ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 155 แผนการของสำนักหนานเฟิงม่อ และการทะลวง
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 155 แผนการของสำนักหนานเฟิงม่อ และการทะลวง
ด่านของอวี๋สุ่ยเอ๋อร์
ตายแล้ว…
อสูรมารเงาที่เขาฟูมฟักทะนุถนอมมานานหลายร้อยปี…
ตกตายไปแล้วอย่างนั้นรึ!?
ภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิท ร่างของจอมมารเงาสั่นเทิ้มด้วย
โทสะที่ยากจะระงับ
ก่อนหน้านี้สัมผัสวิญญาณเพียงเลือนรางยังไม่อยาก
จะปักใจเชื่อ ทว่าเมื่อมาเห็นสถานที่จริง… ทุกอย่างก็กระจ่าง
แจ้งเต็มสองตา!
ฟุ่บ!
เขาสะบัดมือวูบหนึ่ง ปราณมารสายหนึ่งพุ่งเข้าโอบล้อม
วังวนเบื้องหน้า ฉายภาพเหตุการณ์ภายในลานกว้างใต้ดินของ
แดนลับขึ้นมาให้ประจักษ์
ม่านฟ้าเงามืดที่เคยปกคลุมอันตรธานหายไป… ไข่
มนุษย์มารเงาบนเสาหินไร้ซึ่งสัญญาณชีพ… และผลึกวิญ
ญาณเงาล้ำค่าบนยอดเสา ถูกฉกชิงไปจนเกลี้ยงเกลา
ไม่เหลือหลอ!
เมื่อภาพเหล่านั้นปรากฏแก่สายตา แม้จอมมารเงาจะ
มิได้เอ่ยคำผรุสวาทใดออกมา แต่หลินฉินที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่
ข้างกายกลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบด้านที่เปลี่ยนไป
ฉับพลัน
อากาศหนักอึ้งจนแทบขาดใจ ป่าทึบทั้งผืนคล้ายถูก
ปกคลุมด้วยเพลิงโทสะที่มองไม่เห็น แรงกดดันอัน
น่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านลงมาจากฟากฟ้ากดทับสรรพสิ่ง
ผละ! ผละ!
มดปลวก แมลงน้อยใหญ่ หรือแม้แต่สัตว์อสูรระดับต่ำ
ในรัศมี ต่างพากันตัวระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดจาก
แรงกดดันอันมหาศาลที่กดทับลงมา!
หลินฉินเองก็รู้สึกราวกับมีหัตถ์มารที่มองไม่เห็นพุ่ง
เข้ามาบีบลำคอ นางเบิกตาโพลง หายใจไม่ออก หน้าเริ่มเขียว
คล้ำ
“หืม?”
ในขณะที่นางกำลังจะขาดใจตาย จอมมารเงาก็อุทานขึ้น
ด้วยความฉงน ก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งวาบหายเข้าไปในลาน
กว้างใต้ดินของแดนลับ
แรงกดดันรอบด้านจางหายไปในพริบตา หลินฉินทรุด
ฮวบลง รีบสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่ด้วย
ความหวาดกลัว
ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ จอมมารเงาก็พุ่งกลับออกมา ในมือ
มีเศษหินก้อนหนึ่งที่มีไอสีดำจางๆ พันธนาการอยู่
“ดูท่าจะถูกใครบางคนจับตัวไปสินะ… รู้จักทิ้งปราณมาร
ชี้นำไว้แบบนี้ ถือว่าฉลาดใช้ได้!”
จอมมารเงาแค่นหัวเราะในลำคอเมื่อพินิจดูปราณมาร
บนเศษหิน แต่เพียงชั่วพริบตา แววตาภายใต้หน้ากากก็พลัน
เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งพันปี สายตาอำมหิต
จ้องมองไปยังทิศทางหนึ่งในระยะไกล
“ไม่ว่าแกจะเป็นใคร… บังอาจมาสังหารสัตว์เลี้ยงของข้า
ข้าจะให้แกชดใช้คืนเป็นร้อยเท่าพันเท่า!!”
