ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 132 ศาสตราเซียน
รูม่านตาของเจ้าหอสามหดวูบลงเหลือเพียงเท่ารูเข็มด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
“ท่านเจ้าหอสาม ดูท่าท่านจะรีบไปลงนรกน่าดูเลยนะขอรับ!”
เสียงหัวเราะเบาๆ ทว่าเย็นยะเยือกของจางอวิ๋น ดังกระซิบขึ้นที่ข้างใบหูราวกับเสียงเรียกของมัจจุราช
ใบหน้าภายใต้หน้ากากของเจ้าหอสามซีดเผือดจนไร้สีเลือด วินาทีก่อนหน้านี้ จางอวิ๋นยังยืนสงบนิ่งอยู่กลางโถงใหญ่ แต่วินาทีนี้กลับมายืนประชิดอยู่ข้างกายเขาแล้วโดยที่เขาไม่ทันได้รู้ตัว
แม้แต่ปฏิกิริยาตอบโต้หรือขยับกายหลบหนีก็ยังทำไม่ทัน ภาพตรงหน้าของเขาก็ถูกถมเต็มไปด้วยคลื่นพลังอูสีน้ำเงินเข้ม ดุจมหาสมุทรคลั่งที่ถาโถมเข้ามากลืนกินสรรพสิ่ง
“เช่นนั้นก็… จงดับสูญไปเสียเถอะ”
สิ้นเสียงอันราบเรียบไร้อารมณ์ของจางอวิ๋น
โพละ——!!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว!
เจ้าหอสามแห่งหอจี๋กวง ผู้มีพลังบำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงขั้นสูง ผู้เป็นถึงยอดฝีมือระดับแนวหน้าของแคว้น ไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวนหรือต่อต้านแม้แต่แอะเดียว ร่างทั้งร่างก็ถูกแรงบดขยี้มหาศาลจากพลังอูสีน้ำเงินเข้ม อัดกระแทกจนระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดสีแดงฉานฟุ้งกระจายไปทั่วกลางอากาศ!
กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว ดั่งสายฟ้าแลบที่ผ่าลงมาโดยไร้สุ้มเสียง
กว่ากู่หงเหวินและคนอื่นๆ จะตั้งสติได้ สิ่งที่เห็นก็คือภาพของเจ้าหอสามที่กลายเป็นเพียงเศษเนื้อและละอองเลือดไปเสียแล้ว
ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
ตายแล้ว!
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงขั้นสูง… กลับถูกฆ่าตายง่ายๆ ราวกับบี้มดปลวกแบบนี้เนี่ยนะ!!
สายตาที่พวกเขามองไปทางจางอวิ๋น บัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดผวาและยำเกรงถึงขีดสุด
ไอ้หมอนี่… มันมีพลังระดับไหนกันแน่?
“ท่านมหาปุโรหิต ไม่นึกเลยว่าตัวจริงของท่านจะมีสภาพ… เอิ่ม… เป็นเอกลักษณ์ขนาดนี้!”
จางอวิ๋นหันไปมองมหาปุโรหิตที่มีสภาพเป็นประตูเหล็กงอกแขนขา พร้อมใบหน้าชราที่แปะอยู่ตรงกลาง แล้วเลิกคิ้วกวนประสาท
เมื่อเห็นสายตาหยามเหยียดที่มองมา มหาปุโรหิตสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด ไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกคทาในมือซ้ายขึ้นฟาดฟันทันที
วิ้งงง!!
คทาที่เคยด้านชาไม่ตอบสนอง บัดนี้เมื่อจางอวิ๋นออกมาจากมิติแล้ว มันก็กลับมาใช้งานได้ตามปกติ คลื่นพลังอูมหาศาลพวยพุ่งออกมา ก่อตัวเป็นมังกรวารีขนาดมหึมา ส่งเสียงคำรามกึกก้อง หมุนวนกวาดทำลายล้างตรงดิ่งมาทางจางอวิ๋นหมายจะสังหารให้สิ้นซาก
“แอ้!”
จางอวิ๋นกำลังจะขยับตัวสวนกลับ แต่อู๋ไห่ไห่ในอ้อมแขนกลับส่งเสียงร้องขึ้นมาคำหนึ่ง แล้วดีดตัวพุ่งออกไปเอง
หมับ!
