ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 233 เริ่มการทะลวงระดับ!
“ทะลวงระดับ?”
จางอวิ๋นปรายตามองอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ ข้อมูลจาก ‘เนตรสวรรค์’ เด้งขึ้นมาในครรลองสายตาทันที
จิตมุ่งมั่นผสานเป็นหนึ่ง คอขวดสั่นคลอน จินตานจักก่อกำเนิด…
จางอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ติดอยู่ที่ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดมานาน ห่างจากการทะลวงระดับเพียงแค่กระดาษบางๆ กั้นขวาง การได้เห็นพี่น้องเผ่าพันธุ์ของตนได้รับการช่วยเหลือจนปลอดภัยในวันนี้ ปมในใจที่เคยผูกมัดนางไว้ได้ถูกคลี่คลายลงจนสิ้น
การทะลวงระดับในครานี้ จึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติราวกับสายน้ำที่ไหลบ่าทำลายเขื่อนกั้น
“เช่นนั้นก็เริ่มเถิด อาจารย์จะคุ้มกันให้เจ้าเอง!”
จางอวิ๋นเอ่ยอนุญาตเสียงเรียบ
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์พยักหน้าอย่างเชื่อมั่น หยิบเบาะรองนั่งออกมาจากแหวนมิติแล้วนั่งขัดสมาธิลงทันที
เหล่าเงือกที่รายล้อมอยู่ต่างมองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนตื่นเต้น
พวกนางสัมผัสได้ถึงกระแสพลังในร่างของอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ที่กำลังไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ… นี่นางกำลังจะก้าวเข้าสู่ระดับ ‘จินตาน’ แล้วหรือ?
ตูม!
ยังไม่ทันสิ้นความคิด คลื่นพลังอันน่าตื่นตะลึงก็ระเบิดออกมาจากร่างเล็กๆ ของอวี๋สุ่ยเอ๋อร์
จางอวิ๋นสะบัดมือวูบ กางม่านพลังครอบคลุมพื้นที่ไว้ทันท่วงที เพื่อป้องกันมิให้กลิ่นอายรั่วไหลออกไปภายนอก
“อ้า…”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์เผยอปาก คายเอา ‘แก่นวิญญาณ’ ออกมาลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า
พร้อมกันนั้น พลังงานธาตุน้ำอันมหาศาลก็ไหลทะลักออกมาจากร่างของนาง ก่อตัวเป็นวงคลื่นน้ำสีครามโอบล้อมห่อหุ้มแก่นวิญญาณและหมุนวนรอบแล้วรอบเล่าด้วยความเร็วสูง
ในสายตาของจางอวิ๋น ปรากฏแถบความคืบหน้าขึ้นมาอย่างชัดเจน——
‘5%… 10%… 20%……’
ความเร็วในการพุ่งทะยานของตัวเลขนั้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
เพียงแค่กะพริบตาไม่กี่ที มันก็พุ่งไปแตะที่ ‘100%’!
ในวินาทีนั้น แก่นวิญญาณที่ถูกกระแสน้ำหมุนวนหล่อเลี้ยง ก็เปล่งแสงสีทองอร่ามเจิดจ้าออกมา แปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็น ‘แก่นทองคำ’ ที่สมบูรณ์แบบต่อหน้าต่อตา
ทันทีที่อวี๋สุ่ยเอ๋อร์อ้าปากกลืนมันกลับเข้าไปในร่าง…
ตูม!
กลิ่นอายระดับจินตานที่เข้มข้นบริสุทธิ์ก็ระเบิดออกมา ราวกับมังกรวารีตื่นจากการหลับใหล
【ศิษย์ของท่าน ‘อวี๋สุ่ยเอ๋อร์’ ทะลวงระดับสู่ ‘จินตาน’ สำเร็จ… ท่านได้รับพลังบำเพ็ญเพียรคืนกำไร 100 เท่า!】
พลังงานมหาศาลไร้รูปร่างทะลักเข้ามาในร่างของจางอวิ๋นทันทีราวกับเขื่อนแตก
จางอวิ๋นขบกรามแน่น มิได้ดูดซับมันในทันที แต่ใช้อำนาจจิตกดข่มพลังงานกลุ่มมหึมานี้เอาไว้ บีบอัดเก็บสะสมไว้ในตันเถียนก่อน
ลำพังแค่พลังคืนกำไรก้อนนี้ แม้จะมากโข แต่ยังไม่เพียงพอให้เขาใช้ทะลวงคอขวดสู่ระดับ ‘หยวนอิง’ ได้อย่างสมบูรณ์
อีกประการหนึ่ง… สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะแก่การเลื่อนระดับอย่างยิ่ง
ตอนทะลวงจินตานยังเล่นใหญ่จนฟ้าถล่มดินทลาย หากคราวนี้จะทะลวงระดับหยวนอิง เขาไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าจะเกิด ‘ปรากฏการณ์สวรรค์’ ที่สะเทือนเลื่อนลั่นขนาดไหน
ที่นี่คือใจกลางของเกาะเชียนไห่ ถิ่นศัตรู!