“ไป!”
สิ้นเสียงคำราม เงาสายหนึ่งก็พุ่งเข้าห่อหุ้มร่างของเขา
และหลินฉิน ก่อนจะเลือนหายไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี
……
กลางเวหา บนแผ่นหลังอันกว้างขวางของพยัคฆ์วิญ
ญาณลายพาดกลอน
“แผนการสร้างกองทัพมนุษย์มารเงาระดับจินตานงั้นรึ?”
จางอวิ๋นถือแผ่นกระดาษที่อูเฉิงจารึกข้อมูลเอาไว้
นัยน์ตาของเขาค่อยๆ หดเกร็งลงเมื่ออ่านเนื้อหาภายใน
ตอนที่เห็นไข่มนุษย์มารเงาพวกนั้น เขาพอจะเดาเค้าลาง
ได้บ้างแล้ว แต่ความจริงที่ปรากฏตรงหน้ากลับน่าสะพรึงกลัว
ยิ่งกว่าที่คาดคิดไว้หลายเท่า!
จอมมารเงา หรือแท้จริงแล้วก็คือสำนักหนานเฟิงม่อ
ตลอดหลายปีมานี้ได้ใช้อสูรมารเงาเป็นแม่พิมพ์ในการปั๊ม
‘มนุษย์มารเงา’ ระดับจินตานออกมาอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่เรียกว่า ‘มนุษย์มารเงา’ คือเผ่าพันธุ์วิปริตที่สร้างขึ้น
โดยใช้ร่างมนุษย์เป็นภาชนะ ผสานเข้ากับพลังงานเงามืดของ
อสูรมารเงาและเลือดเนื้อของผู้บำเพ็ญมาร
กระบวนการอันโหดเหี้ยมนี้ ต้องใช้ผู้บำเพ็ญมารระดับ
จินตานจำนวนหนึ่งเป็นเครื่องสังเวย ผนวกกับผู้บำเพ็ญเพียร
ระดับสร้างรากฐานอีกกลุ่มใหญ่ ผ่านพรสวรรค์การหลอมรวม
อันเป็นเอกลักษณ์ของอสูรมารเงา จึงจะสามารถให้กำเนิด
มนุษย์มารเงาระดับจินตานขึ้นมาได้หนึ่งรุ่น
ก่อนหน้านี้เจ้าสำนักหลิงเซียนเคยเปรยถึงวีรกรรม
อำมหิตที่จอมมารเงาสังหารล้างบางสามอาณาจักร ผู้คน
ล้มตายกว่าสามสิบล้านชีวิต...
แท้จริงแล้วนั่นเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อกวาดต้อน
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานในสามอาณาจักรนั้น
ต่างหาก!
การกวาดล้างครั้งนั้นทำให้พวกมันจับกุมระดับสร้าง
รากฐานไปได้หลายพันคน ตลอดหลายสิบปีมานี้ คนเหล่านั้น
ถูกส่งมาป้อนให้อสูรมารเงา เพื่อผลิตมนุษย์มารเงาอย่าง
ต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
จากการคาดการณ์ของอูเฉิง น่าจะผลิตมนุษย์มาร
เงาออกมาได้แล้วอย่างน้อย… สองพันตน!
ตัวเลขนี้ทำเอาจางอวิ๋นถึงกับหัวใจกระตุก
มนุษย์มารเงาหนึ่งตน มีพลังเทียบเท่าจินตานหนึ่งคน…
นี่มันจินตานสองพันคนเชียวนะ!
ต้องเข้าใจก่อนว่าในแคว้นหนานอวิ๋น ขุมกำลังที่มีระดับ
จินตานเกินสิบคนก็ถือว่าเป็นสำนักชั้นนำที่ใครๆ ต่างเกรงใจ
แล้ว
แต่ทว่า… สองพันคน! นี่มันเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรกัน!
