ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 191 ตบให้ร่วง แล้วเค้นความลับ
“มีใครอยู่ด้านในไหมเจ้าคะ?”
สุรเสียงหวานใสของซูเตี๋ยดังลอดเข้ามาจากนอกประตู
จางอวิ๋นหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมกริบ
อู๋เสี่ยวพั่งและอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ที่นั่งบำเพ็ญเพียรอยู่เองก็
ลืมตาขึ้นมาทันที
ในเวลานี้จางอวิ๋นได้กางเขตอาคมเก็บเสียงระดับสูงไว้
ภายในห้อง ทำให้คนข้างนอกไม่มีทางได้ยินเสียง
ความเคลื่อนไหวใดๆ จากข้างใน แต่ทว่าคนข้างในกลับได้ยิน
เสียงจากภายนอกชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ท่านอาจารย์… นาง…”
เมื่อมองเห็นซูเตี๋ยที่ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูผ่านหน้าจอ
โฮโลแกรม อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นด้วย
ความประหลาดใจ
นางจำได้แม่นว่า สตรีชุดแดงผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นยอด
ฝีมือลึกลับที่เคยร่วมมือกับจางอวิ๋นช่วยชีวิตนางไว้ที่เมือง
หนานซาง
จางอวิ๋นพยักหน้าให้นางเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ แต่ไม่ได้
เอ่ยสิ่งใด นิ้วของเขายังคงเคาะเบาๆ ที่เข่าอย่างใช้ความคิด
…
ภายในโถงหน้าตำหนักเซียน
เจ้าสำนักหลิงเซียนและยอดฝีมือคนอื่นๆ ที่นั่งพักฟื้น
พลังอยู่ ต่างลืมตาขึ้นพร้อมกัน สายตาจับจ้องไปที่ซูเตี๋ย
ซึ่งกำลังขี่เต่าทะเลไปเคาะประตูห้องปริศนาด้วยความฉงน
ห้องหับเหล่านี้พวกเขาก็สังเกตเห็นตั้งแต่แรก แต่เพราะ
เกรงกลัวอำนาจของ ‘ท่านเซียน’ ที่อาจจะแฝงตัวอยู่ หรือกลัว
กับดักมรณะ จึงไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเข้าไปสำรวจ
แต่แม่นางชุดแดงผู้นี้กลับใจกล้าบ้าบิ่น ถึงขนาดไปเคาะ
ประตูเรียกเจ้าที่?
พวกเขาจ้องมองไปที่ประตูห้องอย่างใจจดใจจ่อ อยาก
จะรู้ว่า ‘ท่านเซียน’ จะมีปฏิกิริยาตอบกลับอย่างไร หรือแม่นาง
ผู้นี้จะโดนดีหรือไม่
แต่รออยู่พักใหญ่… ทุกอย่างก็ยังคงเงียบกริบ ไร้ซึ่งสรรพ
เสียงตอบรับ
“หากเงียบเช่นนี้… ข้าถือวิสาสะเข้าไปนะเจ้าคะ!”
ซูเตี๋ยยิ้มหวาน นางยกมือขาวผ่องดุจหยกสลักขึ้น แล้ว
ออกแรงผลักประตูไม้บานใหญ่ตรงหน้า
ครืด…
แต่ทว่าประตูบานนั้นกลับแน่นหนาราวกับถูกเชื่อมตาย
ติดกับผนัง
แม้จะพอออกแรงดันให้ขยับได้บ้าง แต่ทันทีที่บานประตู
ขยับ มันก็พลันปรากฏคลื่นพลังงานสีแดงฉานของ ‘กับดัก’
สว่างวาบขึ้นมาเป็นริ้วๆ ส่งกลิ่นอายอันตรายออกมาเตือนภัย
เมื่อเห็นดังนั้น ซูเตี๋ยก็รีบชักมือกลับทันทีด้วยสัญ
ชาตญาณ
นางแค่ลองหยั่งเชิงดู ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตมาทิ้งกับกับดัก
ของเซียนโบราณ
เมื่อเห็นว่าประตูบานนี้เข้าไม่ได้ ซูเตี๋ยก็ไม่ย่อท้อ นาง
เดินไปลองผลักประตูบานอื่นๆ ดูทีละบาน แต่ก็พบว่ามีระบบ
ป้องกันแบบเดียวกันหมด
นางยักไหล่อย่างจนปัญญา สีหน้าฉายแววเสียดาย
เล็กน้อย ก่อนจะกลับมานั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัวที่มุมห้อง
ตามเดิม
…
ภายในห้องลับ
จางอวิ๋นมองดูการกระทำของซูเตี๋ยแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่น
นางจงใจเลือกประตูห้องเขาเป็นบานแรก? หรือแค่
บังเอิญกันแน่?
