ่งก็ละลายกลายเป็นน้ำหนอง แม้แต่จินตานก็ถูกกัดกร่อนจนสลายไป
ส่วนที่เหลือ ร่างกายกำลังถูกกัดกร่อนด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า นับถอยหลังสู่ความตาย
สภาพของแต่ละคนดูน่าสยดสยองเกินบรรยาย!
“ไอ้สารเลว——!!”
เจ้าสำนักหนานไห่แทบคลั่ง!
นี่มันอยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของเขาไปไกลลิบ
เป็นไปได้ยังไง?
ในหมู่ผู้อาวุโสของพวกเขา มีผู้อาวุโสกายาพิษแฝงตัวอยู่ด้วยงั้นเหรอ??
ใช่แล้ว…
“เติ้งอวี้เซวียน!”
เจ้าสำนักหนานไห่คำรามลั่น สายตากวาดมองไปยังทิศทางหนึ่งตรงขอบสนาม
แต่พบว่าเติ้งอวี้เซวียนที่ควรจะสวมหมวกสานนั่งอยู่ตรงนั้น บัดนี้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย!
“ไอ้ชาติชั่ว!!”
มาถึงขั้นนี้เขาเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง ความโกรธแค้นระเบิดออกมาจนแทบกระอักเลือด
เสียงคำรามด้วยความคลั่งแค้นดังก้องสนาม
ผู้คนทั้งสนามมึนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ไหนบอกว่าจับกุมตัวไว้ได้หมดแล้วไง?
บนที่นั่งรับรองแขกพิเศษ
จางอวิ๋นมองภาพความสยดสยองเบื้องล่างพลางมุมปากกระตุก ดีที่เขาใช้ ‘เนตรสวรรค์’ กวาดสายตาตรวจสอบทั่วสนามไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นถ้าไม่ระวังตัว อาจโดนเจี่ยปู้ระเบิดใส่ตายไปแล้วก็ได้
เขาเหลือบมองจุดที่เติ้งอวี้เซวียนหายตัวไป แล้วได้สติ รีบหันไปตะโกนบอกเหล่าผู้อาวุโสข้างกาย “รีบพาพวกศิษย์ออกจากสนามเร็วเข้า!!”
พูดจบก็ไม่รอช้า พุ่งตัวลงไปยังใจกลางสนามประลองที่สวีหมิงทั้งสามยืนอยู่ทันที
เหล่าผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็รีบขยับตัวตาม
แม้จะไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่ขนาดผู้อาวุโสสำนักหนานไห่ยังโดนระเบิดพิษตายเกลี้ยง ไม่แน่ว่าอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก
ที่นี่ อยู่ต่อไม่ได้แล้ว!
เห็นจางอวิ๋นเคลื่อนไหวเด็ดขาดรวดเร็วเช่นนั้น เจ้าสำนักหนานไห่ที่ลอยอยู่กลางอากาศหรี่ตามอง
มีพิรุธ!
ไอ้หมอนี่ต้องมีปัญหาแน่!!
เขาเตรียมจะลงมือ แต่จู่ๆ ก็มีสัมผัสสังหารล็อกเป้าเขาไว้
“เจ้าสำนักหนานไห่ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?”
เจ้าสำนักหลิงเซียนเอ่ยถามเสียงเข้ม
เหล่าผู้นำขุมกำลังอื่นๆ ก็เริ่มนั่งไม่ติด
จู่ๆ มีผู้บำเพ็ญพิษโผล่มา ตอนแรกบอกว่าคนของสำนักหนานไห่จับไว้ได้แล้ว แต่กลายเป็นว่าโซนผู้อาวุโสสำนักหนานไห่กลับโดนระเบิดเละเทะเป็นที่แรก เห็นสภาพผู้อาวุโสสำนักหนานไห่ที่ตายบ้าง รอความตายบ้าง พวกเขาก็เริ่มลนลาน
ขนาดผู้อาวุโสสองแห่งสำนักหนานไห่ที่ฝีมือไม่ด้อยไปกว่าพวกเขาหลายคน ยังนอนรอความตายเพราะพิษกัดกร่อน ถ้าพวกเขโดนลูกหลงไปด้วย…
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เหมือนเพื่อยืนยันความคิด เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวก็ปะทุขึ้นหลายจุดทั่วสนาม
“อ๊ากกก——!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วสนาม ผู้บำเพ็ญพิษหลายคนที่ควรจะถูกคุมตัวอยู่ จู่ๆ ก็ถูกปล่อยตัวและระเบิดตัวเอง เปลี่ยนพื้นที่หลายส่วนให้กลายเป็นนรกบนดิน
และคนที่ปล่อยพวกมัน ก็คือผู้ฝึกตนสำนักหนานไห่ที่มีหนอนบ่อนไส้แฝงอยู่!