ขืนทะลวงระดับที่นี่ มีหวังได้ล่อตีนทั้งเจ้าเกาะเชียนไห่, บรรพชนพันเกาะ หรือกระทั่ง ‘จอมมารระดับแปลงเทพ’ ของสำนักหนานเฟิงม่อให้แห่กันมารุมทึ้งแน่
ข้อมูลจาก ‘ตราประทับทาสมาร’ บนตัวพวกอวี่จีก่อนหน้านี้ ระบุชัดเจนว่ามันเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของจอมมารระดับแปลงเทพขึ้นไป
แม้จอมมารวายุและจอมมารเงาจะดับสูญด้วยน้ำมือเขาไปแล้ว แต่ตราประทับทาสมารนี้ยังทำงานอยู่ นั่นหมายความว่าสำนักหนานเฟิงม่อยังมีหัวโจกที่เป็นระดับแปลงเทพหลงเหลืออยู่อีก
และอาจจะเป็นตัวเป้งที่ซ่อนเร้นเขี้ยวเล็บลึกที่สุดด้วย!
“ท่านอาจารย์… ข้าเริ่มจะควบแน่นหยวนอิงแล้วขอรับ!”
ขณะกำลังครุ่นคิดด้วยความรอบคอบ จู่ๆ เสียงกระซิบที่สั่นเครือก็ดังขึ้นข้างหู
ที่ด้านนอกหอสมบัติเซียน โจวข่านที่เพิ่งปรุงยาเสร็จและได้รับพลังงานย้อนกลับมาบำรุงร่าง บัดนี้กลิ่นอายในร่างพุ่งพล่านถึงขีดสุดจนกลั้นไม่อยู่แล้ว
“……”
มุมปากของจางอวิ๋นกระตุกยิก
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ทะลวงจินตาน พลังคืนกำไรเขายังพอกดข่มไหว แต่โจวข่านนี่กำลังจะทะลวงระดับหยวนอิง! หากพลังคืนกำไร 100 เท่าระเบิดตามมาอีกระลอก…
เขาลองสำรวจขีดจำกัดร่างกายตัวเอง… มันปริ่มจนแทบจะระเบิดแล้ว!
“แม่งเอ๊ย! จะกลัวห่าอะไรนักหนา จัดไปให้สุดเลยดิวะ!!”
จางอวิ๋นสะบัดหัวไล่ความกังวลทิ้งไป แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความบ้าดีเดือด
จะเกิดเรื่องใหญ่แล้วอย่างไร? จะล่อเจ้าเกาะเชียนไห่หรือโคตรมารตนใดมาก็ช่างหัวมัน!
ยังไงซะศพที่ดองเก็บไว้ก็มีเยอะแยะ เอาออกมาใช้ให้คุ้มค่าในคราวเดียวไปเลย!
เขาพุ่งตัวออกจากหอสมบัติเซียนทันที สะบัดมือหยิบ ‘โอสถสร้างทารกวิญญาณ’ และของวิเศษช่วยทะลวงระดับหยวนอิงอีกหลายรายการ ยัดใส่มือโจวข่าน
“ลุยให้เต็มที่! ไม่ต้องยั้ง!”
โจวข่านเห็นของวิเศษในมือก็ตาเป็นประกายวาวโรจน์ พยักหน้าให้เขาอย่างหนักแน่น แล้วเริ่มเข้าฌานทุ่มสมาธิทั้งหมดไปที่การควบแน่นทารกวิญญาณทันที
จางอวิ๋นกลับเข้าไปในหอสมบัติเซียนอีกครั้ง พุ่งตรงไปหาสวีหมิง
“หมิงเอ๋อร์ เนื้อเยื่ออสูรมารเงาที่อาจารย์เคยให้ไว้ ยังอยู่หรือไม่?”
“ยังอยู่ขอรับ ท่านอาจารย์!”
สวีหมิงพยักหน้า
“อัญเชิญเลย!”
จางอวิ๋นสั่งการพร้อมกับหยิบแท่นอัญเชิญส่วนตัวออกมา
สวีหมิงเห็นดังนั้นก็นำแท่นอัญเชิญของตนออกมาวางเช่นกัน
“อัญเชิญ!”
สองศิษย์อาจารย์ตะโกนเสียงต่ำก้องพร้อมกัน
จางอวิ๋นวางศพของ ‘กู้ชวน’ ลงไปบนแท่น
สวีหมิงวางก้อนเนื้อเยื่ออสูรมารเงาลงไป
วิ้งๆ!!