หากสำนักหนานเฟิงม่อคิดจะเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ เกรงว่า
ทั้งแดนใต้คงไม่มีขุมกำลังไหนต้านทานได้ คงถูกบดขยี้จน
ราบเป็นหน้ากลอง!
จางอวิ๋นเหลือบสายตามองเข้าไปในเมืองเซียนอูภายใน
คทา เห็นผู้บำเพ็ญมารระดับจินตานหลายสิบคนที่ดวงวิญ
ญาณบกพร่อง “ตามที่เจ้าบอก... คนกลุ่มนี้ที่สติปัญญาไม่
สมประกอบ คือเครื่องสังเวยสินะ?”
อูเฉิงที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพยักหน้ารับด้วย
ความหวาดหวั่น
จางอวิ๋นกวาดสายตาอ่านต่อ ยังมีเนื้อหาสำคัญอีก
ส่วนหนึ่ง
เพื่อสร้างมนุษย์มารเงาเหล่านี้ หลายปีมานี้จอมมาร
เงาได้ผลาญชีวิตผู้บำเพ็ญมารระดับจินตานไปหลายร้อยคน
คนพวกนี้ล้วนถูกจอมมารเงาใช้วิชามารเร่งระดับพลังขึ้น
มาอย่างฝืนธรรมชาติ มีแต่เปลือกนอกที่เป็นระดับจินตานแต่
ไร้ซึ่งความสามารถในการต่อสู้
ทว่าเพียงแค่นั้นก็เพียงพอที่จะใช้เป็น ‘เชื้อเพลิง’ ใน
การฟักไข่มนุษย์มารเงา
สาเหตุที่วิญญาณของคนพวกนี้บกพร่องเสียหาย เป็น
เพราะตอนที่ถูกเร่งระดับพลัง ได้ถูกจอมมารเงาดูดกลืนพลัง
วิญญาณไปส่วนหนึ่ง และในขั้นตอนการหลอมรวม
หลังจากนั้น วิญญาณของพวกเขาก็จะถูกสูบออกไปจน
หมดสิ้น
การสร้างมนุษย์มารเงาต้องใช้การหลอมรวมที่บริสุทธิ์
จะมีวิญญาณอื่นตกค้างไม่ได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ผลิต อสูรมาร
เงาจะควบแน่นสิ่งสกปรกทางวิญญาณออกมาเป็น ‘ผลึกวิญ
ญาณเงา’
จางอวิ๋นอ่านถึงตรงนี้ก็กระจ่างแจ้งในทันที
มิน่าล่ะ อสูรมารเงาถึงสามารถสร้างยาระดับแก่นวิญ
ญาณได้
มีผลึกวิญญาณเงาป้อนให้อย่างต่อเนื่องแบบนี้ ในเรื่อง
พลังวิญญาณ อสูรมารเงาย่อมไม่มีทางขาดแคลนแน่นอน
ฟุ่บ!
จางอวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึก ความรู้สึกหนักอึ้งก่อตัวขึ้น
ในใจ
สำนักหนานเฟิงม่อซุ่มสร้างกองทัพมนุษย์มารเงาไว้
มากมายขนาดนี้แต่กลับยังเก็บตัวเงียบเชียบ ต้องมีแผนการ
ใหญ่สะเทือนฟ้าดินแน่ๆ
หากพวกมันเริ่มลงมือเมื่อไหร่ คงกลายเป็นหายนะครั้ง
ใหญ่ของแดนใต้!
