ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 175 ครอบครองหอสมบัติเซียน
“เห็นทีต้องเร่งยกระดับพลังกายเนื้อให้เร็วที่สุดเสียแล้ว
…”
จางอวิ๋นถอนหายใจออกมาเบาๆ นัยน์ตาฉายแววกังวล
เล็กน้อย
ในยามนี้ ระดับวิญญาณของเขานำหน้าระดับพลังกาย
เนื้อไปถึงสองขั้นใหญ่ๆ เปรียบเสมือนน้ำหลากที่ถูกกักไว้ใน
โอ่งใบเล็ก หากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้ ร่างกายคงรับภาระจาก
จิตวิญญาณอันมหาศาลไม่ไหว จนอาจแตกสลายได้!
เขาส่ายศีรษะสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป ก่อนจะดึงสติ
กลับมาที่ธุระสำคัญเบื้องหน้า
มือเรียวยาวหยิบกุญแจโบราณที่ได้จาก ‘จวนวาสนา
เซียน’ ออกมา
วูบ!
ทันทีที่กุญแจปรากฏขึ้นภายในหอสมบัติเซียน แรงดึงดูด
อันมหาศาลที่คุ้นเคยก็ส่งผ่านมาในทันที ราวกับแม่เหล็กต่าง
ขั้วที่โหยหากัน
“อยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!”
มุมปากของจางอวิ๋นยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ
กุญแจของจวนวาสนาเซียนนั้น เขาค้นพบได้ก็เพราะ
การนำทางของ ‘พลังเซียนเหี่ยวเฉา’ หากหอสมบัติเซียนแห่งนี้
มีกุญแจอยู่จริง ย่อมต้องเกิดปฏิกิริยาตอบสนองแบบเดียวกัน
และในเมื่อมีแรงดึงดูด… นั่นหมายความว่าในหอสมบัติ
เซียนแห่งนี้ มี ‘กุญแจดอกที่สอง’ ซ่อนอยู่จริงๆ!
เขาไม่รอช้า ก้าวเท้าเดินตามแรงดึงดูดนั้นไปทันทีโดย
ไม่ลังเล
กุญแจของจวนวาสนาเซียนสามารถควบคุมกลไก
ทั้งหมดในจวนได้ ฉะนั้นกุญแจของหอสมบัติเซียน ใน
ความคิดของเขา ก็น่าจะมีอำนาจในการควบคุมที่ไม่ต่างกัน
ดังนั้นเรื่องการตามล่าเจ้าหนุ่มผมขาวจอมล่องหนนั่น
เอาไว้ทีหลัง!
ตอนนี้เป้าหมายเดียวคือต้องคว้ากุญแจมาครองให้ได้
ก่อน!
จางอวิ๋นพุ่งทะยานขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว ผ่านชั้นแล้ว
ชั้นเล่าโดยไม่สนใจสมบัติรอบข้าง
เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป ในที่สุดเขาก็มาถึง
จุดหมายปลายทาง
เบื้องหน้าคือโถงกว้างใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นชั้นบนสุด
ของหอสมบัติเซียน ใจกลางโถงมีโต๊ะกลมสลักลวดลายวิจิตร
ตั้งตระหง่าน และบนโต๊ะนั้น… มีกุญแจดอกหนึ่งลอยเด่นเป็น
สง่า ทอประกายลึกลับ
จางอวิ๋นยื่นมือออกไปหมายจะคว้ามันไว้
เปรี้ยง!
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส พลังงานป้องกันที่มองไม่เห็นก็ดีด
สะท้อนมือของเขากลับมาอย่างรุนแรง
เขาลองยื่นมือไปอีกครั้ง… ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“อุแว้! อุแว้!”
