ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 174 อู๋ไห่ไห่ตื่นจากการหลับใหล
เงาร่างของเจ้าหนุ่มผมขาวผู้นั้นมุดหายเข้าไปในหอ
สมบัติราวกับวิญญาณ ไร้ซึ่งร่องรอยให้สืบสาว…
จางอวิ๋นถึงกับแสยะยิ้มออกมาด้วยความเดือดดาล
เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีวันที่ตนเองถูกคนมาชิงของ
ตัดหน้าไปดื้อๆ เยี่ยงนี้
แต่ก็ต้องยอมรับว่า วิชาอำพรางกายของเจ้าหนุ่มผมขาว
ผู้นี้ร้ายกาจหาตัวจับยาก แม้แต่เขาที่มีประสาทสัมผัสเหนือ
มนุษย์ก็ยังเกือบจับทางไม่ได้ในแวบแรก
จางอวิ๋นจ้องมองหอสมบัติเซียนขนาดมหึมาที่ตั้ง
ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า นัยน์ตาทอประกายอำมหิต
“คิดว่าหนีเข้าไปในกระดองเต่า แล้วจะรอดพ้นเงื้อมมือ
ข้าไปได้งั้นรึ?”
สิ้นเสียงคำรามในลำคอ ร่างของเขาก็พุ่งทะยานตาม
เข้าไปด้านในราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง
ทันทีที่ร่างของเขาผ่านพ้นประตู แสงสว่างเจิดจ้าที่เคย
เปล่งออกมาจากหอสมบัติเซียนก็ค่อยๆ เลือนหายไป ทิ้งไว้
เพียงความเงียบงัน
……
ณ ปากถ้ำใต้ดินด้านบน
เถากู่หลานเหินร่างลงมาหยุดอยู่ที่ขอบหลุมยักษ์
มองเห็นหอสมบัติเซียนที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องล่างด้วยสายตา
ตื่นตะลึง
เมื่อเห็นจางอวิ๋นหายเข้าไปด้านในแล้ว นางขยับตัวทำ
ท่าจะตามลงไป แต่เมื่อก้มมอง ‘อู๋ไห่ไห่’ ที่กำลังนอนหลับปุ๋ย
อยู่ในอ้อมอก ฝีเท้าก็จำต้องชะงักลง
ประสบการณ์ตอนเข้า ‘จวนวาสนาเซียน’ ที่ถูกสุ่มส่งตัว
แยกย้ายกันไปยังคงตามหลอกหลอน นางไม่แน่ใจว่าหอ
สมบัติเซียนแห่งนี้จะมีลูกเล่นเช่นเดียวกันหรือไม่
ลำพังตัวนางเองไม่หวั่นเกรงอันตราย แต่หากต้องพลัด
หลงกับอู๋ไห่ไห่ในสถานที่อันตรายเช่นนี้… ผลที่ตามมาคงยาก
จะจินตนาการ
นางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบ
ถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ดูมิดชิด จึงรีบพุ่งกายเข้าไปซ่อนตัว
การปรากฏขึ้นของหอสมบัติเซียนก่อให้เกิดแรง
สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วหล้า ย่อมต้องดึงดูดเสือสิงห์กระทิง
แรดให้แห่แหนกันมาอย่างแน่นอน การระวังตัวไว้ก่อนย่อม
ดีที่สุด!
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ราวกับสวรรค์จงใจกลั่นแกล้ง เพียงไม่ถึงสองนาที
หลังจากที่นางซ่อนตัว เงาร่างชายหนุ่มชุดดำสองคนที่มีสีหน้า
เย็นชาดุจน้ำแข็ง ก็ร่อนลงมาหยุดอยู่ที่เหนือหุบเขาแม่น้ำ
เถากู่หลานมองลอดช่องว่างของหินปากถ้ำออกไป หัวใจ
กระตุกวูบ รีบกลั้นหายใจ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์
วิกฤติทันที
“นี่มัน…”
ชายหนุ่มชุดดำทั้งสองต่างจับจ้องไปที่หอสมบัติเซียนใน
หลุมยักษ์ด้วยความสนใจ
หนึ่งในนั้นที่เป็นชายหนุ่มชุดดำร่างเตี้ย ขยับจมูกฟุดฟิด
สูดดมกลิ่นในอากาศ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงต่ำ
“กลิ่นอายของ ‘กายาสูงสุด’ อยู่ที่ด้านล่าง!”
“ไป!”
