ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 122 ผู้เข้าทดสอบหมายเลข 66 ผู้ลึกลับ
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 122 ผู้เข้าทดสอบหมายเลข 66 ผู้ลึกลับ
“เจ้าสารเลว! กวาดมรดกไปครองตั้งสิบสายแล้ว ยังจะโลภมารีดไถข้าอีกหนึ่งสายงั้นรึ!!”
กู่หงเหวินสบถออกมาด้วยความเดือดดาลระคนตื่นตระหนก
ก่อนหน้านี้ ยามที่จางอวิ๋นพุ่งทะยานเข้าหายอดฝีมือระดับหยวนอิงคนอื่นๆ เขาก็เฝ้าจับตามองสถานการณ์อยู่ตลอด ยิ่งเห็นเหล่าระดับหยวนอิงหลายคนพุ่งเข้าไปรุมล้อม เขาก็ยิ่งแสยะยิ้มรอชมเรื่องสนุก
สถานการณ์ที่งดงามที่สุด คือการที่เจ้าเด็กจางอวิ๋นถูกรุมสังหารจนตกตายไปเสียตรงนั้น
หากเป็นเช่นนั้นจริง คำสาบานเลือดที่เขาเคยให้ไว้ก็จะเป็นโมฆะไปโดยปริยาย
ทว่าในระหว่างที่เขากำลังวาดฝัน จู่ๆ ร่างวิญญาณสายหนึ่งก็ผุดพรายออกมาจากเงาของเขา ดึงความสนใจทั้งหมดไป กว่าจะตั้งสติจัดการได้ ก็พบว่าเจ้าสารเลวจางอวิ๋นยังมีเวลาว่างส่งกระแสเสียงมาข่มขู่เขาอีก นั่นเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าอีกฝ่ายจัดการสถานการณ์ทางนั้นเรียบร้อยแล้ว
มรดกสิบสายที่อยู่ในมือของมัน คือหลักฐานที่ไม่อาจโต้แย้ง!
“หมายเลข 4, หมายเลข 10…”
กู่หงเหวินกวาดสายตามองหมายเลขลำดับต้นๆ ที่จางอวิ๋นเพิ่งช่วงชิงมาได้ ความลังเลเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจ
หมายเลข 10 เขาไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด แต่สำหรับหมายเลข 4 นั้น มีความเป็นไปได้สูงยิ่งที่จะเป็นหนึ่งในสามยอดฝีมือระดับหยวนอิงที่กลุ่มโจรสลัดหยกศิลาเชิญมาในครานี้
จะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอิสระผู้นั้น หรือเจ้าหอสามแห่งหอจี๋กวง… หรือจะเป็น…
ผู้อาวุโสเก้าแห่งเกาะเชียนไห่?
ฉับพลัน ลางสังหรณ์อัปมงคลก็ผุดพรายขึ้นกลางใจ
หากเป็นผู้อาวุโสเก้าแห่งเกาะเชียนไห่จริง ถ้าเพียงแค่บาดเจ็บก็ยังพอทำเนา แต่ที่น่าหวาดหวั่นที่สุดคือหากคนผู้นั้นตกตายไปแล้ว… นั่นย่อมกลายเป็นหายนะใหญ่หลวงสำหรับกลุ่มโจรสลัดหยกศิลาของพวกเขา!
หากเกาะเชียนไห่ส่งคนมาสืบสวนภายหลัง ย่อมต้องตรวจพบว่ากลุ่มโจรสลัดหยกศิลาเป็นผู้เชิญผู้อาวุโสเก้ามา แม้พวกเขาจะมิใช่ผู้ลงมือสังหาร แต่ขุมกำลังระดับนั้นมีหรือจะสนเหตุผลพรรค์นี้!
ในฐานะเจ้าถิ่นแห่งแคว้นหนานซิง ขุมกำลังที่มีตัวตนระดับแปลงเทพหนุนหลัง หากอีกฝ่ายตัดสินใจลงมือ กลุ่มโจรสลัดหยกศิลาของพวกเขาไม่มีทางต้านทานได้แม้เพียงกระบวนท่าเดียว
“เจ้าหมอนั่นคงไม่บ้าบิ่นถึงขนาดนั้นกระมัง?”
