ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 149 สยบพยัคฆ์ลายวิญญาณ
พยัคฆ์ลายวิญญาณหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก
อยากจะเอ่ยปากต่อรองอะไรอีกสักหน่อยเพื่อรักษาศักดิ์ศรี
แต่ทว่า…
เมื่อเห็นประกายเย็นยะเยือกของ ‘กระบี่เมฆาเวหา’ ที่
จางอวิ๋นง้างขึ้นสูง เตรียมจะปักลงมาโดยไร้ความลังเล มันก็
หน้าถอดสี ตะโกนลั่นจนเสียงหลง
“ยอมแล้ว! เสืออย่างข้ายอมจำนนแล้ว!!”
กึก!
มือที่กำกระบี่ของจางอวิ๋นหยุดชะงักกลางอากาศ ปลาย
กระบี่อันคมกริบจ่ออยู่ที่นัยน์ตาดวงโตของพยัคฆ์ลายวิญ
ญาณ ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งหน้าเล็บ
ไอสังหารเย็นเฉียบแผ่ซ่านออกมาจากปลายกระบี่
ทำเอาพยัคฆ์ลายวิญญาณขนลุกซู่ไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดหาง
ดวงตาคือจุดตายสูงสุดของมัน หากถูกแทงทะลุ วิญ
ญาณของมันจะแตกสลาย กลายเป็นพยัคฆ์นิทราตลอดกาล!
จางอวิ๋นไม่สนว่ามันจะคิดอะไร ยื่นมืออีกข้างออกไปกด
ที่กลางกระหม่อมของมัน แล้วใช้วิชา ‘เคล็ดประทับจิต’ ถ่ายเท
พลังวิญญาณฝังลงไปทันที
วูบ!
“นะ… นี่มันอะไร!?”
พยัคฆ์ลายวิญญาณตื่นตระหนกสุดขีด รู้สึกเหมือน
มีบางสิ่งแปลกปลอมฝังลึกอยู่ในสมอง ราวกับระเบิดเวลาที่
หากมันคิดคดทรยศ หัวของมันพร้อมกับดวงตาทั้งสองข้างคง
ระเบิดกระจุยกลายเป็นเละเทะ
“ถ้าเจ้าเชื่อฟัง มันก็ไม่มีผลอะไรกับเจ้าหรอก”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ แต่เปี่ยมด้วยอำนาจที่ไม่อาจ
ขัดขืน
พยัคฆ์ลายวิญญาณหน้าซีดเผือด คอตกยอมรับ
ชะตากรรม
“ไปไล่คนพวกนั้นไปซะ!”
จางอวิ๋นชี้ปลายกระบี่ไปทางกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรจากใน
เมืองที่เริ่มขยับเข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
พยัคฆ์ลายวิญญาณพยักหน้ารับคำสั่ง แล้วดีดตัวพุ่ง
ออกไปยืนตระหง่านหน้าหน้าผา สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
“โฮกกก——!!”
เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาท แฝงด้วยบารมีแห่งเจ้า
ป่าดังกังวานสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทิศ ดูเหมือนมันจะระบาย
ความอัดอั้นตันใจและความคับแค้นที่ได้รับจากจางอวิ๋น
ออกมาผ่านเสียงคำรามนี้จนหมดเปลือก!
“ระ… ระดับหยวนอิง!!”
“ราชาพยัคฆ์! นั่นมันราชาพยัคฆ์แห่งเทือกเขาเสวียน
โซ่ว!!”
“หนีเร็ว! หนีตายยย!!”
…
เพียงแค่เสียงคำรามเดียว ทำเอาเหล่าผู้บำเพ็ญเพียร
มนุษย์เหล่านั้นหน้าถอดสี กลัวจนแทบฉี่ราดกางเกง หันหลัง
วิ่งหนีกันป่าราบไม่คิดชีวิต
พยัคฆ์ลายวิญญาณมองภาพนั้นแล้วก็แอบหดหู่ใจ
ไอ้มนุษย์พวกนี้ก็มีระดับจินตานปนอยู่ไม่น้อย แถม
มีระดับจินตานขั้นสูงสุดอีกต่างหาก แค่โดนมันคำรามใส่ก็วิ่ง
หางจุกตูดเยี่ยวราด…
แล้วทำไมจางอวิ๋นที่เป็นแค่ระดับจินตานเหมือนกัน
ถึงมองมันเหมือนมอง ‘หลาน’ คนหนึ่ง แถมยังไล่ตบมันเล่นได้
ตามใจชอบอีก!?