แสงเจิดจ้าสาดส่องไปทั่วบริเวณ กลิ่นอายระดับ ‘แปลงเทพ’ ที่น่าสะพรึงกลัวถึงสิบเอ็ดสายปะทุขึ้นพร้อมกันในหอสมบัติเซียน
ร่างเงาของ ‘กู้ชวน’ จำนวน 10 คน และ ‘อสูรมารเงา’ ร่างยักษ์อีก 1 ตน ปรากฏกายขึ้น!
เอื๊อก!
มองดูกู้ชวนสิบคนยืนเรียงรายตรงหน้า สวีหมิงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
สิบยอดฝีมือระดับแปลงเทพขั้นสูงสุด!
บวกกับอสูรมารเงาระดับแปลงเทพอีกหนึ่ง… จู่ๆ ก็เรียกกองทัพปีศาจขนาดนี้ออกมา ท่านอาจารย์คิดจะถล่มโลกหรืออย่างไร?
“หมิงเอ๋อร์ ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่าน! ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว ถ้าทะลวงระดับได้ ก็ทะลวงให้สุดแรงเกิดเลย!”
จางอวิ๋นสั่งเสียงเข้ม
สวีหมิงหลังจากทะลวงจินตานขั้นกลาง ร่างกายก็สะสมพลังงานไว้มากมายมหาศาล บวกกับทรัพยากรที่อาจารย์เพิ่งประทานให้ไปก่อนหน้านี้
สวีหมิงในตอนนี้… เปรียบเสมือนภูเขาไฟที่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ!
“ขอรับ!”
สวีหมิงแม้จะแปลกใจกับสถานการณ์ แต่ก็พยักหน้ารับคำด้วยแววตามุ่งมั่น
ความจริงเขาก็เตรียมพร้อมจะทะลวงระดับเร็วๆ นี้อยู่แล้ว เพราะพลังงานที่สะสมไว้เพียงพอให้เขาพุ่งทะยานสู่จินตานขั้นสูงสุดได้รวดเดียว
จางอวิ๋นสะบัดมือ พากู้ชวนทั้ง 10 ร่าง และอสูรมารเงาที่ไร้เงามืดห่อหุ้ม ออกมาไว้ที่ห้องปรุงยาของโจวข่าน
“คุณชาย… นี่คือ…”
ผู้อาวุโสหกเกาะเชียนไห่ที่เฝ้าอยู่ เห็นกู้ชวนสิบคนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน ก็เบิกตาโพลงแทบถลนด้วยความตกใจสุดขีด
เขาจำหน้ากู้ชวนได้แม่นยำ นี่คือเจ้าหอสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งหอสมบัติหนานจาง ไฉนจึงมีถึงสิบคนมายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้?
จางอวิ๋นไม่เสียเวลาอธิบาย ยื่นของสิ่งหนึ่งให้ผู้อาวุโสหก “เจ้ารีบพาของสิ่งนี้ออกไป… อีกเดี๋ยวค่ายกลร้อยเกาะจะหายไป ถึงตอนนั้นจงหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้!”
ผู้อาวุโสหกสีหน้าเคร่งเครียด พยักหน้าอย่างแรงรับคำสั่ง
แม้ไม่รู้ว่าจางอวิ๋นจะกระทำการใด แต่เล่นเรียกกองทัพกู้ชวนออกมาสิบคนแบบนี้ รับรองว่างานนี้ต้องมีเรื่องวินาศสันตะโรเกิดขึ้นแน่
หลังจากส่งผู้อาวุโสหกออกไปแล้ว
จางอวิ๋นสั่งการให้กู้ชวนทั้ง 10 ร่างยืนเฝ้าอารักขารอบห้องปรุงยา ส่วนอสูรมารเงาให้ไปซุ่มเฝ้าที่หน้าปากถ้ำ ในตำแหน่งที่พร้อมจะระเบิด ‘อาณาเขตเงา’ รัศมีร้อยเมตรพุ่งชาร์จสังหารศัตรูได้ทุกเมื่อ
เสร็จสรรพ เขาวาร์ปกลับเข้ามาในหอสมบัติเซียนอีกรอบ
คราวนี้ลากตัวอู๋เสี่ยวพั่งกับอวี่เว่ย เข้าไปใน ‘หอรวมปราณ’ ของโลกมหาปรมาจารย์เซียนโดยตรง
“ไม่ต้องถาม ไม่ต้องสงสัย ตอนนี้…”
จางอวิ๋นมองทั้งสองคนที่กำลังทำหน้ามึนงง แล้วประกาศก้อง “ฝึกฝนให้เต็มที่! ถ้าทะลวงระดับได้ ก็ทะลวงมันให้ตายกันไปข้างนึง!”