กู่หงเหวินเริ่มลังเลใจ
คนสติดีย่อมไม่กล้าลงมือสังหารผู้อาวุโสของเกาะเชียนไห่เป็นแน่ แต่สำหรับจางอวิ๋น...
อีกฝ่ายถึงขั้นสังหารเจ้าสำนักหนานไห่มาแล้ว หากลองไตร่ตรองดู ดีไม่ดีมันอาจจะไม่ลังเลที่จะลงมือสังหารเลยแม้แต่น้อย!
เมื่อความคิดนี้แล่นเข้ามา เขาก็รีบตรวจสอบพิกัดของผู้เข้าทดสอบหมายเลข 3 และหมายเลข 5 บนป้ายคำสั่งทันที ก่อนจะคำรามในลำคอ
“ไป!”
เขาจำต้องไปตรวจสอบให้ประจักษ์แก่สายตาว่า ผู้ที่ถูกจางอวิ๋นจัดการไปนั้นคือใครกันแน่?
หากเป็นผู้อาวุโสเก้าแห่งเกาะเชียนไห่จริง เขาจะได้รีบเตรียมแผนรับมือล่วงหน้า!
…
ณ ป่าทึบอันเงียบสงัด
“จัดการร่างวิญญาณได้แล้วสินะ…”
จางอวิ๋นหลุบตามองป้ายคำสั่ง พลางยกมือลูบคางอย่างใช้ความคิด
ดูเหมือนร่างวิญญาณของมหาปุโรหิตพวกนี้ นอกจากเขาแล้ว ยอดฝีมือระดับหยวนอิงที่แข็งแกร่งอย่างกู่หงเหวินก็มีวิธีการรับมือเช่นกัน
แต่เห็นได้ชัดว่าคงมีเพียงส่วนน้อยอย่างกู่หงเหวินเท่านั้นที่ทำได้ คาดว่าผู้คนส่วนใหญ่ในแดนลับยามนี้ น่าจะถูกยึดร่างไปจนสิ้นแล้ว!
ขนาดระดับเจ้าสำนักหนานซานและผู้อาวุโสเก้าแห่งเกาะเชียนไห่เมื่อครู่ ยังแทบจะจนปัญญา พวกระดับจินตานคงมิอาจหนีพ้นชะตากรรมอันเลวร้าย ส่วนยอดฝีมือระดับหยวนอิงอีกสามคนที่กำลังหลบหนีออกไป คาดว่าคงไม่รอดพ้นเงื้อมมือมาร โดนยึดร่างไปแล้วเช่นกัน!
“แต่ห้วงเวลามันดูจะรวดเร็วเกินไปหรือไม่?”
จางอวิ๋นฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน
ลองคำนวณเวลาดู ตั้งแต่เขาเข้ามาเหยียบแดนลับแห่งนี้ อย่างมากก็เพิ่งผ่านไปเพียงสามชั่วยาม ตามผลลัพธ์ที่เขาใช้เนตรเซียนตรวจสอบก่อนหน้านี้ ร่างวิญญาณเหล่านี้จำต้องใช้เวลาอย่างน้อยเกือบสิบเอ็ดชั่วยามกว่าจะพัฒนาจากระยะเริ่มต้นไปสู่ระยะสมบูรณ์
แม้นว่าการเข่นฆ่าผู้คนจะทำให้ร่างวิญญาณสามารถกลืนกินวิญญาณอื่นเพื่อเร่งกระบวนการได้ แต่เจ้าสำนักหนานซานกับผู้อาวุโสเก้าแห่งเกาะเชียนไห่เพิ่งได้มรดกไปเพียงคนละสองสาย ในสถานการณ์เช่นนี้ อย่างมากก็น่าจะสังหารไปเพียงคนเดียว
การกลืนกินวิญญาณเพียงดวงเดียว ไม่น่าจะย่นระยะเวลาได้รวดเร็วปานนี้
เว้นเสียแต่ว่า… มหาปุโรหิตที่หลับใหลอยู่ได้ตื่นขึ้นแล้ว!
