ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 202 ตำหนักเซียนพังทลาย
โครม—!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้ง
โถงทางเดิน
ประตูห้องควบคุมถูกกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรงจน
บานประตูปลิวว่อน แสงสีเขียวมรกตสายหนึ่งไหลทะลักเข้ามา
ตามพื้นห้องราวกับงูยักษ์ ก่อนจะรวมตัวกันก่อรูปร่างบิดเบี้ยว
และกลายเป็นร่างมนุษย์ที่คุ้นตา
ไม่ใช่ใครอื่น… บรรพชนสำนักเทียนหลิว!
“ถึงกับควบคุมตำหนักเซียน แสร้งทำตัวเป็นท่านเซียนผู้
ลึกลับ…”
เมื่อกวาดสายตามองภาพฉายจากหน้าจอมากมาย
ภายในห้อง บรรพชนสำนักเทียนหลิวก็แสยะยิ้มเย็นชา แววตา
ฉายประกายอำมหิต “ไอ้หนู… เจ้านี่มันมีความสามารถไม่เบา
เลยนะ!”
จางอวิ๋นหรี่ตาลงเล็กน้อย ซ่อนความตื่นตระหนกไว้
ภายใต้ท่าทีสงบนิ่ง
เขารู้ทันทีว่าการประลองเมื่อครู่ ทำให้เฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้จับ
พิรุธได้
เขาใช้กิ่งไม้แห้งในมือตรวจสอบพื้นที่ภายในตำหนัก
เซียนอย่างรวดเร็ว แล้วก็พบความจริงที่น่าตกใจ… มีเส้นแสง
สีเขียวจางๆ ลากยาวมาตั้งแต่เบาะที่นั่งในโถงชั้นใน
เลี้ยวลดคดเคี้ยวผ่านโถงทางเดินอันซับซ้อน มาจนถึงหน้า
ประตูห้องนี้ และเชื่อมต่อกับเท้าของบรรพชนสำนักเทียนหลิว
ในปัจจุบัน
มิน่าเล่า… ตอนที่เขาส่งตัวอวี้ชางออกไป ตาเฒ่านี่
ถึงทำท่าขยับเปลี่ยนที่นั่ง
ที่แท้ก็แอบวางลูกไม้แกะรอยเขามาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว!
“ข้าจะให้โอกาสเจ้ารอดชีวิตสักครั้ง…”
บรรพชนสำนักเทียนหลิวเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าน้ำเสียง
แฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันที่ไม่อาจต่อรอง “บอกวิธีควบคุม
ตำหนักเซียนมา แล้วส่งของมีค่าทั้งหมดออกมาให้ข้า จากนั้น
ก็จงมาเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของข้าซะ!”
สิ้นเสียงตวาด แสงสีเขียวใต้เท้าของมันก็พุ่งพล่าน
ลามเลียไปทั่วทั้งห้องราวกับไฟลามทุ่ง เถาวัลย์หนามนับร้อย
เส้นพุ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า ปลายแหลมคมชี้เป้ามาที่
จางอวิ๋นเป็นจุดเดียว
“ไม่อย่างนั้น… ตาย!”
“เหอะ…”
จางอวิ๋นได้ยินคำขู่นั้นก็หลุดขำออกมา แววตาฉายแวว
เย็นชาและดูแคลนอย่างปิดไม่มิด “แกเนี่ย… ไม่มั่นใจในตัวเอง
เกินไปหน่อยรึ?”
ว่าแล้วเขาก็สะบัดกิ่งไม้แห้งในมือวูบหนึ่ง
ปัง! ปัง! ปัง!!
คลื่นพลังงานมหาศาลของตำหนักเซียนระเบิดออก
ภายในห้อง กวาดล้างเถาวัลย์ที่เพิ่งงอกเงยเหล่านั้นจนแหลก
ละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา
“นี่มัน…”
บรรพชนสำนักเทียนหลิวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เจ้าหนุ่มตรงหน้ามีกลิ่นอายแค่ระดับจินตานขั้นสูงสุดชัด
ๆ ทำไมถึงสามารถสำแดงพลังอำนาจระดับนี้ได้?
“แย่แล้ว!”
ความคิดยังไม่ทันจบ สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปอย่าง
ฉับพลัน เมื่อเห็นพลังงานในห้องบิดเกลียวก่อตัวขึ้นเป็นปาก
ปีศาจขนาดยักษ์ พุ่งเข้ากลืนกินร่างของมัน
คิดจะหลบ… แต่ในพื้นที่ปิดตายนี้ ไม่มีทางให้หนี!