ทันใดนั้น กุญแจดอกเดิมจากจวนวาสนาเซียนในมือ ก็
พลันส่งเสียงร้องของทารกดังลั่น พร้อมกลายสภาพเป็นตุ๊กตา
ทารกสีเทาทอง
จางอวิ๋นฟังแล้วเข้าใจความหมายทันที
“เจ้าจะบอกว่า… ต้องใช้พลังเซียนเหี่ยวเฉาแบบเดียวกับ
เจ้าอีกหนึ่งสาย ถึงจะเอากุญแจออกมาได้งั้นรึ?”
“อุแว้! อุแว้!!”
ทารกตุ๊กตาสีเทาทองส่งเสียงร้องยืนยันหนักแน่น
จางอวิ๋นเลิกคิ้ว แววตาฉายแววตระหนักรู้
ปริศนาทั้งหมดกระจ่างแจ้งแล้ว!
พลังเซียนเหี่ยวเฉา คือ ‘บททดสอบ’ ที่เซียนท่านนั้นทิ้ง
เอาไว้ให้โดยเฉพาะ!
ผู้สืบทอดต้องสังหารอสูรซากเหี่ยวเฉาให้มากพอ
รวบรวมพลังงานมรณะที่พวกมันปล่อยออกมา แล้วนำมา
หลอมรวมกันจนตกผลึกเป็น ‘พลังเซียนเหี่ยวเฉา’
เมื่อมีพลังนี้ในครอบครอง จึงจะมีสิทธิ์ไขประตู
สู่การครอบครองสมบัติ!
มิน่าเล่า… อสูรซากเหี่ยวเฉาจำนวนมหาศาลที่รายล้อม
แดนสมบัติแต่ละแห่ง แท้จริงแล้วคือ ‘วัตถุดิบ’ ที่เซียนท่านนั้น
จงใจทิ้งไว้ให้ผู้คนใช้หลอมรวมพลังเซียนเหี่ยวเฉานั่นเอง
เพียงแต่… คนทั่วไปมองเห็นพวกมันเป็นเพียงสัตว์อสูรที่
น่ารังเกียจ ไม่มีใครฉุกคิดถึงกุศโลบายอันลึกล้ำนี้ได้เลย
หรือพูดให้ถูกคือ… ไม่มีใครบ้าพอที่จะเอาพลังงานแห่ง
ความตายเหล่านั้นมาหลอมรวมเข้าสู่ร่างต่างหาก!
จางอวิ๋นยักไหล่เบาๆ
ก็เขาดันมี ‘เนตรสวรรค์’ คอยบอกใบ้สูตรโกงให้นี่นา
หากไม่มีมัน ต่อให้เขาฉลาดเป็นกรด ก็คงไม่กล้าเสี่ยงเอาพลัง
อัปมงคลพวกนั้นมาใช้เหมือนกัน
“ท่านเซียนผู้นี้ช่างวางแผนได้แยบยลนัก… คงอยาก
เฟ้นหาผู้สืบทอดที่ทั้งกล้าหาญและช่างสังเกตสินะ?”
จางอวิ๋นมองกุญแจตรงหน้าแล้วแค่นยิ้มในใจ
“ถึงข้าจะใช้ทางลัดได้มา แต่ก็ถือว่าผ่านเงื่อนไข
เหมือนกัน วางใจเถอะ เมื่อข้าได้มรดกของท่านไปแล้ว รับรอง
ว่าจะใช้มันถล่มปฐพีให้สะเทือน!”
ว่าแล้วเขาก็สะบัดมือ เรียกพลังงานเหี่ยวเฉาออกมาจาก
มิติไม้เท้าเซียนอู แล้วเริ่มกระบวนการหลอมรวมทันที
พลังงานจากฝูงอสูรที่เพิ่งสังหารไปที่หน้าหอสมบัติเซียน
บวกกับของเดิมที่เหลือจากการหลอมรวมครั้งก่อน มีมาก
พอที่จะควบแน่นออกมาได้อีกหนึ่งสายแบบสบายๆ!
วูมมม——!!
ไม่นานนัก แสงสีเทาทองก็สว่างวาบพุ่งทะยานขึ้นเป็น
ลำแสงเสียดฟ้า ส่องทะลุหลังคาหอสมบัติเซียนออกไป
ปกคลุมทั่วทั้งผืนฟ้าราวกับอาทิตย์ทรงกลด!
