ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 147 นิมิตมังกรทอง
หนึ่งวันต่อมา… ณ ท้องนภาอันกว้างใหญ่
“นายน้อย! ข้าส่งกู่ฉี่กับเติ้งอวี้เซวียนล่วงหน้าไปยังแคว้น
หนานซิงเรียบร้อยแล้วขอรับ เมื่อเข้าสู่แดนลับเซียน พวกเขา
จะฟังคำสั่งนายน้อยแต่เพียงผู้เดียว!”
“รับทราบ!”
…
บนหลังอินทรียักษ์ที่แหวกว่ายผ่านม่านเมฆ จางอวิ๋นเอ่ย
ตอบรับก่อนจะเก็บหินส่งเสียงลง
กลุ่มโจรสลัดหยกศิลาจัดการรวบรวมทรัพยากรของ
ตระกูลหลินเสร็จสิ้นแล้ว กู่หงเหวินจึงติดต่อมารายงานผล
ความคืบหน้า
อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือเรื่องการจัดสรรโควตา
เข้าสู่ ‘แดนลับเซียน’ ในครั้งนี้
โควตาของแคว้นหนานอวิ๋น ส่วนใหญ่ถูกแบ่งเค้กกัน
ระหว่างกลุ่มโจรสลัดหยกศิลาและสำนักหลิงเซียน
โควตาระดับจินตานมีทั้งหมดสิบสองที่… สำนักหลิง
เซียนคว้าไปห้า กลุ่มโจรสลัดหยกศิลาได้ไปห้า ขุมกำลังอื่น ๆ
ได้ส่วนแบ่งที่เหลือเพียงสองที่
ส่วนโควตาระดับลูกศิษย์ สำนักหลิงเซียนและกลุ่ม
โจรสลัดหยกศิลาก็เหมาไปฝ่ายละยี่สิบที่ ทิ้งเศษเนื้อให้ขุม
กำลังอื่นแย่งกันแค่สิบที่เท่านั้น
จางอวิ๋นจึงใช้เส้นสายขอโควตาระดับจินตานจากทาง
กลุ่มโจรสลัดหยกศิลามาสองที่
ที่หนึ่ง… เตรียมไว้สำหรับ ‘สวีหมิง’
หลังจากได้รับการเยียวยา สวีหมิงฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
จนน่าตกใจ จางอวิ๋นจึงไม่รอช้า มอบ ‘เลือดมังกรทอง’ หยด
นั้นให้เขาไปดูดซับทันที
ตอนนี้สวีหมิงถูกส่งเข้าไปเก็บตัวฝึกฝนในเมืองเซียนอู
ตามการคาดการณ์ พลังงานมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในเลือด
มังกรทองหยดนี้ นอกจากจะปลุกกระตุ้นกายารากวิญญาณ
ให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว ยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะช่วยดัน
ให้เขาทะลวงคอขวดเข้าสู่ระดับจินตานได้ในรวดเดียว!
เมื่อถึงเวลานั้น โควตาระดับลูกศิษย์ย่อมไร้ความหมาย
จำเป็นต้องใช้โควตาระดับจินตานเท่านั้น
ส่วนโควตาระดับจินตานอีกที่หนึ่ง… แน่นอนว่าเป็นของ
‘อู๋ไห่ไห่’
แม้ภายนอกจะเป็นทารกตัวน้อย แต่พลังฝีมือคือระดับ
จินตานขั้นสูงสุดของจริง! ต้องใช้โควตาระดับจินตานถึง
จะเข้าไปได้
ทว่าเมื่อพูดถึงเจ้าตัวเล็กอู๋ไห่ไห่ จางอวิ๋นก็อดรู้สึกคิ้ว
กระตุกด้วยความระอาใจไม่ได้
ตั้งแต่ได้สัมผัสความนุ่มนิ่มในอ้อมกอดของอวี๋สุ่ยเอ๋อร์
เจ้าเด็กแสบนี่ก็ไม่ยอมให้เขาที่เป็นอาจารย์อุ้มอีกเลย! จะร้อง
เอาแต่อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ท่าเดียว
พออวี๋สุ่ยเอ๋อร์ติดธุระอุ้มไม่ได้ มันก็กระโจนเข้าสู่อ้อมอก
ของเถากู่หลานที่อยู่ข้าง ๆ แทนหน้าตาเฉย
เรื่องนี้เถากู่หลานไม่ถือสา นางยินดีเสียด้วยซ้ำที่จะได้
อุ้มเด็กน้อยหน้าตาน่าเอ็นดูไว้ในอก ในสายตาของนาง…
เด็กทารกอายุไม่ถึงสามขวบจะมีพิษภัยอะไรได้?