“อ๊ากกก—!!”
พลังงานกัดกร่อนรุนแรงถาโถมเข้าใส่ร่างของบรรพชน
สำนักเทียนหลิว เสื้อผ้าอาภรณ์ฉีกขาดกระจุยกระจาย ผิวหนัง
และเนื้อสดๆ ถูกกัดกินจนเละเทะ เลือดเนื้อสาดกระเซ็น
ส่งกลิ่นคาวคลุ้ง
วูบ วูบ!!
ทว่าภายใต้บาดแผลสาหัสเหล่านั้น กลับมีแสงสีเขียว
มรกตเปล่งประกายออกมา พลังชีวิตอันมหาศาลถูกกระตุ้นขึ้น
ทำให้เนื้อเยื่อที่ถูกทำลายฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็วด้วย
ตาเปล่า ราวกับกาลเวลาไหลย้อนกลับ
“พลังชีวิต?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วสูง
ความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองระดับปีศาจขนาดนี้ เขา
เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก!
“ไอ้เด็กเวร!”
ใบหน้าของบรรพชนสำนักเทียนหลิวงอกกลับมาใหม่
บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนน่าเกลียด “ข้าอุตส่าห์เมตตา
จะไว้ชีวิตเจ้า แต่ตอนนี้… เจ้าไม่มีความจำเป็นต้อง
มีลมหายใจอีกต่อไปแล้ว!!”
ตูม—!
ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำราม จางอวิ๋นก็สะบัดกิ่งไม้แห้ง
อีกครั้ง สั่งการให้พลังงานในห้องระดมโจมตีระลอกสองอย่าง
ไม่ปรานี
“ชิบหาย!!”
บรรพชนสำนักเทียนหลิวหน้าถอดสี รีบพุ่งตัวหนีไปทาง
ประตูห้องทันทีด้วยความเร็วสูงสุด
วิ้ง!
แต่เมื่อพุ่งไปถึงหน้าประตู ม่านพลังโปร่งใสก็ปรากฏขึ้น
ขวางทางไว้ราวกับกำแพงสวรรค์
“ในเมื่อเข้ามาแล้ว… ก็อย่าหวังจะได้ออกไปเลย!”
น้ำเสียงของจางอวิ๋นเย็นเยียบดุจมัจจุราช คลื่นพลังงาน
มหาศาลโถมเข้าห่อหุ้มร่างศัตรูอีกครั้งจากทุกทิศทาง
“อ๊ากกก—”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นอีกครา ร่างกายที่เพิ่งฟื้นฟู
ถูกกัดกร่อนจนเละเทะอีกรอบ
แต่สิ่งที่ทำให้จางอวิ๋นขมวดคิ้ว คือไม่ว่าจะโจมตี
หนักหน่วงแค่ไหน อีกฝ่ายก็ยังคงรักษาสภาพชีวิตไว้ได้ แสง
สีเขียวมรกตนั้นไหลเวียนไม่หยุดซ่อมแซมร่างกายอย่าง
บ้าคลั่งราวกับเป็นอมตะ
“บำเพ็ญเพียรวิถีแห่งชีวิตจนหลอมรวมเป็น ‘หยวนอิง’
งั้นรึ…”
สายตาของจางอวิ๋นจับจ้องไปที่จุดตันเถียนของอีกฝ่าย
อย่างรู้ทัน
ในทวีปวิถีเซียน เมื่อผู้ฝึกตนจะควบแน่นทารกวิญญาณ
(หยวนอิง) จำเป็นต้องเลือกธาตุพลังอย่างน้อยหนึ่งชนิด เมื่อ
สำเร็จ ทารกวิญญาณก็จะมีความสามารถตามธาตุนั้นๆ
และเมื่อก้าวเข้าสู่ระดับแปลงเทพ ทารกวิญญาณ
จะได้รับการยกระดับขึ้นอีกขั้น จนความสามารถนั้นไปถึง
จุดสูงสุด
หยวนอิงของตาเฒ่าเทียนหลิวผู้นี้ ชัดเจนว่าเป็น ‘หยวน
อิงแห่งชีวิต’
ถ้าไม่ทำลายแก่นพลังนั้น ต่อให้ฆ่าให้ตายสภาพไหน มัน
ก็ฟื้นคืนชีพได้อยู่ดี!
