ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 218 การทดลอง
ไกลออกไป
“หือ?”
ชายหนุ่มผมยาวที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ไกลๆ ถึงกับสีหน้า
เปลี่ยนไป แววตาฉายความเคร่งขรึมขึ้นทันที
แม้จะอยู่ภายใต้การคุ้มกันของค่ายกล แต่ในยามนี้เขา
กลับไม่สามารถส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไปตรวจสอบ
สถานการณ์ภายในม่านความมืดมิดที่จางอวิ๋นปลดปล่อย
ออกมาได้เลยแม้แต่น้อย
อาณาเขต?
คำสองคำนี้ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของเขาอย่าง
ช่วยไม่ได้
วิชาที่สามารถครอบคลุมพื้นที่และตัดขาดการรับรู้จาก
ภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้… มีเพียง อาณาเขต
เท่านั้น!
ทว่า อาณาเขต เป็นความสามารถเฉพาะตัวของผู้
แข็งแกร่งระดับ เหลียนซวี ขึ้นไปไม่ใช่หรือ? คนผู้นี้เป็นใครกัน
แน่……
ตูม! ตูม!
ยังไม่ทันได้คิดวิเคราะห์อะไรมาก เสียงระเบิดกึกก้อง
กัมปนาทสองสายก็ดังสนั่นหวั่นไหวออกมาจากความมืดมิด
นั้น
ร่างมหึมาของมารอสูรระดับแปลงเทพทั้งสอง ค่อยๆ
ลอยกระเด็นออกมาจากม่านความมืด ทว่า… สภาพของพวก
มันกลับน่าสยดสยองยิ่งนัก ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดุจ
เหล็กไหลถูกฟันขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับไม่ถ้วน ก่อน
จะสลายกลายเป็นไอหมอกสีดำหายไปในพริบตา!
“นี่มัน…”
ชายหนุ่มผมยาวตะลึงงันจนพูดไม่ออก
นั่นมันมารอสูรระดับแปลงเทพเชียวนะ! ถูกสังหารโหด
จนไม่เหลือซากในพริบตาเดียวเลยงั้นรึ?
ฟุ่บ!
ม่านความมืดมิดจางหายไป พร้อมกับร่างของจางอวิ๋นที่
พุ่งทะยานออกมาดุจสายฟ้า
ชายหนุ่มผมยาวหรี่ตาลงจนเหลือเพียงเส้นขีด มือข้าง
หนึ่งกำตราประทับสีดำทมิฬเอาไว้แน่น ไอมารเริ่มพลุ่งพล่าน
ออกมาจากตราประทับนั้นอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น พลังงานมารทั่วทั้งเกาะเจียวหนานก็เริ่มเดือด
พล่านราวกับลาวาปะทุ!
จางอวิ๋นสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ
ทันที สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลง แต่ฝีเท้าไม่ได้หยุดชะงัก กลับ
เร่งความเร็วพุ่งตรงไปยังชายหาดอันเป็นที่ตั้งของประตูมิติ
แดนลับเซียน!
ครืน!
ทันทีที่เท้าแตะผืนทราย พื้นดินก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
ราวกับเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง
เขารีบดีดตัวถอยหลังหลบฉากทันที
ซูม!
หนวดพลังมารความยาวหลายสิบเมตรพุ่งทะลวงผืน
ทรายขึ้นมาดุจงูยักษ์ กวาดฟาดเข้าใส่ตำแหน่งที่เขาเคยยืนอยู่
อย่างดุดัน
ฉับ!
จางอวิ๋นตวัดกระบี่ในมือเพียงครั้งเดียว ฟันหนวดนั้น
ขาดสะบั้นเป็นสองท่อน!
ในฐานะ ศาสตราวิญญาณระดับสูง … กระบี่รัตติกาล
คลั่ง ในมือของเขา นอกจากจะมีทักษะอาวุธที่ทรงพลังแล้ว
ความคมกล้าของมันยังสามารถทำลายการป้องกันต่างๆ ได้
อย่างง่ายดาย เมื่อเทียบกันแล้ว แม้แต่ กระบี่เมฆาเวหา ที่
มีวิญญาณมังกรน้อยคอยเสริมพลัง ก็ยังด้อยกว่ากระบี่เล่มนี้
อยู่หลายส่วน
ดังนั้นหลังจากได้ครอบครอง กระบี่รัตติกาลคลั่ง เขาจึง
มักใช้ร่างจริงจับกระบี่เล่มนี้ออกศึกบ่อยครั้งกว่า
ตูม ตูม ตูม!!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่อง หนวดพลังมารนับ
สิบเส้นพุ่งทะลวงขึ้นมาจากพื้นทรายรอบทิศทาง กวาดโจมตี
ใส่เขาเป็นระลอกคลื่นราวกับคลื่นสึนามิสีดำ
คม!