ยิ่งพอรู้ว่าเจ้าตัวเล็กนี่เป็นศิษย์คนที่สี่ที่จางอวิ๋นเก็บ
มาเลี้ยง เถากู่หลานก็ยิ่งเอ็นดูเป็นพิเศษ ถึงขั้นเสนอตัวจะเป็น
แม่บุญธรรมให้
ทันทีที่อู๋ไห่ไห่ได้ยินคำนี้ เจ้าเด็กนี่ก็โพล่งคำว่า ‘ท่านแม่’
ออกมาทันควัน ชัดถ้อยชัดคำเป๊ะเวอร์!
ทำเอาจางอวิ๋นสงสัยตะหงิด ๆ ว่าไอ้ที่แกล้งพูดไม่ชัด
อ้อแอ้ก่อนหน้านี้… เจ้าลามกน้อยนี่มันตอแหลรึเปล่า?
ด้วยเหตุนี้ เถากู่หลานจึงกลายเป็นแม่บุญธรรมของอู๋ไห่
ไห่ไปโดยปริยาย
ส่วนเจ้าอู๋ไห่ไห่จอมลามก ก็อาศัยสิทธิ์ลูกบุญธรรม
ใช้ลูกตื๊อหน้าด้านเกาะหนึบฝังหน้าอยู่ในอ้อมอกเถากู่หลาน
ไม่ยอมลง
เมื่อเหลือบมองอู๋ไห่ไห่ที่กำลังเอาหน้าถูไถไปมาในอ้อม
อกอวบอิ่มของเถากู่หลาน จางอวิ๋นก็ได้แต่กรอกตามองบน
ชาติก่อนของเจ้าเด็กนี่… ต้องเป็นเซียนอูสายหื่นกาม
แหง ๆ!
“ผู้อาวุโสเก้า…”
เถากู่หลานใช้นิ้วจิ้มแก้มยุ้ย ๆ ของอู๋ไห่ไห่เบา ๆ แล้วเงย
หน้ายิ้มร่า “ท่านดูสิคะ ไห่ไห่น่ารักจะตาย!”
“น่ารักก็น่ารักอยู่หรอก...”
จางอวิ๋นถอนหายใจ “แต่แม่นางกู่หลาน เจ้าจะอุ้มเขา
ตลอดเวลาแบบนี้ไม่ได้นะ ต้องวางให้เขาหัดเดินบ้าง ไม่งั้นโต
ไปจะเดินไม่เป็นเอานะ”
“โถ่… จะรีบไปทำไมกันเจ้าคะ เจ้าตัวเล็กยังเด็กขนาดนี้
ไม่ต้องรีบหัดเดินหรอก...”
เถากู่หลานแย้งเสียงอ่อน “แถมตอนนี้เราอยู่บนหลัง
อินทรี มันโคลงเคลงจะตาย ถ้าไห่ไห่ตกลงไปจะทำยังไง?”
กริ๊ซ!
อินทรียักษ์ที่บินอยู่อย่างมั่นคงได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับร้อง
ประท้วง
ข้าบินนิ่งขนาดนี้ โคลงเคลงตรงไหนมิทราบฟะ!?
“บินของเจ้าไปเงียบ ๆ เหอะ ร้องหาพระแสงอะไร? ไม่รู้
เหรอว่าจะรบกวนเวลานอนของไห่ไห่ลูกข้า?”
เถากู่หลานถลึงตาใส่ อินทรียักษ์ผู้น่าสงสารรีบหดคอ
หันมามองจางอวิ๋นด้วยสายตาตัดพ้อสุดฤทธิ์
จางอวิ๋นได้แต่ยิ้มแห้งส่ายหน้า แต่สายตาดันเหลือบ
ไปเห็นอู๋ไห่ไห่ที่ซบหน้าอยู่ในร่องอกเถากู่หลาน... มุมปากของ
เจ้าเด็กนั่นกำลังยกยิ้ม หึหึ อย่างเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ
เขาแอบก่นด่าในใจ
ไอ้เด็กผีนี่… มันแกล้งหลับชัด ๆ!