จางอวิ๋นแสยะยิ้ม ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ
“ตั้งแต่หลอมรวมพลังเซียนเหี่ยวเฉามา ยังไม่เคยลอง
ใช้ในการต่อสู้จริงเลยสักครั้ง ไม่รู้ว่าระหว่างพลังฟื้นฟูของ
หยวนอิงเจ้า กับพลังทำลายล้างของพลังเซียนเหี่ยวเฉา… อัน
ไหนมันจะแน่กว่ากัน?”
จางอวิ๋นพึมพำเบาๆ พร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้น
ที่ปลายนิ้ว ปรากฏเส้นใยพลังสีเทาอมทองสายเล็กๆ
วนเวียนอยู่ มันดูไร้พิษสงแต่กลับแผ่กลิ่นอายแห่งความตาย
ออกมาอย่างเข้มข้น
“พะ… พลังเซียนเหี่ยวเฉา!?”
ได้ยินคำนั้น สีหน้าของบรรพชนสำนักเทียนหลิวซีดเผือด
ลงทันตา รูม่านตาหดเกร็งด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ไอ้เด็กนี่… หรือว่ามันได้รับมรดกจากท่านเซียนไปแล้ว!?
“หยุดนะโว้ย!!”
เห็นนิ้วของจางอวิ๋นจิ้มเข้ามา มันก็แหกปากร้องลั่น
ราวกับหมูถูกเชือด
สัญชาตญาณร้องเตือนว่า พลังสีเทานั่น… อันตรายถึง
ชีวิต!
ห้ามแตะ!
ห้ามแตะต้องเด็ดขาด!!
“ม่ายยยย—”
แต่มีหรือที่จางอวิ๋นจะฟัง? เขาจิ้มนิ้วส่งพลังเซียน
เหี่ยวเฉาสายนั้น ทะลวงผ่านอากาศเข้าไปในร่าง ตรงเข้าสู่
หยวนอิงของอีกฝ่ายทันทีโดยไร้ซึ่งความปรานี
“อ๊ากกกกกก—!!”
พริบตานั้น ภายในร่างของบรรพชนสำนักเทียนหลิว
ราวกับถูกระเบิดปูพรม ร่างกายที่กำลังฟื้นฟูหยุดชะงักลง
ทันควัน เนื้อหนังที่เคยเปี่ยมพลังชีวิตเริ่มแห้งเหี่ยว ดำคล้ำ
และหลุดร่อนออกเป็นชิ้นๆ
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของจางอวิ๋น
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ ร่างของผู้ฝึกตนระดับแปลงเทพ
ผู้ยิ่งใหญ่ ก็กลายสภาพเป็นศพแห้งกรังราวกับซากมัมมี่ที่ตาย
มาเป็นพันปี!
“เชี่ย… โหดขนาดนี้เลย?”
จางอวิ๋นตาโต อ้าปากค้าง
แค่พลังเซียนเหี่ยวเฉาเส้นเดียว… ลบผู้ฝึกตนระดับ
แปลงเทพให้หายไปจากโลกได้ในวินาทีเดียวเนี่ยนะ?
วูบ!
ทันใดนั้น แสงสว่างดวงหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากศพ
แห้ง ทะลวงผ่านม่านพลังหนีออกไปนอกห้องด้วยความเร็ว
แสง
วิญญาณหยวนอิง!
“จะหนีไปไหน!”
จางอวิ๋นรีบพุ่งตามออกไป ฝ่ามืออาบไล้ด้วย ‘พลังอู’
สีดำทมิฬ คว้าหมับเข้าที่ดวงวิญญาณนั้นอย่างแม่นยำ
“จับได้แล้ว!”
วิญญาณนั้นบิดเบี้ยว ก่อตัวเป็นใบหน้าของบรรพชน
สำนักเทียนหลิวที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ภายใต้กรงเล็บ
พลังอู มันดิ้นรนอย่างไรก็ไม่หลุด จึงรีบกรีดร้องขอชีวิตอย่าง
น่าสมเพช
“ปล่อยข้าไปเถอะ! ข้าผิดไปแล้ว ข้ายอมแพ้! ได้โปรด
ไว้ชีวิตข้าด้วย!!”
“ปล่อย?”
จางอวิ๋นแสยะยิ้มเย็นยะเยือก มือที่รวบรวมพลังอูบีบ
กระชับเข้าหากันช้าๆ
“ม่ายยยย—”
ผละ!
