ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 146 แปลงเพาะปลูกพรสวรรค์
ห่างจากเมืองหนานอวิ๋นไปนับพันลี้ ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ อัน
เงียบสงัดกลางหุบเขา
ภายในบ้านไม้หลังหนึ่ง
มู่เหวินเซวียนเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน มือ
ประคองถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
จาง ๆ ที่ยากจะอ่านความหมาย
“ตัดใจทิ้งตระกูลที่สั่งสมรากฐานมาหลายร้อยปีได้อย่าง
เด็ดขาดขนาดนี้… ท่านผู้นำตระกูลหลิน ใจเด็ดจริง ๆ นะ”
บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม บุรุษวัยกลางคนในชุดหรูหรานั่ง
หน้าเคร่งขรึม แววตาฉายแววอำมหิตและเย็นชา
เขาคือผู้นำตระกูลหลิน ‘หลินเทียนต้ง’
หลินเทียนต้งกดเสียงต่ำจนแทบจะเป็นเสียงคำราม “ใน
เมื่อเจ้ารู้ว่ามีคนดักซุ่มโจมตีตระกูลหลิน ทำไมถึงไม่แจ้งข้า
ล่วงหน้า!?”
“จุ๊ ๆ อย่าเข้าใจผิดสิท่านผู้นำตระกูล ตัวข้าเองก็เพิ่งจะ
มารู้เรื่องเมื่อครู่นี้เอง”
มู่เหวินเซวียนยักไหล่ด้วยท่าทีไม่ยี่หระ “ถ้าไม่ใช่เพราะ
สวีหมิงโผล่ไปอาละวาดเหนือคฤหาสน์ตระกูลท่าน ข้าก็คงไม่รู้
หรอกว่ารอบตระกูลท่านมียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่เยอะขนาดนั้น
… ระดับหยวนอิงตั้งสามคนเชียวนะ!”
“สามคน!?”
หลินเทียนต้งหน้าเปลี่ยนสี รูม่านตาหดเกร็ง “เบื้องหลัง
สวีหมิง ทำไมถึงมียอดฝีมือระดับนั้นหนุนหลังอยู่ได้?”
“เรื่องนี้… ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน”
มู่เหวินเซวียนเปรยเบา ๆ พลางหวนนึกถึงภาพของ
‘จางอวิ๋น’ ที่เขาเห็นบนยอดเขาก่อนหน้านี้ ดวงตาหรี่ลง
เล็กน้อยอย่างใช้ความคิด
“บางที… อาจจะเกี่ยวกับอาจารย์ของสวีหมิงผู้นั้น”
“ผู้อาวุโสเก้าสำนักหลิงเซียน?”
หลินเทียนต้งขมวดคิ้วมุ่น
เขาได้ยินเรื่องราวของจางอวิ๋นมาหลายครา เริ่มแรก
ศิษย์ที่ผู้อาวุโสสิบสำนักหลิงเซียนส่งข่าวมา บอกว่าเป็นแค่
ขยะประหลาดที่ระดับพลังร่วงกราวรูดเหลือเพียงสร้าง
รากฐานขั้นสาม
แต่ผลลัพธ์คือ ผู้อาวุโสสาม, หก, เจ็ด ของตระกูลหลิน
รวมถึงหลินซื่อและระดับสร้างรากฐานอีกคนหนึ่งที่ไปหาเรื่อง
ถูกฆ่าตายเรียบเป็นหน้ากลอง!
นั่นทำให้เขารู้ว่า จางอวิ๋นคนนี้มีความแข็งแกร่งที่แท้จริง
เทียบเท่าระดับจินตาน
หลังจากนั้นแม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสสี่จะออกโรง
เอง แต่ก็หาโอกาสลงมือไม่ได้ รอบล่าสุดถึงขั้นส่ง ‘หลินฉิน’ ที่
เป็นระดับหยวนอิงซึ่งฝึกฝนวิชามารออกไปจัดการ แต่จน
ป่านนี้ก็ยังไร้ข่าวคราว
กลับกลายเป็นว่าศิษย์อาจารย์คู่นี้บุกมาถล่มตระกูลหลิน
จนยับเยิน!
เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราว เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามเสียง
เครียด “ทางฝั่งหลินฉิน… ล้มเหลวงั้นรึ?”
มู่เหวินเซวียนพยักหน้าช้า ๆ “ข้าเพิ่งได้รับข่าวเมื่อครู่
จางอวิ๋นคนนี้มีพลังประหลาดที่ต่อกรกับระดับหยวนอิงได้
เกือบจะฆ่าหลินฉินได้ด้วยซ้ำ ที่สำคัญที่สุดคือ… ตัวตนผู้ใช้
วิชามารของหลินฉินถูกเปิดเผยแล้ว”
หลินเทียนต้งกำหมัดแน่น “งั้นคนที่มาครั้งนี้ มีเจ้าสำนัก
หลิงเซียนมาด้วยหรือไม่?”
“นั่นไม่มี”
มู่เหวินเซวียนตอบเสียงเรียบ “ถ้าตาเฒ่านั่นเคลื่อนไหว
ข้าต้องได้รับข่าวเป็นคนแรกแน่ ปฏิบัติการกวาดล้างตระกูล
ท่านครั้งนี้ น่าจะเป็นผู้อาวุโสเก้าแห่งสำนักหลิงเซียนที่พา
มาแค่ลูกศิษย์ แอบลงมือโดยไม่ให้ทางสำนักรับรู้เสียมากกว่า”
หลินเทียนต้งหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดข้างขมับปูด
โปน
เขานิ่งเงียบไปพักใหญ่ พยายามสะกดกลั้นความ
คับแค้น ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก “ข้าต้องการให้ศิษย์
อาจารย์คู่นี้… ตาย!!”
“เรื่องนั้นไม่ยาก”
มู่เหวินเซวียนกระตุกยิ้มบางเบา ล้วงมือหยิบขวดหยกใบ
เล็กที่บรรจุของเหลวไร้สีออกมาวางบนโต๊ะ
“แต่ท่านผู้นำตระกูลหลิน… แม้ท่านจะช่วยทำงานให้
สำนักมารมานาน แต่ก็ยังไม่ได้เข้าร่วมกับเราอย่างแท้จริง
หากต้องการพลังและความช่วยเหลือจากสำนักมาร… ท่านคง
ต้องแสดง ‘ความจริงใจ’ ให้เราเห็นก่อน”
พูดจบก็เลื่อนขวดหยกไปตรงหน้าอีกฝ่าย
หลินเทียนต้งจ้องมองขวดหยกนั้นนิ่ง เงียบงันไปครู่หนึ่ง
จากนั้นแววตาพลันวาวโรจน์ด้วยความเด็ดขาด
คว้าหมับ!
เขากัดฟันเปิดจุกขวด แล้วกระดกของเหลวปริศนา
ข้างในเข้าปากรวดเดียว!
อึก!
ตูม!!
ชั่วพริบตา ปราณมารอันบ้าคลั่งก็ระเบิดพล่านไปทั่วห้อง
ราวกับพายุคลั่ง!
“อ๊ากกก——!!”
เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดทรมานดังลั่น เสื้อผ้า
หรูหราของหลินเทียนต้งฉีกขาดกระจุยกระจาย เผยให้เห็น
ลวดลายอักขระสีดำทมิฬที่ผุดขึ้นมาบนผิวหนังราวกับงูเลื้อย
นัยน์ตาขาวค่อย ๆ ถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงก่ำดุจโลหิต เส้น
ผมสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนและยาวสยายออก
อย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนั้น กลิ่นอายบนร่างก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทะลุ
ขีดจำกัดเดิมไปไกลลิบ!
