ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 145 ภารกิจที่สอง
จางอวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความรู้สึก
บางอย่างเอาไว้
เขาหมุนตัวกลับไปสั่งการทันที “เสี่ยวพั่ง, สุ่ยเอ๋อร์!”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์!”
อู๋เสี่ยวพั่งและอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ขานรับพร้อมกัน
จางอวิ๋นส่งร่างทารกน้อย ‘อู๋ไห่ไห่’ ในอ้อมอกให้อู๋เสี่ยว
พั่ง “เสี่ยวพั่ง อุ้มศิษย์น้องของเจ้าหน่อย”
อู๋เสี่ยวพั่งยื่นมือออกไปรับอย่างกระตือรือร้น
“อียาาา!!”
ทว่าทันทีที่มือสัมผัสโดน เจ้าหนูอู๋ไห่ไห่กลับดิ้นพราด ๆ
แสดงท่าทีรังเกียจอ้อมกอดของศิษย์พี่รองอย่างรุนแรง
จางอวิ๋นกดเสียงต่ำลง “ไห่ไห่ อย่าดื้อ อาจารย์มีธุระ
สำคัญต้องจัดการ!”
พอโดนดุ เจ้าตัวเล็กก็หยุดดิ้น แต่กลับชูนิ้วป้อม ๆ ชี้
ไปทางอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ พลางส่งเสียงอู้อี้ “งื้อ… ห…หนูจาเอาซิดพี่
…”
“เฮ้อ… งั้นสุ่ยเอ๋อร์ เจ้ามาอุ้มเถอะ” จางอวิ๋นถอนหายใจ
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์พยักหน้ารับคำ แล้วรับช่วงต่ออุ้มอู๋ไห่ไห่
มาแนบอก หลังจากได้ใช้ชีวิตบนบกมาสักพัก นางเริ่มคุ้นชิน
กับการสัมผัสผู้คนมากขึ้นแล้ว
“ว้าย!”
ทว่าทันทีที่รับเจ้าตัวเล็กมา นางก็อดอุทานออกมาไม่ได้
จางอวิ๋นและคนอื่น ๆ หันขวับไปมอง
ภาพที่เห็นคือ ทันทีที่อู๋ไห่ไห่ซุกตัวเข้าสู่อ้อมอกนุ่มนิ่ม
ของศิษย์พี่หญิง ใบหน้าเล็ก ๆ นั่นก็ถูไถไปมาด้วยความ
เคลิบเคลิ้ม ทำเอาอวี๋สุ่ยเอ๋อร์หน้าแดงระเรื่อทำตัวไม่ถูก
อู๋เสี่ยวพั่งยืนมองตาค้าง แววตาเต็มไปด้วยความริษยา
สุดขีด
ไอ้เด็กบ้านี่! ที่แท้ก็รังเกียจ ‘กล้ามอก’ อันแข็งแกร่งของ
ข้า เพราะมันสู้ความนุ่มนิ่มของศิษย์พี่หญิงไม่ได้นี่เอง… ช่าง
เลือกนักนะเจ้าเด็กเปรต!
จางอวิ๋นเองก็ถึงกับมีเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ เขากระแอม
ไอแก้เก้อเสียงดัง “อะแฮ่ม! เสี่ยวพั่ง, สุ่ยเอ๋อร์ แล้วก็แม่นางกู่
หลาน...”
ทั้งสามคน รวมถึงเถากู่หลานหันมามองเขาด้วยความ
สงสัย
จางอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เดี๋ยวถ้าได้ยินข้าบอ
กว่า ‘ปล่อย’ ให้พวกเจ้าผ่อนคลายจิตใจทันที ห้ามต่อต้าน
เด็ดขาด!”
แม้จะยังงุนงง แต่ทั้งสามก็พยักหน้ารับคำ “ตกลง/เจ้าค่ะ
”
จางอวิ๋นไม่รอช้า ลงมือประทับตราพลังอูไว้บนตัวทั้ง
สามคน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เขาจะดึงทุกคนเข้าไปหลบภัยใน
เมืองเซียนอูทันที
…
ณ น่านฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูลหลิน การปะทะกัน
ระหว่างสวีหมิงและหลินหยงโซ่วได้ระเบิดขึ้นแล้ว!