ขี้เกียจจะแฉความชั่วร้ายของทารก จางอวิ๋นจึงเอ่ย
ตัดบท “กู่หลาน เจ้าช่วยดูเขาหน่อยนะ ข้าจะไปชี้แนะพวกสวี
หมิงฝึกวิชาสักหน่อย”
พูดจบเขาก็หายวับเข้าไปใน ‘เมืองเซียนอู’ ภายในคทา
ทันที
การเดินทางจากแคว้นหนานอวิ๋นไปแคว้นหนานซิง ต้อง
ใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน เวลาขนาดนี้แน่นอนว่าปล่อยทิ้งเปล่า
ไม่ได้
ตอนที่จางอวิ๋นให้เลือดมังกรทองกับสวีหมิง เขาก็ส่งอู๋
เสี่ยวพั่งและอวี๋สุ่ยเอ๋อร์เข้าไปฝึกในเมืองเซียนอูด้วยเช่นกัน
เถากู่หลานมองจางอวิ๋นที่หายวับเข้าไปในคทาตรงหน้า
ด้วยความเคยชิน ของวิเศษที่มีมิติบรรจุสิ่งมีชีวิตได้แม้จะหา
ยากยิ่งในแดนใต้ แต่ด้วยความสามารถระดับจางอวิ๋น การ
มีของวิเศษแบบนี้ครอบครองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร
…
ณ ภายในเมืองเซียนอู
จางอวิ๋นมองดูสวีหมิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานบ้าน
แห่งหนึ่ง ร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยหมอกโลหิตสีทองจาง ๆ
ความยากในการดูดซับเลือดมังกรทองบริสุทธิ์หยดนี้
เทียบไม่ได้เลยกับเลือดเจียวมังกรพวกนั้น จางอวิ๋นคาดว่าสวี
หมิงน่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนถึงจะย่อยสลายพลัง
และดูดซับจนหมดเกลี้ยง
เขาละสายตา เดินมุ่งหน้าไปยังสถาบันการศึกษาร้าง
แห่งหนึ่งในใจกลางเมือง
ที่นี่เคยเป็นโรงเรียนสอนเหล่าจอมเวทย์อู เป็นแหล่ง
รวบรวมเคล็ดวิชาพื้นฐานของเผ่าอูไว้มากที่สุด เหมาะที่สุด
สำหรับการปูพื้นฐานพลังอู
อู๋เสี่ยวพั่งและอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ถูกส่งมาที่นี่
จางอวิ๋นอยากให้ทั้งสองลองฝึกพลังอูดูเผื่อจะมีแวว ถ้า
มีพรสวรรค์ด้านนี้ ก็ไม่เสียหายที่จะฝึกติดตัวไว้ หลังจากนั้น
ค่อยยกระดับจิตวิญญาณ ก็จะสามารถสืบทอด ‘โลหิตมรดก’
ของมหาปุโรหิตระดับแปลงเทพได้โดยตรง
เมื่อสืบทอดแล้ว ก็ไม่ต้องเสียเวลาฝึกพื้นฐาน สามารถ
ใช้งานพลังอูอันทรงพลังได้ทันที
ทว่า… อู๋เสี่ยวพั่งดูเหมือนจะเกิดมาเพื่อเป็นปฏิปักษ์กับ
พลังอู นั่งงมโข่งอยู่ทั้งวัน ก็ยังอ่านเคล็ดวิชาพลังอูไม่รู้เรื่องสัก
ตัวเดียว
จางอวิ๋นก็ไม่ได้บังคับ มันเป็นแค่วิชาเสริม ฝึกได้ก็ดี ฝึก
ไม่ได้ก็ช่างหัวมัน