เมื่อความคิดแล่นมาถึงจุดนี้ จางอวิ๋นก็หรี่ตาลง ประกายตาคมกริบสาดแสงเย็นเยียบ พ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
“ดูท่า… หมากกระดานนี้จะเริ่มซับซ้อนขึ้นเสียแล้ว!”
ทันใดนั้น ข้อความหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนป้ายคำสั่งในมือ
【ผู้เข้าทดสอบหมายเลข 66 ได้รับมรดกจอมเวทย์อูปฐพีระดับแปลงเทพ พิกัดของเขาอยู่ที่…】
“หมายเลข 66?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้บนศิลาจารึกทางเข้าสลักไว้ชัดเจนว่ามีเพียง 66 ช่องทาง เขาคือคนที่ 39 ผู้อาวุโสใหญ่ถ้ำจี๋หั่วคือคนที่ 40 ผ่านไปเกือบสามชั่วยาม ดูเหมือนจะมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มไม่น้อยจนครบ 66 ช่องทาง ซึ่งนั่นหมายความว่าหลังจากนี้ ไม่น่าจะมีผู้ใดเข้ามาได้อีก
นั่นแปลว่าการไล่ล่าป้ายคำสั่งจะยากเย็นยิ่งขึ้นไปอีก!
เพราะผู้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ยังไม่รู้กฎกติกา ย่อมมีโอกาสถูกจับได้โดยง่าย ส่วนผู้ที่รู้กฎแล้ว การจะไล่จับย่อมมิใช่เรื่องง่ายดาย
ทว่า…
เมื่อจับจ้องไปยังพิกัดของหมายเลข 66 จางอวิ๋นก็ดีดตัวพุ่งทะยานออกไปทันที
แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่นี่คือเหยื่ออันโอชะอย่างไม่ต้องสงสัย
พวกระดับจินตานที่มีป้ายคำสั่งแต่จับตัวไม่ได้ ก็เพราะไม่มีพิกัดระบุ แต่เจ้านี่ดันมีพิกัดปรากฏหราอยู่ต่อหน้าต่อตา เช่นนี้การจะจับกุมพวกระดับจินตานที่มีพิกัดบอก ย่อมง่ายดายประดุจพลิกฝ่ามือ
ในสายตาของจางอวิ๋น ผู้ที่เข้ามาทีหลังส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพียงระดับจินตาน เพราะระดับหยวนอิงทั่วทั้งแคว้นหนานอวิ๋นมีจำนวนจำกัด ไม่น่าจะมีหลงเหลือให้เข้ามาได้อีก
ขณะพุ่งทะยานฝ่าสายลม จางอวิ๋นก็ผ่านซากรูปปั้นที่เจ้าสำนักหนานซานเคยใช้ซุ่มโจมตีเมื่อครู่ แต่เขามิได้ใส่ใจ
เจ้าสำนักหนานซานชื่นชอบการดักซุ่ม แต่เขาไม่มีรสนิยมเยี่ยงนั้น เพราะหากขืนมาดักซุ่มอยู่ตรงนี้ คงไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้ามาใกล้เป็นแน่ ซึ่งนั่นขัดต่อความต้องการของเขา
สิ่งที่เขาปรารถนา คือให้รูปปั้นทั้ง 36 แห่งถูกปลดผนึกให้เร็วที่สุด เพื่อดูว่าจะมีหนทางออกปรากฏขึ้นหรือไม่
“หืม?”
แต่หลังจากพุ่งทะยานไปได้ราวสิบกว่าลี้ จางอวิ๋นก็หยุดชะงักร่างกลางอากาศ ตรวจสอบข้อมูลบนป้ายคำสั่งอย่างละเอียด แล้วคิ้วก็ต้องขมวดมุ่น
เพราะข้อมูลของ ‘ผู้เข้าทดสอบหมายเลข 66’ บนป้ายคำสั่ง…
มันอันตรธานหายไปแล้ว!