กล่าวให้ถูกคือ สวีหมิงเป็นฝ่ายเปิดฉากบดขยี้!
สวีหมิงชู ‘ดาบแห่งการแก้แค้น’ ขึ้นเหนือศีรษะ นัยน์ตา
ทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนเป็น ‘เนตรมังกรทอง’ อันน่าเกรงขามใน
ชั่วพริบตา ปราณวิญญาณมังกรทองทั่วร่างระเบิดออก ก่อตัว
เป็นเงามายามังกรทองขนาดมหึมา ไหลเวียนม้วนตัวไปรอบ
ใบดาบที่ชูตระหง่าน
คลื่นพลังวิญญาณอันเกรี้ยวกราดหมุนวนราวกับพายุ
คลั่ง ทำให้หลินหยงโซ่วที่ลอยตัวอยู่ฝั่งตรงข้ามหน้าถอดสี สัญ
ชาตญาณร้องเตือนถึงวิกฤตความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
แม้จะไม่อยากเชื่อสายตา แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากต้องลงมือทันที
จะปล่อยให้สวีหมิงฟันดาบนี้ออกมาไม่ได้เด็ดขาด!
“มังกรทอง——”
ทว่าทันทีที่เขาขยับตัว สวีหมิงก็เคลื่อนไหวเร็วกว่า! ดาบ
ในมือไม่จำเป็นต้องรวบรวมพลังงานใด ๆ เพิ่มเติม สองมือกำ
ด้ามดาบแห่งการแก้แค้นแน่น แล้วตวาดก้อง
“ดาบคำราม!!”
ตูม!
ดาบเดียวฟันผ่าลงมา!
ปราณวิญญาณมังกรทองมหาศาลรวมตัวกันเป็นคลื่น
ปราณกระบี่ที่มีมังกรทองพันเกี่ยว ครอบคลุมน่านฟ้าเหนือ
คฤหาสน์ตระกูลหลินไปเกือบครึ่ง กวาดทำลายล้างทุก
สรรพสิ่ง พุ่งตรงเข้าใส่หลินหยงโซ่ว!
“แย่แล้ว!!”
หลินหยงโซ่วหน้าซีดเผือด ไร้หนทางหลบหนี ทำได้เพียง
เร่งเร้าปราณวิญญาณออกมาอย่างบ้าคลั่งเพื่อสร้างเกราะ
ป้องกัน
เปรี้ยง!
ทว่าเกราะปราณวิญญาณของระดับจินตาน เมื่ออยู่
ต่อหน้าคลื่นปราณกระบี่มังกรทองนี้ กลับเปราะบางราวกับ
กระดาษสา เพียงแค่สัมผัสก็แตกสลายกลายเป็นผุยผง!
“ไม่——!!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง คลื่นปราณ
กระบี่ได้กลืนกินเกราะป้องกัน และผ่าร่างของเขาไปพร้อมกัน
ฉัวะ! ตูม!
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของฝูงชน ประกายแสงสีทอง
เจิดจ้ากวาดผ่าน ร่างของหลินหยงโซ่วระเบิดออกเป็น
ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เลือดเนื้อกระจัดกระจายกลางอากาศ
ทุกคนอ้าปากค้าง จ้องมองฉากนี้ด้วยความเหลือเชื่อ
ราวกับเห็นภาพลวงตา
ตายแล้ว?
ผู้อาวุโสแปดตระกูลหลิน… ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน
ผู้ยิ่งใหญ่ ตายด้วยดาบเดียวของสวีหมิงเนี่ยนะ!?
“เป็นไปไม่ได้! เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้!!”