ชายหนุ่มชุดดำอีกคนพยักหน้า เตรียมจะพุ่งตัวลงไป
“แอ้~ หยา~!!”
ทันใดนั้น เสียงร้องใสดังเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยก็ดังขึ้น
ขัดจังหวะความเงียบสงัด!
สองชายหนุ่มชุดดำชะงักฝีเท้าทันที หันขวับมามองทาง
ต้นเสียงเป็นตาเดียว
ภายในถ้ำเล็ก เถากู่หลานหน้าถอดสี เลือดในกาย
เย็นเฉียบ รีบเอามือตะครุบปากอู๋ไห่ไห่ที่เพิ่งตื่นขึ้นมา
แต่ทว่า… สายไปเสียแล้ว
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
รวดเร็วปานภูตพราย! ชายหนุ่มชุดดำทั้งสองปรากฏตัว
ขึ้นที่หน้าปากถ้ำในพริบตา
เถากู่หลานสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด ค่อยๆ ลดมือลง
อย่างจำนน
“แม่จ๋า!”
ทันทีที่ปากเป็นอิสระ อู๋ไห่ไห่ก็ส่งเสียงเรียกอย่าง
ดีอกดีใจ พร้อมกับเอาแก้มยุ้ยๆ ถูไถไปมาที่อกของนางอย่าง
ออดอ้อน
เถากู่หลานได้แต่ยิ้มแห้งๆ เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่น
หลัง
วูบ!
ฉับพลันสัญชาตญาณอันตรายกรีดร้อง นางรีบอุ้มอู๋ไห่
ไห่กระโดดถอยหลังหลบฉากสุดแรงเกิด
กรงเล็บมรณะคว้าจับมายังตำแหน่งที่นางเคยยืนอยู่เมื่อ
เสี้ยววินาทีก่อนอย่างเฉียดฉิว!
ชายหนุ่มชุดดำเห็นว่าคว้าพลาด ก็เลิกคิ้วเล็กน้อยด้วย
ความประหลาดใจ
“ปฏิกิริยาตอบสนองไม่เลวนี่!”
“พวกเจ้าเป็นใคร?”
เถากู่หลานถามเสียงเย็น เกร็งพลังเตรียมพร้อมสู้ตาย
“เจ้าไม่คู่ควรที่จะรู้!”
ชายหนุ่มชุดดำตอบเสียงเรียบ พลางชี้มือไปที่ปาก
ถ้ำใต้ดิน “เมื่อกี้มีใครเข้าไปในนั้น?”
เถากู่หลานขมวดคิ้ว เม้มปากแน่น
ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ชายหนุ่มชุดดำร่างเตี้ยที่ยืนคุมเชิง
อยู่ก็ทำจมูกฟุดฟิดแล้วแสยะยิ้ม
“เจ้าห้า! สองคนนี้มีกลิ่นอายของ ‘กายาสูงสุด’ ติดอยู่
เข้มข้น!”
ชายหนุ่มชุดดำที่ถูกเรียกว่า ‘เจ้าห้า’ แววตาวาวโรจน์ขึ้น
มาทันที ตวาดถามเสียงก้อง
“เจ้ามีความเกี่ยวข้องอะไรกับผู้มีกายาสูงสุด?”
“ผู้มีกายาสูงสุด?”
เถากู่หลานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนภาพของจางอวิ๋นจะผุด
ขึ้นในหัว
คนพวกนี้… มาตามล่าผู้อาวุโสเก้า?
นางยกระดับความระมัดระวังตัวถึงขีดสุด จิตสังหาร
แผ่ซ่านออกมาจากร่าง
วูบ!
ไม่รอให้เจรจา เจ้าห้าพุ่งเข้ามาประชิดตัวราวกับอสูร
จากนรก
เถากู่หลานใช้มือขวากอดอู๋ไห่ไห่ไว้แน่น กระโดดหลบ
พร้อมกับใช้นิ้วชี้ข้างซ้ายที่ขาวผ่องดุจหยก จิ้มสวนออกไป
“ดัชนีเฉียนหยวน!”
ลำแสงดัชนีสีขาวพุ่งวาบออกไป แหวกอากาศหวีดหวิว!
ฟุ่บ!
แต่เจ้าห้าเพียงแค่เอียงตัวหลบได้อย่างง่ายดายราวกับ
เดินเล่นในสวน พร้อมกับรุกคืบเข้ามาประชิดตัวในระยะเผาขน
“แย่แล้ว!”
