ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 219 สัตว์อัญเชิญน่ะ ไม่ได้มีแค่แกคนเดียวหรอกนะ!
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 219 สัตว์อัญเชิญน่ะ ไม่ได้มีแค่แกคนเดียวหรอกนะ!
“ไห่ไห่ นี่คือศิษย์น้องของเจ้า!”
จางอวิ๋นหันไปบอกกล่าวกับเจ้าตัวเล็ก
อู๋ไห่ไห่ได้ยินดังนั้น ดวงตาเล็กๆ ใสแจ๋วก็ฉายแวว
อยากรู้อยากเห็น จ้องมองสำรวจอวี่เว่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อน
จะส่งเสียงเรียกอย่างตื่นเต้น “ส… ศิษย์น้อง!!”
อวี่เว่ย “……”
มุมปากของนางกระตุกยิก
เกินไปแล้ว! นี่ข้าตกต่ำถึงขนาดกลายเป็นศิษย์น้องของ
เด็กทารกที่ยังไม่หย่านมไปแล้วรึ…
ฟุ่บ!
ยังไม่ทันได้คิดอะไรมาก ร่างก้อนแป้งขาวนุ่มนิ่มนั้นก็พุ่ง
เข้าใส่ดุจลูกกระสุน
“ว้าย!”
นางตกใจจนเผลอกรีดร้องออกมา สัญชาตญาณสั่งให้
รับร่างนั้นไว้
“ส… ศิษย์น้องกอด!!”
อู๋ไห่ไห่โถมตัวเข้ามาในอ้อมกอดของอวี่เว่ย แล้วใช้แก้ม
ยุ้ยๆ นั้นถูไถไปมาบนหน้าอกของนางอย่างบ้าคลั่ง ราวกับ
กำลังค้นหาความอบอุ่นที่คุ้นเคย
การกระทำนี้ทำเอาใบหน้าของอวี่เว่ยแดงซ่านจนลามไป
ถึงใบหู นางทำตัวไม่ถูก รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากจางอ
วิ๋น “ท่านอาจารย์ นี่มัน…”
“ศิษย์พี่สี่ของเจ้าก็ขี้อ้อนแบบนี้แหละ…”
จางอวิ๋นกำลังจะเอ่ยปากอธิบาย แต่จู่ๆ ก็เห็นอู๋ไห่ไห่ที่
กำลังถูไถอย่างเพลิดเพลินชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นงุนงง
เหมือนจะสัมผัสได้ว่า… ‘ทำไมมันแบนราบเรียบเยี่ยงนี้?’
เจ้าตัวเล็กดีดตัวผละออกทันที แล้วพุ่งกลับไปหาเถากู่
หลานราวกับเจอที่พึ่งทางใจ “ท่านแม่… อุ้ม!”
เถากู่หลานหัวเราะขำพลางรับเจ้าตัวเล็กกลับไปอุ้มไว้
แนบอก
พอเห็นอู๋ไห่ไห่ซุกไซ้ไปมาในอ้อมกอดอันอวบอิ่มของ
เถากู่หลาน แล้วเผยสีหน้าพึงพอใจสุดขีด อวี่เว่ยก้มลงมอง
หน้าอก ‘ไม้กระดาน’ ของตัวเอง แล้วก็โกรธจน
หน้าดำหน้าแดง กระทืบพื้นระบายอารมณ์
ปึงปัง!
ไอ้เด็กบ้า! ไอ้เด็กแก่แดด! นี่มันเด็กลามกชัดๆ!
จางอวิ๋นกระแอมไอแก้เก้อ ‘อะแฮ่ม’ กำลังจะเอ่ยปากพูด
อะไรบางอย่างเพื่อกู้สถานการณ์ แต่ทันใดนั้นสัญชาตญาณ
ของเขาก็ร้องเตือน ดวงตาคมกริบพลันหรี่ลง
“พวกเจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้สักครู่!”
สั่งจบ เขาก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ ไปที่ปากถ้ำด้วยท่วงท่า
องอาจ
เพียงก้าวเท้าพ้นม่านพลัง เขาก็ยกเท้าถีบเปรี้ยงเข้าใส่
เป้าหน้าของมารอสูรหัววัวที่กำลังพุ่งชนม่านพลังอย่างจัง!
เปรี้ยง!
ร่างมหึมาของมารอสูรปลิวละลิ่วหายวับไปราวกับว่าว
สายป่านขาด จางอวิ๋นยืนเอามือไพล่หลัง กวาดสายตามอง
ไปรอบด้านด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา
ไกลออกไป
ชายหนุ่มผมยาวเห็นจางอวิ๋นปรากฏตัวออกมา ก็หรี่ตา
ลงเช่นกัน ตราประทับมารในมือเปล่งแสงสีดำวูบวาบอำมหิต
ครืน!