คนตระกูลหลินจำนวนมากในคฤหาสน์หวีดร้องออกมา
อย่างเสียสติ
นั่นคือระดับจินตานที่เป็นดั่งเสาหลักของตระกูลเชียวนะ
จะถูกไอ้เด็กพิการอย่างสวีหมิงฆ่าตายง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง?
ซ่า…
ทว่าฝนเลือดที่สาดกระเซ็นลงมาจากฟากฟ้า ตกลงบน
ศีรษะและใบหน้าของคนตระกูลหลิน กลับเป็นเครื่องยืนยัน
ชั้นดีว่าฝันร้ายตรงหน้านี้คือความจริง
ทั่วทั้งตระกูลหลินตกอยู่ในความเงียบงันชวนขนลุก
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
บนหลังอินทรีขาว สวีหมิงทรุดฮวบลงนั่ง หน้าซีดเผือด
หอบหายใจอย่างหนักหน่วงราวกับจะขาดใจ
ดาบเมื่อครู่… เขารีดเร้นพลังทั้งหมดที่มีใส่ลงไป!
แต่มุมปากที่ซีดเซียวกลับยกยิ้มขึ้นด้วยความสะใจ
เขาทำได้แล้ว! สำเร็จโทษระดับจินตานคนหนึ่งที่สังหาร
พ่อแม่ของเขาได้แล้ว!
น่าเสียดาย… ที่คนหลัง ๆ เขาคงไม่มีแรงฆ่าพวกมัน
ด้วยตัวเองอีกแล้ว
“ท่านอาจารย์… ศิษย์ทำได้เท่านี้ขอรับ…”
สายตามองไกลไปยังยอดเขานอกเมืองหนานอวิ๋น สวี
หมิงค่อย ๆ เอนกายลงบนหลังอินทรี สติเลือนรางและดับวูบ
ไปในที่สุด
“มันสลบไปแล้ว! มันหมดแรงจนสลบไปแล้ว!!”
เสียงตะโกนของคนตระกูลหลินดังขึ้นทำลายความเงียบ
“เร็วเข้า! อาศัยจังหวะนี้ฆ่ามันซะ!!”
“ฆ่ามัน! ล้างแค้นให้ผู้อาวุโสแปด!!”
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
คนตระกูลหลินเบื้องล่างได้สติกลับมา ผู้ที่มีระดับสร้าง
รากฐานขึ้นไปต่างคำรามลั่นพร้อมทะยานขึ้นฟ้า แววตา
เต็มไปด้วยความกระหายเลือด
สวีหมิงสิ้นฤทธิ์แล้ว! หากฆ่ามันได้ตอนนี้ จะเป็นความดี
ความชอบครั้งใหญ่หลวง!
ผู้คนจำนวนมากในเมืองหนานอวิ๋นเห็นฉากนี้ต่าง
ส่ายหน้าด้วยความเวทนา
แม้ความแข็งแกร่งของสวีหมิงจะสั่นสะเทือนสวรรค์ แต่
การบุกเดี่ยวมาตระกูลหลินแบบนี้ สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรกับ
การรนหาที่ตาย!
“ลงมือ”
เสียงคำสั่งเรียบเฉยดังมาจากยอดเขาไกลลิบ
สิ้นเสียงนั้น สถานการณ์ก็พลิกผันทันที!
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!!
ผู้บำเพ็ญเพียรตระกูลหลินที่เพิ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ยัง
ไม่ทันได้สัมผัสตัวสวีหมิง ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นห่าฝน
ลูกธนูจำนวนมหาศาล อัดแน่นด้วยคลื่นพลังวิญญาณ พุ่ง
ทะลวงอากาศมาจากทุกทิศทุกทาง!
“แย่แล้ว!”
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก รีบระเบิดปราณ
วิญญาณออกมาป้องกันตัวพัลวัน
ฉึก ฉึก ฉึก!!
ทว่ายังไม่ทันจะตั้งตัวติด เงาร่างสวมหน้ากาก
จำนวนมากก็พุ่งออกมาจากรอบด้านของคฤหาสน์ตระกูลหลิน
ราวกับฝูงมัจจุราช
“หยุดนะ!!”