จางอวิ๋นสะบัดมือเรียก พู่กันจอมทัพ ออกมา ปลายพู่กัน
ตวัดวาดกลางอากาศอย่างรวดเร็วเป็นอักขระคำว่า ‘คม’
แสงแห่งความคมกริบสีทองพลันสว่างวาบประทับลงบนตัว
กระบี่รัตติกาลคลั่ง
“คมดาบพาดผ่าน ไร้สิ่งใดต้านทาน!”
แววตาของจางอวิ๋นฉายประกายเจิดจ้า รัศมีพลังพุ่ง
สูงขึ้น “เคล็ดคลื่นปราณกระบี่ร้อยเมตร!”
ชิ้ง——!
เขาตวัดกระบี่กวาดออกไปเป็นวงกว้าง คลื่นปราณกระบี่
ขนาดมหึมาความยาวร้อยเมตร พุ่งตัดผ่านความว่างเปล่า
กวาดล้างทุกสรรพสิ่งเบื้องหน้า!
ปัง ปัง ปัง!!
ทุกที่ที่คลื่นกระบี่พาดผ่าน หนวดพลังมารจำนวนมาก
ต่างถูกฟันขาดสะบั้นและระเบิดเป็นจุณราวกับเต้าหู้
เพียงพริบตาเดียว ไอมารบนชายหาดอันกว้างใหญ่ก็ถูก
กวาดล้างจนเกลี้ยงเกลาด้วยคลื่นกระบี่เพียงดาบเดียว!
วูบ วูบ!!
ในขณะเดียวกัน ประตูมิติแดนลับเซียนก็เกิดระลอกคลื่น
สั่นไหว
พยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอน แบก เถากู่หลาน และ อู๋
ไห่ไห่ ไว้บนหลัง โดยที่ปากคาบฉิงเฟิงเอาไว้ พุ่งทะยานออก
มาจากประตูมิติอย่างทุลักทุเล
“คุณชาย!”
“ผู้อาวุโสเก้า!”
ทันทีที่เห็นจางอวิ๋นยืนถือกระบี่ตระหง่านอยู่บน
หาดทราย ทั้งเจ้าเสือและเถากู่หลานต่างส่งเสียงเรียกด้วย
ความดีใจ
“บนเกาะนี้ถูกวางค่ายกลห้ามเหินเวหา! วิ่งฝ่าไปทาง
พื้นดิน มุ่งหน้าไปทางนั้น!”
จางอวิ๋นกระโดดขึ้นไปบนหลังพยัคฆ์วิญญาณทันที
พร้อมชี้มือไปยังทิศทางของถ้ำเล็กๆ ที่เขาเพิ่งจากมา
พยัคฆ์วิญญาณพยักหน้ารับคำสั่ง สับตีนแตกพุ่งออก
ไปอย่างรวดเร็วปานลมกรด
“ผู้อาวุโสเก้า ที่นี่มัน…”
เถากู่หลานกำลังจะเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
ตูม! ตูม!
ทันใดนั้น หนวดพลังมารขนาดยักษ์ยาวหลายสิบเมตรก็
พุ่งทะลวงทรายขึ้นมาจากทั้งสองฝั่ง ดักหน้าและหลัง!
ความยาวและความใหญ่โตอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ทำให้
นาง เจ้าเสือ และฉิงเฟิง ถึงกับหน้าถอดสี “นี่มันตัวบ้าอะไรกัน
…”
ชิ้ง! ชิ้ง!
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะหายตกใจ คลื่นปราณกระบี่สอง
สายก็พุ่งตัดอากาศ ฟันหนวดมารยักษ์ทั้งสองขาดกระเด็นใน
พริบตา
“ไม่ต้องสนใจอย่างอื่น วิ่งไปก็พอ!”