มิผิด… อยู่ดีๆ มันก็เลือนหายไปจากป้ายคำสั่งอย่างไร้ร่องรอย!
ราวกับว่าไม่เคยมีตัวตนของคนผู้นี้ดำรงอยู่เลย
จางอวิ๋นงุนงงสับสน
เพราะป้ายคำสั่งเหล่านี้ ตราบใดที่ได้รับมรดกแล้ว ไม่ว่าจะถูกแย่งชิงหรือเป็นตายร้ายดีอย่างไร พิกัดก็ไม่ควรจะหายไป แล้วเหตุใดในยามนี้…
【ผู้เข้าทดสอบหมายเลข 66 ได้รับมรดกจอมเวทย์อูโอสถระดับแปลงเทพ พิกัดของเขาอยู่ที่ทิศเหนือห่างจากท่าน 12 ลี้】
ขณะที่กำลังสงสัย จู่ๆ ข้อความก็เด้งขึ้นมาบนป้ายอีกครา
จางอวิ๋นชะงักกึก
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
คว้าไปได้อีกหนึ่งสายแล้ว?
ช้าก่อน...
เมื่อเห็นตำแหน่งพิกัดของข้อความนี้ จางอวิ๋นก็รีบหันขวับกลับไปมองด้านหลังทันที
ทิศเหนือ 12 ลี้… นั่นมันจุดที่ตั้งรูปปั้นที่เขาเพิ่งจะผ่านมาเมื่อครู่นี้เอง!
อีกฝ่ายเมื่อครู่ยังอยู่อีกทิศทางหนึ่งที่ห่างไกลลิบ แล้วไฉนจู่ๆ ถึงโผล่มาอยู่ข้างหลังเขาได้?
“หรือว่ามีค่ายกลเคลื่อนย้าย?”
เมื่อฉุกคิดได้ จางอวิ๋นหรี่ตาลง แล้วรีบหันหลังกลับ ระเบิดพลังพุ่งตัวย้อนกลับไปทางเดิมด้วยความเร็วสูงสุด
ทว่าเมื่อเขามาถึงบริเวณรูปปั้น ที่นั่นนอกจากเศษซากรูปปั้นที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นแล้ว ก็ว่างเปล่าไร้เงาผู้คน
ในเวลาเดียวกัน บนป้ายคำสั่ง พิกัดของ ‘ผู้เข้าทดสอบหมายเลข 66’ ก็อันตรธานหายไปอีกครั้ง!
“??”
ครานี้จางอวิ๋นเริ่มมึนงงอย่างแท้จริง
ผู้เข้าทดสอบหมายเลข 66 ทำได้อย่างไร? หรือว่าจะมีวิชาล่องหน? หรือเคลื่อนย้ายพริบตาได้ดั่งใจนึก?
【ผู้เข้าทดสอบหมายเลข 66 ได้รับมรดกจอมเวทย์อูสวรรค์ระดับแปลงเทพ พิกัดของเขาอยู่ที่ทิศตะวันออกห่างจากท่าน 1,032 ลี้】
ทันใดนั้น ข้อความอีกสายก็ปรากฏขึ้น
“……”
จางอวิ๋นเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ในห้วงความคิดจะผุดคำสามคำขึ้นมา— มหาปุโรหิต!
ตื่นแล้ว! มหาปุโรหิตแห่งอาณาจักรเซียนไห่อูที่ถูกผนึกไว้ในประตูเหล็กแฝงวิญญาณได้ตื่นขึ้นแล้ว!
ผู้เข้าทดสอบหมายเลข 66 นี้ แม้จะไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด แต่มีความเป็นไปได้สูงยิ่งว่าจะถูกร่างวิญญาณของอีกฝ่ายยึดครองร่างไปแล้ว ผู้ที่สามารถเคลื่อนย้ายข้ามมิติไปมาได้รวดเร็วปานนี้ มีเพียงมหาปุโรหิตผู้สร้างสถานที่แห่งนี้เท่านั้นที่กระทำได้
เมื่อตระหนักได้ดังนั้น จางอวิ๋นจึงตัดสินใจหยุดนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน
ดูจากท่าทีของมหาปุโรหิตผู้นี้แล้ว ดูเหมือนจะตั้งใจกวาดต้อนเอามรดกที่เหลือไปทั้งหมด
เขาก็อยากรู้เช่นกันว่า หลังจากมรดกทั้ง 36 แห่งถูกครอบครองจนครบถ้วน จะเกิดสิ่งใดขึ้น?