กินเวลาไปเกือบครึ่งก้านธูป กว่ากระบวนการวิปริตจะถึง
จุดสูงสุดและปราณมารเริ่มสงบลง
หลินเทียนต้งในยามนี้… นัยน์ตาสีแดงฉานดุจปีศาจ ผม
ขาวโพลนยาวสยายถึงเอว ทั่วร่างแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอาย
เย็นยะเยือกที่ชวนให้ผู้คนขวัญผวา
“ยินดีด้วยที่ท่านผู้นำตระกูลหลินพลังพุ่งพรวด! ณ ที่
แห่งนี้…”
มู่เหวินเซวียนยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ “ข้าขอต้อนรับท่าน
เข้าสู่ ‘สำนักมาร’ อย่างเป็นทางการ!”
หลินเทียนต้งแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “ข้าจะลงมือฆ่าสวี
หมิงและอาจารย์ของมันด้วยมือคู่นี้เอง!”
“ไม่มีปัญหา!”
มู่เหวินเซวียนหยิบม้วนคัมภีร์ส่งให้ “ทางสำนักมารได้
เตรียมโควตาเข้าสู่ ‘แดนลับเซียน’ ให้ท่านแล้ว แต่ในนี้
มีภารกิจหนึ่งอย่างที่ท่านผู้นำตระกูลต้องทำให้สำเร็จหลังจาก
เข้าสู่แดนลับ… หลังจากนั้นจะไปไล่ล่าฆ่าฟันใครก็
เชิญตามสบาย!”
หลินเทียนต้งรับม้วนคัมภีร์มาดู แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“คนในตระกูลข้ายังเหลืออีกสามคน พาพวกเขาไปด้วย”
“รอประโยคนี้อยู่พอดีเลย”
มู่เหวินเซวียนยิ้มกว้าง แล้วดีดนิ้วดัง เปาะ!
“อ๊าก!” “อ๊าก!” “อ๊าก!”
ห้องข้าง ๆ พลันบังเกิดเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นสามเสียง
ซ้อน
หลินเทียนต้งหน้าตึงเครียด แต่ไม่ได้เอ่ยปากห้ามปราม
ครู่ต่อมา ร่างเงาสามร่างที่มีปราณมารลอยอวลปกคลุม
ทั่วร่างก็เดินเข้ามาในห้อง กลิ่นอายเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
“ไปกันเถอะ ได้เวลาไปแคว้นหนานซิงแล้ว”
มู่เหวินเซวียนยิ้ม โยนหยกสีดำชิ้นหนึ่งออก
ไปกลางอากาศ หยกนั้นแตกออกกลายเป็นวังวนมิติสีดำสนิท
สำหรับการเคลื่อนย้ายทันที
เขาเดินนำเข้าไปก่อนเป็นคนแรก
หลินเทียนต้งและอีกสามชีวิตผู้กลายเป็นมาร เดินตาม
เข้าไปในความมืดมิด
…
…
ณ โลกปรมาจารย์เซียน
จางอวิ๋นยืนมองดูก้อนแสงจำนวนมากที่ลอยละล่องอยู่
กลางความว่างเปล่าตรงหน้า แล้วอดไม่ได้ที่จะถูมือไปมาด้วย
ความตื่นเต้น
การสุ่มจับก้อนแสงหลายครั้งก่อนหน้านี้ มอบไอเทม
ระดับโกงอย่าง ‘เนตรสวรรค์’, ‘กายาคืนกำไรยอดเซียน’, ‘หอ
คัมภีร์หมื่นภพ’ ให้เขามาตลอด ไม่รู้ว่ารอบนี้สวรรค์
จะประทานอะไรดี ๆ ให้อีกไหม?