จางอวิ๋นตะโกนสั่งเจ้าเสือเสียงเข้ม
พยัคฆ์วิญญาณสีหน้าตื่นตัว ขนลุกชันไปทั้งตัว
เร่งความเร็วเต็มสปีดพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต
ในขณะเดียวกัน จางอวิ๋นก็ยื่นมือไปดึงฉิงเฟิงที่ถูกคาบ
อยู่ในปากเจ้าเสือขึ้นมา
มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของฉิงเฟิง หิ้วปีกขึ้นมาใน
สภาพที่น่าอนาถ เสื้อผ้าของมันขาดวิ่นรุ่งริ่ง จนเผยให้เห็นก้น
ขาวๆ วับๆ แวมๆ ท้าลมทะเล
จางอวิ๋นส่งกระแสเสียงสั่งการทันที “สัมผัสดูสิว่า ดีหรือ
ร้าย!”
ฉิงเฟิงอยากจะเอามือปิดก้นที่โล่งโจ้งของตัวเอง
ใจจะขาด แต่พอได้ยินเสียงเคร่งขรึมของจางอวิ๋น ก็จำต้องรีบ
หลับตาตั้งสมาธิสัมผัสพลังงานรอบตัว
“ฉิบหายแล้วลูกพี่! ร้าย! ร้ายสุดขีด! เกาะนี้มันเข้าขั้น
มหาอัปมง… เอ๊ะ……”
ทันทีที่เริ่มสัมผัส สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด แต่
พูดไม่ทันจบประโยค จู่ๆ ก็ชะงักกึก
เป็นเพราะฝ่ามือของจางอวิ๋นที่วางอยู่บนไหล่ของเขา ได้
ส่งถ่ายพลังงานสายหนึ่งเข้ามาในร่างกายอย่างเงียบเชียบ
เมื่อพลังงานสายนี้ไหลเข้ามา ลางร้ายระดับมหันตภัยที่
เขาสัมผัสได้เมื่อครู่ จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็น……
ดี?
จางอวิ๋นส่งกระแสเสียงถามย้ำ “ตอนนี้เป็นไง?”
ฉิงเฟิงอ้าปากค้าง ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก “ลูกพี่…
เมื่อกี้ยังร้ายอยู่เลย แต่ตอนนี้… กลายเป็นดีซะงั้น!”
จางอวิ๋นเข้าใจในทันที
ก่อนหน้านี้เขามีสมมติฐานว่า พรสวรรค์ แสวงโชคเลี่ยง
ภัย ของฉิงเฟิง น่าจะสัมผัสถึงความโชคร้ายหรืออันตรายที่
มีผลต่อ ตัวฉิงเฟิงเอง นั่นหมายความว่า ถ้าภัยคุกคามนั้นเกิน
ขีดความสามารถที่ฉิงเฟิงจะรับมือได้ มันจะถูกตัดสินว่าเป็น
‘ร้าย’
แต่ถ้าเขาลองถ่ายพลังของตัวเองเข้าไปในตัวอีกฝ่ายล่ะ
ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปหรือไม่?
การทดลองในตอนนี้ พิสูจน์แล้วว่ามันเปลี่ยนไปจริงๆ!
จางอวิ๋นส่งกระแสเสียงต่อ “สัมผัสได้ไหมว่าทิศทางที่
เป็นมงคลอยู่ทางไหน?”
ฉิงเฟิงได้ยินดังนั้นก็ทำท่าจะยกมือชี้ จางอวิ๋นรีบส่งเสียง
ห้ามทันควัน “อย่าขยับตัว! ส่งกระแสเสียงบอกทิศทางมา!”
ฉิงเฟิงไม่ได้โง่ พอเห็นจางอวิ๋นใช้แต่กระแสเสียงก็เดาได้
ทันทีว่าคงมีตัวอะไรบางอย่างจับตามองพวกเขาอยู่ จึงรีบ
ตอบกลับทางจิต “ลูกพี่ ข้าสัมผัสได้ว่าอยู่ทาง
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตำแหน่งปัจจุบันขอรับ!”