……
ภายนอกหอสมบัติเซียน
“ปรากฏการณ์อีกแล้ว!?”
“แสงสีทองนั่น… สมบัติล้ำค่า! ต้องมีสมบัติระดับตำนาน
กำเนิดขึ้นแน่!!”
“หอสมบัติเซียน! รีบเข้าไปเร็วเข้า!!”
ผู้ฝึกตนจำนวนมากที่เพิ่งเดินทางมาถึงหุบเขาแม่น้ำ
เมื่อเห็นลำแสงศักดิ์สิทธิ์นี้ต่างก็ตื่นตัวกันยกใหญ่ ความโลภ
เข้าครอบงำจิตใจ ทันทีที่เห็นหอสมบัติเซียนขนาดมหึมาใน
ปากถ้ำใต้ดิน ฝูงชนก็นัยน์ตาแดงฉาน พากันแห่แหนพุ่งเข้าไป
ข้างในอย่างบ้าคลั่งราวกับฝูงตั๊กแตน
ภายในถ้ำเล็กๆ ที่ห่างออกไป
เถากู่หลานที่กอดอู๋ไห่ไห่ไว้แนบอก มองดูภาพ
ความวุ่นวายนี้ด้วยสายตาเรียบเฉย
นางหยิบ ‘หินสื่อสาร’ รุ่นพิเศษออกมาลองส่งกระแสจิต
ดูอีกครั้ง แต่เมื่อเห็นว่ายังคงไร้การตอบรับ ก็ส่ายหน้าเบาๆ
เก็บมันกลับเข้าไป
นางไม่ได้พยายามต่อ และไม่ได้มีความกังวลฉายชัดบน
ใบหน้า
เพราะนางรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของ ‘ผู้อาวุโสเก้า’
ยิ่งกว่าใคร
สิ่งที่นางทำได้ดีที่สุดในตอนนี้… คือการรอคอยชัยชนะ
ของเขาเท่านั้น!
……
ภายในหอสมบัติเซียน
“อุแว้! อุแว้!!”
จางอวิ๋นมองดูทารกพลังเซียนเหี่ยวเฉาสีเทาทองตัวใหม่
ที่เพิ่งควบแน่นออกมา แล้วอดขำไม่ได้
พลังเซียนพวกนี้หน้าตาเหมือนทารกวิญญาณ (หยวนอิง
) ไม่มีผิดเพี้ยน
หรือว่ารสนิยมของท่านเซียนผู้นี้จะชอบเด็กทารก?
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ทารกพลังเซียนเหี่ยวเฉาตัวใหม่
ก็พุ่งวูบเข้าไปหลอมรวมกับกุญแจที่ลอยอยู่เหนือโต๊ะ
จางอวิ๋นยื่นมือออกไปอีกครั้งด้วยความมั่นใจ
หมับ!
คราวนี้ไร้ซึ่งแรงต้านทาน เขาคว้ากุญแจไว้ได้เต็มมือ!
ติ๊ง!
“หอแห่งสมบัติเซียน… ศาสตราแห่งมิติ…”
สมองสะเทือนเลื่อนลั่น! ข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้ามา
ผ่านกุญแจดอกนั้นราวกับกระแสน้ำป่า
“มารดามันเถอะ!”
เมื่ออ่านข้อมูลจบ จางอวิ๋นถึงกับอุทานออกมาด้วยความ
ตกตะลึงสุดขีด
ศาสตรามิติ!
หอสมบัติเซียนขนาดมหึมาแห่งนี้ แท้จริงแล้วมิใช่สิ่ง
ปลูกสร้างธรรมดา แต่คือ ‘ศาสตรามิติ’ ที่สามารถบรรจุสิ่งมี
ชีวิตได้ เหมือนกับไม้เท้าเซียนอู!!