ยังไม่ทันที่จางอวิ๋นจะคว้าตัวทัน ร่างเล็กจิ๋วของอู๋ไห่ไห่ก็พุ่งเข้าไปประจันหน้ากับมังกรวารีพลังอูขนาดยักษ์นั่นแล้ว
“รนหาที่ตาย!”
เมื่อเห็นว่าทารกในอ้อมอกจางอวิ๋นกล้าเอาตัวมาขวางทางปืน มหาปุโรหิตก็แสยะยิ้มเย็นด้วยความสะใจ
เขากำลังรอคอยฉากสยดสยองที่ร่างเล็กจิ๋วนั่นจะถูกบดขยี้จนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี แต่ทว่า…
กึก!
วินาทีที่มังกรวารีอันเกรี้ยวกราดสัมผัสโดนฝ่ามือน้อยๆ ของอู๋ไห่ไห่ มันกลับหยุดชะงักกึก! ราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา แช่ค้างอยู่กลางอากาศดื้อๆ ต่อหน้าต่อตา!
“นี่มัน…”
มหาปุโรหิตเบิกตาโพลงแทบถลน “เป็นไปได้อย่างไร?”
กู่หงเหวินและปุโรหิตสามที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ก็หน้าเหวออ้าปากค้างไปตามๆ กัน
เกิดบ้าอะไรขึ้น? ทารกตัวกะเปี๊ยกเดียว… หยุดมังกรวารีพลังอูระดับทำลายล้างได้ด้วยมือเปล่า?
“แอ้! แอ้!!”
จังหวะนั้นเอง อู๋ไห่ไห่ก็ส่งเสียงร้อง แล้วผลักฝ่ามือน้อยๆ ออกไปข้างหน้าเบาๆ
ตูม!
ทันใดนั้น มังกรวารีที่หยุดนิ่งก็กลับมาหมุนวนอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง แต่รอบนี้มันไม่ได้พุ่งใส่พวกจางอวิ๋น แต่มันหันหัวกลับ พุ่งย้อนศรใส่หน้ามหาปุโรหิตเต็มๆ!
“แย่แล้ว!”
มหาปุโรหิตหน้าถอดสี ร้องเสียงหลง หลบไม่ทันแล้ว ร่างประตูเหล็กถูกมังกรวารีกระแทกเข้าเต็มแรว ปลิวละลิ่วไปกระแทกกับผนังโถงใหญ่อย่างรุนแรง
โครม!
ร่างประตูเหล็กฝังจมลึกเข้าไปในกำแพงหินแข็ง ตัวบานประตูส่งเสียง แกรกๆ เกิดรอยร้าวปริแตกขึ้นหลายแห่ง
กู่หงเหวินและปุโรหิตสามยืนมองตาค้าง อ้าปากพะงาบๆ ราวกับปลาขาดน้ำ
ตาฝาดไปใช่ไหม?
ทารกคนหนึ่ง… สะท้อนการโจมตีสุดกำลังของมหาปุโรหิตกลับไป แถมยังซัดมหาปุโรหิตจนกระเด็นติดผนัง?
จางอวิ๋นเห็นฉากนี้ก็อดขำไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก
ศิษย์คนที่สี่ของเขาคนนี้คือเซียนอูกลับชาติมาเกิด เมื่อครู่แค่เรียนรู้เคล็ดวิชาแวบเดียวก็ดูดทะเลพลังอูไปตั้งขนาดนั้น กับแค่จัดการมังกรวารีแค่นี้ ถือเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วสำหรับเจ้าตัวเล็ก
“ไห่ไห่ เก่งมากลูก!”
จางอวิ๋นยกนิ้วโป้งให้ เดินเข้าไปลูบหัวโล้นๆ ของศิษย์รักด้วยความเอ็นดู
“แอ้! แอ้!!”
อู๋ไห่ไห่ร้องอย่างดีใจ แล้วชี้มือป้อมๆ ไปทางมหาปุโรหิตที่ฝังคาอยู่ในกำแพง
วิ้ง! วิ้ง!
แรงดึงดูดประหลาดเกิดขึ้น คทาสองด้ามที่มหาปุโรหิตกำแน่นไว้ในมือประตูเหล็ก จู่ๆ ก็สั่นระริกและพยายามจะดิ้นรนบินหนีออกมา
“อย่าหวังจะแย่งคทาข้าไป!!”