เขาจึงเตะโด่งอู๋เสี่ยวพั่งไปที่ ‘หอรวมปราณ’
เมื่อเทียบกับสวีหมิงและอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ที่อยู่ระดับสร้าง
รากฐานขั้นสูงสุดแล้ว อู๋เสี่ยวพั่งที่อยู่ขั้นหกยังต้องการ
พลังงานในการบ่มเพาะอีกมากโข หอรวมปราณจึงเป็น
สถานที่ที่เหมาะกับเจ้าอ้วนที่สุด
ในทางตรงกันข้าม อวี๋สุ่ยเอ๋อร์กลับมีพรสวรรค์ด้านพลัง
อูอย่างน่าทึ่ง! เพิ่งเริ่มฝึกไม่นานก็สามารถจับจุดและควบแน่น
พลังอูขั้นต้นได้แล้ว
จางอวิ๋นเห็นดังนั้นก็ไม่ลังเล
เขามอบ ‘ผลึกอุ่นวิญญาณ’ ที่ได้จากถ้ำสมบัติใต้ทะเล
และของบำรุงวิญญาณส่วนหนึ่งให้อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ ให้ใช้ควบคู่กับ
เคล็ดวิชาฝึกจิตวิญญาณของเผ่าอู เพื่อยกระดับความ
แข็งแกร่งของดวงวิญญาณ
รอจนวิญญาณแข็งแกร่งพอ ก็จะสามารถรองรับและ
ดูดซับ ‘โลหิตมรดกของต้าอู’ ได้ทันที!
หลังจากกำชับอวี๋สุ่ยเอ๋อร์เสร็จ จางอวิ๋นก็แวะเข้า ‘หอ
คัมภีร์หมื่นภพ’ กะว่าจะลองหาเคล็ดวิชาที่เหมาะสมกับอู๋ไห่ไห่
ดูสักหน่อย
เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าสำหรับอู๋ไห่ไห่ที่เป็นเซียนอู
กลับชาติมาเกิด หอคัมภีร์หมื่นภพจะมอบวิชาเทพแบบไหนให้
?
แต่พอเข้ามาถึงก็นึกขึ้นได้ว่า… สิทธิ์ในการจับคู่เคล็ด
วิชาของเขาหมดเกลี้ยงแล้ว!
ก่อนหน้านี้ตอนอัปเกรดเป็นระดับ 3 ได้สิทธิ์เพิ่มมาหนึ่ง
ครั้ง ก็ใช้เปย์ให้อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ไปแล้ว
ถ้าอยากจับคู่ให้อู๋ไห่ไห่ ก็ต้องรอให้โลกปรมาจารย์เซียน
อัปเกรดเป็นระดับ 4 สถานเดียว
คิดดูแล้วก็คงอีกไม่นานเกินรอ
เงื่อนไขการอัปเกรดระดับ 4 คือต้องมีศิษย์ระดับหยวน
อิงหนึ่งคน และระดับจินตานสองคน… ความยากเดิมทีอยู่ที่
ระดับหยวนอิง
แต่ตอนนี้มีอู๋ไห่ไห่โผล่มา ถ้าเขาต้องการ ก็สามารถโยน
อู๋ไห่ไห่ลงไปในทะเลพลังอูใต้เมืองเซียนอูให้ดูดซับพลังได้
ทุกเมื่อ แม้ทะเลพลังอูจะถูกดูดซับไปมากแล้ว แต่พลังงานที่
เหลืออยู่ ก็เพียงพอจะดันให้อู๋ไห่ไห่ฟื้นคืนพลังทะลวงขึ้น
สู่ระดับหยวนอิงได้สบาย ๆ
ส่วนสวีหมิงที่กำลังดูดซับเลือดมังกรทองก็ใกล้จะแตะ
ขอบจินตานแล้ว อวี๋สุ่ยเอ๋อร์เองถ้าจะควบแน่นจินตานก็ไม่ใช่
เรื่องยาก
การอัปเกรดโลกปรมาจารย์เซียนเป็นระดับ 4 เรียกได้ว่า
อยู่แค่เอื้อม!