ที่สำคัญที่สุดคือ… มันสามารถย่อขยายขนาดได้ตามใจ
นึก! เล็กสุดสามารถย่อจนเหลือขนาดเท่าจี้ห้อยคอได้เลย!
และสิ่งที่ควบคุมอำนาจทั้งหมดนี้… ก็คือกุญแจในมือ
นี่เอง!
มีกุญแจนี้ เขาก็เท่ากับพกพาป้อมปราการเคลื่อนที่
ติดตัวไปได้ทุกหนทุกแห่ง!
จางอวิ๋นหน้าบานด้วยความยินดีจนหุบยิ้มไม่ลง
ถึงจะมีไม้เท้าเซียนอูแล้ว แต่นั่นเป็นของอู๋ไห่ไห่ เขาแค่
ยืมศิษย์มาใช้แก้ขัด ไม่ได้เป็นเจ้าของที่แท้จริง
แต่หอสมบัติเซียนนี้… คือศาสตรามิติขนาดยักษ์ชิ้นแรก
ที่เขาได้ครอบครองอย่างสมบูรณ์แบบ!
“ฟู่ว…”
จางอวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึก ระงับความตื่นเต้น แล้วเริ่ม
ตรวจสอบภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นในห้วงจิต
บัดนี้ เขากลายเป็น ‘เจ้าของ’ หอสมบัติเซียนแล้ว เขา
สามารถมองเห็นและรับรู้ทุกความเคลื่อนไหวภายในหอสมบัติ
เซียนได้ดุจมองลายมือตนเอง
“คนเยอะขนาดนี้เชียว?”
หอสมบัติเซียนมีทั้งหมดสามสิบสองชั้น จางอวิ๋น
กวาดตามองแวบเดียว ก็พบว่าในภาพสะท้อนของชั้นล่างๆ
มีผู้ฝึกตนจำนวนมากกำลังหลั่งไหลเข้ามา
ดูเหมือนว่าหลังจากที่เขาและเจ้าหนุ่มผมขาวเข้ามา ก็
มีคนอื่นตามกลิ่นเข้ามาอีกเป็นโขยง
ตอนนี้ผู้ฝึกตนเหล่านั้นกำลังรื้อค้นข้าวของกันยกใหญ่
บางกลุ่มถึงขั้นลงมือต่อสู้แย่งชิงสมบัติกันที่ชั้นหนึ่งและชั้นสอง
อย่างดุเดือด เลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นหอ
จางอวิ๋นขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด
“บ้านข้า… ไม่ใช่สนามเด็กเล่นให้พวกเจ้ามาพังเล่นนะ
เว้ย!”
แบบนี้ไม่ได้การ!
เขาหลับตาลง ส่งกระแสจิตผ่านกุญแจ จัดการเปิดระบบ
เคลื่อนย้ายมิติ
วูบ! วูบ! วูบ!
เหล่าผู้ฝึกตนที่กำลังต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง จู่ๆ ก็ถูก
แสงสว่างห่อหุ้ม แล้วถูกส่งแยกย้ายกันไปขังไว้ในห้องว่าง
ต่างๆ ภายในหอ พร้อมกับเปิดใช้งานเขตอาคมกักขังพวกเขา
ไว้
“ไปนั่งสงบสติอารมณ์สำนึกผิดกันซะหน่อยเถอะ อยู่ในที่
ของคนอื่น จะมาตบตีกันมั่วซั่วได้ยังไง? พวกเจ้าจะเจ็บตัวข้า
ไม่สน แต่อย่ามาทำข้าวของข้าเสียหาย!”