เขากวาดสายตาคมกริบมองก้อนแสงขนาดต่าง ๆ อย่าง
พินิจพิเคราะห์
ที่ผ่านมาเขาเลือกจับแต่ก้อนใหญ่ ๆ… รอบนี้สัญ
ชาตญาณบอกให้ลองเปลี่ยนแนว เขาจึงล็อคเป้าไปที่ก้อนที่
‘เล็กที่สุด’ แล้วคว้าหมับทันที!
วิ้ง!
พอก้อนแสงสลายไปในอุ้งมือ
【ได้รับ: แปลงเพาะปลูกพรสวรรค์!】
ตัวอักษรแสงสีทองปรากฏขึ้น
ครืนนน...
ทันใดนั้น ทิศทางหนึ่งภายในโลกปรมาจารย์เซียนก็
มีปราณวิญญาณอันหนาแน่นพวยพุ่งขึ้นมาราวกับน้ำพุ
จางอวิ๋นหันขวับไปมอง เห็นเพียงด้านหลังหอคัมภีร์หมื่น
ภพ พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย ก่อนที่ ‘แปลงนา’ ขนาดหนึ่งไร่
จะปรากฏขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ หลังมือเขาก็ร้อนวาบ ข้อมูลไหลเข้าสู่
สมอง
【ได้รับสิทธิ์เพาะปลูกระดับ 1: สามารถเลือกศิษย์คนใด
ก็ได้หนึ่งคน เพื่อปลูกฝัง ‘ทักษะพรสวรรค์’ ให้หนึ่งอย่าง เมื่อ
การเพาะปลูกสำเร็จ ศิษย์จะได้รับพรสวรรค์แบบสุ่มหนึ่งอย่าง
】
【เนื่องจากผลของกายาคืนกำไรยอดเซียน: เมื่อศิษย์
ได้รับพรสวรรค์ โฮสต์ก็จะได้รับพรสวรรค์นั้นตอบแทนด้วย
เช่นกัน!】
อ่านข้อมูลที่เด้งขึ้นมาจากตราคำสั่งปรมาจารย์ จางอวิ๋น
ก็เลิกคิ้วสูง “ปลูกพรสวรรค์งั้นเหรอ?”
พรสวรรค์… คือสิ่งที่ปกติจะมีเฉพาะผู้ที่มีรากวิญญาณ
ระดับสูงเทียมฟ้าเท่านั้นที่จะมีโอกาสปลุกขึ้นมาได้ในบาง
เงื่อนไข อย่างเช่น ‘เงามายามังกรทอง’ ของสวีหมิง หรือ ‘เงา
มายาราชันย์’ ของอู๋เสี่ยวพั่ง
พรสวรรค์มีหลากหลายรูปแบบ บางอย่างที่ทรงพลังมาก
ๆ สามารถทำให้ความแข็งแกร่งของผู้บำเพ็ญเพียรพุ่งพรวด
แบบก้าวกระโดด เปลี่ยนมดปลวกให้กลายเป็นมังกรได้ใน
ข้ามคืน
ถึงขั้นสร้างแปลงปลูกพรสวรรค์ได้เองแบบนี้… ไอ่
ฟังก์ชันโกงนี่มันร้ายกาจเกินไปแล้ว!
จางอวิ๋นเหลือบไปเห็นป้ายไม้เก่า ๆ ปักอยู่ข้างแปลงนา
จึงเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ
บนป้ายไม้มีข้อความเขียนไว้ว่า——
【เงื่อนไขการใช้งาน: กรุณานำหินวิญญาณ, สมุนไพร
วิญญาณ, โอสถ หรือวัตถุที่มีพลังวิญญาณอื่น ๆ มาวางบน
แปลงนาเพื่อทำการเพาะปลูก】
【กฎ: ยิ่งวัตถุดิบที่ใส่ลงไปล้ำค่ามากเท่าไหร่ พรสวรรค์
ที่ปลูกได้ก็จะยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น!】
“ทุ่มทุนสร้างเพื่อผลตอบแทนสูงสินะ… แบบนี้สิถึง
จะเรียกว่าการลงทุน!”