เถากู่หลานหน้าซีดเผือด
หมับ!
หลบไม่ทันเสียแล้ว! ลำคอระหงของนางถูกกรงเล็บแกร่ง
บีบแน่น ร่างทั้งร่างถูกกดกระแทกติดกับผนังถ้ำจนเกิดเสียง
ดังสนั่น
เจ้าห้าจ้องมองนางด้วยแววตาอำมหิต เอ่ยถามเสียง
เย็นยะเยือก
“ข้าจะถามอีกครั้ง… เจ้าเป็นอะไรกับผู้มีกายาสูงสุดนั่น?”
“อึก!”
เถากู่หลานถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำ
เส้นเลือดปูดโปน แต่ถึงกระนั้นแววตาของนางกลับ
ไม่มีความหวาดกลัว นางเม้มปากแน่น ไม่ยอมปริปากแม้แต่
คำเดียว
“ฮึ! ปากแข็งนักนะ!”
ท่าทีดื้อรั้นนั้นกระตุ้นโทสะของเจ้าห้า มันเพิ่มแรงบีบที่
มือจนกระดูกคอของนางส่งเสียงลั่น
ใบหน้าของเถากู่หลานเปลี่ยนจากแดงเป็นม่วงคล้ำ
ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
แปะ!
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง นิ้วมือน้อยๆ
อันบอบบางก็ยื่นมาแตะที่ท่อนแขนของเจ้าห้า
เจ้าห้าชะงัก ก้มลงมองไปในอ้อมอกของเถากู่หลาน เห็น
เจ้าเด็กอ้วนจ้องมองเขาด้วยแววตาโกรธเคือง พร้อมตะโกน
เสียงใส
“ป…ปล่อยแม่จ๋านะ!!”
เจ้าห้าแค่นเสียงฮึมฮัม ยกมืออีกข้างขึ้นทันที หมาย
จะคว้าตัวเด็กเหลือขอนี่โยนทิ้งไปให้พ้นทาง
“หย…หยุดนะ!!”
เถากู่หลานเห็นดังนั้นก็หัวใจแทบหยุดเต้น พยายาม
ดิ้นรนสุดชีวิต แต่ลำคอที่ถูกบีบแน่นทำให้นางไร้เรี่ยวแรง
จะขัดขืน
ขณะที่กรงเล็บของเจ้าห้ากำลังจะตะปบถูกตัวอู๋ไห่ไห่…
หมับ!
มือข้างนั้นกลับต้องหยุดชะงักกลางอากาศ!
นิ้วมือป้อมๆ เนื้อนุ่มนิ่มของอู๋ไห่ไห่ ยื่นออกมาต้านรับฝ่า
มือสังหารของเจ้าห้าเอาไว้อย่างเหลือเชื่อ
เจ้าห้าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง รู้สึกราวกับฝ่ามือ
ของตนกำลังดันอยู่กับกำแพงเหล็กกล้าที่ไม่มีวันสั่นคลอน!
“แอ้~ หยา~!!”
วินาทีถัดมา อู๋ไห่ไห่ก็แผดเสียงร้องลั่น
ตูม——!!
บรรยากาศรอบด้านพลันบิดเบี้ยว! จิตวิญญาณอัน
น่าสะพรึงกลัวราวกับอสูรร้ายจากยุคบรรพกาล พลันปรากฏ
ขึ้นเต็มครรลองสายตา บดบังทัศนวิสัยของเจ้าห้าจนมิด!
“แย่แล้ว!!”
เจ้าห้าหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด สัญชาตญาณร้องเตือน
ให้หนี แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
จิตวิญญาณอสูรบรรพกาลนั้นอ้าปากกว้างราวกับ
หลุมดำ กลืนกินวิญญาณของเขาเข้าไปในคำเดียว!
ในสายตาของเถากู่หลานและชายหนุ่มชุดดำร่างเตี้ย
เห็นเพียงสีหน้าของเจ้าห้าที่เปลี่ยนเป็นเหม่อลอยว่างเปล่าใน
พริบตา ก่อนที่ร่างจะร่วงลงไปกองกับพื้นราวกับหุ่นเชิดที่ถูก
ตัดสาย
“เจ้าห้า!!”
สัมผัสได้ว่าวิญญาณของสหายร่วมสำนักแตกสลาย
ไปแล้ว ชายหนุ่มชุดดำร่างเตี้ยเบิกตากว้างจนแทบถลน
ความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ
ทันใดนั้น อู๋ไห่ไห่ก็หันขวับมามองเขา
ชายหนุ่มชุดดำร่างเตี้ยหน้าถอดสี รีบหันหลังเตรียมโกย
แน่บ
ตูม!