พูดจบก็โยนทรัพยากรชุดใหญ่ให้ทั้งคู่ พร้อมกับปรับระดับความเข้มข้นของหอรวมปราณไปที่ระดับสูงสุด
ตูม!
สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังปราณที่ระเบิดตูมตามหนาแน่นจนแทบจะเป็นของเหลวอยู่รอบตัว อู๋เสี่ยวพั่งตั้งสติได้ก็รีบเริ่มดูดซับทันทีด้วยสัญชาตญาณ
“นี่มัน…”
ส่วนอวี่เว่ยเบิกตากว้างด้วยความช็อก “ท่านอาจารย์… นี่มันค่ายกลรวมวิญญาณกี่เท่าเจ้าคะเนี่ย?”
“ร้อยเท่า!”
“ระ… ร้อยเท่า??”
อวี่เว่ยตาถลน แทบสิ้นสติ
ค่ายกลรวมวิญญาณระดับร้อยเท่า นางเคยได้ยินตำนานว่ามีแต่ขุมกำลังระดับสูงสุดในดินแดนภาคกลาง เท่านั้นที่มีครอบครอง แต่อาจารย์ของนางกลับ…
“อย่ามัวแต่อึ้ง! อาจารย์ดูแล้วเจ้าใกล้จะเลื่อนระดับแล้ว รีบทะลวงเดี๋ยวนี้!”
จางอวิ๋นเร่งยิกๆ
อวี่เว่ยรีบดึงสติกลับมา มองทรัพยากรในมือ แล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่น
จัดการเรื่องอู๋เสี่ยวพั่งกับอวี่เว่ยเสร็จ จางอวิ๋นก็พุ่งไปหา ‘อู๋ไห่ไห่’ ที่กำลังวิ่งเล่นอยู่กับเถากู่หลาน
เขาอุ้มเจ้าหนูไห่ไห่ขึ้นมา แล้วบอกเถากู่หลานสั้นๆ “กู่หลาน ข้ายืมตัวไห่ไห่แป๊บ!”
“อื้อ”
เถากู่หลานพยักหน้าอย่างว่าง่าย
จางอวิ๋นพาอู๋ไห่ไห่มาที่ห้องลับหนึ่งในหอสมบัติเซียน ให้เจ้าหนูเอา ‘คทาเซียนอู’ ที่บรรจุเมืองเซียนอูออกมา แล้วพากันเข้าไปในมิติเมืองเซียนอู
มายืนอยู่เหนือ ‘ทะเลพลังอู’ ใต้เมืองโบราณ
จางอวิ๋นมองทะเลพลังงานอันมหาศาลสุดลูกหูลูกตา แล้วเอ่ยกับลูกศิษย์ตัวน้อยในอ้อมแขน
“ไห่ไห่ รอบนี้ไม่ต้องเกรงใจ… สูบให้เต็มที่! เอาให้ทะลวงระดับหยวนอิงไปเลย!”
“แอ้ๆๆ!!”
อู๋ไห่ไห่ได้ยินดังนั้นดวงตาเล็กๆ ก็ลุกวาวเป็นประกาย รีบกระโดดตูมลงไปในทะเลพลังอูทันทีราวกับเด็กน้อยกระโดดลงสระบอล
สำหรับเจ้าหนูแล้ว สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในชีวิตมีแค่สองอย่าง หนึ่งคือซุกตัวนอนอ้อนในอ้อมกอดศิษย์พี่หญิงหรือแม่ทูนหัว สองก็คือการดูดซับทะเลพลังอูนี่แหละ!
คราวที่แล้วโดนจางอวิ๋นเบรกไว้เพราะกลัวรับไม่ไหว รอบนี้ได้รับอนุญาตให้จัดหนัก มีหรือจะพลาด
ตูม!
เห็นทะเลพลังอูทั้งมหาสมุทรเริ่มกระเพื่อมไหวอย่างบ้าคลั่ง ก่อตัวเป็นวังวนยักษ์รอบตัวเด็กทารก จางอวิ๋นถึงกับเดาะลิ้น
เรื่องการสูบการผลาญนี่… ต้องยกให้ไห่ไห่เป็นที่หนึ่งจริงๆ!
เขามองดูอู๋ไห่ไห่ แล้วส่งกระแสจิตไปตรวจสอบสวีหมิง, อู๋เสี่ยวพั่ง, อวี่เว่ย, และโจวข่าน ที่กำลังเริ่มกระบวนการทะลวงระดับพร้อมกัน…
ฟู่!
จางอวิ๋นสูดหายใจลึก ดวงตาสาดประกายเจิดจ้าราวกับดวงตะวัน
ในเมื่อจะทะลวงแล้ว… ก็เอาให้มันวินาศสันตะโรสะเทือนสวรรค์ไปเลย!