จางอวิ๋นลูบคาง แววตาเป็นประกายระยับ เริ่มค้นดูของ
ในแหวนมิติจำนวนมากบนตัว
คิดไปคิดมา เขาตัดสินใจกัดฟันควัก ‘หินวิญญาณ’ ออก
มาถึงหนึ่งแสนก้อน! ตามด้วย ‘สมุนไพรวิญญาณระดับสูง’
ที่เก็บสะสมไว้อีกสิบกว่าต้น ในจำนวนนั้นมีสมุนไพรวิญญาณ
ระดับสูงอายุร้อยปีที่หายากยิ่งรวมอยู่ด้วยหนึ่งต้น!
เขาวางกองภูเขาสมบัติลงบนแปลงนาอย่างไม่เสียดาย
【ต้องการเริ่มการเพาะปลูกหรือไม่?】
【หมายเหตุ: เมื่อเริ่มแล้วจะไม่สามารถหยุดกลางคันได้
สิทธิ์ปัจจุบันสามารถปลูกพรสวรรค์ให้ศิษย์แต่ละคนได้เพียง
คนละหนึ่งอย่างเท่านั้น】
มองดูข้อความที่เด้งขึ้นมาจากตราคำสั่ง จางอวิ๋น
ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง… ยังไม่พอ!
เขาตัดสินใจกัดฟันกรอด ควักสมุนไพรวิญญาณระดับ
สูงอายุร้อยปีออกมาเพิ่มอีกหลายต้น บวกกับหินวิญญาณธาตุ
อีกหนึ่งหมื่นก้อน และอัดหินวิญญาณธรรมดาเพิ่มไปอีกหนึ่ง
แสนก้อน!
“ไม่ยอมควักเนื้อ แล้วจะได้กำไรก้อนโตได้ยังไง! หมด
หน้าตักไปเลย!”
จางอวิ๋นกดยืนยันการเพาะปลูกด้วยนิ้วที่หนักแน่น
【กรุณาเลือกศิษย์!】
รายชื่อศิษย์ทั้งสี่คนเด้งขึ้นมา จางอวิ๋นพิจารณาเพียง
ชั่วครู่แล้วเลือก ‘สวีหมิง’
สวีหมิงเข้าสำนักเป็นคนแรก เป็นศิษย์คนโต สมควร
ได้รับโอกาสนี้ก่อน
【เริ่มการเพาะปลูก!】
วูบบบ!
แสงสว่างเจิดจ้าวาบขึ้น กองภูเขาเลากาของวัตถุดิบอัน
ล้ำค่าที่วางอยู่บนแปลงนา ถูกวังวนขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นมาจาก
พื้นดินกลืนหายไปในพริบตาราวกับสัตว์ร้ายผู้หิวโหย
หลังจากกลืนกินสมบัติจนเกลี้ยง วังวนก็สลายไป
พร้อมกับปรากฏ ‘ต้นกล้าอ่อน’ สีเขียวมรกตงอกเงยขึ้นมาตรง
ใจกลางแปลงนา เหนือต้นกล้านั้นมีตัวเลขเวลานับถอยหลัง
ลอยเด่น
【39 วัน 23:59:59】
“เดือนกว่า ๆ งั้นเหรอ...”
จางอวิ๋นมองดูเวลาแล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย “พอดีกับเวลาที่
แดนลับเซียนเปิดเลยนี่นา!”
ในใจรู้สึกคาดหวังอย่างเปี่ยมล้น
เพราะเขาจะได้ผลตอบแทนกลับมาด้วย… สวีหมิงได้
พรสวรรค์เทพแค่ไหน เขาก็จะได้ด้วยเหมือนกัน!
“มาลองดูกันซิว่า… อีกเดือนกว่า ๆ ข้างหน้า ข้ากับเจ้า
ศิษย์คนโตจะได้พรสวรรค์สะท้านฟ้าแบบไหนมาครอง!”
…