แถมอีกฝ่ายดูเหมือนจะมองปราดเดียวก็รู้จุดอ่อนที่
ดวงตาของมัน… ทำได้ยังไงกัน?
“บินขึ้นไป!”
ยังไม่ทันได้คิดต่อ จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรหนัก ๆ กดทับ
ลงบนหลัง
พยัคฆ์ลายวิญญาณสะดุ้งโหยง กำลังจะอ้าปากคำราม
ด้วยความโมโหตามสัญชาตญาณ แต่พอได้ยินเสียงเรียบ ๆ
ของจางอวิ๋น เสียงคำรามก็ถูกกลืนกลับลงคอทันที
มันพยักหน้าหงึก ๆ อย่างว่าง่าย แล้วรวบรวมพลังวิญ
ญาณเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้า
ในฐานะสัตว์อสูรระดับหยวนอิง แม้จะไม่มีปีก แต่มันก็
อาศัยพลังวิญญาณเหาะเหินเดินอากาศได้ดั่งใจนึก
เพียงไม่กี่วินาทีก็พุ่งทะยานมาถึงยอดเขาข้าง ๆ
อึก!
พอมองเห็นซากศพของ ‘หมาป่าเงินยักษ์’ ที่นอนตาย
สนิท พยัคฆ์ลายวิญญาณก็ลอบกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ลงคอ
อย่างยากลำบาก
เมื่อกี้มัวแต่หนีตายเลยไม่ได้สังเกต... ตอนนี้เพิ่งเห็นชัด
ๆ ว่าราชาหมาป่าเงินคู่หูของมันม่องเท่งไปเรียบร้อยแล้ว!
นี่คือหนึ่งในจ้าวแห่งขุนเขาที่ครอบครองเทือกเขาเสวียน
โซ่วร่วมกับมันเชียวนะ กลับถูกฆ่าตายในพริบตาเดียวแบบนี้…
โชคดีแค่ไหนที่เมื่อกี้มันไหวตัวทันยอมจำนน ไม่งั้นป่านนี้
สภาพคงไม่ต่างกัน
แค่คิดก็ขนหัวลุกชัน
ยิ่งมองดูจางอวิ๋นที่เดินเข้าไปแบกซากหมาป่าเงินยักษ์
ขึ้นมาด้วยมือเดียวราวกับถือตุ๊กตา มันก็ยิ่งหวาดกลัวจับจิต
ไอ้มนุษย์คนนี้มันปีศาจชัด ๆ!
“บินขึ้นไปหาอินทรีขาวข้างบน”
มือเดียวแบกซากหมาป่าเงิน จางอวิ๋นกระโดดกลับมา
นั่งไขว่ห้างบนหลังพยัคฆ์ลายวิญญาณอย่างสบายอารมณ์
พยัคฆ์ลายวิญญาณไม่กล้าขัดขืน รีบเร่งพลังบินขึ้น
สู่เวหา
…
บนหลังอินทรีขาว
ภาพที่จางอวิ๋นแบกซากหมาป่าเงิน นั่งขี่หลังพยัคฆ์ลาย
วิญญาณบินกลับมาด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย ทำให้เถากู่หลาน
อ้าปากค้าง ช็อกจนพูดไม่ออก
ผู้อาวุโสเก้า… เป็นปีศาจจำแลงมาใช่ไหม?
สัตว์อสูรระดับหยวนอิงสองตัว… ตัวหนึ่งถูกฆ่าตายคาที่
อีกตัวถูกสยบจนเชื่องในเวลาแค่ชั่วพริบตา!
ถ้าไม่เห็นกับตา ให้ตายก็ไม่เชื่อว่านี่คือสิ่งที่ระดับจิน
ตานทำได้!
พอนึกย้อนไปถึงผู้อาวุโสสำนักใหญ่ ๆ ที่นางเคยเจอและ
เคารพเลื่อมใสในความแข็งแกร่ง มาเทียบกับผู้อาวุโสเก้า
ตอนนี้… เถากู่หลานพบว่าคนพวกนั้นกลายเป็นเด็กหัดเดิน
ไปเลย
ระดับจินตานขั้นสูงสุดคนไหนบ้างที่กล้าไล่ตบสัตว์อสูร
ระดับหยวนอิงเหมือนตบแมว?
