ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 223 ต้องขออภัย... พอดีว่าจอมมารของพวกท่านดับสูญไปเสียแล้ว!
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 223 ต้องขออภัย... พอดีว่าจอมมารของพวกท่านดับสูญไปเสียแล้ว!
แน่นอนว่าคำว่า ‘พวก’ ในที่นี้ ไม่ได้หมายรวมถึงอวี้ชางและเจ้าหอฝูเซียน
หากแต่หมายถึง…
“โฮก——!!”
“ฆ่ามัน——!!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า——!!”
……
ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องและเสียงโห่ร้องสังหารที่ดังระงมไปทั่วเกาะ ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก
วันนี้… ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนที่บังอาจย่างกรายเข้ามาในแดนลับเซียน จะต้องทิ้งชีวิตไว้เป็นปุ๋ย ณ เกาะแห่งนี้ไปชั่วกาลปาวสาน!
“หือ?”
ในขณะนั้นเอง เจ้าสำนักหลิงเซียน, อวี้ชาง และเจ้าหอฝูเซียน ต่างก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ สายตาของพวกเขากวาดมองไปยังเงาร่างจำนวนมากที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาจากระยะไกล
กลิ่นอายอันทรงพลังระดับ ‘แปลงเทพ’ ที่แผ่ซ่านออกมาจากกลุ่มคนเหล่านั้น ทำให้สีหน้าของยอดฝีมือทั้งสามเปลี่ยนไปทันที
อวี้ชางอดไม่ได้ที่จะหันไปเอ่ยถามด้วยความตระหนก “ผู้อาวุโสใหญ่เชียนไห่ นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกัน?”
เดิมทีเขาถูกผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่ชักจูงด้วยผลประโยชน์มหาศาล จึงยอมตกลงปลงใจเข้าร่วมวงสังหารเจ้าสำนักหลิงเซียน ประจวบเหมาะกับก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะเสียรู้ที่ตำหนักเซียน ความแค้นที่อัดอั้นจึงถูกระบายออกมาในศึกครั้งนี้
ทว่าความแข็งแกร่งของเจ้าสำนักหลิงเซียนนั้นเหนือความคาดหมายไปไกลโข แม้จะเป็นสถานการณ์สามรุมหนึ่ง แต่พวกเขากลับไม่อาจเผด็จศึกได้โดยง่าย มิหนำซ้ำฝ่ายที่ได้รับบาดเจ็บกลับกลายเป็นพวกเขาทั้งสามคนเสียเอง
เมื่อครู่ ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่ได้ส่งกระแสเสียงมาหา โดยนัดแนะให้เขาและเจ้าหอฝูเซียนช่วยกันต้อนเจ้าสำนักหลิงเซียนให้ถอยร่นออกไปนอกแดนลับเซียน
เพราะที่นั่น… อีกฝ่ายได้วางกำลังเสริมชุดใหญ่เอาไว้แล้ว
“มิต้องกังวล นั่นคือกำลังเสริมของพวกเราเอง!”
ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่หัวเราะร่าด้วยความลำพองใจ
อวี้ชางและเจ้าหอฝูเซียนต่างลอบตื่นตระหนก
เกาะเชียนไห่ไปเสาะหากำลังรบระดับแปลงเทพจำนวนมากขนาดนี้มาจากที่ใดกัน?
ฝ่ายเจ้าสำนักหลิงเซียนเมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าก็พลันเคร่งเครียดถึงขีดสุด
กำลังเสริม?
สัมผัสแห่งญาณรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายระดับแปลงเทพนับสิบสายที่กำลังถาโถมเข้ามา เขาตระหนักได้ในทันทีว่าสถานการณ์วิกฤตแล้ว จำต้องหาทางหนีทีไล่โดยด่วน
“ช้าก่อน... นั่นมันบรรพชนสำนักเทียนหลิวไม่ใช่หรือ?”
จังหวะนั้นเอง เจ้าหอฝูเซียนผู้มีสายตาแหลมคมสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ จึงโพล่งออกมาด้วยความสงสัย
“บรรพชนสำนักเทียนหลิว?”
ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่และอวี้ชางต่างชะงักงัน
ก่อนหน้านี้ในเหตุการณ์ตำหนักเซียนถล่ม บรรพชนสำนักเทียนหลิวได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ไร้ร่องรอยจนน่าใจหาย
จนพวกเขาอดระแวงไม่ได้ว่า หรือตาเฒ่านั่นจะแอบซ่อนตัวเพื่อชุบมือเปิบ แสร้งทำตัวเป็นเซียนผู้ทรงภูมิ?
แต่เหตุไฉนเวลานี้ถึงมาโผล่ที่นี่ได้?
“เดี๋ยวสิ… เหมือนจะมีบรรพชนสำนักเทียนหลิวถึงสองคนนะ!”
อวี้ชางเพ่งมองร่างที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ บรรพชนสำนักเทียนหลิวสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน ซ้ำร้ายข้างกายพวกเขายังรายล้อมไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่มีไอมารคละคลุ้ง
เขาขมวดคิ้วแน่น “แล้วก็นั่น… พลังนั่นมันไอมารไม่ใช่รึ?”
ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่ยังคงยิ้มกริ่มอย่างมั่นใจ “ไม่เป็นไรหรอก นั่นอาจจะเป็น…”
ตูม—!
วาจายังมิทันสิ้นสุด คลื่นพลังงานสีดำทมิฬที่อัดแน่นด้วยไอมารก็ซัดโครมเข้าใส่พวกเขาอย่างจัง!
“แย่แล้ว!”
อวี้ชางและเจ้าหอฝูเซียนหน้าถอดสี รีบดีดตัวเหาะหลบฉีกออกไปคนละทิศละทางทันที
ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่เองก็รีบเบี่ยงตัวหลบวูบ ในใจเต็มไปด้วยความงุนงงสับสน
เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดเจ้ามารพวกนี้ถึงโจมตีพวกเดียวกันล่ะ?
“ฮ่า——!!”
“ฆ่า——!!”
……
ยังไม่ทันจะได้ไตร่ตรองสิ่งใด สิ่งมีชีวิตไอมารหลายตนก็พุ่งกระโจนเข้ามา นัยน์ตาสีแดงฉานดุจโลหิตล็อกเป้าไปที่เขา ก่อนจะระดมโจมตีใส่อย่างบ้าคลั่งไร้ปรานี
“!!”
ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่ตกใจแทบสิ้นสติ พลางร่ายรำวิชาหลบหลีกพัลวัน ปากก็ตะโกนลั่น “นี่มันหมายความว่าอย่างไร!?”
ทางด้านอวี้ชางและเจ้าหอฝูเซียนเองก็ตกที่นั่งลำบาก ไม่ต่างจากโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ พวกเขาถูกบรรพชนสำนักเทียนหลิวทั้งสองคน รวมถึงกองทัพอสูรมารเงารุมเล่นงานจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน
พอได้ยินคำถามของผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่ พวกเขาถึงกับอยากจะตะโกนด่ากลับไป… พวกข้าต่างหากที่ต้องถามแกว้อยว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร!
กลับกลายเป็นเจ้าสำนักหลิงเซียนที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ท่ามกลางสมรภูมิ
เพราะยอดฝีมือระดับแปลงเทพเหล่านี้ ไม่มีใครชายตามองหรือพุ่งเป้าโจมตีเขาเลยแม้แต่คนเดียว
สถานการณ์นี้มันคืออะไร? ไม่ใช่ว่าพวกนี้คือกำลังเสริมของผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่หรอกหรือ?
ไหงไม่มาตีเขา แต่กลับหันไปไล่ขย้ำพวกเดียวกันเองจนวงแตกกระเจิงแบบนั้นล่ะ?
“ผู้อาวุโสใหญ่เชียนไห่! สรุปแล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่!?”
อวี้ชางและเจ้าหอฝูเซียนแทบคลั่งตายคาที่
ไหนคุยกันดิบดีว่าเป็นกำลังเสริม ไหงกลับกลายเป็นศัตรูที่จ้องจะเอาชีวิตไปได้?
ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่ในยามนี้ไม่มีกะจิตกะใจจะไปตอบคำถามใครหน้าไหนทั้งสิ้น ความอดทนของเขาขาดผึง ตะโกนก้องไปยังทิศทางของเกาะเจียวหนานด้วยความเกรี้ยวกราด
“จอมมารวายุ! นี่เจ้าเสียสติไปแล้วรึ!? เหตุใดจึงสั่งให้พวกมันมาโจมตีข้า!?”
