ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 229 มีทรัพยากรก็ซื้อใจศิษย์ได้!
เมื่อเห็นอีกฝ่ายตัดสินใจเด็ดขาดรวดเร็วปานนี้ จางอวิ๋นก็อดที่จะเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจมิได้
แต่เมื่อหวนนึกถึงกายาพิเศษของอีกฝ่าย เขาก็พลันเข้าใจกระจ่างแจ้ง
สมุนไพรวิญญาณไม่อั้น… นี่มันข้อเสนอที่นักปรุงยาผู้บ้าคลั่งคนใดเล่าจะปฏิเสธลง!
“คุณชาย เจ้าคนนี้ผลาญสมุนไพรเร็วราวกับพายุบ้าคลั่ง ขนาดเกาะเชียนไห่ของเราที่มีทรัพยากรมากมาย ยังแทบจะหามาประเคนให้มันไม่ทัน…”
เสียงกระแสจิตของผู้อาวุโสหกแห่งเกาะเชียนไห่ดังขึ้นที่ข้างหู น้ำเสียงเจือไปด้วยความกังวล
ในยามนี้ เขาเริ่มคิดแทนจางอวิ๋นประหนึ่งบ่าวผู้ซื่อสัตย์จริงๆ แล้ว
“ไร้ปัญหา!”
จางอวิ๋นโบกมืออย่างไม่ยี่หระ
ในยามนี้ ตัวเขาอาจจะขาดแคลนหลายสิ่ง แต่สิ่งเดียวที่มีล้นเหลือจนแทบจะถมทะเลได้ ก็คือทรัพยากรนี่แหละ!
“นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าคือศิษย์คนที่หกของข้า จางอวิ๋น!”
เขาทอดสายตามองไปยังโจวข่าน น้ำเสียงเปี่ยมด้วยเมตตา “เหนือเจ้าขึ้นไป ยังมีศิษย์พี่สามคนและศิษย์พี่หญิงอีกสองคน ประเดี๋ยวอาจารย์จะแนะนำให้เจ้าได้รู้จัก!”
“ศิษย์คนที่หก?”
โจวข่านเลิกคิ้วเล็กน้อย
เขานิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานมือเอ่ยกับจางอวิ๋นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรียนท่านอาจารย์ ศิษย์นั้นตัวคนเดียว ไร้ซึ่งครอบครัวขอรับ!”
“ไร้ครอบครัว?”
จางอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย
โจวข่านเม้มปากแน่น แววตาฉายความหม่นหมองวูบหนึ่ง “ศิษย์ถูกทิ้งขว้างตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ในความทรงจำมีเพียงท่านปู่ขอทานผู้หนึ่งที่เก็บศิษย์มาเลี้ยงดู แต่พออายุได้หกขวบ ท่านปู่ก็ล้มป่วยและจากไป… หลังจากนั้นข้าบังเอิญได้ตำราการปรุงยาเก่าคร่ำครึมาเล่มหนึ่ง จึงฝึกฝนด้วยตนเองจนพอรู้วิชา อาศัยทักษะการปรุงยาประทังชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้…”
จางอวิ๋นจ้องมองสีหน้าอันแน่วแน่และจริงใจของโจวข่าน รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายมิได้โป้ปด
การที่จงใจเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังเช่นนี้ ชัดเจนว่าโจวข่านต้องการสื่อให้เขารู้ว่า ตนเองนั้นตัวคนเดียว ไร้ซึ่งภาระผูกพันใดๆ ให้ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
จางอวิ๋นมองโจวข่านอย่างลึกซึ้ง
สัมผัสได้ว่าในแววตานั้น ยังคงมีความระแวดระวังและไม่วางใจเขาหลงเหลืออยู่บ้าง
ทว่าจางอวิ๋นก็มิได้รีบร้อน
ความเชื่อใจมิใช่สิ่งที่สร้างได้ในชั่วพริบตา มันต้องค่อยๆ บ่มเพาะเฉกเช่นการปรุงโอสถ
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ สะบัดมือวูบหนึ่ง ล้วงเอาแหวนมิติวงหนึ่งออกมาโยนให้โจวข่านดื้อๆ “นี่คือสมุนไพรวิญญาณส่วนหนึ่งที่อาจารย์รวบรวมมาได้ในช่วงนี้ หากมีสิ่งใดที่เจ้าใช้ได้ ก็จงเอาไปเถิด!”
ให้ง่ายดายปานนี้เชียวหรือ?
โจวข่านรับแหวนมิติมาด้วยความฉงน รีบส่งจิตเข้าไปตรวจสอบสิ่งของภายใน และทันทีที่เห็นกองภูเขาสมุนไพร...