มหาปุโรหิตที่ยังมึนๆ งงๆ พอรู้สึกว่ามีคนจะมาแย่งของรัก ก็รีบเกร็งกำลังแขนเหล็กยึดไว้สุดชีวิต เส้นเอ็นปูดโปน
แต่คทาทั้งสองด้ามราวกับเจอแม่เหล็กขั้วตรงข้ามที่ดึงดูดอย่างรุนแรง พวกมันระเบิดพลังอูออกมา สะบัดหลุดจากการจับกุมของ ‘เจ้านายเก่า’ อย่างไร้เยื่อใย แล้วพุ่งลิ่วไปหาอู๋ไห่ไห่ทันที
มหาปุโรหิตตะลึงงันจนลืมความเจ็บปวด
คทาพวกนี้จดจำเจ้าของแล้วมิใช่รึ? ทำไมถึงทรยศกันดื้อๆ แบบนี้!
ข้าไม่เชื่อ!
“กลับมา! คทาของข้า… กลับมาเดี๋ยวนี้!!” เขาตะโกนลั่นด้วยความสิ้นหวัง
แต่คทาทั้งสองด้ามเมินเฉยต่อเขาอย่างสมบูรณ์แบบ พวกมันบินไปลอยอยู่ข้างกายอู๋ไห่ไห่ ซ้ายขวา ราวกับองครักษ์พิทักษ์นายเหนือหัวที่แท้จริง
“แอ้! แอ้!!”
อู๋ไห่ไห่ยิ้มแฉ่ง หันขวับไปชี้ที่ไหล่ของปุโรหิตสามบ้าง
ปุโรหิตสามหน้าเปลี่ยนสี
อ๊บ! อ๊บ!
เจ้าคางคกเทพบนไหล่ไม่รอให้สั่ง มันกระโดดผลุงออกมาอย่างว่างง่าย กระโดดไปหมอบอยู่แทบเท้าอู๋ไห่ไห่อย่างเชื่องเชื่อราวกับสุนัขเชื่องๆ
อู๋ไห่ไห่นั่งทับลงไปบนหลังคางคกเหมือนได้ของเล่นชิ้นใหม่ ส่งเสียง แอ้ๆ อย่างมีความสุข
กู่หงเหวินที่มองดูอยู่ข้างๆ ถึงกับยืนบื้อเป็นหุ่นไม้
คทาสองด้ามของมหาปุโรหิต และคางคกเทพของปุโรหิตสาม คือสุดยอดสมบัติที่แสดงอานุภาพน่าสะพรึงกลัวในการต่อสู้เมื่อครู่ โดยเฉพาะคทาซ้ายของมหาปุโรหิตที่เป็นของระดับเซียน
แต่ตอนนี้… สามสุดยอดสมบัติ กลับยอมสยบแทบเท้าเด็กทารกคนนี้อย่างง่ายดายเนี่ยนะ?
จางอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย โคจรเคล็ดวิชาเนตรเซียนตรวจสอบทันที
【คทาเซียนอู (มิติ)】
ระดับ: ศาสตราเซียน (ชิ้นส่วน)
ทักษะ: มิติทะเลอู —— ภายในบรรจุทะเลพลังอู สามารถปลดปล่อยออกมาเป็นรูปแบบการโจมตีต่างๆ และสามารถดูดกลืนสิ่งมีชีวิตหรือวัตถุเข้าไปขังไว้ได้
คำอธิบาย: หนึ่งในเจ็ดชิ้นส่วนของศาสตราเซียน ‘คทาเซียนอู’ มีอำนาจควบคุมเมืองเซียนอู สร้างขึ้นโดยเซียนอู แบ่งพลังออกเป็นเจ็ดส่วน…
วิธีซ่อมแซม: รวบรวมคทาให้ครบเจ็ดด้าม ใช้พลังอูหลอมรวม จะสามารถฟื้นฟูสภาพเป็นศาสตราเซียนที่สมบูรณ์ได้
…
【คทาเซียนอู (ค่ายกล)】
ระดับ: ศาสตราเซียน (ชิ้นส่วน)
ทักษะ: ควบคุมค่ายกล —— เมื่อนำคทาไปวางไว้ในค่ายกลส่วนใหญ่ จะสามารถอ่านโครงสร้างและควบคุมค่ายกลนั้นได้ในระยะเวลาสั้นๆ
คำอธิบาย: หนึ่งในเจ็ดชิ้นส่วนของศาสตราเซียน…
…
【คทาเซียนอู (แปรเปลี่ยน)】
ระดับ: ศาสตราเซียน (ชิ้นส่วน)
ทักษะ: แปรเปลี่ยน —— สามารถแปลงร่างเป็นสิ่งมีชีวิตต่างๆ เพื่อรับความสามารถที่แตกต่างกัน หรือแปลงเป็นวัตถุสิ่งของได้
…
“ศาสตราเซียน?”