เสียงกรีดร้องดับวูบลงพร้อมกับดวงวิญญาณที่ถูกบีบจน
แตกสลาย กลายเป็นละอองแสงปลิวหายไปในอากาศ
“จาง… จางอวิ๋น??”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเรียกที่เต็มไปด้วย
ความประหลาดใจก็ดังขึ้น
จางอวิ๋นชะงัก หันไปมอง
พบหญิงสาวงดงามนั่งอยู่บนหลังเต่าทะเลตัวใหญ่
ลอยตัวอยู่ที่โถงหน้า… ซูเตี๋ย!
นางมองมาที่จางอวิ๋นด้วยดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่น
ระริก
คนๆ นี้ที่นางตั้งใจจะมาส่งอาหารวิญญาณให้ ทำไมถึง
มาอยู่ที่นี่?
แถมเมื่อครู่นี้… นางสัมผัสได้ชัดเจนว่าเป็นกลิ่นอายวิญ
ญาณของบรรพชนสำนักเทียนหลิว
แล้วจู่ๆ ก็ถูกจางอวิ๋น... บีบแตกคามือ?
“แม่นางซูคนสวย เอาไว้วันหลังค่อยคุยกันนะจ๊ะ!”
จางอวิ๋นเหลือบไปเห็นฝูงชนในโถงชั้นในเริ่มกรูกัน
ออกมาตามเสียงการต่อสู้ จึงไม่มีเวลาให้อธิบาย
เขาเก็บซากศพแห้งของบรรพชนสำนักเทียนหลิวเข้ากระ
เป๋า แล้วสะบัดกิ่งไม้แห้ง ส่งตัวเองและ ‘พยัคฆ์’ ตัวหนึ่งที่อยู่
ข้างนอกหายวับไปทันที
“??”
ซูเตี๋ยกระพริบตาปริบๆ มองความว่างเปล่าตรงหน้าด้วย
ความมึนงง
หมอนี่มัน… มายังไง ไปยังไง แล้วตกลงมันเกิดบ้าอะไร
ขึ้นกันแน่?
ด้านหลัง เจ้าสำนักหลิงเซียนและคนอื่นๆ วิ่งตามออกมา
ถึงโถงหน้า
เห็นห้องที่ประตูเปิดอ้าซ่า และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย
พลังงานที่ยังหลงเหลืออยู่ ต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เมื่อกี้ใครสู้กันตรงนี้?
ปัง—!
ยังไม่ทันจะได้สงสัย ประตูใหญ่หน้าตำหนักเซียนก็ถูก
กระแทกเปิดออกเสียงดังสนั่น
“เปิดแล้ว! ตำหนักเซียนเปิดแล้ว!!”
“ลุยโว้ย! สมบัติ!!”
เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ฝูงชนผู้ฝึกตนจำนวนมหาศาล
จากภายนอกทะลักเข้ามาข้างในราวกับเขื่อนแตก
เจ้าสำนักหลิงเซียนและคนอื่นๆ ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ประตูตำหนัก… เปิดเองได้ไง?
ครืนนน—!!
ยังไม่ทันจะตั้งตัว พื้นดินก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
รอยแตกร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนเพดานสูงลิบของ
ตำหนักเซียน ลามปริแตกไปทั่วราวกับใยแมงมุม เศษหินก้อน
มหึมาเริ่มร่วงกราวลงมา
ตำหนักเซียนกำลังจะถล่ม!
“นี่มัน…”
ทุกคนหน้าซีดเผือด
เกิดบ้าอะไรขึ้น?
ตำหนักเซียน… จะพังแล้วเรอะ??
“แย่แล้ว!”
“ตำหนักเซียนจะถล่มแล้ว รีบหนีเร็ว!!”
เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังระงม หินก้อนใหญ่
ถล่มลงมาไม่ขาดสาย ผู้คนที่เพิ่งวิ่งเข้ามาด้วยความโลภ ต่าง
พากันกรีดร้องและหันหลังวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น
โครม! ครืนนน!!
เพียงไม่ถึงสองนาที ตำหนักเซียนอันยิ่งใหญ่อลังการ ก็
พังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา กลายเป็นเพียงกองซากปรักหักพัง
มหึมา ท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายไปทั่วท้องฟ้า!
เหล่าผู้ฝึกตนที่หนีตายออกมาได้ทัน ยืนมองภาพ
เบื้องหน้าด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ตำหนักเซียน… พังพินาศไปแล้ว??