“จอมมารวายุ?”
เมื่อได้ยินนามนี้ เจ้าสำนักหลิงเซียน, อวี้ชาง และเจ้าหอฝูเซียน ต่างก็ชะงักกึก
ในฐานะประมุขของขุมกำลังระดับสูงสุดแห่งแดนใต้ นามของ ‘จอมมารวายุ’ เป็นชื่อที่พวกเขาต่างคุ้นหูและหวาดเกรงเป็นอย่างดี
ดูจากท่าทีของผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่ในตอนนี้…
หรือว่าเจ้าหมอนี่จะแอบไปสมคบคิดวางแผนชั่วกับจอมมารวายุ?
เวลานี้ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแล้วว่าจะความแตกหรือไม่
การเปิดแดนลับเซียนครั้งนี้ มีเหตุฉุกเฉินดึงดูดระดับแปลงเทพจากทั่วสารทิศให้เข้ามาร่วมแย่งชิง ทำให้แผนการดั้งเดิมของสำนักหนานเฟิงม่อพังพินาศไม่เป็นท่า
ด้วยเหตุนี้ ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักของปฏิบัติการ ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่จึงได้ลอบหารือแผนสำรองกับจอมมารวายุเป็นการส่วนตัว
เขาจะรับหน้าที่เป็นนกต่อ เข้าไปในแดนลับ รอสัญญาณแล้วยั่วยุให้เหล่าระดับแปลงเทพลงมือต่อสู้กัน เพื่อล่อพวกมันออกมา
จากนั้นจอมมารวายุจะกาง ‘มหาค่ายกลวิญญาณมาร’ ครอบคลุมน่านน้ำเกาะเจียวหนาน เพื่อกวาดล้างระดับแปลงเทพทั้งหมดให้สิ้นซากในคราวเดียว!
หากระดับแปลงเทพกลุ่มนี้ตายตกไป เสาหลักของขุมกำลังต่างๆ ทั่วแดนใต้ก็จะพังทลายลง
เมื่อถึงเวลานั้น ค่อยเดินหมากตัวที่แทรกซึมไว้ในแต่ละสำนัก ขุมกำลังทั่วทั้งหกแคว้นแดนใต้ก็จะเปลี่ยนมือเจ้าของได้ในชั่วข้ามคืน
แต่ทว่าตอนนี้…
จอมมารวายุไปมุดหัวอยู่ที่ไหน?
แล้วมหาค่ายกลวิญญาณมารที่ควรจะกางคลุมน่านน้ำเกาะเจียวหนานหายไปไหน??
ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่เต็มไปด้วยความสับสนและไม่เข้าใจ
“ต้องขออภัยด้วย…”
ทันใดนั้น น้ำเสียงเรียบเฉยทว่าทรงอำนาจสายหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา ท่ามกลางความโกลาหล
“พอดีว่าจอมมารของพวกเจ้าน่ะ… ดับสูญไปเสียแล้ว!”
สิ้นเสียงนั้น ทุกการเคลื่อนไหวพลันหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่กลางอากาศเหนือเกาะไม่ไกลนัก
ปรากฏร่างของชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมสีขาวราวหิมะ ยืนเอามือไพล่หลังลอยตัวอยู่อย่างสง่างาม
“จาง… จางอวิ๋น??”
พอเห็นใบหน้าเขาชัดเจน เจ้าสำนักหลิงเซียนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน
“เป็นแก!!”
เจ้าหอฝูเซียนจำจางอวิ๋นได้ในทันที นัยน์ตาของนางสาดประกายอำมหิตพุ่งพล่าน
อวี้ชางจ้องมองจางอวิ๋น เขม็งเกร็งแววตาแข็งกร้าวขึ้น เหมือนจะหวนนึกถึงเรื่องราวบางอย่างออก
มีเพียงผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่ที่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
เพราะนี่เป็นคราแรกที่เขาได้พบหน้าจางอวิ๋นตัวเป็นๆ
แต่สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือวาจาของอีกฝ่าย
จอมมารดับสูญ?