จางอวิ๋นใจเต้นระรัว
ในทวีปวิถีเซียน อาวุธส่วนใหญ่แบ่งเป็นศาสตราคมกล้าและศาสตราวิญญาณ เหนือขึ้นไปคือศาสตราศักดิ์สิทธิ์และศาสตราเซียน แต่สองระดับหลังนี้แทบจะเป็นเพียงตำนานเล่าขาน
อย่างน้อยในแคว้นหนานอวิ๋น ก็ไม่เคยปรากฏของระดับนี้มาหลายร้อยปีแล้ว
แต่ของตรงหน้านี่… คือชิ้นส่วนศาสตราเซียนของจริง!
แต่พอลองคิดดู ก็สมเหตุสมผล นี่มันของประจำกายของเซียนอู ตอนนี้มาอยู่ในมืออู๋ไห่ไห่ที่เป็นเซียนอูกลับชาติมาเกิด ก็ถือว่าของกลับสู่เจ้าของเดิม!
การที่คทาหลุดการควบคุม ทำให้มหาปุโรหิตเริ่มเอะใจอะไรบางอย่าง ดวงตาเบิกโพลงจ้องเขม็งไปที่อู๋ไห่ไห่
“จะ… เจ้าคือ!!”
ก่อนหน้านี้เขาดูดแค่จางอวิ๋นกับเจ้าสำนักหลิงเซียนเข้าไป ไม่มีทารกคนนี้ นั่นแปลว่าทารกคนนี้ถูกนำออกมาจากมิติในคทา แถมยังสามารถควบคุมสามศาสตราแห่งเมืองเซียนอูได้ดั่งใจนึก…
เซียนอู!
คำสองคำนี้ผุดขึ้นมาในสมองของเขา
ปุโรหิตสามที่ขาขาดก็มีความคิดแบบเดียวกัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตะลึง จ้องมองอู๋ไห่ไห่ตาไม่กะพริบ
เซียนอู… คือบรรพชนผู้ก่อตั้งอาณาจักรเซียนไห่อูเมื่อหลายหมื่นปีก่อน
ในยุคของปุโรหิตสาม เซียนอูเป็นเพียงตำนาน แต่ในเมืองเซียนอูมีเรื่องเล่าขานว่า เซียนอูไม่เคยจากไปไหน
เพราะทุกครั้งที่มีผู้บำเพ็ญเพียรวิถีอูทะลวงผ่านระดับปุโรหิต ก็จะเกิดนิมิตสวรรค์ของเซียนอูเสมอ แต่พวกเขาก็คิดว่าเป็นแค่ตำนาน จนกระทั่งตอนนี้…
ปุโรหิตสามมองอู๋ไห่ไห่ด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ทารกคนนี้… คือเซียนอูตัวจริงงั้นรึ?
ส่วนมหาปุโรหิตจ้องมองอู๋ไห่ไห่ด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยความโลภเจือความบ้าคลั่ง
ไม่ว่าข้อสันนิษฐานจะจริงหรือเท็จ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ร่างกายทารกนี้สามารถควบคุมสามศาสตราเซียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ... ถ้าเขายึดครองร่างนั้นได้ล่ะก็…
ฟุ่บ!
โดยไม่ลังเล ใบหน้าชราของมหาปุโรหิตหลุดออกจากประตูเหล็ก พุ่งทะยานเข้าใส่อู๋ไห่ไห่อย่างบ้าคลั่งราวกับวิญญาณอาฆาต
ร่างทารกนี้… ข้าขอละนะ!
“แย่แล้ว ให้เขาหลบเร็ว…”
ปุโรหิตสามเห็นท่าไม่ดี รีบตะโกนเตือนด้วยความตกใจ แต่เสียงก็ขาดหายไปกลางคัน
เพราะว่า…
หมับ!