ทันใดนั้น พลังมารรอบบริเวณถ้ำเล็กก็เดือดพล่าน
ราวกับน้ำต้ม สัตว์อสูรมารรูปร่างบิดเบี้ยวตัวแล้วตัวเล่าผุดขึ้น
มาจากพื้นดิน พุ่งเข้าใส่จางอวิ๋นอย่างบ้าคลั่งดุจฝูงตั๊กแตน
จางอวิ๋นกระชับ คทาเซียนอู ในมือซ้าย และ กระบี่
รัตติกาลคลั่ง ในมือขวา
ตูม! ฉึบ!
พลังอูสีน้ำเงินเข้มและคลื่นปราณกระบี่สีดำทมิฬ กวาด
สะบั้นออกไปทางซ้ายขวาราวกับพายุคลั่ง สัตว์อสูรมารที่
ดาหน้าเข้ามา ถ้าไม่ถูกพลังอูบดขยี้จนแหลกเหลวเป็นเนื้อบด
ก็ถูกคมกระบี่ฟันขาดเป็นสองท่อน เลือดสาดกระจายย้อมผืน
ทราย!
“เจ้าหนูสกปรกที่ซ่อนหัวอยู่ในเงมืด กล้าโผล่หัวออกมา
สู้กันซึ่งๆ หน้าไหม?”
จางอวิ๋นโจมตีไปพลาง ตะโกนก้องด้วยเสียงที่อัดแน่น
ด้วยพลังปราณ ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งเกาะเจียวหนาน
บนยอดไม้ไกลออกไป ชายหนุ่มผมยาวได้ยินดังนั้นก็
แค่นหัวเราะในลำคอ ตราประทับมารในมือยังคงส่องแสง
วูบวาบไม่หยุด บงการกองทัพอสูรให้เข้าโจมตีระลอกแล้ว
ระลอกเล่า
“ระดับ จอมมารวายุ ผู้ยิ่งใหญ่ กลับชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ
เป็นหนูซุกรูงั้นรึ? ช่างเปิดหูเปิดตาข้ายิ่งนัก!”
จางอวิ๋นตะโกนเย้ยหยันต่อด้วยวาจาเจ็บแสบ
ชายหนุ่มผมยาว หรือ จอมมารวายุ ได้ยินคำพูดดูแคลน
นี้ สีหน้าภายใต้หน้ากากก็พลันเคร่งขรึมลง แววตาฉาย
ประกายอำมหิต
“เคล็ดกระบี่แบ่งร่าง!”
และในเสี้ยววินาทีที่สมาธิของเขาจดจ่ออยู่กับคำด่าทอ
เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ดังขึ้นที่ข้างหูราวกับเสียงมรณะ!
โฮก——!!
เสียงมังกรคำรามดังกึกก้อง คมกระบี่ที่ห่อหุ้มด้วยเงา
มายามังกรทองห้าเล็บ พุ่งทะลวงแทงทะลุหน้าอกของเขาจาก
ด้านหลังอย่างโหดเหี้ยม!
ฉึก!
“แก…”
จนกระทั่งหน้าอกถูกแทงทะลุจนเลือดพุ่งกระฉูด จอม
มารวายุถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว เขาหันขวับไปมองด้านหลังด้วย
ความตกตะลึงสุดขีด ก็พบกับ จางอวิ๋น อีกคนหนึ่งที่กำลังปลด
เสื้อคลุมล่องหน ออก เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบ
เป็นไปได้ยังไง?
มันเข้ามาประชิดตัวข้าตั้งแต่เมื่อไหร่?
เดี๋ยวนะ……
เขารีบหันกลับไปมองทางหน้าถ้ำ ก็พบว่า ‘จางอวิ๋น’ อีก
คนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ปัดป้องการโจมตีของเหล่าอสูรมาร และ
กำลังส่งรอยยิ้มเยาะเย้ยมาให้เขา
“แก…”
จอมมารวายุเข้าใจสถานการณ์ทันที รูม่านตาหดเกร็ง
“ร่างแยก? ตั้งแต่ตอนที่กางอาณาเขตความมืดนั่นสินะ!?”
จางอวิ๋น (ร่างจริงหน้าถ้ำ) ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
ถูกต้องแล้ว! ตั้งแต่ตอนที่เขาใช้ รัตติกาลมาเยือน
ปกคลุมพื้นที่ เขาก็แอบใช้ เคล็ดกระบี่แบ่งร่าง สร้างร่างแยก
ขึ้นมา ให้ถือ กระบี่เมฆาเวหา และสวม เสื้อคลุมล่องหน
แฝงตัวออกไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนร่างจริงก็แกล้งอาละวาด
ดึงดูดความสนใจ
เมื่อครู่นี้ พอฉิงเฟิงบอกทิศทางที่แน่นอน เขาจึงสั่งให้ร่าง
แยกแกะรอยตามมาเงียบๆ ดุจงูพิษล่าเหยื่อ
และในที่สุด ก็เจอตัวการจนได้!