หมายความว่าอย่างไร?
หรือว่าจอมมารวายุผู้ยิ่งใหญ่ จะถูกเจ้าเด็กเมื่อวานซืนตรงหน้านี่…
“เอาล่ะ… คราวนี้ถึงตาของเจ้าแล้ว!”
จางอวิ๋นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงราบเรียบดุจมัจจุราช
วินาทีถัดมา บรรพชนสำนักเทียนหลิวทั้งสองคน, กองทัพอสูรมารเงา และสัตว์มารระดับแปลงเทพอีกนับสิบตน ก็พุ่งเป้าโจมตีใส่ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่อย่างพร้อมเพรียงราวกับนัดหมาย!
“บัดซบ เอ้ย!!”
ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด หันหลังกลับเตรียมจะโกยแน่บสุดชีวิต
แต่ม่านฟ้ารัตติกาลของอสูรมารเงาได้กางออก ครอบคลุมปิดทางหนีของเขาไว้จนหมดสิ้นแล้ว
ไม่กี่อึดใจต่อมา
“ม่ายยยย——!!”
สิ้นเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ฟังดูน่าเวทนา ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่ผู้ยิ่งใหญ่ ก็ถูกรุมทึ้งฉีกกระชากร่างจากระดับแปลงเทพกว่าสิบตน จนสิ้นใจตายคาที่ ร่างกายแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
เศษเสี้ยววิญญาณที่เหลือรอดเพิ่งจะหลุดลอยออกจากซากศพหวังจะหนีเอาตัวรอด
ทว่าจางอวิ๋นเพียงแค่ยกมือขึ้นเบาๆ
อากาศปราณคืนกำไรพุ่งเข้าห่อหุ้มวิญญาณนั้นจากระยะไกล ก่อนจะบีบอัดและบดขยี้…
เพล้ง!
เพียงชั่วพริบตาเดียว วิญญาณระดับแปลงเทพก็แตกสลายกลายเป็นความว่างเปล่า!
ผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่… ตายตก!
เจ้าสำนักหลิงเซียน, อวี้ชาง และเจ้าหอฝูเซียน ต่างยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหิน
ระดับแปลงเทพผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง… ตายง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ?
“ท่านเจ้าสำนัก ไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนนะขอรับ?”
จางอวิ๋นหันไปถามเจ้าสำนักหลิงเซียนด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ผิดกับพฤติกรรมโหดเหี้ยมเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว
เจ้าสำนักหลิงเซียนตอนนี้ช็อกจนพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ตามสัญชาตญาณ
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ยังไม่ทันที่จางอวิ๋นจะได้เอ่ยสิ่งใดต่อ ก็ได้ยินเสียงฝ่าสายลมดังขึ้นสองสาย
อวี้ชางและเจ้าหอฝูเซียน ต่างพากันระเบิดพลังเหาะหนีออกจากเกาะเจียวหนานไปคนละทิศคนละทาง เร่งความเร็วสูงสุดเตรียมชิ่งหนีทันที!
ถึงพวกเขาจะไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับจอมมารวายุ แต่การที่พวกเขาร่วมมือกับผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่รุมกินโต๊ะเจ้าสำนักหลิงเซียน ก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าจางอวิ๋นจะจัดการกับพวกเขายังไง
โดยเฉพาะเจ้าหอฝูเซียน… เป้าหมายของนางในครั้งนี้ก็คือการมาเด็ดหัวจางอวิ๋นโดยเฉพาะ
แม้จะไม่รู้ว่าจางอวิ๋นใช้วิธีใดควบคุมระดับแปลงเทพพวกนี้ แต่ถ้าเป้าหมายถัดไปคือนาง จุดจบก็คงไม่สวยหรูไปกว่าผู้อาวุโสใหญ่เกาะเชียนไห่แน่
เวลานี้ไม่หนี แล้วจะอยู่รอให้มันเชือดหรือไง?
“ทั้งสองท่าน...”
เสียงของจางอวิ๋นดังไล่หลังมา แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นที่ชวนให้ขนลุกซู่
“ไหนๆ ก็มาเยือนถึงที่แล้ว… จะรีบไปไหนกันเล่า?”