“ไม่——”
“อ๊าก!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม ผู้บำเพ็ญเพียรตระกูล
หลินที่ตั้งตัวไม่ทันถูกคมอาวุธสังหารร่วงหล่นลงมาดั่งใบไม้
ร่วง
กองกำลังสวมหน้ากากนับร้อยชีวิต ที่อ่อนด้อยที่สุด
ยังอยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นเจ็ด บัดนี้ได้พุ่งทะลวงเข้าสู่
ใจกลางตระกูลหลิน เปิดฉากมหกรรมการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว
!
เพียงชั่วพริบตา คฤหาสน์ตระกูลหลินอันโอ่อ่าก็
กลายเป็นโรงเชือด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่ว
จนแม้แต่คนที่ยืนอยู่บนถนนรอบนอกยังต้องย่นจมูก
“สวรรค์ช่วย… นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“เป็นแผนสำรองของสวีหมิงงั้นรึ?”
“ตระกูลหลิน… ตระกูลหลินถึงคราวต้องล่มสลายแล้ว
หรือนี่?”
ชาวเมืองหนานอวิ๋นมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้า
ซีดเผือด
หรือว่าวันนี้ จะเป็นวันสิ้นชื่อของตระกูลหลินผู้ยิ่งใหญ่?
…
บนยอดเขานอกเมืองหนานอวิ๋น
เถากู่หลานมองเหตุการณ์นองเลือดเบื้องล่างด้วยความ
ตกตะลึง “คนพวกนี้คือ…?”
“ข้าจ้างมาเอง”
จางอวิ๋นเอ่ยตอบเรียบ ๆ พลางหรี่ตามองไปยังกลุ่ม
คฤหาสน์ตระกูลหลิน
ศัตรูระดับสูงของตระกูลหลินมีผู้อาวุโสระดับจินตานเก้า
คน และผู้อาวุโสระดับรองลงมาอีกจำนวนหนึ่ง… ก่อนหน้านี้
เขาเก็บพวกมันไปที่ลานประลองสำนักและตอนช่วยเถากู่
หลาน ส่วนใหญ่น่าจะตายไปเกือบหมดแล้ว
แต่ตามจำนวนที่ควรจะเป็น มันต้องเหลืออีกไม่กี่คน
โดยเฉพาะผู้นำตระกูลหลิน ‘หลินเทียนต้ง’
ระดับหยวนอิงคนนี้ยังไม่โผล่หัวออกมาเลย!
แถมยังมีผู้บำเพ็ญมารที่อาจจะซ่อนตัวอยู่ รวมถึง ‘มู่เห
วินเซวียน’ ที่จ้องมองอยู่ไม่ไกลเมื่อครู่…
“หืม?”
จางอวิ๋นขมวดคิ้ว เมื่อสังเกตเห็นว่าร่างของมู่เหวิน
เซวียนบนหอสูงระฟ้าได้อันตรธานหายไปแล้ว!
เขากวาดสายตามองลงไปที่คฤหาสน์ตระกูลหลินอีกครั้ง
ตอนนี้คนที่ถูกสังหารมีแต่เบี้ยระดับล่างของตระกูลหลิน อย่า
ว่าแต่ระดับหยวนอิงเลย แม้แต่กลิ่นอายระดับจินตานก็ยัง
สัมผัสไม่ได้อีกแม้แต่คนเดียว
หินส่งเสียงในอกเสื้อสั่นไหว เสียงของ ‘ปุโรหิตสาม’ ดัง
ขึ้น
“นายน้อย! ในตระกูลหลินดูเหมือนจะไม่มีตัวตนระดับ
จินตานขึ้นไปเหลืออยู่เลยขอรับ!”
จางอวิ๋นหน้าขรึมลง “ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ได้รายงานข้า
เหรอ ว่าสัมผัสกลิ่นอายระดับหยวนอิงได้?”