วินาทีที่นางเคาะประตู เขาแอบใจหายวาบ คิดว่าตัวเอง
ความแตกเสียแล้ว
ส่วนประตูห้องพวกนี้ เขาใช้ ‘กิ่งไม้แห้ง’ ลงกลอนด้วย
กับดักระดับกลางไว้เรียบร้อยแล้ว แต่จริงๆ อานุภาพมันก็
ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นสังหาร ระดับแปลงเทพถ้าจะรวมพลังพัง
เข้ามาก็ทำได้สบายๆ
แต่เขาเดิมพันว่า… คนพวกนี้ไม่กล้าเสี่ยงท้าทายอำนาจ
ของ ‘ท่านเซียน’ ด้วยการพังประตูเข้ามาอย่างอุกอาจ
แน่นอนว่าถ้าถูกพังเข้ามาจริงๆ เขาก็แค่เทเลพอร์ตหนี
ไปทันที มีกิ่งไม้แห้งอยู่ในมือ เขาคือเจ้าแห่งกฎเกณฑ์ในที่แห่ง
นี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับได้
จางอวิ๋นมองซูเตี๋ยในโถงหน้าอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง ก่อน
จะละสายตาหันไปมองภาพเหตุการณ์ที่สะพานใหญ่ทั้งสาม
สายด้านนอก
เวลานี้มีผู้บำเพ็ญเพียรมารวมตัวกันที่สะพานมากขึ้น
เรื่อยๆ พลังงานจากคนจำนวนมากเริ่มรบกวนความเสถียร
ของค่ายกลมายา จนฤทธิ์เดชของมันเริ่มจะอ่อนลง
ผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากเริ่มจับจุดได้ และฝ่าด่านค่าย
กลมายา เข้ามาสู่ช่วงครึ่งหลังของสะพานได้แล้วเป็นโขยง
ราชันย์หมาป่าเงินหลายสิบตัวที่เขาปล่อยออก
ไปก่อนหน้านี้ ถูกรุมสังหารไปกว่าสิบตัวแล้ว
ที่เหลืออยู่… ก็เริ่มจะต้านทานคลื่นมนุษย์ที่ถาโถมเข้ามา
ไม่ไหว
“เร็วเข้า! ตีฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้!!”
“อย่ามัวกั๊กวิชา! อยากเข้าตำหนักเซียนก็งัดของจริง
ออกมาโชว์หน่อยเว้ย!!”
……
บนสะพานทั้งสามสาย เสียงตะโกนโหวกเหวกดังระงม
การต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่าน
โดยมีผู้นำกลุ่มหลักๆ ที่โดดเด่นอยู่สามฝ่าย
ผู้อาวุโสสองแห่ง ‘เกาะเชียนไห่’ อยู่ตรงกลาง… ผู้อาวุโส
หญิงผมแดงจาก ‘หอฝูเซียน’ อยู่ทางขวา… และชาย
วัยกลางคนชุดขาวจาก ‘ถ้ำอวี้ซิง’ อยู่ทางซ้าย
ทั้งสามคนล้วนเป็นระดับหยวนอิงขั้นสูงสุดที่ทรงพลัง
ในเวลานี้พวกเขานำทัพเหล่าหยวนอิง ไล่ต้อนฝูงราชันย์หมา
ป่าเงินจนถอยร่นไม่เป็นขบวน
เห็นว่าประตูตำหนักเซียนอยู่ใกล้แค่เอื้อม…
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่ ผู้อาวุโสหญิงผมแดง และชาย
ชุดขาว ต่างระเบิดพลังไม้ตาย สังหารราชันย์หมาป่าเงิน
ไปคนละตัว แล้วเร่งความเร็วพุ่งทะยานไปข้างหน้าหมาย
จะเข้าเส้นชัยเป็นกลุ่มแรก
จางอวิ๋นเห็นท่าไม่ดี จึงรีบสะบัดกิ่งไม้แห้ง อัญเชิญ
ราชันย์หมาป่าเงินออกมาเพิ่มอีกหลายสิบตัว แล้วเทเลพอร์ต
พวกมันไปขวางทางบนสะพานทันที!
วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!
“บัดซบ! ทำไมพวกมันถึงโผล่มาไม่หยุดหย่อนเยี่ยงนี้!?”
“ไอ้นรกพวกนี้มันเสกมาจากไหนนักหนาวะ?”
“อย่าหวังจะมาขวางทางข้า… ไสหัวไปซะ!!”
……
เมื่อเห็นราชันย์หมาป่าเงินโผล่มาขวางทางอีกหลายสิบ
ตัว ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่และคนอื่นๆ ก็หน้าดำคร่ำเครียด
ด้วยความหงุดหงิด แต่พวกเขาก็ไม่ยอมถอย ต่างกัดฟัน
ระเบิดพลังพุ่งเข้าใส่ฝูงหมาป่าอย่างบ้าคลั่ง
ภายในห้อง
อู๋เสี่ยวพั่งและอวี๋สุ่ยเอ๋อร์เห็นฉากนี้เข้า ก็หันมามอง
จางอวิ๋นด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง
อาจารย์ของพวกเขา… สามารถควบคุมกองกำลังของ
ตำหนักเซียนได้งั้นหรือ?
ทั้งภาพถ่ายทอดสดจากภายนอก... แล้วยังการ
ส่งราชันย์หมาป่าเงินออกไปขัดขวางเมื่อครู่นี้…
สวรรค์!
หรือว่าตำหนักเซียนแห่งนี้… จะตกอยู่ในกำมือของท่าน
อาจารย์เรียบร้อยแล้ว!?
“สุ่ยเอ๋อร์…”
ทันใดนั้น จางอวิ๋นก็หันไปเอ่ยถามอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ด้วยน้ำ
เสียงราบเรียบ พลางชี้นิ้วไปที่ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่ใน
หน้าจอ
“เจ้าอยากจะชำระแค้นกับเจ้านั่นหรือไม่?”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง จ้องมองใบหน้าของศัตรู
คู่อาฆาต ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น แววตาฉายแวว
เคียดแค้น
“อยากเจ้าค่ะ! ข้าอยากจะฉีกเนื้อมันเป็นชิ้นๆ!”
ในตอนนั้น ผู้ที่นำกำลังมาจับกุมและกวาดล้างเผ่าเงือก
ของนาง ตัวการหลักก็คือไอ้แก่ผู้อาวุโสสองแห่งเกาะเชียนไห่ผู้
นี้ นางเห็นกับตาว่าท่านปู่และผู้อาวุโสในเผ่าหลายคนถูกคนผู้
นี้สังหารโหดอย่างเลือดเย็น!
“ดี!”
จางอวิ๋นยิ้มมุมปาก เหี้ยมเกรียมดุจปีศาจ
เขาหยิบ ‘เสื้อคลุมล่องหน’ ขึ้นมาสวมทับร่าง แล้วสะบัด
กิ่งไม้แห้ง เทเลพอร์ตหายวับออกจากห้องไปในพริบตา
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์และอู๋เสี่ยวพั่งต่างตะลึงงัน รีบหันไปมองที่
หน้าจอภาพอย่างลุ้นระทึก
ไม่เห็นตัวจางอวิ๋น... แต่เห็นผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่ที่
กำลังนัวเนียอยู่กับการฟาดฟันฝูงหมาป่าเงิน จู่ๆ ร่างกายก็
กระตุกเกร็ง!
ผัวะ!
ศีรษะของมันเหมือนถูกค้อนที่มองไม่เห็นฟาดเข้าที่
ท้ายทอยอย่างจังจนหน้าทิ่ม!
แล้ววินาทีต่อมา ร่างของมันก็หายวับไปจากสะพาน!
ตุ้บ!
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์และอู๋เสี่ยวพั่งสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงวัตถุ
หนักๆ ตกกระแทกพื้นตรงหน้า
ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่… ผู้ยิ่งใหญ่ระดับหยวนอิง
ขั้นสูงสุด ที่เมื่อครู่ยังสำแดงเดชอยู่ในจอภาพ บัดนี้ถูกตบจน
สลบเหมือดเหมือนหมาข้างถนน แล้วถูกโยนมานอนกองอยู่
แทบเท้าพวกเขา!
