ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 244 เจ้าหออสรพิษเหมันต์, เซ่อหยวน
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 244 เจ้าหออสรพิษเหมันต์, เซ่อหยวน
มองดูบ่อโลหิตตรงหน้า โจวข่านทำหน้ามึนงง
จางอวิ๋นเอ่ยขึ้น “สระโลหิตสัตว์อสูร มีประโยชน์อย่างมากในการขัดเกลากายาของเจ้า ลงไปลองดูซะ!”
“สระโลหิต? ขัดเกลากายา?”
โจวข่านได้ยินดังนั้นก็ชำเลืองมองฟองเลือดที่ผุดปุๆ ขึ้นมาจากบ่อสีแดงฉาน กลิ่นคาวคลุ้งทำให้ร่างกายสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากท้วง
“ท่านอาจารย์ ข้าคิดว่า…”
ฟุ่บ!
จางอวิ๋นไม่รอให้เขาพูดจบ กระชากชุดคลุมตัวนอกของอีกฝ่ายออกอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียว แล้วยกเท้าถีบส่งลูกศิษย์ลงไปในสระฝั่งขวาทันที
“อ๊ากกก——”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยระดับเสียงแหลมสูงเสียดฟ้า ร่างของโจวข่านก็ร่วงกระแทกผิวน้ำดัง ตูม!
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยว่า น้ำเลือดสีแดงข้นคลั่กในสระเริ่มไหลทะลักเข้าหาโจวข่านราวกับฝูงปิรันย่ารุมทึ้งเหยื่อ
“เจ็บ! เจ็บโว้ยยยย——!!”
โจวข่านแหกปากร้องลั่น รู้สึกเหมือนมีมดคันไฟนับหมื่นตัวกำลังกัดเจาะไชไปทั่วทุกรูขุมขน เขาตะเกียกตะกายจะปีนขึ้นมาจากสระด้วยความทุรนทุราย
“อดทนหน่อย เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว!”
จางอวิ๋นไปยืนดักหน้าตรงจุดที่เขาจะปีนขึ้นมา พร้อมเอ่ยปลอบใจด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ท่านอาจารย์ มันเจ็บจริงๆ! ข้าไม่ไหวแล้ววว!!”
โจวข่านร้องเสียงหลง รีบว่ายหนีไปจะปีนขึ้นอีกฝั่ง แต่จางอวิ๋นก็ตามไปดักทางไว้ติดๆ ราวกับเงาตามตัว
เล่นเอาโจวข่านน้ำตาแทบเล็ด ยกมือไหว้ปลกๆ
“ท่านอาจารย์ ข้าทำผิดอะไรท่านก็บอกมาเถอะ ข้าจะปรับปรุงตัว ท่านปล่อยข้าไปเถอะนะ!!”
“อาจารย์ไม่ได้ทำโทษเจ้า!”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเข้ม “ทนอีกนิด เดี๋ยวก็ดีเอง!”
“ดีกะผีสิขอรับ ท่านอาจารย์ มันจะตะ… เอ๊ะ…”
โจวข่านที่กำลังจะโวยวายต่อ จู่ๆ ก็ชะงักคำพูดไป ขยับตัวดุ๊กดิ๊กไปมาในสระแล้วพบว่า…
ดูเหมือนความเจ็บปวดจะเริ่มจางหายไปแล้ว?
“เดี๋ยวนะ นี่มัน…”
โจวข่านลองสัมผัสความรู้สึกดูอย่างละเอียด พบว่าเลือดที่ไหลมารวมตัวกันรอบกายและแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนัง จากความเจ็บปวดแสบร้อน ตอนนี้กลับกลายเป็นกระแสธารอุ่นๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนชั้นเลิศ
“โอ้ว… อูยยย… ซี๊ดดด…”
ยิ่งแช่ก็ยิ่งสุขสม จนเผลอส่งเสียงครางกระเส่าออกมาอย่างไม่อาจกลั้น
ท่าทางเสพสุขจนออกนอกหน้าของเจ้านั่น ทำเอาจางอวิ๋นส่ายหน้าขำๆ พร้อมกับเอ่ยเตือนสติ
“อย่ามัวแต่เคลิ้ม โคจร เคล็ดกายาวิญญาณ ซะ!”