“หนี! หนีเร็วเข้า!!”
“ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย——!!”
“อย่าเหยียบ! อย่าเหยียบข้า อ๊ากกก——!!”
……
ทั่วทั้งสนามตกอยู่ในความโกลาหลทันที
ภาพนรกแตกในหลายจุดสร้างความหวาดผวาให้ทุกคน ต่างพากันวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น เบียดเสียด เหยียบย่ำกันจนวุ่นวายไปหมด
เหล่าศิษย์ที่อยู่กลางสนามประลองยืนงงเป็นไก่ตาแตก
นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?
“เร็ว! พาพวกศิษย์ออกไปเดี๋ยวนี้!!”
ผู้นำขุมกำลังบนแท่นสูงก็ได้สติ ตะโกนสั่งการผู้อาวุโสของตนเสียงหลง
สถานการณ์แบบนี้ อยู่ต่อมีแต่ตายกับตาย!
“มอออ——!!”
“ฟ่อออ——!!”
ทันใดนั้น เสียงคำรามของวาฬยักษ์และเสียงขู่ฟ่อของงูทะเลจำนวนมากก็ดังมาจากใต้สนาม พื้นสนามที่เคยราบเรียบเริ่มสั่นไหวและโยกคลอนราวกับแผ่นดินไหว
คนที่เหาะเหินเดินอากาศได้ รีบขี่กระบี่บินหนีขึ้นฟ้า
แต่คนที่เหาะไม่ได้นี่สิซวยหนัก
หลายคนร่วงตกลงมาจากอัฒจันทร์สูงลิ่ว มนุษย์ตัวเล็กๆ กลิ้งไปมาตามแรงเหวี่ยงของสนามยักษ์ สนามประลองกลายเป็นขุมนรกในพริบตา
เลือดเนื้อ, เสียงกรีดร้อง, ความหวาดกลัว…
กลายเป็นบทเพลงหลักของสนามประลองแห่งนี้!
“เจ้าสำนักหนานไห่ พวกท่านทำบ้าอะไรลงไป!?”
เหล่าผู้นำขุมกำลังหน้าดำคล่ำเครียด หันไปตวาดใส่เจ้าสำนักหนานไห่
งานประลองสำนักจัดโดยสามสิบหกขุมกำลังร่วมกัน ไม่เคยมีประวัติศาสตร์หายนะขนาดนี้มาก่อน ไม่ว่าจะจบลงอย่างไร ชื่อเสียงของทั้งสามสิบหกสำนักย่อมป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
“ฝีมือกลุ่มโจรสลัดหยกศิลา!!”
เจ้าสำนักหนานไห่หน้ามืดทะมึน
“กลุ่มโจรสลัดหยกศิลา?”
เหล่าผู้นำขุมกำลังชะงัก แต่ก็รีบตวาดกลับด้วยความโมโห “เจ้าสำนักหนานไห่ นั่นมันความแค้นส่วนตัวของสำนักท่าน ทำไมตอนประชุมสามสิบหกสำนักถึงไม่แจ้งเรื่องที่พวกมันอาจจะมาก่อกวน? ถ้ารู้อย่างนี้ งานประลองไม่มีทางมาจัดที่ถิ่นท่านแน่!!”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนั้น! รีบจับไอ้เด็กนั่น ข้าสงสัยว่ามันสมคบคิดกับกลุ่มโจรสลัดหยกศิลา!!”