ตูม!
ไม่มีการออมมือ ร่างแยกของจางอวิ๋นระเบิด ปราณคืน
กำไร ที่อัดแน่นอยู่ใน กระบี่เมฆาเวหา ออกมาเต็มพิกัด หวัง
จะระเบิดร่างจอมมารวายุให้แหลกเป็นจุณ!
“อึก!”
ร่างของจอมมารวายุสั่นสะท้านรุนแรง เลือดสดๆ ไหล
ทะลักออกมาจากมุมปากภายใต้หน้ากากครึ่งซีก
แต่ทว่า… บนใบหน้านั้นกลับไร้ซึ่งความเจ็บปวด
“หึหึ…”
เขากลับหัวเราะออกมาอย่างน่าขนลุก
“สมแล้วที่เป็นยอดฝีมือจากต่างแดน ร้ายกาจจริงๆ!”
จอมมารวายุหันมาจ้องหน้าจางอวิ๋นร่างแยกด้วยแววตา
เย็นชาดุจน้ำแข็ง “แต่ตัวข้านั้น… ไม่ได้เปราะบางอย่างที่แกคิด
หรอกนะ!”
ตูม!!
สิ้นเสียง พายุหมุนที่ผสานพลังมารอันเกรี้ยวกราดก็
ระเบิดออกจากร่างของเขา กระแทกร่างแยกของจางอวิ๋นจน
แตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกแตก
ร่างแยกค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสง
“ข้ากะว่าจะรอให้พวกระดับแปลงเทพตัวจริงออกมากัน
ให้หมดก่อนค่อยลงมือ…”
จอมมารวายุเอ่ยเสียงเรียบ พลางยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่
มุมปาก “แต่ไม่นึกเลยว่า…… อึก!”
พูดยังไม่ทันจบประโยค จู่ๆ เขาก็ชะงักกึก ดวงตา
เบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก “นี่… นี่มัน……”
“ในสายตาของข้า แกมันก็เปราะบางจริงๆ นั่นแหละ!”
เสียงของจางอวิ๋นดังแว่วมาในสายลมพร้อมรอยยิ้ม
เย้ยหยัน ก่อนที่ร่างจะสลายไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงพลัง
สีเทาประกายทองบางเบาที่เกาะติดอยู่บนบาดแผลจาก กระบี่
เมฆาเวหา …
พลังเซียนเหี่ยวเฉา!
“นี่มันพลังบ้าอะไรกัน!?”
มองดูเนื้อหนังของตัวเองที่เริ่มเหี่ยวเฉา ดำคล้ำ และ
แห้งกรอบอย่างควบคุมไม่ได้ จอมมารวายุเผยสีหน้า
ตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก ความสุขุมเยือกเย็นมลายหายไปจน
สิ้น
ต้านทานไม่ได้!
พลังสีเทาประกายทองเพียงไม่กี่เส้นนี้ กลับให้ความรู้สึก
ว่าไม่อาจต้านทานได้เลย!! มันเหมือนกับกฎเกณฑ์แห่ง
ธรรมชาติที่สั่งให้ทุกสรรพสิ่งต้องร่วงโรย!
“เป็นไปไม่ได้!”
จอมมารวายุคำรามลั่น พลังวิญญาณธาตุลมและพลัง
มารในตัวถูกรีดเร้นออกมาต้านทาน พลังเซียนเหี่ยวเฉา ที่
กำลังลุกลามกัดกินร่างกายอย่างบ้าคลั่ง
แต่พลังอันมหาศาลของเขากลับเปราะบางราวกับ
กระดาษทิชชู่เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังลึกลับนี้ มันถูกกัดกินและ
ทำลายลงอย่างง่ายดาย
“บัดซบ! หยุดเดี๋ยวนี้นะโว้ย!!”
จอมมารวายุแผดเสียงร้องด้วยความโกรธแค้น เขา
ตัดสินใจกระแทก ตราประทับมาร ในมือเข้าไปในร่างของ
ตัวเองทันที!
วูบ!