โจวข่านได้สติ รีบโคจรพลังตามคำสั่งทันที
เลือดสัตว์อสูรในสระพลันเร่งความเร็วไหลบ่าเข้าหาเขา จนเกิดเป็นวังวนเลือดขนาดย่อมโดยมีร่างอ้วนท้วนของเขาเป็นจุดศูนย์กลางในพริบตา
สูด!
โจวข่านสูดปากด้วยความเสียวซ่าน สีหน้าบ่งบอกถึงความสุขสมระดับทะลุจุดเดือด
จางอวิ๋นเห็นดังนั้น ก็ไปพาตัวสวีหมิง, อู๋เสี่ยวพั่ง และอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ที่อยู่ในหอสมบัติเซียนเข้ามาด้วย
“ท่านอาจารย์!”
ทั้งสามคนทำความเคารพเขา ก่อนจะหันไปมองศิษย์น้องหกที่กำลังทำหน้าตาเคลิ้มฝันอยู่ในบ่อเลือดด้วยความสงสัย
“อย่ามัวยืนบื้อ ลงไปแช่กันให้หมด!”
จางอวิ๋นออกคำสั่ง
สวีหมิงและคนอื่นๆ พยักหน้ารับ ถอดชุดตัวนอกออกเหลือเพียงชุดตัวใน แล้วหย่อนกายลงไปในสระตามลำดับ
“ท่านอาจารย์ เจ็บจัง!”
อู๋เสี่ยวพั่งอดไม่ได้ที่จะร้องออกมาทันทีที่ผิวสัมผัสกับน้ำเลือด
สวีหมิงกับอวี๋สุ่ยเอ๋อร์เองก็สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสบร้อนเช่นกัน
จางอวิ๋นเอ่ยกำกับ “ลงไปแรกๆ จะเจ็บหน่อย อดทนไว้!”
ได้ยินดังนั้น แม้จะทรมานเหมือนโดนไฟเผา แต่พอเห็นศิษย์น้องหกข้างๆ ทำหน้ามีความสุขขนาดนั้น ทั้งสามก็กัดฟันทน
ไม่นานนัก ความเจ็บปวดบนใบหน้าก็ค่อยๆ คลายลง แปรเปลี่ยนเป็นความผ่อนคลายและเบาสบาย
แต่สิ่งที่ทำให้จางอวิ๋นเลิกคิ้วสนใจคือ ตอนนี้รอบตัวทั้งสามคนต่างก็เกิดวังวนเลือดขนาดใหญ่
โดยเฉพาะสวีหมิง วังวนนั้นกว้างขยายออกไปหลายเมตร ดูดซับแก่นโลหิตด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ราวกับหลุมดำที่หิวกระหาย
อู๋เสี่ยวพั่งด้อยกว่านิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทิ้งห่างมากนัก
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ช้ากว่าพอสมควร
กลับกัน โจวข่านที่ลงไปคนแรก กลับดูดซับได้ช้าที่สุดในกลุ่ม
“เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของร่างกายสินะ?”
จางอวิ๋นคาดเดาในใจ
“คุณชาย ช่วยด้วย!!”
ทันใดนั้น เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท เป็นเสียงที่คุ้นเคย
จางอวิ๋นสีหน้าเคร่งขรึมลงทันที รีบออกจากโลกปรมาจารย์เซียนและหอสมบัติเซียนโดยพลัน
พรวด!