แต่จางอวิ๋นยังไม่รีบ
ถ้าให้อู๋ไห่ไห่ทะลวงระดับตอนนี้ เขาจะเข้าแดนลับเซียน
ไม่ได้… รอออกจากแดนลับเซียนแล้วค่อยอัปเกรดทีเดียว
ดีกว่า
สำหรับแดนลับเซียนรอบนี้ เขาก็คาดหวังอยู่ไม่น้อย
ขนาดแค่เจอเมืองเซียนอู ยังได้ศิษย์คนที่สี่ที่เป็นเซียนอู
กลับชาติมาเกิด แถมยังได้เมืองเซียนอูมาทั้งเมือง ในแดนลับ
เซียนคราวนี้ ไม่แน่อาจจะไปล่อลวง… เอ้ย! ไป ‘รับ’ ศิษย์คนที่
ห้าที่เป็นเซียนกลับชาติมาเกิดมาได้อีกคนก็ได้ใครจะรู้?
หลังจากจัดการเรื่องสวีหมิงทั้งสามคนเรียบร้อย จางอ
วิ๋นก็หาพื้นที่ว่างในเมืองเซียนอู เริ่มลงมือสร้าง ‘หุ่นเชิดระดับ
หยวนอิง’
ครั้งนี้ได้แก่นผลึกระดับหยวนอิงมาสองก้อน บวกกับ
วัตถุดิบอีกมากมาย สามารถสร้างได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ
…
เวลาผ่านไปครึ่งเดือนในชั่วพริบตา
“โฮก——!!”
เมืองเซียนอูที่เงียบสงบ จู่ ๆ ก็ถูกปลุกด้วยเสียงคำราม
มังกรที่ดังกึกก้องกัมปนาท! พร้อมกับแรงกดดันแห่งเผ่าพันธุ์
มังกรที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง!
จางอวิ๋นหยุดมือทันที ร่างกลายเป็นแสงพุ่งตรงไปยัง
ลานบ้านที่สวีหมิงอยู่
“ท่านอาจารย์!”
ในสถาบันเซียนอู อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ก็ตกใจบินออกมาเช่นกัน
จางอวิ๋นโบกมือ ส่งสัญญาณว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร สายตา
จับจ้องเขม็งไปยังลานบ้านเบื้องหน้า
เขาสัมผัสได้ว่า กลิ่นอายของสวีหมิงหลังจากระเบิด
เสียงคำรามมังกรเมื่อครู่ ตอนนี้เริ่มหดกลับเข้าสู่ภายในอย่าง
บ้าคลั่ง ก่อเกิดแรงดึงดูดมหาศาล ดูดกลืนพลังวิญญาณจาก
ฟ้าดินโดยรอบเข้าไปราวกับหลุมดำ
แต่เมืองเซียนอูมีพลังหลักเป็นพลังอู พลังวิญญาณย่อม
ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
พรึ่บ!
จางอวิ๋นไม่รอช้า รีบควักหินวิญญาณหลายหมื่นก้อน
โยนเข้าไปในลานบ้านทันที
วูบ!
หินวิญญาณหลายหมื่นก้อนเพิ่งจะร่วงลงไป ก็เหมือน
โดนพายุพัดกวาด พลังงานวิญญาณถูกสูบหายเกลี้ยงกลาย
เป็นผงแป้งในพริบตา
“ปีศาจกินหินเริ่มงานอีกแล้ว!”
จางอวิ๋นยักไหล่อย่างจนใจ แต่ในแววตาเต็มไปด้วย
ความคาดหวัง
พรึ่บ!
ควักออกมาอีกหลายหมื่นก้อน!
แต่ก็เหมือนเดิม เพียงแค่กะพริบตา หินวิญญาณกองโต
ก็ถูกดูดจนแห้งเหือด
พลังงานที่สวีหมิงใช้ในการควบแน่นจินตาน ดูท่าจะ
มหาศาลกว่าที่คาดไว้เยอะ!
ยังดีที่ไปกอบโกยมาจากแดนลับอาณาจักรเซียนไห่อู
ไม่อย่างนั้นคงไม่พอให้เจ้าศิษย์ตัวดีสูบเลือดสูบเนื้อแบบนี้แน่
จางอวิ๋นกัดฟันควักออกมาอีกหลายหมื่น!
รอบนี้หลังจากดูดซับไปเกินครึ่ง ในที่สุดแรงดูดกลืนก็
หยุดลง
เขาสัมผัสได้ว่า กลิ่นอายภายในลานบ้านของสวีหมิงได้
พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้ว
ตูม!!