จางอวิ๋นหรี่ตาลงเล็กน้อย
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง สะบัด กระบี่รัตติกาลคลั่ง ฟัน
สัตว์อสูรมารที่โผล่ออกมาระหว่างทางตัวแล้วตัวเล่าจน
ขาดสะบั้น เลือดสาดกระจายย้อมทางเดิน
สัตว์อสูรมารที่โผล่ออกมาบนเกาะตอนนี้ แข็งแกร่งกว่า
ระลอกก่อนหน้านี้คนละชั้น แค่หนวดมารสักเส้นที่โผล่มา ก็
มีพลังระดับที่คุกคามชีวิตผู้บำเพ็ญระดับหยวนอิงได้แล้ว
ตลอดทางที่วิ่งมา พยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอน
แทบจะฉี่ราดด้วยความหวาดกลัว
ก่อนหน้านี้มันก็เคยอยู่บนเกาะเจียวหนานพักหนึ่ง
ตอนนั้นเกาะนี้ปลอดภัยจะตาย มีแต่สัตว์ป่าธรรมดาๆ วิ่งเล่น
ทำไมจู่ๆ ถึงได้มีหนวดมารยั้วเยี้ย มีสัตว์อสูรมารโผล่
มาเต็มไปหมด ที่สำคัญคือ แต่ละตัวแผ่กลิ่นอายที่ทำให้มัน
รู้สึกเหมือนจะตายได้ทุกเมื่อ
เกาะเจียวหนาน... กลายเป็นรังมารสยองขวัญแบบนี้
ไปตั้งแต่เมื่อไหร่?
เถากู่หลานเองก็รู้สึกกดดันไม่ต่างกัน
แต่เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของจางอวิ๋นที่คอยลงมือ
จัดการปัญหาให้ตลอดทาง นางจึงกัดฟันแน่น ไม่กล้าส่ง
เสียงรบกวนสมาธิของเขา
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงบริเวณถ้ำเล็ก
ม่านพลังอูที่ครอบคลุมปากถ้ำไว้ บัดนี้ถูกสัตว์อสูรมาร
รุมโจมตีอย่างหนักจนแสงริบหรี่ใกล้จะพังทลาย อวี่เว่ยที่หลบ
อยู่ข้างในหน้าซีดเผือด ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ไห่ไห่ ยืมคทาให้อาจารย์หน่อย!”
จางอวิ๋นตะโกนบอกพร้อมยื่นมือออกไป
อู๋ไห่ไห่รู้ความ รีบหยิบ คทาเซียนอู ออกมาส่งให้ทันที
“ไห่อู——คลื่นคลั่งม้วนกวาด!”
จางอวิ๋นคว้าคทามาถือไว้ ภายใต้การเสริมพลังของ
คทาเซียนอู คลื่นพลังอูสีน้ำเงินเข้มที่รุนแรงกว่าการใช้มือเปล่า
หลายเท่าก็ระเบิดออก กวาดล้างศัตรูเป็นวงกว้างราวกับพายุ
คลั่ง
ตู้ม!
เหล่าสัตว์อสูรมารที่รุมล้อมม่านพลังอยู่ ถูกคลื่นพลังซัด
กระเด็นปลิวว่อนไปพร้อมกันราวกับใบไม้ร่วง
ในจังหวะนั้น จางอวิ๋นเปิดม่านพลังปากถ้ำ ให้พยัคฆ์วิญ
ญาณพาพวกเขาทะยานเข้าไปข้างในอย่างปลอดภัย จากนั้น
ใช้คทาสร้างม่านพลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิมขึ้นมาครอบคลุม
ถ้ำไว้อีกชั้นอย่างแน่นหนา
“ท่านอาจารย์!!”
อวี่เว่ยรีบวิ่งเข้ามาหาทันทีด้วยความโล่งอก
“อาจารย์?”
ได้ยินคำนี้ เถากู่หลาน ฉิงเฟิง และพยัคฆ์วิญญาณต่าง
พากันชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่หญิงสาวแปลกหน้า
หญิงสาวผู้นี้แต่งตัวคล้ายกับคนที่เคยแย่ง ผลวายุเทพ
ไปก่อนหน้านี้ ทำไมถึง……
“กู่หลาน นี่คือลูกศิษย์คนที่ห้าของข้า อวี่เว่ย!”
จางอวิ๋นแนะนำสั้นๆ ก่อนจะชี้ไปที่อู๋ไห่ไห่ในอ้อมกอด
ของเถากู่หลาน แล้วหันไปพูดกับอวี่เว่ยด้วยรอยยิ้ม “อวี่เว่ย นี่
คือศิษย์พี่สี่ของเจ้า อู๋ไห่ไห่!”
“ศิษย์… ศิษย์พี่สี่?”
อวี่เว่ยเบิกตากว้าง จ้องมองทารกน้อยแก้มยุ้ยใน
อ้อมกอดของเถากู่หลานด้วยความตะลึงงัน
เด็กทารกที่ยังไม่หย่านมนี่นะ… คือศิษย์พี่ของข้า??
……