เมื่อจัดการพวกตัวปัญหาเสร็จ เขากวาดตามองดูจุดวาง
สมบัติต่างๆ ในหอ เห็นว่าของส่วนใหญ่ยังอยู่ครบดี ถึงค่อยยิ้ม
ออกมาได้
ก่อนหน้านี้เขาก็แปลกใจว่าทำไมรอบๆ กุญแจถึงไม่มี
สมบัติกองพะเนินเหมือนตอนจวนวาสนาเซียน พอได้มา
ตรวจสอบดูถึงรู้ว่า สมบัติถูกกระจายไปเก็บไว้ตามห้องนิรภัย
ต่างๆ ทั่วทั้งสามสิบสองชั้นนั่นเอง
เลิกสนใจพวกมดปลวก จางอวิ๋นกวาดสายตามองไปยัง
ภาพของชั้นที่สูงขึ้นไป เพื่อตามล่าตัวการใหญ่
“คนหายไปไหน?”
แต่กวาดตามองไปรอบหนึ่ง กลับไม่เห็นเงาของเจ้าหนุ่ม
ผมขาว จางอวิ๋นชะงักไป
อีกฝ่ายเข้ามาทีหลังเขาชัดๆ ทำไมถึง…
“หรือว่า…”
ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ เขาเริ่มเพ่งมองกระแสพลังงาน
อย่างละเอียด
ไม่นานนัก ที่ห้องเก็บคัมภีร์วิชาใน ‘ชั้นที่สิบห้า’ เขาก็
สังเกตเห็นความผิดปกติ
ม้วนคัมภีร์บนชั้นวางกำลังทยอยลอยขึ้นและหายวับ
ไปในอากาศทีละม้วนสองม้วน ราวกับมีภูตผีมาหยิบไป
“ล่องหนได้แนบเนียนดีนี่หว่า!”
จางอวิ๋นหัวเราะในลำคอ แววตาเป็นประกายวาวโรจน์
“แต่เสียใจด้วย… ที่นี่คืออาณาจักรของข้า!”
วูบ!
เขาใช้อำนาจของกุญแจ วาร์ปตัวเองลงไปที่ชั้นสิบห้า
ทันที
ร่างของเขาปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบข้างชั้นวางคัมภีร์
มองไปยังความว่างเปล่าข้างๆ ที่ซึ่งม้วนคัมภีร์กำลังลอยค้าง
อยู่กลางอากาศ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่
เย็นยะเยือก
“การขโมยของในบ้านคนอื่น… ไม่ใช่มารยาทที่น่ารักเลย
นะ สหาย!”
กึก!
สิ้นเสียงนั้น ม้วนคัมภีร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ชะงักกึก
ร่วงตกลงพื้น
เจ้าหนุ่มผมขาวในร่างล่องหน หันขวับมามองจางอวิ๋น
ด้วยความตื่นตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
เจ้านี่… มาอยู่นี่ได้ยังไง!?
ตอนเขามาถึง เขาตรวจสอบดูแล้วนะว่าไม่มีใคร!
ไม่มีเวลาให้คิดหาคำตอบ สัญชาตญาณร้องเตือนภัย
ระดับสูงสุด เจ้าหนุ่มผมขาวพุ่งตัวหนีออกจากห้องไปทันที
ราวกับลมกรด
จางอวิ๋นเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ขยับเท้าวิ่งตาม เพียงแค่แสยะ
ยิ้มมุมปาก
“จะรีบไปไหน?”
เขาล็อกตำแหน่งของอีกฝ่าย แล้วใช้อำนาจของกุญแจ
บิดเบือนมิติ
วูบ!
วินาทีถัดมา ร่างของจางอวิ๋นก็ไปโผล่ยืนขวางอยู่ที่
กลางทางเดินหน้าห้อง ตัดหน้าเส้นทางหนีของอีกฝ่ายอย่าง
จัง!
เจ้าหนุ่มผมขาวที่กำลังพุ่งมาด้วยความเร็วสูง เห็นจางอ
วิ๋นปรากฏตัวขึ้นขวางหน้ากะทันหัน ก็รีบเบรกตัวโก่งจนพื้น
รองเท้าเสียดสีกับพื้นเกิดควันคลุ้ง
ใบหน้าภายใต้ฮู้ดซีดเผือด เต็มไปด้วยความตกใจสุดขีด
“เจ้า…”