ทั่วทั้งแดนใต้ นางมั่นใจว่าหาคนที่สองนอกจากจางอวิ๋น
ไม่ได้แน่!
เพราะร่างกายของสัตว์อสูรนั้นแข็งแกร่งโดยธรรมชาติ
บวกกับพรสวรรค์ติดตัว ทำให้พลังต่อสู้จริงเหนือกว่า
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเดียวกันหลายขุม อย่างเจ้าพยัคฆ์ลายวิญ
ญาณตัวนี้ ระดับหยวนอิงขั้นต้น แต่ถ้าสู้จริง น่าจะงัดข้อกับ
มนุษย์ระดับหยวนอิงขั้นสูงได้สบาย ๆ
แต่ตอนนี้… มันกลับเชื่องเหมือนลูกแมว ยอมให้จางอวิ๋น
ขี่หลังแต่โดยดี
เถากู่หลานลอบกลืนน้ำลาย พยายามรวบรวมสติ
จางอวิ๋นโยนซากหมาป่าเงินเข้าไปเก็บในเมืองเซียนอู
แล้วเอ่ยปากชวน “กู่หลาน ย้ายมานั่งบนหลังเสือนี่เถอะ ให้
อินทรีขาวได้พักหน่อย มันแบกพวกเรามานานแล้ว”
“ข้า… ข้าไปนั่งได้เหรอคะ?”
เถากู่หลานตาโต
พยัคฆ์ลายวิญญาณได้ยินก็แสดงสีหน้าต่อต้านทันที ส่ง
เสียงขู่ในลำคอเบา ๆ
จางอวิ๋นเก่งกว่า ข้ายอมรับได้… แต่ยัยผู้หญิงระดับจิน
ตานนี่คิดจะมานั่งบนหลังราชาอย่างข้าเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะ!
วิ้ง!
แต่พอสัมผัสได้ว่าตราประทับที่ฝังอยู่ในสมองเริ่มสั่นไหว
ความรู้สึกปวดร้าวเหมือนหัวจะระเบิดแล่นปราดเข้ามา ทำให้
มันหน้าถอดสี รีบก้มหัวลงทำตัวเป็นแมวน้อยเชื่องเชื่อทันที
จางอวิ๋นเห็นดังนั้นจึงยิ้มมุมปาก “กู่หลาน มาเถอะ มัน
ไม่กล้ากัดเจ้าหรอก”
เถากู่หลานพยักหน้า ก้าวข้ามไปยืนบนหลังกว้างขวาง
ของพยัคฆ์ลายวิญญาณด้วยความตื่นเต้น
สัตว์อสูรระดับหยวนอิงเชียวนะ!
ตั้งแต่มาอยู่สำนักหลิงเซียน นางก็ไม่ได้สัมผัสรสชาติ
การขี่สัตว์อสูรระดับนี้อีกเลย!!
“แอ้~”
ทันใดนั้น อู๋ไห่ไห่ในอ้อมกอดนางก็ดิ้นหลุดออกมา ร่าง
ป้อม ๆ เคลื่อนไหวเหมือนหนอนน้อย ดึบ ๆ ไปมาบนหลัง
พยัคฆ์ลายวิญญาณอย่างเพลิดเพลิน มือเล็ก ๆ ขยุ้มขนที่
นุ่มนิ่มของมันเล่น
พยัคฆ์ลายวิญญาณรู้สึกหงุดหงิด
ไอ้เด็กมนุษย์นี่… ก็กล้ามาถูไถขนอันสูงส่งของข้าเหรอ?
มันอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นนิด ๆ กะว่าจะทำหน้าดุ
แยกเขี้ยวใส่ให้ไอ้เด็กนี่ร้องไห้จ้าเป็นการสั่งสอน
แต่ทว่า…
ขวับ!
ทันทีที่สบตากับอู๋ไห่ไห่
วิญญาณของพยัคฆ์ลายวิญญาณพลันสะท้านเฮือก!
ความหนาวเหน็บแล่นจากปลายเท้าขึ้นสู่สมอง รู้สึกราวกับถูก
‘สัตว์ประหลาดบรรพกาล’ จ้องมองลงมาจากบัลลังก์เหนือ
เมฆา ขนทั่วร่างลุกชูชันด้วยความหวาดผวา
อะ… อะไรวะเนี่ย!?
