ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 120 ฆ่าเจ้า ก็แค่พริบตาเดียว
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 120 ฆ่าเจ้า ก็แค่พริบตาเดียว
“แย่แล้ว!”
สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงมากับฝ่ามือ เจ้าสำนักหนานซานหน้าถอดสีจนซีดเผือด รีบพลิกกระบี่ในมือจากการรุกเปลี่ยนมาเป็นตั้งรับพัลวัน
ตู้ม!
ทว่าอานุภาพของฝ่ามือนี้ช่างรุนแรงเหลือคณา พลังปราณวารีอันเกรี้ยวกราดระเบิดออก ซัดเอาร่างของเขาพร้อมกระบี่ปลิวละลิ่วกระเด็นไปไกลดั่งว่าวสายป่านขาด
จางอวิ๋นที่ไล่กวดตามมาติดๆ เห็นจังหวะเหมาะเหม็ง ก็อาศัยแรงส่งจากการพุ่งตัว ยกเท้าขึ้นแล้วถีบเปรี้ยงเข้าที่บั้นท้ายของเจ้าสำนักหนานซานผู้ไร้ยางอายเข้าเต็มรัก!
เจ้าสำนักหนานซานที่เพิ่งจะปลิวมา ยังไม่ทันได้ตั้งหลักก็ถูกบาทาไร้เงาเตะส่งซ้ำ ร่างลอยหมุนคว้างกลางอากาศราวกงล้อ ก่อนจะตกลงไปกระแทกพื้นไถลไปกับกองหญ้าแห้งในท่า ‘สุนัขกินอาจม’ อย่างหมดสภาพ
“ทาสของข้าเอ๋ย… จงมอบร่างกายของเจ้ามาให้ข้าด้วยความเต็มใจเสียเถิด!!”
จางอวิ๋นกำลังจะพุ่งเข้าไปซ้ำให้จบเรื่อง หูพลันได้ยินประโยคที่คุ้นเคยดังแว่วมา
เมื่อหันขวับไปมอง ก็เห็นว่าในเงาทมิฬใต้เท้าของผู้อาวุโสเก้าแห่งเกาะเชียนไห่ มีร่างวิญญาณรูปร่างหน้าตาเหมือนเจ้าตัวราวกับแกะ ลอยตัวขึ้นมาแสยะยิ้มอำมหิต
ร่างวิญญาณตัวเต็มวัยอีกตัว?
ดวงตาของจางอวิ๋นเปล่งประกายวิบวับดุจเห็นสมบัติล้ำค่า มุมปากมีน้ำลายไหลย้อยออกมาโดยไม่รู้ตัว
ราวกับสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตอันหิวกระหาย ร่างวิญญาณของผู้อาวุโสเก้าหันขวับมามอง พอเห็นจางอวิ๋นกำลังจ้องเขม็งพร้อมน้ำลายสอ ก็ถึงกับชะงักกึกด้วยความงุนงง
จางอวิ๋นทำท่าจะพุ่งเข้าไปจับกิน แต่หางตาเหลือบไปเห็นเจ้าสำนักหนานซานกำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นเตรียมจะหนีต่อ จึงรีบตะโกนบอกร่างวิญญาณว่า
“พี่ชายวิญญาณ ท่านเชิญยึดร่างตามสบายเลยนะ เดี๋ยวข้ากลับมากิน!”
พูดจบก็พุ่งทะยานไล่กวดเจ้าสำนักหนานซานไปทันที
ทิ้งให้ร่างวิญญาณยืนงงเป็นไก่ตาแตก และผู้อาวุโสเก้าที่ยืนตะลึงลานทำอะไรไม่ถูก
อะไรวะน่ะ?
ยึดร่าง?
กิน?
ผู้อาวุโสเก้ากับร่างวิญญาณหันมาสบตากัน ต่างฝ่ายต่างมึนตึ๊บไปชั่วขณะ
จางอวิ๋นไม่สนหรอกว่าใครจะงงงวยเพียงใด ตอนนี้เขาไล่จี้ติดเจ้าสำนักหนานซานมาราวกับเงาตามตัว ตวาดกระบี่ส่งคลื่นปราณผ่าอากาศออกไปขวางทางทันที
เจ้าสำนักหนานซานหน้าเปลี่ยนสี รีบกระโดดหลบจ้าละหวั่น
แต่ในจังหวะที่กระโดดหลบนั่นเอง จางอวิ๋นก็พุ่งมาประชิดตัวราวกับสายฟ้าฟาด
วูบ!