“สวรรค์!!”
เขาร้องอุทานเสียงหลง ร่างกายสะดุ้งโหยงจนตัวลอย
ทำเอาผู้อาวุโสหกที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ ถึงกับสะดุ้งตาม รีบเอ่ยปรามเสียงเบา “ปรมาจารย์โจว… เอ่อ นายน้อย อย่าส่งเสียงดังเอะอะไปสิขอรับ…”
โจวข่านโบกมือปัดๆ รู้ตัวว่าเผลอหลุดกิริยาไปบ้าง เมื่อตั้งสติได้ เขาก็มองจางอวิ๋นด้วยแววตาที่ไม่แน่ใจ “ท่านอาจารย์… นี่ท่านให้ข้าจริงๆ หรือขอรับ?”
“ไม่พอรึ?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วสูง สะบัดมืออีกครา หยิบแหวนมิติออกมาอีกวงแล้วยื่นส่งให้ “เช่นนั้นก็เอานี่ไปอีกวง!”
ยังมีอีก!?
โจวข่านตะลึงงัน รีบรับมาตรวจสอบดูอีกครั้ง…
เอื๊อก!
เสียงกลืนน้ำลายลงคอดังอึกใหญ่ เขามองจางอวิ๋นด้วยดวงตาที่เป็นประกายวิบวับยิ่งกว่าเห็นดวงดาว “ท่านอาจารย์…”
“อาจารย์บอกแล้วว่า ‘ไม่อั้น’ หากขาดเหลือสมุนไพรชนิดใดเมื่อไหร่ ให้มาเบิกที่อาจารย์ได้ตลอดเวลา!”
จางอวิ๋นคลี่ยิ้มบางๆ
“ขอรับๆๆ ท่านอาจารย์!!”
โจวข่านพยักหน้ารัวเร็วราวกับไก่จิกข้าวสาร หัวใจพองโตคับอกด้วยความตื่นเต้นยินดี
สมุนไพรวิญญาณในแหวนมิติสองวงนี้ หากนำมารวมกัน ปริมาณของมันน่าจะมากมายมหาศาลยิ่งกว่าที่เขาเพียรพยายามหามาได้ในเกาะเชียนไห่ตลอดหลายสิบปีเสียอีก!
เขามองจางอวิ๋น แววตาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแท้จริง
ก่อนหน้านี้ที่จางอวิ๋นลั่นวาจาว่า ‘ไม่อั้น’ เขาไม่ได้เชื่อถือสนิทใจนัก
ที่ยอมก้มหัวกราบกรานเป็นศิษย์ ก็เพราะเล็งเห็นว่าสถานการณ์บังคับ อีกฝ่ายปรากฏตัวอย่างเหนือชั้นขนาดนี้ หากไม่ยอมสวามิภักดิ์มอบตัวเป็นศิษย์ เกรงว่าคงไม่มีทางรอดชีวิตออกไปแน่
ผู้ใดจะไปคาดคิดว่า… ของจริงว่ะ!
อาจารย์ท่านนี้… เห็นเขาเป็นศิษย์จริงๆ สินะ ถึงได้ทุ่มเททรัพยากรให้โดยไม่เสียดายเช่นนี้!
【ท่านได้รับการยอมรับเบื้องต้นจากศิษย์ โจวข่าน... รับศิษย์สำเร็จ!】
ในขณะที่โจวข่านเกิดความเลื่อมใส เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังก้องขึ้นในจิตใจของจางอวิ๋น
เขาถอนหายใจเบาๆ ด้วยความโล่งอก
โบราณว่า ‘มีเงินจ้างผีโม่แป้งได้’ แต่ในโลกผู้ฝึกตน ‘มีทรัพยากรก็ซื้อใจลูกศิษย์ได้’ เช่นกันสินะ!
จางอวิ๋นเอ่ยขึ้น “เสี่ยวข่าน เข้าไปใน ‘ศาสตรามิติ’ ของอาจารย์เถอะ”
“ศาสตรามิติ?”
โจวข่านชะงักไปเล็กน้อย หันไปสบตาผู้อาวุโสหกแวบหนึ่งก็เข้าใจกระจ่างทันที
มิน่าล่ะอาจารย์ถึงโผล่มาได้อย่างไร้ร่องรอย ที่แท้ก็ครอบครองศาสตรามิติระดับสูงที่สามารถบรรจุสิ่งมีชีวิตได้นี่เอง!
เขาแอบกลืนน้ำลายอีกอึก
มีของวิเศษระดับนี้ไว้ในครอบครอง อาจารย์ท่านนี้ย่อมมิใช่คนธรรมดาสามัญเป็นแน่!