ไอ้เด็กนี่มันตัวอะไรกันแน่??
แววตาของมันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
เหงื่อกาฬไหลพราก
ปีศาจ!
ไอ้เด็กนี่ต้องเป็นปีศาจแน่ ๆ!!
จางอวิ๋นเป็นปีศาจ… ไอ้เด็กนี่ก็ปีศาจ… งั้นยัยผู้หญิง
ระดับจินตานบนหลังนี่…
พยัคฆ์ลายวิญญาณตัวสั่นระริก สายตาเหลือบมอง
เถากู่หลานอย่างหวาดระแวง
ปีศาจ! ต้องเป็นปีศาจเหมือนกันแน่ ๆ แค่แกล้งทำเป็น
อ่อนแอ!
เมื่อกี้มันยังกล้าแสดงท่าทีต่อต้านนางอีก... เกือบไปแล้ว
ไหมล่ะ!
ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ทำเอาตอนนี้มัน
อยากจะขดตัวเป็นก้อนกลม ๆ แล้วกลิ้งหนีไปให้พ้นจากกลุ่ม
ตัวประหลาดพวกนี้
มนุษย์กลุ่มนี้… น่ากลัวเกินไปแล้ว!
“อินทรีขาว ยืนบื้อทำไม? เจ้าก็มาด้วยสิ!”
จางอวิ๋นกวักมือเรียกอินทรีขนขาวที่บินโดดเดี่ยวอยู่ข้าง
ๆ ด้วยท่าทางเกร็ง ๆ
อินทรีขาวชะงัก นัยน์ตาฉายแววตื่นตะลึงแบบ
มีความเป็นมนุษย์สุด ๆ
ข้า… ข้าก็ขึ้นไปได้ด้วยเหรอ?
“เร็วเข้า!” จางอวิ๋นเร่ง
เห็นเจ้านายเรียก อินทรีขาวก็ยังอดชำเลืองมองพยัคฆ์
ลายวิญญาณไม่ได้ แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายก้มหน้าก้มตาสั่น
งันงก ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา มันก็แปลกใจ
ความกลัวหายไปทันที มันบินร่อนลงมาเกาะบนหลังเสือ
อย่างภาคภูมิ
แปะ!
วินาทีที่กรงเล็บสัมผัสหลังเสือ มันรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสู่
จุดสูงสุดของชีวิตอินทรี!
แค่อินทรีระดับสร้างรากฐานกระจอก ๆ อย่างมัน วันนี้
มีวาสนาได้เหยียบหลังสัตว์อสูรระดับหยวนอิง… ช่าง
เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลจริง ๆ!
พยัคฆ์ลายวิญญาณสัมผัสได้ถึงกรงเล็บแหลมคมที่
เหยียบอยู่บนหลัง แต่ไม่กล้าหือแม้แต่น้อย
แม้อินทรีตัวนี้จะมีกลิ่นอายแค่ระดับสร้างรากฐานกาก ๆ
แต่ใครจะรู้ว่ามันแกล้งทำรึเปล่า?
ดีไม่ดีอาจจะเป็นสัตว์เทพหงสาจำแลงมาก็ได้… แค่คิดก็
น่ากลัวจนขาสั่นแล้ว!
“ไปกันเถอะ!”
จางอวิ๋นสั่งเสียงเข้ม “บินตามที่กู่หลานบอก!”
พยัคฆ์ลายวิญญาณพยักหน้ารัว ๆ ราวกับไก่จิกข้าวสาร
“ไปทางนั้นเจ้าค่ะ!”
เถากู่หลานชี้ทิศทางด้วยความมั่นใจ
ฟุ่บ!
พยัคฆ์ลายวิญญาณรีบพุ่งทะยานไปตามทิศนั้นทันที
แม้จะไม่ใช่สัตว์อสูรประเภทบินโดยกำเนิด แต่ด้วยพลัง
ระดับหยวนอิง เรื่องความเร็ว พยัคฆ์ลายวิญญาณกินขาด
อินทรีขาวระดับสร้างรากฐานแบบไม่เห็นฝุ่น
จางอวิ๋นพยักหน้าพอใจ มีเจ้าลายพาดกลอนนี่เป็น
พาหนะ น่าจะย่นเวลาเดินทางไปแคว้นหนานซิงได้เยอะโข
“อยากมีชีวิตรอด ก็ทำตัวให้มันว่าง่ายเข้าไว้ เข้าใจไหม?”