แต่จิตวิญญาณอสูรบรรพกาลนั้นได้อ้าปากรออยู่แล้ว
และงับกลืนวิญญาณของเขาเข้าไปทั้งตัวในพริบตา!
ตุบ!
ชายหนุ่มชุดดำร่างเตี้ยตาเหลือกค้าง สีหน้ากลายเป็น
ว่างเปล่า ร่างกายอ่อนยวบยาบล้มลงไปกองกับพื้นตามไปอี
กราย
“นี่มัน…”
เถากู่หลานอ้าปากค้าง ลืมความเจ็บปวดที่ลำคอไปจน
หมดสิ้น มองภาพตรงหน้าด้วยความช็อกสุดขีด
“แม่จ๋า!”
อู๋ไห่ไห่ร้องเรียกอย่างร่าเริงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้ว
ซุกหน้าถูไถอ้อนในอ้อมอกนางต่อ ราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงการ
ตบยุงตัวหนึ่ง
เถากู่หลานได้แต่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก ทำอะไรไม่ถูกไป
ชั่วขณะ
……
ณ ทางเดินภายในหอสมบัติเซียน
【ติ๊ง!】
【ลูกศิษย์ของท่าน ‘อู๋ไห่ไห่’ ฟื้นตื่นจากการหลับใหล】
【พลังวิญญาณฟื้นฟูหนึ่งในหมื่นส่วน… ท่านได้รับ
ระบบคืนกำไรหนึ่งร้อยเท่า!】
พลังวิญญาณอันมหาศาลที่จู่ๆ ก็ปะทุขึ้นภายในร่าง
ทำให้จางอวิ๋นชะงักกึก
ความรู้สึกแน่นตึงไปทั่วสมองดุจทำนบแตก ทำให้เขารีบ
นั่งขัดสมาธิลงเพื่อทำการหลอมรวมพลังทันที
ขณะที่หลอมรวม กลิ่นอายวิญญาณของเขาก็พุ่งทะยาน
ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เพียงไม่กี่อึดใจก็พุ่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุด!
ตูม!
ด้วยการอัดแน่นของพลังวิญญาณมหาศาล ขีดจำกัดนั้น
ก็ถูกทำลายลงอย่างง่ายดายดุจฉีกกระดาษ ส่งผลให้ระดับวิญ
ญาณของเขาก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้นใหญ่
จากระดับแปลงเทพขั้นสูง… ทะลวงสู่ระดับแปลงเทพ
ขั้นสูงสุด!
และยังไม่จบเพียงแค่นั้น พลังวิญญาณยังคงหลั่งไหล
เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดันให้ระดับวิญญาณของเขาพุ่งขึ้นไปจน
แตะขอบเขตสูงสุดของระดับแปลงเทพ ถึงจะค่อยๆ สงบลง
จางอวิ๋นปรับลมหายใจให้คงที่ ก่อนจะลืมตาขึ้น นัยน์ตา
ทอประกายลึกล้ำดุจห้วงมหรรณพ
สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณในสมองที่หนาแน่นกว่าเดิม
หลายเท่าตัว เขาถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ
นี่เรา… ถึงระดับแปลงเทพขั้นสูงสุดแล้วหรือ?
เขาที่เป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับจินตาน แต่กลับมีระดับวิญ
ญาณทะลุไปถึงระดับแปลงเทพขั้นสูงสุด…
เรื่องนี้ถ้าหลุดรอดออกไป มีหวังทำเอาคนทั้งโลก
อ้าปากค้างจนขากรรไกรค้างแน่!
“ดูท่าไห่ไห่จะตื่นแล้วสินะ…”
จางอวิ๋นมองออกไปทางด้านนอกหอสมบัติเซียน สูดลม
หายใจเข้าลึก
เพียงแค่ฟื้นฟูพลังวิญญาณได้หนึ่งในหมื่นส่วน ผลลัพธ์
จากการคืนกำไรกลับทำให้วิญญาณระดับแปลงเทพขั้นสูงของ
เขา พุ่งทะยานไปจนถึงจุดสูงสุดของระดับแปลงเทพได้ใน
พริบตา
วิญญาณของอู๋ไห่ไห่นั้น… ช่างน่าหวาดหวั่นเสียจริง!
……