ไม่นึกเลยว่าแค่ตามพยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอน
มาล่าสมบัติ จะมาบังเอิญล่วงรู้ความลับระดับโลกแตกขนาด
นี้…
จะว่าไปก็ถือว่าสวรรค์ยังเมตตา ที่เขามาได้ทันเวลา
พอดีกับที่ไข่มนุษย์มารเงาชุดนั้นเหลือเวลาอีกแค่ห้านาที
จะฟักตัว หากจัดการอสูรมารเงาช้ากว่านี้เพียงนิดเดียว คง
มีมนุษย์มารเงารุ่นใหม่กำเนิดขึ้นมาอีกเป็นกองทัพ
จางอวิ๋นมองดูอูเฉิงที่ตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า ใคร่ครวญ
ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเก็บชีวิตมันไว้
ไม่ใช่เพราะเมตตาธรรม แต่เพราะคนผู้นี้เป็นถึงผู้
บำเพ็ญมารระดับหยวนอิง ย่อมต้องกุมความลับของสำนัก
หนานเฟิงม่อไว้อีกไม่น้อย เก็บไว้รีดข้อมูลทีหลังอาจ
มีประโยชน์
คิดได้ดังนั้น เขาก็สะบัดมือจับอีกฝ่ายโยนเข้าไปขังไว้ใน
คุกของเมืองเซียนอู แล้วลงอาคมผนึกไว้อย่างแน่นหนา
ส่วนผู้บำเพ็ญมารระดับจินตานที่สติปัญญาเลอะเลือน
หลายสิบคนนั้น… จางอวิ๋นตัดสินใจสงเคราะห์ให้พวกเขาไปสู่
สุคติ
คนพวกนี้อาจไม่รู้ตัวว่าถูกสำนักหนานเฟิงม่อมองเป็น
แค่ถ่านไฟฉาย แต่การที่ยอมให้ใช้วิชามารเร่งพลัง ก็แสดงว่า
เต็มใจเข้าสู่ด้านมืดเพื่อแสวงหาพลัง
สำหรับผู้บำเพ็ญมารพรรค์นี้ การมอบความตายอัน
รวดเร็วให้ ถือเป็นความเมตตาสูงสุดที่จางอวิ๋นจะมอบให้ได้
แล้ว!
…
เมื่อจัดการธุระเสร็จสิ้น จางอวิ๋นก็มุ่งหน้าไปยังสถาบัน
จอมเวทย์ในเมืองเซียนอู เดินตรงไปหาอวี๋สุ่ยเอ๋อร์
ด้วยฤทธิ์ของผลึกอุ่นวิญญาณ ความแข็งแกร่งทางวิญ
ญาณของอวี๋สุ่ยเอ๋อร์เพิ่มพูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าก็ยัง
ห่างไกลจากระดับที่จะสามารถรับสืบทอดมรดกโลหิต
บรรพชนได้
จางอวิ๋นไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหยิบผลึกวิญญาณ
เงาออกมา แล้วเริ่มชักนำพลังวิญญาณบริสุทธิ์ภายในส่งถ่าย
ให้อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ดูดซับโดยตรง
ดูดซับไปได้เพียงหนึ่งในสิบของผลึก อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ก็หน้า
แดงก่ำ ร่างกายสั่นสะท้านเหมือนจะรับไม่ไหว
“กลั่นกรองเดี๋ยวนี้! อาจารย์จะคอยคุ้มกันให้เอง เสร็จ
แล้วค่อยทำต่อ!” จางอวิ๋นสั่งเสียงเข้ม
“เจ้าค่ะ!”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์รับคำหนักแน่น นางรีบหลับตาลงเริ่มโคจร
พลังกลั่นกรองทันที
จางอวิ๋นยืนเอามือไพล่หลังมองดูอยู่ข้างๆ กลิ่นอายวิญ
ญาณของศิษย์รักพุ่งสูงขึ้นด้วยตาเปล่า
แม้ระดับพลังยุทธ์ของนางจะหยุดอยู่แค่สร้างรากฐาน
ขั้นสูงสุด แต่ความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณของนางได้ก้าว
กระโดดไปถึงระดับจินตานขั้นสูงสุดแล้ว เป้าหมายต่อไปคือ…
ระดับหยวนอิง!