หันไปกำชับพยัคฆ์ลายวิญญาณอีกประโยคด้วยน้ำเสียง
เย็น ๆ
พยัคฆ์ลายวิญญาณแทบจะร้องไห้ อยู่ท่ามกลางดง
ปีศาจแบบนี้… เสืออย่างข้าจะกล้าหือรึไง?
วิ้ง!
【ศิษย์ของท่าน ‘สวีหมิง’ ทะลวงระดับจากสร้าง
รากฐานขั้นสูงสุดสู่จินตานขั้นต้นสำเร็จ!】
【ได้รับรางวัล: พลังงานคืนกำไร 100 เท่า!】
จางอวิ๋นกำลังจะพูดอะไรต่อ พลันมีคลื่นพลังงาน
มหาศาลปะทุขึ้นในร่างกาย เขาเลิกคิ้วขึ้น หันไปบอกเถากู่
หลาน
“กู่หลาน ทางนี้ฝากเจ้าดูด้วยนะ ข้าขอตัวสักครู่!”
เถากู่หลานพยักหน้ารับ
จางอวิ๋นไม่รอช้า จิตสำนึกพุ่งดิ่งเข้าสู่เมืองเซียนอูในคทา
ชักนำพลังงานคืนกำไรทั้งหมดไหลรวมเข้าสู่จินตานใน
ตันเถียนทันที
ครืนนน!
พร้อมกับการอัดฉีดพลังงานมหาศาล จินตานสีทอง
ขนาดเท่ากำปั้นในตันเถียนของเขา ก็เริ่มสั่นไหวและ
เปลี่ยนแปลง… มันเริ่มงอกแขนขาเล็กจิ๋วออกมา!
เริ่มมีเค้าโครงที่จะกลายร่างเป็น ‘ทารกวิญญาณ (หยวน
อิง)’ แล้ว!
จางอวิ๋นสูดหายใจลึก ข่มความตื่นเต้นเอาไว้
รอจบทริปแดนลับเซียนคราวนี้ ให้อู๋ไห่ไห่ทะลวงระดับ
หยวนอิง เขาก็น่าจะเริ่มเตรียมตัวทะลวงระดับหยวนอิงได้แล้ว
เหมือนกัน
หลังจากดูดซับพลังงานคืนกำไรจนหมด จางอวิ๋นก็รีบ
บินไปยังลานบ้านของสวีหมิง
เวลานี้สวีหมิงตื่นแล้ว เขายืนสงบนิ่งอยู่ในลานบ้าน ทั่ว
ร่างแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายแห่งมังกรทองอันศักดิ์สิทธิ์
ราวกับว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นมังกรจำแลง
กายมาเดินดิน!
“ท่านอาจารย์!”
เห็นจางอวิ๋นมาถึง สวีหมิงและอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ที่อยู่ข้าง ๆ ก็
รีบเดินเข้ามาทำความเคารพ
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงขรึม “สุ่ยเอ๋อร์ ถอยไปหน่อย อาจารย์
จะลองประมือกับศิษย์พี่เจ้าสักหน่อย…”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์พยักหน้า รีบถอยห่างออกจากลานบ้านไปยืน
ดูอยู่ไกล ๆ
พอทางสะดวก จางอวิ๋นก็กวักมือเรียกสวีหมิง แววตา
เป็นประกาย
“หมิงเอ๋อร์ ชกมาสุดแรงเลย! ให้ข้าดูหน่อยว่ามังกรใน
กายเจ้ามันดุแค่ไหน!”
“ขอรับ!”
สวีหมิงพยักหน้า แววตามุ่งมั่น เข้าใจดีว่าอาจารย์
ต้องการทดสอบพลังในตอนนี้ของเขา
“ท่านอาจารย์… ศิษย์ล่วงเกินแล้ว!”
สิ้นเสียง หมัดขวาของสวีหมิงก็ส่องประกายแสงสีทอง
เจิดจ้าของปราณมังกร
“ย้าก!!”
โฮก——!!
หมัดเดียวที่ชกออกไป ก่อเกิดเสียงคำรามดั่งมังกร
กึกก้อง พัดพาคลื่นลมรุนแรงหมุนวนเป็นเกลียวพายุ พุ่งเข้าใส่
จางอวิ๋นตรง ๆ ราวกับจะถล่มฟ้าทลายดิน!