ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 131 ข้ามาเพื่อฆ่าแกโดยเฉพาะ
“ยังไม่พอ… ยังห่างไกลจากคำว่าพอ!”
รอบนี้ผู้ที่กำลังกระหายพลังและดูดกลืนทะเลพลังอูอย่างบ้าคลั่งมิใช่เจ้าหนูอู๋ไห่ไห่ หากแต่เป็นตัวจางอวิ๋นเอง
เมื่อครู่พลังคืนกำไรระลอกใหญ่ ทำให้ระดับพลังของเขาพุ่งทะยานแตะจุดสูงสุดของจินตานขั้นสูงสุด หรือขอบเขตที่ 10 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่ทว่า… ความโลภของเขายังไม่จบสิ้นเพียงเท่านี้
อาศัยจังหวะที่แรงดูดกลืนจากเคล็ดวิชากายาสูงสุดยังค้างอยู่ หลังจากย่อยพลังคืนกำไรจนหมดสิ้น เขาก็สับสวิตช์เดินเครื่อง ‘เคล็ดวิชาจอมเวทย์อู’ ต่อทันที เปิดโหมดสูบเลือดสูบเนื้อจากทะเลพลังอูรอบด้านอย่างบ้าคลั่ง
ศิษย์คนที่สี่เพิ่งจะโชว์ลวดลายดูดไปหนึ่งกรุบ ในฐานะอาจารย์จะยอมน้อยหน้าศิษย์ได้อย่างไร!
“แอ้? แอ้?”
อู๋ไห่ไห่เอียงคอมองดูจางอวิ๋นที่กำลังพยายามรวบรวมพลังจากทะเลรอบด้าน สีหน้าจิ้มลิ้มฉายแววครุ่นคิดบางอย่าง
ทันใดนั้น ร่างเล็กจิ๋วก็พุ่งวูบฝ่ากระแสน้ำที่กำลังหมุนวน เข้ามาประชิดตัวจางอวิ๋นทันที
“ไห่ไห่! ถอยไปก่อนลูก!”
จางอวิ๋นตกใจแทบสะดุ้ง
การดูดซับพลังของเขาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ทุกครั้งที่ระดับพลังทะลวงผ่าน มันจะระเบิดคลื่นพลังรุนแรงออกมา ด้วยร่างกายทารกบอบบางของอู๋ไห่ไห่…
“แอ้! แอ้!!”
ยังไม่ทันจะคิดจบ จู่ๆ อู๋ไห่ไห่ก็เอามือป้อมๆ ข้างหนึ่งมาแปะที่ไหล่เขาอย่างมั่นคง ส่วนมืออีกข้างก็ร่ายรำทำมือเป็นสัญลักษณ์เคล็ดวิชาจอมเวทย์อูอย่างคล่องแคล่ว
ครืนนน!
พริบตาเดียว ทั่วทั้งทะเลพลังอูสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พลังงานมหาศาลจากทะเลรอบทิศทางไหลบ่าเข้ามาหากันราวกับเขื่อนแตก ตรงดิ่งมาที่จุดเดียว
“แอ้!”
อู๋ไห่ไห่ส่งเสียงร้องใส่เขาหนึ่งที ราวกับจะบอกว่า เอ้า กินสิพ่อ!
จางอวิ๋นได้สติ ตาโตด้วยความตกตะลึง “นี่เจ้า… กำลังช่วยอาจารย์รวบรวมพลัง?”
ไม่มีเวลาให้คิดมาก เขาเปิดจุดชีพจรทั่วร่างออกรับเต็มที่ ดูดกลืนพลังอูมหาศาลที่อู๋ไห่ไห่กวาดต้อนมาป้อนให้ถึงปากทันที
หนึ่งวินาที… สองวินาที… สามวินาที…
ผ่านไปเพียงสิบวินาที
ตูม!
เสียงระเบิดดังทุ้มต่ำก้องกังวานในกาย พลังอูในตัวจางอวิ๋นเปลี่ยนสภาพจากสีฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินเข้มข้นจนเกือบดำสนิท
พลังอูขั้นสี่… ทะลวงสู่ขั้นห้าสำเร็จ!