มือข้างหนึ่งที่ห่อหุ้มด้วยพลังสีทองอ่อนๆ ได้คว้าจับวิญญาณใบหน้าชราของมหาปุโรหิตเอาไว้กลางอากาศอย่างแม่นยำ
“ต่อหน้าต่อตาข้า… คิดจะยึดร่างลูกศิษย์ข้าเหรอ?”
จางอวิ๋นมองมหาปุโรหิตด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในมือมีปราณคืนกำไรไหลเวียนอย่างเข้มข้น
ฉ่า… ฉ่า…
วิญญาณของมหาปุโรหิตถูกกัดกร่อนทันทีที่สัมผัสโดน เขาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและตกใจ “ปล่อยข้านะ!!”
ตูม!
จางอวิ๋นระเบิดปราณคืนกำไรในมือ กดข่มการดิ้นรนของอีกฝ่ายจนอยู่หมัด จากนั้นสองมือก็เริ่มนวดคลึง ใช้อาคมปราณคืนกำไรห่อหุ้มวิญญาณมหาปุโรหิต แล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ เหมือนปั้นแป้งโดว์อย่างชำนาญ
กรุบ!
กัดลงไปคำหนึ่ง… อืม กรุบกรอบใช้ได้
“ไม่นึกว่าหน้าตาอัปลักษณ์แบบนี้ รสสัมผัสจะดีกว่าที่คิดแฮะ!”
มองดูวิญญาณมหาปุโรหิตในก้อนแป้งพลังงานที่แหว่งไปส่วนหนึ่ง จางอวิ๋นเอ่ยชมด้วยความประหลาดใจ
“บัดซบ! เจ้ากล้าเห็นข้าเป็นของกินรึ? เจ้า… อ๊ากกก!!”
มหาปุโรหิตคำรามด้วยความอัปยศอดสู แต่ยังไม่ทันด่าจบ จางอวิ๋นก็กัดคำที่สอง คำที่สาม… เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย
กู่หงเหวินและปุโรหิตสามที่ดูอยู่ ยืนตัวแข็งทื่อเป็นหิน
มหาปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่… กำลังโดนจับกินเป็นขนมเนี่ยนะ??
กู่หงเหวินนึกย้อนไปถึงตอนที่คุยผ่านกระแสเสียง จางอวิ๋นเคยบอกว่า ‘กินวิญญาณไปสองตัว รสชาติไม่เลว’ ตอนนั้นก็นึกว่าพูดเล่น…
ที่ไหนได้… พี่แกกินจริง!
“แอ้!!”
ทันใดนั้น อู๋ไห่ไห่ก็ร้องประท้วงขึ้นมา
จางอวิ๋นชะงัก เห็นสายตาอันร้อนแรงของศิษย์รักที่จ้องมอง ‘ก้อนแป้ง’ ในมือ ก็เลิกคิ้ว “ไห่ไห่ อยากกินเหรอ?”
“แอ้! แอ้!!”
อู๋ไห่ไห่พยักหน้าหงึกหงัก
จางอวิ๋นครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้ปราณคืนกำไรตัดแบ่งก้อนแป้งวิญญาณออกมาเสี้ยวหนึ่ง
“อ๊ากกก——”
มหาปุโรหิตกรีดร้องโหยหวนเมื่อวิญญาณถูกฉีกขาด
จางอวิ๋นไม่สน ยื่นชิ้นส่วนนั้นให้อู๋ไห่ไห่ “ลองกินดู ถ้าไม่อร่อยให้รีบคายทิ้งนะ”
“แอ้! แอ้!!”
อู๋ไห่ไห่รับมาด้วยสองมือน้อยๆ หน้าตาตื่นเต้น ใช้พลังอูสร้างฟันขึ้นมาในปาก แล้วกัดกร้วมลงไป
แจ๊บๆๆ เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย แล้วก็ เอิ๊ก กลืนลงท้องไป
ใบหน้าจิ้มลิ้มฉายแววฟินสุดๆ
และสิ่งที่เห็นได้ชัดด้วยตาเปล่าคือ ร่างกายเล็กจิ๋วของอู๋ไห่ไห่… โตขึ้นมานิดนึง!