ตามที่เขาคาดเดา มหาปุโรหิตผู้นี้น่าจะตื่นขึ้นเพราะถูกพวกเขาและกู่หงเหวินรบกวน
เพราะความทรงจำของร่างวิญญาณอาจจะไม่เชื่อมโยงกัน แต่ในฐานะร่างต้นที่แบ่งแยกออกมา อย่างน้อยก็น่าจะสัมผัสได้ถึงการคงอยู่และการดับสูญของร่างวิญญาณ
คาดว่าพอพบว่าร่างวิญญาณหายไปหลายดวง ทำให้มหาปุโรหิตผู้นี้ตื่นขึ้นและสัมผัสได้ว่าสถานการณ์เริ่มหลุดจากการควบคุม
การที่ลงมือในยามนี้ จุดประสงค์ก็คงไม่พ้นการจัดการกับเขา และกู่หงเหวิน ผู้ที่ยังไม่ถูกร่างวิญญาณยึดครอง!
จริงสิ… ยังมีท่านเจ้าสำนักอีกคน!
จางอวิ๋นเกาหัวแกรก แวบหนึ่งเขาลืมท่านเจ้าสำนักไปเสียสนิท!
ท่านเจ้าสำนักคงไม่พลาดท่าโดนยึดร่างไปแล้วหรอกนะ?
เขาคิดแวบหนึ่ง แต่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน
ขนาดกู่หงเหวินที่เป็นเพียงเศษสวะยังไม่โดนยึดร่าง ด้วยความสามารถระดับแปลงเทพอันสูงส่งของท่านเจ้าสำนัก ย่อมต้องมีวิธีการจัดการกับร่างวิญญาณได้อย่างแน่นอน!
“หมายเลข 2, 3, 5… ท่านเจ้าสำนักคือคนไหนกันนะ?”
จางอวิ๋นกวาดตามองพิกัดสามจุดบนป้ายคำสั่งพลางคาดเดาในใจ
ผู้อาวุโสเก้าแห่งเกาะเชียนไห่ที่เขาเพิ่งจัดการไปคือหมายเลข 4 นั่นหมายความว่าเจ้าสำนักต้องเป็นหนึ่งในสามหมายเลขที่เหลือ
“น่าจะเป็นหมายเลข 5 นี่กระมัง?”
จางอวิ๋นวิเคราะห์ในใจ
หมายเลข 5 คือผู้ที่ได้มรดกระดับแปลงเทพมากที่สุดในสามคนนี้ คือคว้าไปได้แล้วถึง 4 สาย
ด้วยความแข็งแกร่งระดับท่านเจ้าสำนัก ในเมื่อเข้ามาแล้ว อย่างน้อยก็ต้องสร้างผลงานระดับนี้ให้ประจักษ์
ถ้าเป็นหมายเลข 2 หรือ 3 ท่านเจ้าสำนักคงจะฝีมืออ่อนด้อยเกินไปหน่อย
หมายเลข 3 ได้ไปเพียง 2 สาย ส่วนหมายเลข 2 ยิ่งเป็นพวกขยะไร้ค่า เป็นคนเดียวใน 10 อันดับแรกที่จนถึงป่านนี้เพิ่งจะได้มรดกระดับแปลงเทพไปเพียงสายเดียว
จะเรียกว่าเป็นความอัปยศของยอดฝีมือระดับหยวนอิงที่เข้ามาในครั้งนี้ก็คงมิผิดนัก!
ท่านเจ้าสำนักผู้เกรียงไกร ไม่มีทางเป็นเจ้าหมายเลข 2 นี่อย่างแน่นอน!
…