คิดได้ดังนั้น โจวข่านก็ปล่อยตัวตามสบาย ยอมให้จางอวิ๋นดึงตัวเข้าไปใน ‘หอสมบัติเซียน’ แต่โดยดี
จางอวิ๋นเองก็ตามเข้าไปในหอสมบัติเซียนเช่นกัน ก่อนจะสั่งการผู้อาวุโสหกทิ้งท้าย “มุ่งหน้าไปเกาะที่สี่ต่อ!”
ผู้อาวุโสหกพยักหน้ารับคำสั่ง จัดแจงอาภรณ์ให้เรียบร้อยแล้วรีบเร่งฝีเท้าออกจากป่าเล็ก มุ่งหน้าไปยังทิศทางของเกาะที่สี่ทันที
ส่วนภายในหอสมบัติเซียน จางอวิ๋นได้พาโจวข่านไปทำความรู้จักกับเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้อง
ทันทีที่เห็นว่ามีศิษย์น้องเพิ่มมาอีกคน สวีหมิง อู๋เสี่ยวพั่ง และอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ นอกจากจะแปลกใจแล้ว ก็อดที่จะยิ้มแห้งๆ ให้กันมิได้
เหตุใดช่วงนี้ท่านอาจารย์ถึงได้ขยันรับศิษย์เยี่ยงนี้ แถมศิษย์ใหม่แต่ละคน ระดับพลังช่างไม่ธรรมดาเอาเสียเลย
อย่างเจ้าศิษย์น้องหกคนนี้… พลังปาเข้าไปถึงระดับ ‘จินตานขั้นสูงสุด’ เลยนะนั่น!
สถานะความน่าเกรงขามในฐานะศิษย์พี่ศิษย์พี่หญิงของพวกเขา จะยังรักษาเอาไว้ได้ไหมหนอ?
“พวกเจ้าในยามนี้กำลังอยู่ในช่วงที่ระดับพลังพุ่งทะยาน...”
จางอวิ๋นลูบศีรษะสวีหมิงและอีกสองคนทีละคน ยิ้มปลอบโยนอย่างอ่อนโยน “จงตั้งใจฝึกฝนเข้าเถิด อีกไม่นานพวกเจ้าก็จะก้าวตามศิษย์น้องทันเอง!”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์!”
ทั้งสามพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน
“หมิงเอ๋อร์ เสี่ยวพั่ง พวกเจ้าไปฝึกต่อเถอะ”
จางอวิ๋นพูดจบก็หันไปทางเด็กสาวตัวน้อย “สุ่ยเอ๋อร์ ใกล้ถึงแล้วนะ!”
“อื้อๆ!!”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์พยักหน้าหงึกหงัก ดวงตาเป็นประกาย ใบหน้าเปื้อนยิ้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ในที่สุด… นางก็จะได้พบเจอเผ่าพันธุ์ของนางเสียที!
จางอวิ๋นทอดสายตามองภาพภายนอกผ่านเนตรจิต เห็นผู้อาวุโสหกกำลังมุ่งหน้าสู่เกาะที่สี่อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันเขาก็แบ่งสมาธิสังเกตการณ์โจวข่านที่กำลังเริ่มลงมือปรุงยาอยู่ในหอสมบัติเซียน
ในเรื่องการปรุงยานั้น ดูเหมือนโจวข่านจะมีไฟแห่งความหลงใหลอันแรงกล้า พอทำความรู้จักกับพวกสวีหมิงเสร็จสรรพ ก็พุ่งตัวเข้าห้องที่จางอวิ๋นจัดเตรียมไว้ให้ ควักหม้อปรุงยาคู่ใจออกมาเริ่มงานทันที
พอเห็นจางอวิ๋นมายืนดู โจวข่านก็จงใจโชว์ฝีไม้ลายมือเต็มที่ เปลวเพลิงในมือหมุนวนพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต เป็นดั่งส่วนหนึ่งของร่างกาย ตั้งแต่ขั้นตอนการสกัดสมุนไพรไปจนถึงวินาทีที่ยาพุ่งออกจากเตา ทุกท่วงท่าลื่นไหลต่อเนื่องจนต้องใช้คำว่า ‘วิจิตรบรรจง’ มาบรรยาย
จางอวิ๋นแม้จะไม่มีความรู้เรื่องการปรุงยาที่ลึกซึ้ง แต่ก็สัมผัสได้ว่าทักษะของศิษย์คนนี้เข้าขั้น ‘เทพจุติ’
นี่ข้าโดนลูกศิษย์ตัวเองตกเข้าให้แล้วกระนั้นรึ…
เขายกมือลูบจมูกตนเองอย่างจนปัญญา
เขาค้นพบความจริงข้อหนึ่งว่า การรับปรมาจารย์โอสถอย่างโจวข่านมาเป็นศิษย์ ในด้านศาสตร์การปรุงยา เขาคงไม่มีปัญญาจะสั่งสอนสิ่งใดได้เลย
ช่างเถอะๆ ในด้านนี้ก็ทำหน้าที่เป็น ‘อาจารย์สายเปย์’ คอยอัดฉีดทรัพยากรให้ก็คงเพียงพอ!