นั่นหมายความว่า บัดนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับ “ต้าอู” อย่างเป็นทางการ พลังเทียบเท่ากับจอมเวทย์อูระดับแปลงเทพในยุคโบราณแล้ว!
และมันยังไม่จบแค่นั้น
คลื่นพลังอูระลอกใหญ่ยังคงถาโถมเข้ามา ร่างกายของเขาราวกับฟองน้ำที่หิวกระหาย ดูดซับพลังงานเหล่านั้นเข้าไปด้วยความเร็วระดับปีศาจ
ไม่ถึงครึ่งนาที พลังอูมหาศาลที่ถูกศิษย์รักกวาดต้อนมาก็ถูกเขาสูบจนเกลี้ยง
ขณะที่จางอวิ๋นกำลังจะผ่อนลมหายใจเพื่อหยุดพัก…
“แอ้! แอ้!!”
เสียงร้องของอู๋ไห่ไห่ดังขึ้นข้างหู มือป้อมๆ ที่แปะไหล่เขาอยู่ ขยับทำท่าประสานอินเคล็ดวิชาอีกครั้ง…
ครืนนนน!!
ทะเลพลังอูระลอกใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม ถาโถมเข้ามาหาเขาอีกรอบ
มารดาเถอะ!
จางอวิ๋นสบถในใจด้วยความตื่นตระหนกปนดีใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากดูดต่อ
รอบนี้ใช้เวลาไปเกือบสองนาที กว่าจะย่อยพลังระลอกนี้หมด แต่ระดับพลังอูของเขายังไม่เลื่อนขั้น
เมื่อก้าวสู่ระดับต้าอู พลังงานที่ต้องใช้ในการเลื่อนระดับมันมหาศาลกว่าขั้นก่อนหน้าหลายเท่าตัวนัก
แต่ทว่า…
ครืนนนน!!
มองดูอู๋ไห่ไห่ที่ร้อง ‘แอ้ๆ’ อย่างสนุกสนาน พร้อมกวาดต้อนพลังมาป้อนให้อีกระลอกใหญ่ราวกับกำลังเล่นป้อนข้าว จางอวิ๋นได้แต่ยิ้มแห้ง
เป็นถึงอาจารย์ แต่ต้องให้ลูกศิษย์มาช่วยป้อนข้าวป้อนน้ำ (พลัง) ให้ถึงปาก...
ช่างน่าขายหน้าสิ้นดี!
แต่เจอความกตัญญู (แกมบังคับ) ของอู๋ไห่ไห่แบบนี้ จะปฏิเสธก็กระไรอยู่ เพราะถ้าให้เขาดูดเองตามลำพัง คงต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะรวบรวมพลังได้ขนาดนี้
เอ้า! ดูดก็ดูดวะ!
ในขณะที่จางอวิ๋นกำลังเสพสุขกับการดูดพลังแบบบุฟเฟต์อยู่นั้น…
…
โลกภายนอก ณ โถงกลางเมืองเซียนอู
“ปุโรหิตสาม เจ้ามีน้ำยาแค่นี้ ยังกล้ามาเห่าหอนต่อหน้าข้า?”
มองดูปุโรหิตสามที่ขาข้างหนึ่งถูกพลังอูกัดกร่อนจนหายไป ต้องยืนพิงกำแพงหน้าซีดเผือด มหาปุโรหิตกำคทาในมือแน่นพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันของผู้ชนะ
ปุโรหิตสามสีหน้าย่ำแย่ จ้องมองคทาในมือซ้ายของมหาปุโรหิตด้วยความไม่อยากเชื่อ “เจ้า… เจ้าปลดผนึกคทาเซียนอูได้แล้ว!?”