เงาร่างสายหนึ่งเงื้อกระบี่ฟันใส่ทันที
เคร้ง!
เจ้าสำนักหนานซานรีบยกกระบี่ขึ้นต้านรับ พร้อมคำรามลั่น “ไอ้ชาติชั่ว อย่ามาบีบคั้นกันให้มากนักนะโว้ย!!”
“บีบคั้น?”
จางอวิ๋นแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากยกยิ้มเหยียดหยาม “น้ำหน้าอย่างแก… ยังไม่คู่ควรให้ข้าบีบคั้นหรอก!”
สิ้นเสียง ‘กระบี่เมฆาเวหา’ ในมือก็ระเบิดพลัง ‘ปราณคืนกำไร’ ออกมาอย่างรุนแรง
ตู้ม!
แรงปะทะกระแทกร่างเจ้าสำนักหนานซานร่วงจากกลางอากาศลงไปอัดกระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่น
กร๊อบ!
กระบี่คู่กายเจ้าสำนักหนานซานหักสะบั้น ร่างกายกระแทกพื้นจนจุกแน่นหน้าอก ยังไม่ทันได้หายใจหายคอ ก็เห็นเงาร่างของจางอวิ๋นเงื้อกระบี่ฟันผ่าลงมาตรงๆ จากด้านบน
เจ้าสำนักหนานซานเบิกตาโพลง รีบกลิ้งหลบด้วยท่า ‘ลาเกลือกโคลน’ อย่างทุลักทุเล
คมกระบี่เฉียดข้างลำตัวไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เจ้าสำนักหนานซานลอบถอนหายใจโล่งอก
แต่ทว่าวินาทีถัดมา ดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างจนแทบฉีกขาด!
เพราะ ‘จางอวิ๋น’ คนที่ฟันกระบี่ลงมาเมื่อครู่ จู่ๆ ก็สลายกลายเป็นฟองอากาศหายไป ในขณะที่จางอวิ๋น ‘ตัวจริง’ ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า พร้อมสะบัดกระบี่ฟันขวางลงมาเต็มแรง!
“ม่ายยย——!!”
ฉัวะ!
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีดของเจ้าสำนักหนานซาน คมกระบี่ของจางอวิ๋นก็ตวัดผ่านลำคอฉับเดียวขาดสะบั้น
ศีรษะมนุษย์ลอยละลิ่วขึ้นกลางอากาศ ใบหน้านั้นยังคงค้างอยู่ในความรู้สึกเหลือเชื่อและหวาดผวา
“ฆ่าเจ้า… ก็แค่พริบตาเดียว!”
จางอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบเย็นชา
ตุบ
ศีรษะของเจ้าสำนักหนานซานตกลงกระแทกพื้น กลิ้งหลุนๆ ไปหยุดนิ่ง ดวงตายังคงเบิกค้างอย่างตายตาไม่หลับ
สะบัดเลือดที่เปื้อนกระบี่ทิ้งเบาๆ จางอวิ๋นไม่รอช้า ตรงเข้าค้นศพ ริบเอาสมบัติทุกชิ้นมาเกลี้ยง แล้วรีบเหินร่างกลับไปที่เดิมทันที
“อ๊ากกก——!!”
พอกลับมาถึง ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนบาดหู
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือผู้อาวุโสเก้าแห่งเกาะเชียนไห่ กำลังถูกร่างวิญญาณอ้าปากงับศีรษะ ท่าทางเหมือนตอนที่เจ้าสำนักหนานซานโดนไม่มีผิดเพี้ยน!
จางอวิ๋นถึงกับพูดไม่ออก
เขาค้นพบว่าไอ้พวกวิญญาณที่มหาปุโรหิตปล่อยออกมาพวกนี้ นอกจากหน้าตาจะเหมือนเจ้าของร่างแล้ว นิสัยใจคอกับคำพูดคำจายังถอดแบบกันมาไม่ผิดเพี้ยน ราวกับออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน
“อื๋อ…”
ร่างวิญญาณสัมผัสได้ว่าจางอวิ๋นกลับมาแล้ว ก็ชะงักการกลืนกิน หันขวับมาจ้องเขาทันที
จางอวิ๋นยิ้มหวานหยดย้อย “พี่ชายวิญญาณ ไม่ต้องเกรงใจ เชิญยึดร่างต่อเลย!”