แต่หากไม่นับเรื่องทักษะปรุงยา ร่างกายของโจวข่านนี่แหละที่เขาคิดว่าต้องจับมาดัดนิสัยกันสักหน่อย
ถึงจะมีกายาพิเศษที่ยิ่งปรุงยาก็ยิ่งแข็งแกร่ง แต่สิ่งที่ได้มาเป็นเพียงระดับพลังปราณ หากกายเนื้อยังคงอ่อนปวกเปียกชนิดที่ใครในระดับเดียวกันก็ตบคว่ำได้ง่ายๆ มันจะไปรอดได้อย่างไร!
เห็นทีต้องไปค้น ‘หอคัมภีร์หมื่นภพ’ เพื่อเฟ้นหาเคล็ดวิชาสายกายามาเคี่ยวเข็ญศิษย์คนใหม่เสียหน่อยแล้ว!
จางอวิ๋นลูบคางพลางครุ่นคิดวางแผน
“ท่านอาจารย์ ยานี้ศิษย์มอบให้ท่านขอรับ!”
ในตอนนั้นเอง โจวข่านก็บรรจุยาที่เพิ่งปรุงเสร็จลงกล่องหยก แล้วยื่นมาให้พร้อมรอยยิ้มกว้าง “ท่านลองเปิดดูสิขอรับ!!”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วถาม “เปิดเลยรึ?”
“ใช่ขอรับ!”
โจวข่านยิ้มกริ่ม พยักหน้ายืนยัน
จางอวิ๋นค่อยๆ เปิดฝากล่องออกด้วยความสงสัยใคร่รู้
ฟุ่บ!
ทันทีที่ฝากล่องเปิดออก โอสถภายในก็เบ่งบานราวกับบุปผาแย้มกลีบ แปรสภาพเป็นกลุ่มควันหอมกรุ่นที่ลอยฟุ้งขึ้นมาแตะจมูก
วินาทีที่ได้สูดดมกลิ่นหอมนั้น จางอวิ๋นรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า สมองปลอดโปร่งขึ้นมาทันตาเห็น
“ท่านอาจารย์ ดูตรงนี้สิขอรับ!”
จู่ๆ โจวข่านก็ชี้มือไปที่ความว่างเปล่าข้างๆ
จางอวิ๋นมองตามนิ้วไป พลันเห็นกลุ่มควันที่ลอยฟุ้งอยู่กลางอากาศ ค่อยๆ รวมตัวกันเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่สามคำอย่างน่าอัศจรรย์——
‘อาจารย์ สวัสดี!’
จางอวิ๋นหันขวับไปมองโจวข่านที่กำลังฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี ด้วยความประหลาดใจระคนขบขัน
“ท่านอาจารย์ นี่คือโอสถระดับกลาง ‘โอสถเทพสุคนธ์’ มีสรรพคุณช่วยให้จิตใจสดชื่นชั่วคราว ข้าจงใจปรับแต่งผงยาภายในเล็กน้อย ให้มันก่อตัวเป็นอักขระเช่นนี้…”
โจวข่านหัวเราะร่าอย่างภูมิใจ “วันหน้าหากท่านอาจารย์ปรารถนาจะสร้างความประทับใจให้อาจารย์หญิง หรือแม่นางคนงามคนไหน มาเรียกหาศิษย์ได้นะขอรับ ศิษย์มีสูตรยาเอาไว้เกี้ยวพาราสีสตรีเพียบ!”
จางอวิ๋นตอบเสียงเรียบ ใบหน้าไร้อารมณ์ “อาจารย์ไม่มีคู่บำเพ็ญ!”
“อ้อ… ไม่เป็นไรขอรับ อีกหน่อยหากท่านอาจารย์นึกครึ้มใจอยากจะเกี้ยวอาจารย์หญิง ก็ใช้วิธีนี้ได้เช่นกัน!”
โจวข่านรีบแก้ต่าง ลื่นไหลเป็นปลาไหล
จางอวิ๋นได้แต่กลอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจ
เพิ่งกราบเข้าสำนักวันแรก เอ็งก็ริอ่านจะหาเมียให้อาจารย์เสียแล้วรึ?
“คุณชาย ถึงแล้วขอรับ!”