“นายน้อย ก่อนหน้านี้ข้าสัมผัสได้จริง ๆ ขอรับ…” ปุโรหิต
สามรีบอธิบายเสียงรัว “แต่เมื่อครู่นี้ หลังจากนายน้อยสวีหมิง
สังหารหลินหยงโซ่ว จู่ ๆ กลิ่นอายนั้นก็หายวับไปเลย ข้า
ตรวจสอบซ้ำหลายรอบแล้วก็ไม่พบ…”
จางอวิ๋นกัดฟัน รีบส่งกระแสเสียงไปยังกู่หงเหวินอีกสาย
ทันที
“บุกเข้าไปค้นในคฤหาสน์หลินเดี๋ยวนี้! ดูว่ามีทางลับหรือ
ค่ายกลเคลื่อนย้ายซ่อนอยู่ไหม!”
“กู่หลาน พวกเจ้าตามข้ามา!”
พูดจบเขาก็พาพวกเถากู่หลานทั้งสามคนบินวนสำรวจ
รอบเมืองหนานอวิ๋นหนึ่งรอบ แต่กลับไม่พบร่องรอยใด ๆ
ทันทีที่เขาลงจอด หินส่งเสียงรุ่นพิเศษก็ดังขึ้น เป็นเสียง
ของกู่หงเหวิน
“นายน้อย! พบค่ายกลเคลื่อนย้ายแห่งหนึ่งใต้ดิน
คฤหาสน์หลักตระกูลหลิน บนนั้นยังมีพลังงานหลงเหลืออยู่
แต่ตัวค่ายกลถูกทำลายทิ้งไปแล้วขอรับ!”
หนีไปแล้ว!
คำนี้ผุดขึ้นในสมองของจางอวิ๋นทันที
เขารู้สึกเหลือเชื่อ ผู้นำตระกูลหลินและระดับสูงที่เหลือ
ถึงกับทิ้งตระกูล ทิ้งลูกหลาน แล้วหนีเอาตัวรอดไปดื้อ ๆ
แบบนี้เลยรึ?
จางอวิ๋นกดเสียงต่ำสั่งการ “ค้นหาต่ออีกหน่อย ดูว่าใน
คฤหาสน์หลินมีของอย่างอื่นอีกไหม โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวกับผู้
บำเพ็ญมาร!”
“รับทราบ!”
กู่หงเหวินที่อยู่ปลายทางแววตาเป็นประกาย รีบ
ดำเนินการค้นหาต่อทันที
“ผู้อาวุโสเก้า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ?” เถากู่หลาน
ถามด้วยความงุนงง เพราะจางอวิ๋นปิดกั้นการสื่อสารกับหินส่ง
เสียงไว้
จางอวิ๋นไม่ได้ปิดบัง “ผู้นำตระกูลหลินและระดับสูงที่
เหลือ… น่าจะหนีไปแล้ว”
“หนี… หนีไปแล้ว?” เถากู่หลานตาโต
ผู้นำตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ ถึงกับทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนหนีตาย
? นี่ต้องขี้ขลาดตาขาวขนาดไหนกัน?
ที่สำคัญคือ หลินเทียนต้งเป็นถึงระดับหยวนอิงเชียวนะ
ไม่คิดจะสู้สักนิดแล้วหนีเลยเนี่ยนะ?
เฮ้อ!
จางอวิ๋นลอบถอนหายใจ คาดเดาได้ทันทีว่าร่องรอยของ
ปุโรหิตสามและกู่หงเหวินน่าจะถูกเปิดเผยแล้ว
ไม่อย่างนั้นระดับหลินเทียนต้งที่เป็นหยวนอิง ไม่
มีเหตุผลที่จะต้องกลัวสวีหมิงที่สลบเหมือด หรือแม้แต่เขาที่
เป็นแค่ระดับจินตาน
แต่ตามที่ปุโรหิตสามบอก กลิ่นอายของผู้นำตระกูลหลิน
ยังอยู่ตลอด จนกระทั่งสวีหมิงฆ่าหลินหยงโซ่วถึงได้หนีไป นี่
แสดงว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ตัว
แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงรู้ตัวล่ะ?