เมืองเซียนอูแห่งนี้ คือมรดกที่เซียนอูทิ้งไว้ มีคทาสามด้ามเป็นกุญแจควบคุม
หนึ่งในนั้นคือแกนกลางสูงสุด เรียกว่า “คทาเซียนอู” สามารถควบคุมพลังอูทั้งหมดในเมืองได้ และภายในตัวคทายังมีมิติพิเศษที่กักเก็บพลังงานอูไว้อย่างไร้ขีดจำกัด เพียงแต่ว่ามิตินั้นถูกผนึกไว้ ไม่เคยมีใครเปิดใช้ได้มาก่อน แต่ตอนนี้…
“ข้าอุตส่าห์ซ่อนไพ่ตายใบนี้ไว้ ไม่นึกว่าเจ้าจะโผล่หัวออกมาเอง ช่วยประหยัดเวลาข้าที่ต้องไปตามล่าเจ้าได้เยอะ…”
มหาปุโรหิตแสยะยิ้มอำมหิต ชูคทาในมือซ้ายขึ้นสูงประกาศศักดา
“เห็นแก่ที่เจ้าเสนอหน้ามาให้ฆ่าถึงที่ วันนี้ ข้าจะมอบเกียรติสูงสุดให้… จงตายภายใต้พลังมหาสมุทรที่เซียนอูทิ้งไว้ซะเถอะ…”
“มหาสมุทรอูกลืนกิน!!”
สิ้นเสียงตวาด พลังอูอันน่าสะพรึงกลัวก็เตรียมจะพวยพุ่งออกจากคทาซ้าย
ปุโรหิตสามหน้าซีดเผือด ไม่ไกลออกไป กู่หงเหวินและเจ้าหอสามแห่งหอจี๋กวงก็หน้าถอดสีเช่นกัน
วินาทีนี้พวกเขารู้ซึ้งแล้วว่า คทาในมือของตาเฒ่านั่นคือศาสตราวุธระดับเซียน ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะต่อกรได้เลย
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เห็นท่าไม่ดี ทั้งคู่ไม่รอช้า ดีดตัวพุ่งไปทางประตูทางออกหนีตายทันที
“คิดหนี?”
มหาปุโรหิตแค่นเสียง หันปลายคทาชี้ไปทางกู่หงเหวินและเจ้าหอสาม
“ซวยแล้ว!”
ทั้งสองคนหน้าเปลี่ยนสี รีบระเบิดพลังปราณออกมาสร้างเกราะป้องกันตามสัญชาตญาณ
แต่รอแล้วรอเล่า…
กลับไม่เห็นคลื่นพลังอูมหาศาลพุ่งเข้ามาปะทะหน้าสักที
“หือ?”
กู่หงเหวินและเจ้าหอสามชะงัก หันไปมองแล้วก็ต้องงุนงง เพราะไม่มีพลังอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย
มหาปุโรหิตที่กำลังฉีกยิ้มค้างอยู่ก็ชะงักกึก มองคทาในมือด้วยความงุนงง
พลังอูข้าไปไหน?
เขาขมวดคิ้ว แล้วสะบัดคทาอีกครั้ง ตะโกนลั่น “มหาสมุทรอูกลืนกิน!!”
กู่หงเหวินและเจ้าหอสามสะดุ้งโหยง รีบตั้งท่าป้องกันอีกรอบ
แต่…
ผ่านไปครู่ใหญ่ ก็ยังคงเงียบกริบ ไม่มีหมาสักตัววิ่งออกมา
บรรยากาศในโถงใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงันอันน่ากระอักกระอ่วน ทั้งสี่คนยืนจ้องตากันปริบๆ
“เกิดบ้าอะไรขึ้น?”
มหาปุโรหิตหน้าเหวอ
เขาใช้คทานี้จนคล่องแล้ว ไม่มีทางพลาดแน่ๆ แล้วทำไมพลังไม่ออกมา?
เดี๋ยวนะ
ฉุกคิดอะไรได้ มหาปุโรหิตรีบส่งจิตเข้าไปตรวจสอบภายในคทา
“เป็นไปไม่ได้!!”