ได้ยินแบบนั้น ผู้อาวุโสเก้าที่กำลังโดนงับหัวอยู่ก็ตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “ไอ้ระยำ! รีบมาช่วยข้าเดี๋ยวนี้! ข้าคือผู้อาวุโสเก้าแห่งเกาะเชียนไห่ ถ้าเจ้าช่วยข้า เจ้าจะได้รับมิตรภาพจากเกาะเชียนไห่!!”
“มิตรภาพจากเกาะเชียนไห่?”
จางอวิ๋นทำหน้าขยะแขยง “จะยื่นข้อเสนอทั้งที ให้มันเข้าท่ากว่านี้หน่อยได้ไหม? มิตรภาพจอมปลอมของพวกแกจะมีปัญญาเอาไปทำซากอะไร? อีกอย่าง…”
ฉึก!
“อึก!”
ผู้อาวุโสเก้าตาถลน ก้มมองคมกระบี่ที่แทงทะลุอกตัวเองจากด้านหลังด้วยความไม่อยากเชื่อ สายตาจับจ้องไปที่จางอวิ๋นอย่างสิ้นหวัง “จะ… เจ้า…”
จางอวิ๋นกล่าวเสียงเย็นยะเยือก “เกาะเชียนไห่ของพวกแก… คือศัตรูคู่อาฆาตของศิษย์คนที่สามของข้า!”
“ศัตรูคู่อาฆาต?”
ผู้อาวุโสเก้างุนงง “ศิษย์คนที่สามของเจ้าคือใคร?”
จางอวิ๋นแสยะยิ้ม “นางคือเผ่าเงือก!”
“งะ… เงือก!?”
ผู้อาวุโสเก้าเบิกตากว้าง ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ “งั้น…”
รู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร จางอวิ๋นพยักหน้า “ถูกต้อง… ระดับจินตานสองคนที่พวกแกส่งมา ข้าก็เป็นคนเชือดทิ้งเองแหละ!”
“แก!!”
ดวงตาของผู้อาวุโสเก้าลุกเป็นไฟด้วยความเคียดแค้น
ตู้ม!
แต่จางอวิ๋นไม่เปิดโอกาสให้สั่งเสีย พลัง ‘ปราณคืนกำไร’ ที่อัดเข้าไปในอกระเบิดออกทันที บดขยี้อวัยวะภายในจนแหลกเหลว
“อ๊ากกก——”
ผู้อาวุโสเก้ากรีดร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย
“ไอ้สารเลว! เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้ อย่ามาพังร่างกายของข้า!!”
ร่างวิญญาณที่กำลังตะลึง พอเห็นร่างเนื้อที่ตัวเองหมายตาถูกทำลายย่อยยับ ก็กรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว
“พี่ชายวิญญาณ อย่าเพิ่งรีบโมโห เดี๋ยวข้าจะกินท่านเดี๋ยวนี้แหละ!”
จางอวิ๋นยิงฟันยิ้มแฉ่ง สะบัดมือส่ง ‘ปราณคืนกำไร’ เข้าห่อหุ้มอีกฝ่ายทันที
ร่างวิญญาณเห็นดังนั้นก็แค่นเสียงเหยียดหยาม
พลังงานพิเศษกระจอกๆ แค่นี้… คิดจะทำร้ายข้า?
ซู่ ซู่…
แต่ทันทีที่สัมผัสโดน สีหน้าของร่างวิญญาณก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความหวาดกลัวสุดขีดแล่นพล่านไปทั่วร่างเงา
“นะ… นี่มันพลังงานขีดสุดจากหลังประตูแห่งพันธนาการ!!”
“ดูท่าความทรงจำของพวกวิญญาณอย่างพวกแก จะไม่เชื่อมต่อกันสินะ!”
ได้ยินคำพูดนั้น จางอวิ๋นก็เลิกคิ้ว “งั้นแสดงว่าต่อให้ข้าจับพวกแกกินหมด ตัวหลักของพวกแกก็คงไม่รู้เรื่องสินะ?”
“พวกแก?”
ร่างวิญญาณชะงักกึก พอตั้งสติได้ก็มองจางอวิ๋นด้วยความตกตะลึง “เจ้า… อ๊ากกก——!!”