จางอวิ๋นหรี่ตาลง… ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด
มู่เหวินเซวียน!
ตอนที่เจ้านั่นมองเห็นเขา ก็คงสัมผัสถึงพวกปุโรหิต
สามที่ซ่อนอยู่ได้เช่นกัน หากผู้นำตระกูลหลินเป็นผู้บำเพ็ญ
มาร ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นพวกเดียวกับมู่เหวินเซวียน
การเลือกที่จะหนีแทนที่จะสู้ แสดงว่ากำลังคนของ
ฝ่ายตรงข้ามที่นี่น่าจะไม่พอรับมือ
ดูท่าแล้ว… เมืองหนานอวิ๋นคงเป็นแค่ฐานที่มั่นย่อยของ
‘สำนักหนานเฟิงม่อ’ ไม่ใช่ฐานบัญชาการหลัก
คิดได้ดังนั้นเขาก็โล่งใจขึ้นเปราะหนึ่ง
เมื่อครู่ตอนที่เดาได้ เขาถึงกับเตรียมใจที่จะต้องเปิดศึก
ใหญ่กับจอมมารระดับแปลงเทพแล้วด้วยซ้ำ
แต่มู่เหวินเซวียน...
พอคิดถึงคนผู้นี้ สีหน้าจางอวิ๋นก็เคร่งขรึมลง
เป็นถึงนายน้อยหอสมบัติหนานจาง แต่กลับเป็นผู้
บำเพ็ญมาร! เรื่องนี้ถ้าแพร่งพรายออกไป ยุทธภพได้
สั่นสะเทือนแน่ เพราะสถานะของหอสมบัติหนานจางในแดน
ใต้นั้น เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง
แม้แต่ขุมกำลังระดับนี้ยังถูกผู้บำเพ็ญมารแทรกซึม
แถมยังเป็นถึงตำแหน่งว่าที่ผู้นำ…
แค่คิดจางอวิ๋นก็รู้สึกขนลุกซู่ อิทธิพลของสำนักหนานเฟิ
งม่อ อาจจะหยั่งรากลึกและน่ากลัวกว่าที่เขาจินตนาการไว้
มาก!
“นายน้อย ไม่พบอะไรเลยขอรับ!”
เสียงรายงานของกู่หงเหวินดังขึ้นอีกครั้ง จางอวิ๋นไม่ได้
แปลกใจ
ในเมื่อฝ่ายนั้นเตรียมถอนตัวอย่างเป็นระบบ ก็คง
ไม่ทิ้งร่องรอยผู้บำเพ็ญมารเอาไว้ให้สืบสาวถึงตัวแน่ หลักฐาน
สำคัญคงถูกทำลายทิ้งไปหมดแล้ว
กู่หงเหวินถามต่อ “นายน้อย… จะให้จัดการกับตระกูล
หลินที่เหลือยังไงดีขอรับ?”
“ลบให้หายไปซะ”
จางอวิ๋นตอบกลับสั้น ๆ แต่เปี่ยมด้วยความเด็ดขาด
“รับทราบ!”
สิ้นเสียงตอบรับ จางอวิ๋นก็เก็บหินส่งเสียง
กริ๊ซ!
เสียงร้องของอินทรีดังมาจากท้องฟ้า อินทรีขาวโฉบ
ลงมารับพวกเขา พร้อมร่างของสวีหมิงที่นอนหมดสติอยู่บน
หลัง
“ไปกันเถอะ”
“หือ? จะไปไหนหรือเจ้าคะ?”
“ไปแคว้นหนานซิง!”