วินาทีต่อมา ราวกับเขื่อนทำนบแตก กลิ่นอายในร่างสวี
หมิงระเบิดออกอย่างรุนแรง
แสงสีทองเจิดจ้าสาดส่องออกมาจากร่างของเขา ทะลวง
หลังคาบ้านจนพังทลาย
“โฮกกก——!!”
เสียงคำรามมังกรที่ดังสนั่นยิ่งกว่าครั้งก่อนนับสิบเท่า
พร้อมด้วยแรงกดดันแห่งมังกรอันไร้ขอบเขต พุ่งทะยาน
เสียดฟ้า!
ครืนนน!
พื้นที่ในคทาเซียนอูสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น แม้แต่ทะเลพลัง
อูใต้เมืองยังถูกแรงสั่นสะเทือนจนเกิดคลื่นยักษ์ถาโถมซัดสาด
จางอวิ๋นรีบบินออกจากเมืองเซียนอู ปลดปล่อยพลังอู
มหาศาลลงไปกดข่มทะเลพลังอูที่กำลังเดือดพล่าน
โฮก!
เพิ่งจะกดทะเลพลังอูลงได้ ก็เห็นเงามายามังกรทองตัว
มหึมาพุ่งทะลวงออกมาจากร่างสวีหมิง มันคำรามกึกก้องแล้ว
พุ่งทะลุออกจากพื้นที่ในคทาไปดื้อ ๆ!
“แย่แล้ว!”
จางอวิ๋นหน้าเปลี่ยนสี รีบดีดตัวออกจากพื้นที่ในคทา
ทันที
แต่จะหยุดเงามายามังกรทองนี้ก็สายไปเสียแล้ว ทันทีที่
จิตสำนึกกลับมาสู่โลกภายนอก ก็เห็นเงามายามังกรทอง
ขนาดมหึมาพุ่งทะยานจากไม้คทาขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน
ครืนนน——
แรงกดดันมังกรที่ปะทุขึ้นอย่างกะทันหัน ทำเอาอินทรี
ยักษ์ด้านนอกถึงกับตาเหลือก ร่างแข็งทื่อร่วงผล็อยจาก
กลางอากาศ
แม้แต่เถากู่หลานก็โดนแรงกดดันจนหน้ามืดตาลายเห็น
ดาววิบวับ
มีแต่อู๋ไห่ไห่ที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เจ้าตัวเล็ก
แหงนหน้ามองขึ้นไปข้างบนด้วยความตื่นตาตื่นใจ ปรบมือ
เปาะแปะเหมือนกำลังดูพลุฉลองปีใหม่
จางอวิ๋นไม่มีเวลาสนใจเจ้าตัวแสบ รีบใช้พลังอูประคอง
เถากู่หลานและอินทรียักษ์ไว้ ไม่ให้ร่วงลงไปกระแทกพื้นจน
กลายเป็นเศษเนื้อ
“โฮกกก——!!”
เวลานั้นเอง เงามายามังกรทองที่พุ่งขึ้นไปบนฟากฟ้าก็
ระเบิดออกราวกับพลุดอกยักษ์ ก่อเกิดเป็นรัศมีสีทองเจิดจรัส
แผ่ขยายปกคลุมท้องฟ้าเหนือเทือกเขา ย้อมเมฆขาวให้
กลายเป็นสีทองอร่ามในชั่วพริบตา!
นิมิตอันน่าตื่นตะลึงนี้ สั่นสะเทือนสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน
โดยรอบ!
เวลานี้อินทรียักษ์กำลังบินอยู่เหนือเทือกเขาที่ห่างจาก
เมืองมนุษย์ไม่ไกลนัก ทันทีที่นิมิตมังกรทองปรากฏ กลิ่นอาย
ของผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานออกมาจาก
เมืองนั้นด้วยความแตกตื่น
พร้อมกันนั้น ภายในเทือกเขาเบื้องล่างที่ดูเงียบสงบ
จางอวิ๋นก็สัมผัสได้ว่า… มีสัตว์อสูรระดับสูงหลายตัวกำลัง
ตื่นตัวขึ้นมาจากการหลับใหล!