พอเห็นสภาพข้างใน เขาก็ยืนแข็งทื่อเป็นหินไปเลย
เห็นปฏิกิริยานั้น กู่หงเหวิน เจ้าหอสาม และปุโรหิตสาม ต่างก็มึนตึ้บ
สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“พลังหมดหรือไร?”
เจ้าหอสามแห่งหอจี๋กวงได้สติคนแรก มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียม
กู่หงเหวินก็หรี่ตาลง แววตาเริ่มมีประกายสังหาร
ส่วนปุโรหิตสามทำหน้าประหลาดใจ
พลังในคทาเซียนอูมันไร้ขีดจำกัดมิใช่รึ? หรือว่ามหาปุโรหิตมันปลดผนึกได้แค่เสี้ยวเดียว พลังเลยหมด?
“เร็ว! ฆ่ามันซะ!!”
คิดได้ดังนั้น ปุโรหิตสามตะโกนสั่งตายทันที
ไม่ต้องรอให้สั่งซ้ำ กู่หงเหวินและเจ้าหอสามก็พุ่งตัวออกไปแล้ว
เมื่อกี้โดนตาเฒ่านี่ใช้คทาไล่ยิงจนหัวซุกหัวซุน ความแค้นมันสุมอกเต็มที!
มหาปุโรหิตเห็นท่าไม่ดี กัดฟันกรอด เขย่าคทาเซียนอูอย่างบ้าคลั่ง ตะโกนลั่น “ไอ้พวกเวรตะไล ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!!”
วิ้งงง!!
แสงสว่างวาบขึ้น ปากทางมิติเปิดออก ร่างหนึ่งถูกพ่นพรวดออกมา
“ไอ้หนู อย่าให้มันเกินไปนักนะโว้ย!!”
พร้อมกับร่างที่พุ่งออกมา คือเสียงคำรามด้วยความโมโหสุดขีด
กู่หงเหวินที่กำลังจะพุ่งเข้าไปชะงักกึก มองดูผู้มาใหม่ด้วยความตกตะลึง “ทะ… ท่านเจ้าสำนักหลิงเซียน?”
เจ้าสำนักหลิงเซียนที่กำลังตะโกนด่า พอตั้งหลักได้ก็ชะงัก มองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง “ข้า… ออกมาแล้ว?”
เขายังมึนๆ เบลอๆ อยู่
เมื่อกี้ในทะเลพลังอู จางอวิ๋นไอ้เด็กบ้านั่นดูดพลังอย่างกับคนบ้า ทะเลหายไปเป็นแถบๆ แถมยังปล่อยคลื่นพลังกระแทกไปทั่ว
แค่นั้นยังพอทน แต่จู่ๆ ท้องฟ้าเหนือทะเลพลังอูก็ระเบิดคลื่นพลังกดดันลงมาอีก
บนก็กระแทก ล่างก็กัดกร่อน เขาโดนอัดก๊อปปี้จนแทบจะเป็นลม
พอกำลังจะอ้าปากด่าระบายอารมณ์ จู่ๆ ภาพก็ตัด…
รู้ตัวอีกที ก็มายืนงงในดงตีนนี่แหละ!
ยังไม่ทันให้เจ้าสำนักหลิงเซียนได้เรียบเรียงความคิด
“ไอ้สารเลว! รีบไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!!”
เสียงคำรามด้วยความเดือดดาลดังลั่นอีกครั้ง
ทุกคนหันขวับไปมอง เห็นมหาปุโรหิตหน้าดำหน้าแดง กำลังเขย่าคทาเซียนอูในมือซ้ายอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ
แสงสว่างวาบๆ แวมๆ แต่ไม่มีอะไรออกมาอีกเลย
กู่หงเหวินกับพวกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ตาเฒ่านี่มันเป็นบ้าอะไรของมัน?
มหาปุโรหิตไม่มีกะจิตกะใจจะสนใครทั้งนั้น ตอนนี้เขาแทบจะร้องไห้เป็นสายเลือด!