ทันทีที่ออกมายังถ้ำที่พัก ก็เห็นร่างหนึ่งกระอักเลือดคำโต ปลิวกระเด็นลอยละลิ่วตรงมาทางเขา
เขายกมือขึ้นรับร่างนั้นไว้อย่างนิ่มนวล
คนที่ลอยมาคือ ฟางสิง นั่นเอง
ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด มุมปากมีเลือดไหลซึม ที่น่ากลัวที่สุดคือบริเวณหน้าอก เสื้อผ้าฉีกขาด เผยให้เห็นรอยฝ่ามือสีดำทมิฬที่มีไอปีศาจลอยคลุ้ง กัดกินพลังชีวิตของฟางสิงอยู่อย่างต่อเนื่อง
จางอวิ๋นดวงตาหรี่ลง ประกายสังหารวาบผ่าน รีบเงยหน้ามองไปยังปากถ้ำ
เห็นเพียง อวิ๋นหมายเลขหนึ่ง และ อวิ๋นหมายเลขสอง กำลังพัวพันต่อสู้กับงูยักษ์ระดับหยวนอิงตัวยาวกว่าสิบเมตรที่มีไอปีศาจห่อหุ้มอยู่
และมีชายวัยกลางคนผมดำที่มีกลิ่นอายมารชั่วร้ายยืนเอามือไพล่หลัง จ้องมองเขาที่เพิ่งปรากฏตัวด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ผู้บำเพ็ญมาร?”
จางอวิ๋นขมวดคิ้ว
ฟางสิงเอ่ยเสียงอ่อนแรง “คุณชาย เขา… เขาคือเจ้าหออสรพิษเหมันต์ของเรา… เซ่อหยวน!”
“เจ้าหออสรพิษเหมันต์?”
จางอวิ๋นใช้ เนตรสวรรค์ กวาดตามองทันที
【เซ่อหยวน】
ระดับพลัง: หยวนอิง ขั้นสูงสุด
กายา: กายาอสรพิษสื่อวิญญาณ
พรสวรรค์กายา: มีความใกล้ชิดกับสัตว์อสูรประเภทงูโดยธรรมชาติ
เคล็ดวิชา/ทักษะ: แปรลักษณ์งูสวรรค์, เคล็ดศักดิ์สิทธิ์ผนึกมาร...
พลังงานพิเศษ: ปราณมาร
จุดอ่อน: แพ้ทางพลังชำระล้าง, ในสถานะแปรลักษณ์งูสวรรค์ จุดอ่อนอยู่ที่เจ็ดนิ้ว
……
“คนของสำนักหนานเฟิงม่อสินะ…”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย
เซ่อหยวนกวาดตามองจางอวิ๋นแวบหนึ่ง กลิ่นอายระดับหยวนอิงขั้นต้นที่ไม่ได้ปกปิดของอีกฝ่ายทำให้เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพูดกับฟางสิงด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หุ่นเชิดระดับหยวนอิงสองตัว แถมยังซ่อนผู้ฝึกตนระดับหยวนอิงไว้อีกคน ฟางสิง เจ้าทำเอาข้าประหลาดใจจริงๆ!”
ฟางสิงหน้าซีดเผือด รอยฝ่ามือที่หน้าอกทำให้เขารู้สึกเหมือนพลังชีวิตกำลังรั่วไหลออกไปทุกวินาที จนแทบไม่มีแรงจะเอ่ยปาก
แต่ทันใดนั้น เมื่อฝ่ามืออันอบอุ่นข้างหนึ่งทาบทับลงบนอกเขา เขาก็รู้สึกเหมือนรอยฝ่ามือมรณะนั้นถูกลบเลือนไปในพริบตา พลังชีวิตที่ไหลออกหยุดชะงักทันที
เขามองจางอวิ๋นด้วยความซาบซึ้งใจ
“เอาไว้ค่อยคุย เดี๋ยวข้าจัดการท่านเจ้าหอของเจ้าก่อน!”
จางอวิ๋นโบกมือเบาๆ วางฟางสิงลงด้านข้าง
“จัดการข้า?”