เจ้าสำนักหนานไห่ตวาดลั่น ชี้นิ้วไปที่จางอวิ๋นซึ่งพุ่งตัวลงไปถึงกลางสนามแล้ว
“ผู้อาวุโสเก้าสำนักหลิงเซียน?”
เหล่าผู้นำขุมกำลังงง
“เจ้าสำนักหนานไห่ ใส่ร้ายผู้อาวุโสสำนักข้าโต้งๆ แบบนี้ เห็นหัวข้าเป็นธาตุอากาศหรือไง?”
เจ้าสำนักหลิงเซียนแค่นเสียงเย็น
“ไอ้เด็กนั่นมีการติดต่อกับคนของกลุ่มโจรสลัดหยกศิลามาก่อนหน้านี้…”
เจ้าสำนักหนานไห่ตะคอกเสียงเข้ม “เมื่อกี้มันรู้ล่วงหน้าว่าผู้อาวุโสสามหุบเขาเสวียนกวงจะลอบกัด เลยชิงลงมือจัดการก่อน แถมยังจ้องเขม็งไปที่กลุ่มผู้อาวุโสสำนักข้า แล้วพวกเขาก็โดนระเบิดพิษตายเกลี้ยง มันต้องสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มโจรสลัดหยกศิลาแน่นอน!!”
“ผู้อาวุโสสามหุบเขาเสวียนกวง?”
ทุกคนชะงัก
ฟุ่บ!
ยังไม่ทันได้คิดอะไร เงาร่างหนึ่งในหมู่พวกเขาก็พุ่งเข้าใส่เจ้าสำนักหนานไห่อย่างกะทันหัน
แต่เจ้าสำนักหนานไห่ระวังตัวอยู่แล้ว ยื่นมือออกไปกดหน้าท้องอีกฝ่าย ผนึกพลังงานทั้งหมด แล้วหิ้วคอขึ้นมาเหมือนหิ้วลูกไก่
“เจ้าหุบเขาเสวียนกวง ท่านทำอะไร?”
ทุกคนมองดูคนที่ถูกเจ้าสำนักหนานไห่หิ้วคอด้วยความตกตะลึง คนผู้นั้นคือเจ้าหุบเขาเสวียนกวง
“เจ้านี่ก็เป็นคนของกลุ่มโจรสลัดหยกศิลา ร่างกายถูกดัดแปลงเป็นกายาพิษแล้วด้วย!”
เจ้าสำนักหนานไห่กล่าวเสียงเย็น
“อะไรนะ!”
เหล่าผู้นำขุมกำลังตกใจ
หุบเขาเสวียนกวงแม้จะไม่ใช่สำนักยักษ์ใหญ่ แต่ก็ติดหนึ่งในสามสิบหกขุมกำลัง ถือเป็นขุมกำลังชั้นแนวหน้าของแคว้นหนานอวิ๋น เจ้าหุบเขาถึงกับถูกจับไปดัดแปลงเป็นผู้บำเพ็ญพิษเลยเหรอ?
“เจ้าสำนักหนานไห่ ทำไมท่านถึงรู้ล่วงหน้า? แล้วเรื่องที่ท่านบอกว่าผู้อาวุโสสามหุบเขาเสวียนกวงลอบกัดผู้อาวุโสเก้าสำนักข้า ท่านไปรู้มาจากไหน?”
เจ้าสำนักหลิงเซียนตะโกนถาม
เหล่าผู้นำขุมกำลังได้ยินดังนั้นสายตาก็แข็งกร้าว จ้องมองเจ้าสำนักหนานไห่เป็นตาเดียว
“ข้าส่งสายลับไปแฝงตัวในกลุ่มโจรสลัดหยกศิลา ข้อมูลพวกนี้ได้มาจากปากมัน แต่ว่า…”
เจ้าสำนักหนานไห่เอ่ยเสียงเครียด
แต่พูดยังไม่ทันจบ เขาก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที “แย่แล้ว สนามประลองกำลังจะถล่ม!!”
สิ้นเสียง วาฬยักษ์และงูทะเลใต้สนามประลองก็เกิดความผิดปกติ สนามที่เคยโยกไหวเริ่มจมดิ่งลงสู่ท้องทะเล
“บัดซบ!!”