น้ำทะเลพลังอูในมิติของคทาเซียนอู… กำลังลดฮวบๆ ด้วยความเร็วที่น่าใจหาย! ที่สำคัญคือ มีแรงดูดมหาศาลจากข้างในตรึงมวลน้ำเอาไว้ ไม่ว่าเขาจะเขย่าแค่ไหน ก็ดึงน้ำออกมาไม่ได้แม้แต่หยดเดียว!
คนที่เขาดูดเข้าไปมีแค่สองคน เจ้าสำนักหลิงเซียนออกมาแล้ว…
งั้นไอ้ตัวการที่กำลังสูบเลือดสูบเนื้อคทาของเขาอยู่ข้างใน ก็ต้องเป็นไอ้ตัวที่เหลือแน่ๆ!
เขาไม่รู้ว่ามันทำได้อย่างไร แต่ตอนนี้เขาแค่อยากให้มันไสหัวออกมาไวๆ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ น้ำในคทาแห้งเหือดหมด คทาเซียนอูได้กลายเป็นไม้ตีพริกแน่!
“เจ้าสินะ คนบงการเบื้องหลัง?”
เจ้าสำนักหลิงเซียนตั้งสติได้ มองเห็นประตูเหล็กหน้าคนของมหาปุโรหิตก็จำได้ทันที แววตาเย็นยะเยือก “ได้เวลาคิดบัญชีแล้ว!”
ตูม!
กลิ่นอายระดับหยวนอิงอันทรงพลังระเบิดออกมา ทำเอาอุณหภูมิในโถงใหญ่ลดฮวบจนหนาวยะเยือก
กู่หงเหวินและเจ้าหอสามหน้าเปลี่ยนสี มองเจ้าสำนักหลิงเซียนด้วยความหวาดหวั่น
ภายใต้แรงกดดันนี้ พลังในกายของพวกเขาถูกข่มจนแทบขยับไม่ได้
พวกเขาเคยเจอหยวนอิงระดับสูงมาบ้าง แต่ไม่เคยมีใครให้ความรู้สึกกดดันขนาดนี้… ตาลุงนี่มันระดับไหนกันแน่?
ครืนนน!!
ทันใดนั้น คลื่นพลังอูอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมาจากคทาเซียนอู
แรงกระแทกมหาศาลทำเอามหาปุโรหิตมือไม้สั่น คทาหลุดมือร่วง ตุ้บ ลงพื้น
เจ้าสำนักหลิงเซียนกำลังก้าวเข้าไป พอเห็นคทาที่กำลังสั่นระริกตกมาอยู่ตรงหน้าเท้าก็ชะงัก
ตูมมม——!!
ลำแสงสีฟ้าครามขนาดมหึมาพุ่งระเบิดออกจากตัวคทาราวกับภูเขาไฟปะทุ
“ฉิบหาย!”
เจ้าสำนักหลิงเซียนหน้าถอดสี หลบไม่ทันแล้ว โดนลำแสงนั้นเสยเข้าเต็มคาง ร่างลอยละลิ่วทะลุเพดานโถงใหญ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าไปทันที
ลำแสงนั้นสว่างจ้าจนแสบตา กลิ่นอายพลังอูเข้มข้นแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งแดนลับ
“บัดนี้ ปุโรหิตองค์ใหม่ถือกำเนิด… สรรเสริญ!!”
เสียงพึมพำอันเก่าแก่และทรงอำนาจ ดังกระหึ่มก้องกังวานไปทั่วสารทิศ
ในโถงใหญ่
“เสียงแห่งเซียนอู! มีคนทะลวงสู่ระดับปุโรหิต!?”
มหาปุโรหิตและปุโรหิตสามต่างเบิกตากว้างด้วยความช็อก
ในฐานะผู้ใช้พลังอูระดับปุโรหิต พวกเขาเคยผ่านจุดนี้มาแล้ว ย่อมจำนิมิตสวรรค์นี้ได้ดี
แต่… จะมีปุโรหิตใหม่เกิดขึ้นได้อย่างไร?
มหาปุโรหิตนึกอะไรขึ้นได้ หันขวับไปจ้องคทาที่อยู่กลางลำแสง “เป็นไปไม่ได้!!”