ได้ยินคำพูดนั้น เซ่อหยวนก็แค่นหัวเราะเย็นยะเยือก
“แค่ระดับหยวนอิงขั้นต้น บังอาจมาปากดีต่อหน้าข้า ตัวข้าผู้นี้…”
เปรี้ยะ!
ยังไม่ทันพูดจบ ประกายสายฟ้าสีทองก็แล่นผ่านถ้ำในชั่วพริบตา
“!!”
เซ่อหยวนเบิกตากว้าง มองเห็นจางอวิ๋นที่พุ่งประชิดตัวเข้ามาในเสี้ยววินาทีด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ เขาตกใจแทบสิ้นสติ รีบระเบิดปราณมารออกมาป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ
แต่ทว่า… ปราณมารเพิ่งจะทะลักออกจากร่าง ก็ถูกชั้น ปราณคืนกำไรสีทอง ของจางอวิ๋นกวาดล้างจนสลายไปในพริบตาราวกับหิมะต้องแสงตะวัน
หมับ!
พร้อมกันนั้น ไหล่ของเขาก็ถูกมือที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กคว้าเอาไว้แน่นจนกระดูกแทบแหลก
วินาทีถัดมา…
ตู้มมม!
ทั้งถ้ำสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นดินตลบอบอวล
เซ่อหยวนที่เมื่อวินาทีก่อนยังไอปีศาจคลุ้ง กลิ่นอายข่มขวัญผู้คน มาวินาทีนี้ ร่างกายท่อนบนกว่าครึ่งถูกจับยัดกระแทกลงไปฝังอยู่ในดินจนมิด!
ผัวะ!
ในขณะเดียวกัน ปราณคืนกำไรสีทองสายหนึ่งก็พุ่งออกไปจากมืออีกข้างของจางอวิ๋น ราวกับแส้สวรรค์ฟาดฟัน
เป้าหมายคือเจ้างูยักษ์ไอปีศาจที่กำลังสู้อยู่กับหุ่นเชิดทั้งสอง
เพียงการฟาดครั้งเดียว ร่างของงูยักษ์ก็ระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดกระจายเต็มอากาศ!
แค่ชั่วพริบตาเดียว…
คนหนึ่งถูกฝัง… งูหนึ่งตัวระเบิดเละ…
ฟางสิงที่อยู่ด้านข้างอ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด ดวงตาเบิกโพลง
ตาฝาดไปใช่ไหม?
เซ่อหยวน ผู้มีพลังระดับหยวนอิงขั้นสูงสุด… ผู้เป็นดั่งฝันร้ายของเขา… ถึงกับถูกจัดการในพริบตาเดียวเนี่ยนะ??
เซ่อหยวนที่ตอนนี้ร่างฝังดินเหลือแต่หัวโผล่ขึ้นมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อ จ้องมองจางอวิ๋นเขม็งด้วยสายตาสั่นระริก
“แก… แกเป็นใครกันแน่??”
จางอวิ๋นไม่สนใจคำถามนั้น เขาปัดฝุ่นที่มือแล้วหันไปถามฟางสิงหน้าตาเฉย
“เกิดอะไรขึ้น?”
ฟางสิงได้สติ รีบตอบตะกุกตะกัก “คุณชาย ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน จู่ๆ ท่านเจ้า… เอ้ย เจ้าเซ่อหยวนนี่ก็โผล่มาที่ถ้ำ ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ซัดข้าด้วยฝ่ามือ ถ้าไม่ได้หุ่นเชิดของคุณชายช่วยไว้ ข้าคง…”
จางอวิ๋นเลิกคิ้ว หันกลับมามองเซ่อหยวนที่ยังคงตกตะลึง
เขากระชากแขนอีกฝ่ายข้างหนึ่งดึงขึ้นมาจากดินอย่างแรง แล้วยัดกระดาษกับพู่กันใส่มือ
“เขียน!”