ไม่เปิดโอกาสให้พล่ามต่อ จางอวิ๋นใช้ปราณคืนกำไรห่อหุ้มมัน แล้วขยำจนกลายเป็นก้อนกลมดิกในรวดเดียว
“นะ… นี่…”
ผู้อาวุโสเก้าที่ยังไม่ตายสนิท เห็นภาพตรงหน้าแล้วตาแทบถลนออกมานอกเบ้า
“อุ๊ย ลืมไปว่ายังมีลมหายใจอยู่!”
จางอวิ๋นหันมาเห็น ก็กระตุกกระบี่ในมือเบาๆ
พลังปราณระเบิดซ้ำอีกระลอก
พรวด!
ผู้อาวุโสเก้ากระอักเลือดคำโต ตาเหลือกลาน คอพับสิ้นใจตายคาที่!
จางอวิ๋นเป่าปากโล่งอก หันกลับมามองก้อนพลังงานในมือแล้วอ้าปากกว้าง
งั่ม!
กัดลงไปคำโต รสสัมผัสนุ่มนิ่มหนึบหนับทำเอาเคลิ้ม ยิ้มกริ่มกับตัวเอง “สงสัยจริงๆ ว่าปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วมันอร่อยขึ้นแฮะ!”
“บัดซบ! เจ้ากล้าเห็นข้าเป็นอาหาร... อ๊ากกก!!”
ไม่สนเสียงกรีดร้องของ ‘อาหารอันโอชะ’ จางอวิ๋นเคี้ยวตุ้ยๆ กลืนลงท้องอย่างรวดเร็ว
เอิ๊ก~
เขาลูบหน้าท้องที่ป่องออกมานิดหน่อยแล้วเรอเสียงดัง “กินร่างวิญญาณไปสองตัวติด ชักจะแน่นท้องนิดๆ แฮะ!”
ว่าแล้วก็รีบโคจรพลังเพื่อย่อยสลายพลังวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ในตัว ไม่นานหน้าท้องที่ป่องออกมาก็ยุบลง กลับสู่สภาพปกติ
จางอวิ๋นพ่นลมหายใจระบายความร้อน แล้วเบนสายตาไปมองศพข้างๆ
“ได้มรดกแปลงเทพมาอีกสอง… โชคสองชั้นชัดๆ!”
หลังจากค้นตัวผู้อาวุโสเก้าจนเกลี้ยง ก็เจอป้ายคำสั่งสองอันกับขวดบรรจุแก่นโลหิตอีกสองขวดใหญ่ เขาถึงกับยิ้มแก้มปริ
ฆ่าเจ้าสำนักหนานซานคนเดียว ไม่นึกว่าจะได้ลาภลอยก้อนโตแถมมาด้วย!
ตอนนี้รวมๆ แล้ว เขารวบรวมมรดกแปลงเทพมาได้ถึงสิบชิ้นแล้ว!
“ดูท่า… คงจะโดนล่อมากันหมดสินะ!”
มองดูพิกัดบนป้ายคำสั่ง จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
เดิมทีนึกว่าคนอื่นๆ จะแห่กันเข้ามาดูลาดเลา แต่กลับพบว่าพิกัดหลายจุดกำลังเคลื่อนที่ถอยห่างออกไป
เขาชะงักเล็กน้อย
สถานการณ์แบบนี้… ปกติมันต้องเข้ามามุงดูไม่ใช่หรือ?
เพราะดูจากพิกัด ตอนนี้พิกัดของเขา เจ้าสำนักหนานซาน และผู้อาวุโสเก้า รวมกันเป็นกระจุกเดียว ดูยังไงก็เหมือนกำลังตะลุมบอนกันอยู่
พวกที่กะจะมาชุบมือเปิบ ไหงถึงไม่เข้ามา?
“หรือว่า…”
ฉุกคิดอะไรได้ จางอวิ๋นก้มมองหน้าท้องตัวเอง
ร่างวิญญาณของเจ้าสำนักหนานซานกับผู้อาวุโสเก้าสุกงอมเต็มที่แล้ว ถ้าคำนวณเวลา ร่างวิญญาณที่เกาะติดคนอื่นๆ ก็น่าจะถึงเวลาสุกงอมเหมือนกัน
“โดนยึดร่างไปเรียบร้อยแล้ว?”
มองดูพิกัดสามจุดที่กำลังเคลื่อนที่ห่างออกไป จางอวิ๋นหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด
…