“แอ้! แอ้!!”
สิ้นเสียงปฏิเสธของเขา เสียงร้องของเด็กทารกก็ดังลอดออกมาจากลำแสง
ทุกคนชะงัก
พริบตาถัดมา ร่างเงาร่างหนึ่งก็ วูบ ปรากฏตัวขึ้นกลางลำแสงนั้น
เป็นชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมยาว… จางอวิ๋น!
“บัดซบ… ผู้ใดมันบังอาจใช้ค่ายกลดูดวิญญาณกับข้า?”
จางอวิ๋นสบถออกมาอย่างหัวเสีย พลางค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“ที่นี่…”
พอมองเห็นสภาพรอบตัวก็ชะงัก คิ้วกระตุกเบาๆ “ออกมาแล้ว?”
งงนิดหน่อย
เมื่อกี้เขากำลังเพลินกับการเลื่อนระดับพลังอูจากขั้น 5 ทะลวงสู่ขั้น 6 (ระดับปุโรหิต) จู่ๆ ก็มีแสงสว่างวาบ พร้อมแรงดูดมหาศาลกระชากเขาลอยละลิ่วขึ้นฟ้า
หมุนติ้วๆ อยู่พักหนึ่ง…
รู้ตัวอีกที ก็มายืนงงอยู่ที่นี่
“แอ้!”
ก้มมองอู๋ไห่ไห่ที่กอดอกเขาแน่น จางอวิ๋นยิ้มบางๆ
โชคดีที่คว้าตัวเจ้าหนูไว้ทันตอนถูกดูดออกมา
เช็กดูแล้วว่าศิษย์รักปลอดภัยหายห่วง เขาถึงถอนหายใจโล่งอก แล้วหันไปมองรอบๆ
“หัวหน้ากู่?”
เห็นกู่หงเหวินก็เลิกคิ้ว
กู่หงเหวินได้สติ มองจางอวิ๋นด้วยความอึ้ง “ผู้อาวุโสจาง?”
จางอวิ๋นไม่ได้สนใจจะคุยด้วย เพราะสายตาของเขา… ดันไปสะดุดเข้ากับชายสวมหน้ากากสีน้ำเงินที่ยืนอยู่ข้างๆ
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปาก
“ท่านเจ้าหอสาม… ไม่เจอกันนานนะ!”
“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
เจ้าหอสามแห่งหอจี๋กวงขมวดคิ้ว
เขาจำ ‘หมายเลข 19’ คนนี้ได้ดี เพราะเป็นคนเดียวที่กล้าปฏิเสธคำชวนของเขา ไม่นานมานี้ได้ข่าวว่ามันพลังถดถอย เลยส่งหมายเลข 20 ไปเก็บงาน แล้วก็ไม่ได้สนใจอีก
ไม่นึกว่าจะมาเจอตัวเป็นๆ ที่นี่!
“ข้ามาทำไมงั้นรึ…”
จางอวิ๋นแสยะยิ้ม แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษ
“ข้ามาเพื่อส่งเจ้าลงนรกโดยเฉพาะไงล่ะ!”
ประโยคเรียบง่าย แต่ทำเอาบรรยากาศในโถงใหญ่แข็งค้างจนหายใจไม่ออก
เจ้าหอสามหรี่ตาลง
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!!
พริบตาเดียว มีดสั้นนับสิบเล่มก็พุ่งออกมาจากความว่างเปล่ารอบทิศทาง เล็งเป้าสังหารไปที่จางอวิ๋นทุกจุดตาย
จางอวิ๋นไม่ขยับแม้แต่ปลายนิ้ว
ทันทีที่คมมีดเหล่านั้นพุ่งเข้ามาในระยะประชิด คลื่นพลังอูสีน้ำเงินเข้มข้นก็ผุดขึ้นมาห่อหุ้มพวกมันไว้เหมือนหยุดเวลา
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เขาเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ มีดสั้นเหล่านั้นก็ร่วงกราวลงพื้น ราวกับเศษเหล็กไร้ค่า