จางอวิ๋นพูดจบ ก็กระโดดขึ้นหลังอินทรีขาว เถากู่หลาน
อู๋เสี่ยวพั่ง และอวี๋สุ่ยเอ๋อร์รีบตามขึ้นไปทันที
คณะเดินทางโดยสารอินทรีขาว มุ่งหน้าแหวกว่ายผ่าน
ม่านเมฆไปยังจุดหมายต่อไป
…
หลังจากจางอวิ๋นป้อนยาฟื้นฟูให้สวีหมิงเรียบร้อย เขาก็
นั่งขัดสมาธิบนหลังอินทรี หลับตาลง
จิตสำนึกพุ่งเข้าสู่ ‘โลกปรมาจารย์เซียน’ ตรงไปยังหอ
ภารกิจ
【ยินดีด้วย! ท่านทำภารกิจที่หนึ่งสำเร็จ】
【ได้รับรางวัล: เลือดมังกรทอง (1 หยด) และโอกาสสุ่ม
จับลูกแก้วแสง 1 ครั้ง】
ทันทีที่ก้าวเข้ามา ข้อความสีทองก็ปรากฏขึ้นบนกระดาน
ภารกิจ
“สำเร็จแล้วสินะ…”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย เขายังกังวลว่าการที่พวกผู้นำ
ตระกูลหลินหนีรอดไปได้ จะทำให้ภารกิจไม่สมบูรณ์เสียอีก
ดูเหมือนระบบจะใจกว้างกว่าที่คิด
วิ้ง!
ความว่างเปล่าตรงหน้าส่องแสงสว่างวาบ ขวดหยกใบ
เล็กที่บรรจุของเหลวสีทองเข้มข้นปรากฏขึ้น แม้จะมีผนังขวด
กั้นขวาง แต่จางอวิ๋นยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมังกรบรรพกาล
อันทรงพลังที่แผ่ซ่านออกมา
เลือดมังกรทองบริสุทธิ์!
มุมปากของจางอวิ๋นยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
กายาของสวีหมิง… คราวนี้จะได้ปลดผนึกอย่างสมบูรณ์
เสียที!
แถมยังมีโอกาสสุ่มจับลูกแก้วแสงอีกหนึ่งครั้ง กำไรเห็น
ๆ
จางอวิ๋นกำลังจะหมุนตัวออกจากหอภารกิจด้วยอารมณ์
เบิกบาน
วิ้ง! วิ้ง!!
แต่แล้วบนกระดานภารกิจ จู่ ๆ ก็มีแสงสว่างวาบขึ้น
อีกครั้ง ตัวอักษรชุดใหม่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
【ภารกิจที่สอง: เกี่ยวพันกับศิษย์ ‘อวี๋สุ่ยเอ๋อร์’】
【เนื้อหาภารกิจ: ช่วยเหลือเผ่าเงือก, ปลดปล่อยกลุ่ม
เงือกที่ถูกเกาะเชียนไห่คุมขัง】
【ระยะเวลาภารกิจ: 1 ปี (เวลานับถอยหลัง: 364 วัน
23:59:39)】
【รางวัลภารกิจ: โอกาสสุ่มจับลูกแก้วแสง 1 ครั้ง】
【หมายเหตุ: หลังจากทำภารกิจนี้สำเร็จ จะเปิดภารกิจ
ที่สาม】
…
จางอวิ๋นอ่านข้อความแล้วถึงกับคิ้วกระตุก
เขาสงสัยจริง ๆ ว่าระบบนี่มันจงใจรึเปล่า?
เพราะแคว้นหนานซิงที่จะไปต่อจากนี้ ก็เป็นถิ่นของ
‘เกาะเชียนไห่’ พอดี ทางเข้า ‘แดนลับเซียน’ รอบนี้ก็เปิดที่นั่น
ความจริงก่อนหน้านี้เขาก็ลังเลอยู่แล้วว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง
ดี
ตอนนี้ไม่ต้องคิดแล้ว… โลกปรมาจารย์เซียนบังคับ
ยัดเยียดภารกิจให้เขาต้องลงมือจนได้!
เกาะเชียนไห่… ดูท่าข้าคงต้องไป ‘เยี่ยมเยียน’ พวกเจ้า
เร็วกว่ากำหนดเสียแล้ว!