ภารกิจของเขาในตอนนี้ คือต้องเคี่ยวเข็ญให้อวี๋สุ่ยเอ๋อร์
ทะลวงขีดจำกัดวิญญาณไปสู่ขั้นหยวนอิงให้จงได้
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น นางจึงจะแกร่งพอที่จะรองรับโลหิต
แก่นแท้มรดกของต้าอู
ไม่กี่อึดใจ อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ก็ลืมตาขึ้น แววตาเป็นประกาย
สดใส การกลั่นกรองเสร็จสิ้น
“เรียบร้อยแล้ว?” จางอวิ๋นถามย้ำ
“เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์พยักหน้า
“ดี งั้นอาจารย์จะต่อเลยนะ…”
ว่าแล้วจางอวิ๋นก็ชักนำพลังวิญญาณจากผลึกวิญญาณ
เงาออกมาอีกระลอก
คราวนี้อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ดูดซับได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ราวกับฟองน้ำที่แห้งผากได้รับน้ำทิพย์
ผ่านไปไม่ถึงสองนาที นางก็เบิกตาขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียง
ตื่นเต้น “ท่านอาจารย์ ศิษย์รู้สึกเหมือนชนเพดานแล้วเจ้าค่ะ!
มันตื้อไปหมด!”
“เยี่ยมมาก!”
จางอวิ๋นสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายวิญญาณของนางมาถึงจุด
คอขวดของระดับจินตานแล้ว “กลืน ‘โอสถทะลวงวิญญาณ’ ที่
อาจารย์ให้ไปเสีย แล้วเริ่มเดินลมปราณทะลวงด่านวิญญาณ
สู่ระดับหยวนอิงเดี๋ยวนี้!”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์พยักหน้ารับคำสั่ง นางหยิบขวดหยกออกมา
เทโอสถเม็ดกลมเกลี้ยงลงบนฝ่ามือแล้วกลืนลงท้องทันที
จางอวิ๋นเฝ้าดูศิษย์รักอย่างใกล้ชิดด้วยเนตรสวรรค์ แม้
จะเป็นเพียงการทะลวงด่านทางจิตวิญญาณ แต่แถบ
ความคืบหน้าก็ปรากฏขึ้นชัดเจนในสายตาของเขา
5%… 10%…
ตัวเลขพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่พอถึง 50% มันก็
เริ่มชะลอตัวและชะงักลง
จางอวิ๋นรู้ทันทีว่าพลังวิญญาณของนางไม่เพียงพอ
จึงรีบชักนำพลังจากผลึกวิญญาณเงาป้อนเสริมเข้าไปอีกแรง
เมื่ออวี๋สุ่ยเอ๋อร์ได้รับพลังหนุนเสริม ตัวเลขในสายตา
จางอวิ๋นก็ขยับเดินหน้าอีกครั้ง
แต่มันก็ไปหยุดชะงักอีกทีที่ 70%
จางอวิ๋นไม่รอช้า ป้อนพลังวิญญาณอัดเข้าไปอย่าง
ต่อเนื่อง ไม่ยอมให้ขาดตอน
เขาทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประคองศิษย์ให้ก้าวข้าม
ขีดจำกัด ในที่สุด… ความคืบหน้าก็แตะ 100%
แกร๊ก!
เสียงราวกับพันธนาการบางอย่างภายในร่างแตกหักดัง
ขึ้นในโสตประสาท
สิ้นเสียงอันชัดเจนนั้น…
ตู้ม!
คลื่นพลังวิญญาณอันมหาศาลระเบิดออกจากร่าง
บอบบางของอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ แรงกดดันระดับหยวนอิงแผ่กระจาย
ออกมารอบทิศทาง จนมวลพลังอูภายในเมืองเซียนอู
สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!
จางอวิ๋นสัมผัสแรงกดดันนั้นแล้วก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจ
【ลูกศิษย์ของท่านยกระดับชั้นวิญญาณสู่ระดับหยวน
อิงสำเร็จ!】
【ระบบเปิดใช้งานการคืนกำไรพลังวิญญาณ… ท่าน
ได้รับพลังวิญญาณคืนกลับร้อยเท่า!!】
ทันใดนั้น มวลพลังวิญญาณมหาศาลดุจมหาสมุทรที่ผุด
ขึ้นในกาย ก็ทำเอาเขาถึงกับตะลึงตาค้าง!
……