“นี่…”
ทั้งสองคนอ้าปากค้างจนแทบจะยัดไข่เป็ดลงไปได้
วูบ!
จางอวิ๋นเทเลพอร์ตกลับเข้ามาในห้อง พร้อมกับค่อยๆ
ถอดฮู้ดเสื้อคลุมล่องหน เผยร่างออกมาจากความว่างเปล่า
ราวกับยมทูต
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์และอู๋เสี่ยวพั่งมองเขาด้วยสายตาเทิดทูนบูชา
สุดขีด “ท่านอาจารย์…”
จางอวิ๋นโบกมือเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องตื่นเต้น เป็นเรื่อง
ปกติ
เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างที่หมดสติ จัดการรัวดัชนีผนึกจุด
ชีพจรเพื่อปิดกั้นวรยุทธ์ของผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่จน
สิ้นซาก จากนั้นก็ยกเท้าขึ้น…
เปรี้ยง!!
เขาถีบเข้าที่ชายโครงของมันเต็มแรง!
“อื้อออ…”
ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่ครางออกมาด้วยความ
เจ็บปวด ก่อนจะค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างงุนงง สติยัง
ไม่กลับมาเต็มร้อย
แต่เพียงครู่เดียว เขาก็รู้สึกตัว เบิกตาโพลงด้วย
ความตกใจ
“ที่นี่มัน… ที่ไหน!?”
เมื่อเห็นสภาพห้องปิดตายตรงหน้าเขาก็ชะงักไป แต่พอ
สัมผัสได้ว่าวรยุทธ์และพลังปราณในกายถูกผนึกจน
ใช้การไม่ได้เหมือนคนพิการ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่าง
สิ้นเชิง กลายเป็นความหวาดกลัวสุดขีด
“พวกเจ้า…”
และเขาก็สังเกตเห็นจางอวิ๋นและลูกศิษย์ทั้งสองที่
ยืนค้ำหัวอยู่ เมื่อพิจารณาดูหน้าตาดีๆ…
“พวก… พวกเจ้าคือคนของสำนักหลิงเซียน…”
ผัวะ!
ยังพูดไม่ทันจบประโยค จางอวิ๋นก็ประเคนเท้าถีบเข้าที่
หน้าอกอีกฉาดใหญ่จนมันหงายหลัง
“ไอ้สารเลว! แก… แกกล้าถีบข้าเรอะ!?”
ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่คำรามลั่นด้วยความโกรธจัด
ศักดิ์ศรีระดับหยวนอิงขั้นสูงถูกหยามเหยียด
ปัง!
“อ๊ากกก!”
จางอวิ๋นไม่พูดพร่ำทำเพลง กระทืบเท้าลงบนหน้าอกของ
มันเต็มแรง บดขยี้จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นกร๊อบ
“แก!!”
ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่จ้องเขม็งไปที่จางอวิ๋นด้วย
ความอาฆาตจนตาแทบถลน
ไอ้ผู้อาวุโสเก้าสำนักหลิงเซียนนี่มันบ้าไปแล้วเหรอ? เป็น
แค่ระดับสร้างรากฐานขยะ (ในสายตาคนนอก) กล้าลงมือกับ
เขาขนาดนี้เชียว?
“ข้ามีคำถามจะถามเจ้าหน่อย…”
จางอวิ๋นก้มหน้าลงมอง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่
เยือกเย็น
ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่ขมวดคิ้ว แต่แรงกดมหาศาล
จากฝ่าเท้าที่ขยี้ลงบนหน้าอกทำให้เขาหายใจไม่ออก ความ
เจ็บปวดและขาดอากาศทำให้เขาต้องรีบกัดฟันพูด
“ถาม… ถามมา…”
จางอวิ๋นจึงค่อยๆ ผ่อนแรงเท้าลง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำ
เสียงราบเรียบ: “คำถามข้อแรก... พวกเจ้าเอาตัวคนของเผ่า
เงือกไปซ่อนไว้ที่ไหน?”
“คนของเผ่าเงือก?”
ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่ชะงักไป แววตาไหววูบ
ไม่เข้าใจว่าทำไมจางอวิ๋นถึงรู้เรื่องลับสุดยอดนี้
อั้ก!!
เท้าที่เพิ่งผ่อนแรงไปเมื่อครู่ กลับกระทืบซ้ำลงมาอีกครั้ง
โดยไม่ทันตั้งตัว!
ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่หน้าบิดเบี้ยวด้วยความ
เจ็บปวด รีบตะโกนลั่น “ข้าไม่รู้! ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดถึงเงือกบ้าบอ
อะไร!”
“ปากแข็งนักนะ… งั้นดูท่าข้าคงต้องใบ้ให้สักหน่อย!”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก พลางหันไปพยักหน้าให้
ปลาตัวน้อย
“สุ่ยเอ๋อร์…”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์เข้าใจความหมายทันที นางสูดหายใจลึก
คลายวิชาแปลงกายที่ปกปิดไว้
วูบ…
เกล็ดสีครามปรากฏขึ้นตามผิวหนัง ใบหน้ากลับ
กลายเป็นเค้าโครงเดิมที่งดงามเหนือมนุษย์ และขาทั้งสองข้าง
ก็ประสานกันกลายเป็นหางปลาสีสวยสดสะท้อนแสง…
กลับคืนสู่รูปลักษณ์ที่แท้จริงของ ‘นางเงือก’
การมาเยือนเกาะเจียวหนานครั้งนี้ เพราะกลัวว่าคนของ
เกาะเชียนไห่จะจำได้ นางจึงได้ทำการแปลงโฉมและซ่อน
กลิ่นอายไว้
“เงือก!?”
ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่มองภาพตรงหน้าด้วยความ
ตกตะลึงจนลืมความเจ็บปวด จ้องมองใบหน้าของอวี๋สุ่ยเอ๋อร์
แล้วความทรงจำก็ผุดขึ้นมา
“จะ… เจ้าคือเงือกตัวนั้นที่หนีรอดไปได้ในตอนนั้น!!”
เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตา
เงือกตัวน้อยที่หลบหนีไปตอนนั้น จำได้ว่าเพิ่งจะอยู่แค่
ระดับกลั่นลมปราณไม่ใช่หรือ? ผ่านไปไม่กี่ปี… ทำไม
ถึงกลายเป็นระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดไปได้?
“คนในเผ่าของข้า… พวกเขาอยู่ที่ไหน!?”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ตวาดถามเสียงดังลั่น แววตาแดงก่ำด้วย
ความแค้น
ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่เม้มปากแน่น หันหน้าหนี
ไม่ยอมปริปาก
“ดี… รักษาความลับได้ดี”
จางอวิ๋นพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะสะบัดมือเรียก ‘มีดสั้น’
เล่มหนึ่งออกมาถือไว้
ฉึก!
“อ๊ากกกก!!”
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นปราดมาจากท้องน้อย
มีดสั้นเล่มนั้นปักฉึกเข้าที่ท้องน้อยด้านซ้ายของเขาจน
มิดด้าม เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูด!
จางอวิ๋นบิดด้ามมีดช้าๆ ชี้ปลายมีดไปที่ตำแหน่ง
ใต้สะดือเล็กน้อย พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง
ขั้วโลก:
“ทารกวิญญาณของแก… มันซุกหัวอยู่ตรงนี้สินะ?”
“ถ้าข้าบิดมีดอีกนิด… หรืออัดพลังปราณเข้าไปอีกหน่อย
… เจ้าคิดว่าหยวนอิงที่เจ้าอุตส่าห์บำเพ็ญเพียรมาหลายร้อยปี
จะมีสภาพเป็นเช่นไร?”
ผู้อาวุโสสองเกาะเชียนไห่หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด
เหงื่อกาฬแตกพลั่กด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
สำหรับผู้ฝึกตน… การตายยังไม่น่ากลัวเท่าการสูญเสีย
ตบะบารมีและการแตกสลายของหยวนอิง!
“ยะ… อย่านะ!!”
เขารีบตะโกนลั่นอย่างไม่คิดชีวิต จิตใจพังทลายลงใน
พริบตา
“เกาะที่สาม! พวกเงือกถูกขังอยู่ที่คุกใต้ดินของเกาะที่
สาม!!”