จางอวิ๋นตาโต แต่ก็เข้าใจได้ทันที
คำแนะนำการเลี้ยงดูบอกให้ป้อนสิ่งที่ช่วยเสริมพลังวิญญาณ การกินวิญญาณระดับสูงแบบนี้ ย่อมเป็นสารอาหารชั้นเลิศที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของอู๋ไห่ไห่ได้แน่
คิดได้ดังนั้น ก้อนแป้งที่เหลือในมือ จางอวิ๋นไม่กินเองแล้ว เขาจัดการใช้ปราณคืนกำไรหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วป้อนให้อู๋ไห่ไห่ทีละชิ้นๆ อย่างเอาใจใส่
อู๋ไห่ไห่อ้าปากรับเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข
“อ๊ากกก—— ไอ้สารเลว! เจ้าจะต้องตายไม่ดีแน่ อ๊ากกก——!!”
ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ แบบนี้ มหาปุโรหิตเจ็บปวดทรมานจนแทบเสียสติ
ปีศาจ!
ไอ้มนุษย์นี่มันปีศาจชัดๆ!
เห็นเขาเป็นอาหารไม่พอ ยังเอามาแบ่งกันกินหน้าตาเฉย!
กู่หงเหวินและปุโรหิตสามมุมปากกระตุกยิกๆ
แต่มองดูก้อนแป้งวิญญาณที่ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ เหมือนขนมเค้กนั่น พวกเขาก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
อร่อยไม่อร่อยไม่รู้ แต่พวกเขาสัมผัสได้ว่าวิญญาณที่ถูกแปรรูปนั่น อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณบริสุทธิ์ กินแล้วเพิ่มพลังวิญญาณได้มหาศาลแน่!
นี่คือวิญญาณระดับแปลงเทพเชียวนะ!
ยิ่งทำให้พวกเขาทึ่งในตัวจางอวิ๋นมากขึ้นไปอีก
ปกติวิญญาณระดับนี้ใครจะไปกินลง แต่พลังสีทองของจางอวิ๋นกลับสามารถแปรรูปวิญญาณ ให้กลายเป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัยได้
พลังแบบนี้… ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต!
จางอวิ๋นไม่สนใครทั้งนั้น ตอนนี้เขาสนใจแต่พัฒนาการของอู๋ไห่ไห่
หลังจากกินมหาปุโรหิตเข้าไปจนหมด ร่างกายของอู๋ไห่ไห่ก็โตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากทารกแรกเกิด กลายเป็นเด็กน้อยวัยประมาณ 2-3 ขวบภายในไม่กี่นาที
“แอ้! แอ้!!”
แก้มยุ้ยๆ นั่นน่ารักน่าชังกว่าเดิมอีก
จางอวิ๋นอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมา หอมหัวไปทีนึงแล้วยิ้ม “ไห่ไห่ ไหนลองเรียกอาจารย์ซิ…”
“อา… อา… จาน...”
อู๋ไห่ไห่พยายามออกเสียง แม้จะยังไม่ชัด แต่จางอวิ๋นก็ยิ้มแก้มปริด้วยความภูมิใจ
ขณะเดียวกัน เขาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ โดยไม่ได้หันไปมอง
“พวกท่านจะไปไหนกัน?”
ปุโรหิตสามและกู่หงเหวินที่กำลังค่อยๆ ย่องไปทางประตูทางออก สะดุ้งโหยง
พอได้ยินเสียงทัก หน้าถอดสีทันที
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ไม่รอช้า ทั้งสองคนระเบิดพลังพุ่งตัวหนีสุดชีวิต
เจ้าหอสามโดนตบทีเดียวตาย มหาปุโรหิตโดนจับกินเป็นของว่าง…
อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel Lucky
ไอ้จางอวิ๋นคนนี้มันตัวอันตรายระดับล้างโลก! ตอนนี้ในหัวมีแค่คำเดียว… หนี!
แต่…
วิ่งไปได้แค่สองก้าว ก็รู้สึกถึงลมวูบผ่านข้างตัว
พอเงยหน้าขึ้นมอง
จางอวิ๋นที่อุ้มอู๋ไห่ไห่อยู่ในอ้อมแขน ก็มายืนดักหน้าพวกเขาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยือก
“จะรีบไปไหนกันขอรับ? ข้ายังมีเรื่องอยากคุยกับพวกท่านอยู่พอดีเลย!”