เหล่าผู้นำขุมกำลังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ รีบพุ่งลงไปช่วยคนด้านล่าง
ศิษย์ที่มาร่วมงานประลองล้วนเป็นหัวกะทิของแต่ละสำนัก ขืนปล่อยให้ตายที่นี่ ความเสียหายย่อมประเมินค่าไม่ได้!
เบื้องล่างกลางสนามประลอง
จางอวิ๋นมาถึงตัวพวกสวีหมิงแล้ว
“ท่านอาจารย์…”
สวีหมิงทั้งสามคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ต่างทำหน้าตาตื่น
จางอวิ๋นโบกมือขัดจังหวะ “ตามอาจารย์ออกไปก่อน ค่อยว่ากัน!”
พูดจบก็ซัดกระบี่บิน หอบหิ้วสวีหมิงทั้งสามพุ่งตรงไปยังช่องทางออกสำหรับผู้เข้าแข่งขัน
ฟิ้ว!
ทันทีที่มาถึงหน้าช่องทาง เสียงแหวกอากาศอันแหลมคมก็ดังขึ้นข้างหู จางอวิ๋นหรี่ตาลง รีบหักหลบถอยหลังไปครึ่งก้าว ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเฉียดหน้าเขาไป ปักลงบนพื้นสนาม
ตู้ม!
พื้นระเบิดออก น้ำทะเลทะลักเข้ามาทันที
จางอวิ๋นเงยหน้ามองขึ้นไป
“ฆ่าพวกมัน!”
กลุ่มคนตระกูลหลินกำลังตีวงล้อมเข้ามา
“ตระกูลหลิน!!”
สวีหมิงกำหมัดแน่น ดวงตาลุกเป็นไฟ
“กำลังหาโอกาสอยู่พอดี ความวุ่นวายนี่ช่างเป็นใจเสียจริง!”
ผู้อาวุโสสองตระกูลหลินที่เป็นหัวหน้าทีมแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “สวีหมิง ผู้อาวุโสเก้าสำนักหลิงเซียน วันนี้คือวันตายของพวกแก!!”
ฉัวะ!
สิ้นเสียงหัวเราะ ประกายดาบสายหนึ่งก็วูบผ่าน
ผู้อาวุโสสองตระกูลหลินยังคงค้างรอยยิ้มแสยะอยู่บนหน้า แต่ศีรษะทั้งหัวกลับลอยละลิ่วหลุดจากบ่าไปแล้ว
“ผู้อาวุโสสอง!!”
คนรอบข้างชะงัก คนตระกูลหลินได้สติ หน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นจางอวิ๋นถือกระบี่เดินเข้ามา ทุกคนก็ฉี่แทบราด กลับหลังหันเตรียมวิ่งหนี
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!!
แต่จางอวิ๋นไม่เปิดโอกาส ร่างของเขาพลิ้วไหวราวกับภูตพราย พุ่งทะลวงผ่านกลุ่มคนตระกูลหลินพร้อมประกายกระบี่วูบวาบ
พุ่บ! พุ่บ! พุ่บ! …
ศีรษะคนแล้วคนเล่าลอยละลิ่วขึ้นฟ้าเหมือนฝาขวดที่ถูกดีดกระเด็น จางอวิ๋นกลับมายืนบนกระบี่บิน โดยที่ชุดขาวของเขาไม่แปดเปื้อนเลือดแม้แต่หยดเดียว
“ไป!”
พูดสั้นๆ แล้วพาพวกสวีหมิงที่อ้าปากค้างทั้งสามคน พุ่งหายเข้าไปในช่องทางออก
“นี่มัน…”
คนของสำนักหนานซานที่กำลังจะเข้ามาสมทบเพื่อจัดการพวกจางอวิ๋น ต่างหยุดชะงักกึก จ้องมองศพไร้หัวของคนตระกูลหลินที่นอนเกลื่อนกลาดด้วยดวงตาเบิกโพลง
แม้แต่เจ้าสำนักหลิงเซียนที่กำลังจะลงมาช่วยเห็นฉากนี้เข้า ก็ยังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
จางอวิ๋น... แข็งแกร่งถึงขั้นนี้แล้วเชียวรึ?
……