เมื่อตราประทับผสานเข้ากับร่างกาย พลังอำนาจ
บางอย่างก็แผ่ออกมาช่วยชะลอการกัดกินของพลังเซียน
เหี่ยวเฉาให้ช้าลงได้บ้าง แต่กระนั้น… มันก็ยังคงกัดกิน
เนื้อหนังของเขาต่อไปทีละน้อยอย่างไม่หยุดยั้ง
เรื่องนี้ทำให้จอมมารวายุแทบไม่อยากเชื่อสายตา
ตราประทับมารนี้เป็นของวิเศษที่ สำนักหลัก มอบลงมา
ให้ พลังที่แฝงอยู่ภายในนั้น แม้แต่ระดับเหลียนซวี หรือ
แม้กระทั่งระดับเหอถี่ก็ยังต้านทานได้ แต่ไอ้พลังสีเทาประกาย
ทองแค่ไม่กี่เส้นนี่มัน……
“ฆ่าแกซะ… ถ้าเจ้าของพลังตาย พลังนี้มันต้องหาย
ไปแน่!!”
ฉุกคิดได้ดังนั้น สายตาอำมหิตของจอมมารวายุก็พุ่งเป้า
ไปที่จางอวิ๋นตัวจริงซึ่งกำลังพุ่งทะยานเข้ามาใกล้ ดวงตาของ
เขาแดงฉานด้วยไอมารแห่งความบ้าคลั่ง
“วิญญาณมาร สำแดงเดช!!”
เขาตวาดลั่นพร้อมกางแขนออกทั้งสองข้าง
ทันใดนั้น ลวดลายค่ายกลสีเลือดขนาดมหึมาก็ปรากฏ
ขึ้นบนพื้นดินรอบเกาะเจียวหนาน เงาร่างของ มนุษย์มารเงา
จำนวนมากผุดขึ้นมา ก่อนที่ร่างกายของพวกมันจะระเบิดออก
กลายเป็นก้อนเนื้อเลือด แล้วหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่าง
น่าสะอิดสะเอียน
โฮก——!!
บรู๊ววว——!!
แบ๊ะ แบ๊ะ แบ๊ะ——!!
……
เสียงคำรามโหยหวนดังระงม สัตว์อสูรมาร
รูปร่างหน้าตาประหลาดพิสดารนับสิบตัว ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจาก
ก้อนเนื้อเหล่านั้น แต่ละตัวล้วนแผ่กลิ่นอายระดับ แปลงเทพ
ออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว!
เพียงพริบตาเดียว รอบตัวของจางอวิ๋นก็ถูกรายล้อมด้วย
สัตว์อสูรมารระดับแปลงเทพถึงสิบตัว!
จางอวิ๋นหรี่ตาลง
มิน่าล่ะ จอมมารวายุถึงกล้ามาดักซุ่มโจมตีอยู่ที่นี่อย่าง
มั่นใจ
เมื่อรวมกับสองตัวก่อนหน้านี้ เท่ากับว่ามันสามารถ
บงการสัตว์อสูรมารระดับแปลงเทพได้ถึงสิบสองตัว!
แถมในแดนลับเซียนยังมีผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่ที่
เป็นไส้ศึกคอยสมทบอีก ถ้าพวกเจ้าสำนักหลิงเซียนหรือ
คนอื่นๆ ออกมาเจอสถานการณ์แบบนี้ รับรองว่าเละเป็นโจ๊ก
แน่!
“ฆ่ามันซะ!!”
จอมมารวายุกัดฟันสั่งการ พลังเซียนเหี่ยวเฉาที่ยังคงกัด
กินร่างกายทำให้เขาเจ็บปวดเจียนตาย
สัตว์อสูรมารระดับแปลงเทพทั้งสิบตัวพุ่งเข้าใส่จางอวิ๋น
พร้อมกันทันที แรงกดดันมหาศาลทำให้บรรยากาศรอบข้าง
บิดเบี้ยว!
“หึ…”
จางอวิ๋นแค่นเสียงในลำคอ ใบหน้าไร้ซึ่งความหวาดกลัว
กลับปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบ
“คิดว่ามีปัญญาเรียก สัตว์อัญเชิญ ออกมาได้แค่
คนเดียวรึไง!”
จอมมารวายุชะงักกึก
วินาทีต่อมา แท่นศิลาขนาดใหญ่ ก็ปรากฏขึ้นข้างกาย
จางอวิ๋น กระแทกพื้นดังสนั่น!
ตึงงง!!
“กรรรร!” “กรรรร!” “กรรรร!” ——
เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว อสูรมาร
เงา ร่างมหึมาสีดำทมิฬ ความยาวกว่าร้อยเมตรตัวแล้วตัวเล่า
พุ่งทะยานออกมาจากแท่นอัญเชิญราวกับเขื่อนแตก!
กองทัพอสูรปะทะกองทัพมาร... สงครามสัตว์อสูร
กำลังจะระเบิดขึ้นแล้ว!
……