ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 245 หลานเอ๋อร์
“เขียน… เขียนอะไร?”
เซ่อหยวนทำหน้ามึนงง สติเลื่อนลอยจากแรงกระแทก
“เกาะอสรพิษเหมันต์ของพวกแกนี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?”
จางอวิ๋นมองออกไปนอกถ้ำด้วยสายตาคมกริบ ในการรับรู้ด้วยญาณสัมผัสของเขา เวลานี้ทั่วทั้งเกาะเต็มไปด้วยไอปีศาจพุ่งเสียดฟ้า เหล่าผู้บำเพ็ญมารที่มีไอปีศาจห่อหุ้มร่างได้ยึดครองพื้นที่ทั่วทั้งเกาะไว้หมดสิ้นแล้ว
เซ่อหยวนเงียบกริบ พยายามจะปิดปากเงียบ
จางอวิ๋นขี้เกียจพูดมากให้เสียเวลา จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบกระตุ้นความจำให้ทันที
ผลัวะ! ปึก!
ไม่นานนัก เซ่อหยวนที่ร่างกายโชกเลือดจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ ก็มือไม้สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว รีบจรดพู่กันเขียนข้อมูลลงในกระดาษอย่างลนลาน
หลังจากอ่านจบ สีหน้าของจางอวิ๋นก็ดำทะมึนลงทันที
ตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าเซ่อหยวนเป็นผู้บำเพ็ญมาร เขาก็รู้สึกทะแม่งๆ อยู่แล้ว
แต่ความจริงที่ได้รับรู้ มันซับซ้อนและเลวร้ายกว่าที่คิดไว้เยอะ!
ในฐานะระดับหยวนอิงขั้นสูงสุด เซ่อหยวนมีสถานะไม่ต่ำต้อยในสำนักหนานเฟิงม่อ จึงล่วงรู้ความลับเบื้องลึกไม่น้อย
ผู้บำเพ็ญมารบนเกาะอสรพิษเหมันต์พวกนี้ ล้วนเป็นคนที่เซ่อหยวนค่อยๆ เพาะเลี้ยงขึ้นมาอย่างลับๆ และได้ยึดอำนาจควบคุมเกาะไว้นานแล้ว
ก่อนหน้านี้พวกมันแค่ซ่อนตัว รอเวลา…
ส่วนสาเหตุที่ตอนนี้ไม่ซ่อนแล้ว ก็เพราะสำนักหนานเฟิงม่อเริ่มปฏิบัติการเต็มรูปแบบ!
ทั่วทั้งแดนใต้ หรือแคว้นหนานอวิ๋นอันกว้างใหญ่ไพศาล ไล่ตั้งแต่ขุมกำลังระดับยักษ์ใหญ่อย่างหอสมบัติหนานจาง หรือเกาะเชียนไห่ ลงไปจนถึงขุมกำลังขนาดกลางและเล็ก แทบทุกที่ล้วนมี ‘ผู้บำเพ็ญมาร’ แฝงตัวอยู่
สถานะของพวกมันมีหลากหลาย บางคนเป็นถึงเจ้าสำนัก บางคนเป็นผู้อาวุโส หรือแม้แต่ระดับนายน้อยผู้มีพรสวรรค์
พวกมันแฝงตัวอยู่ในทุกขุมกำลังอย่างแนบเนียน เพื่อรอเวลาเพียงเวลาเดียว
เวลานั้น ก็คือช่วงที่ ‘แดนลับเซียน’ เปิดออก!
การช่วย มารเหี่ยวเฉา ออกมา เป็นเพียงส่วนหนึ่งในแผนการอันยิ่งใหญ่ของสำนักหนานเฟิงม่อเท่านั้น
เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน คือการยึดครองแดนใต้ทั้งหมด!
ผู้บำเพ็ญมารที่แฝงตัวอยู่ทั่วทุกสารทิศ เตรียมพร้อมรอคำสั่งอยู่แล้ว
ทันทีที่คำสั่งจาก จอมมารวายุ ส่งลงมา พวกมันก็จะเริ่มปฏิบัติการเข้าควบคุมขุมกำลังต่างๆ ทันที
นี่คือปฏิบัติการสีเลือดที่จะกวาดล้างไปทั่วทั้งแดนใต้!
เซ่อหยวนได้รับคำสั่งจากจอมมารวายุมาหลายวันแล้ว
หออสรพิษเหมันต์ตกอยู่ในกำมือเขาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ฝึกตนบางส่วนที่ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญมารหลงเหลืออยู่
ฟางสิงก็คือหนึ่งในนั้น
สาเหตุที่จางอวิ๋นไม่พบความผิดปกติในตอนแรก เพราะเซ่อหยวนกำลังรอให้ฟางสิงและคนอื่นๆ ที่ไม่อยู่บนเกาะกลับมาให้ครบก่อน แล้วค่อยจับทำพิธีล้างสมองเปลี่ยนเป็นมารทีเดียว
ฟางสิงบังเอิญเป็นระดับจินตานคนสุดท้ายที่เพิ่งกลับมาถึง
และนั่นก็เป็นเหตุให้เซ่อหยวนต้องถ่อสังขารมาจับตัวด้วยตัวเอง
ฟู่ว!
จางอวิ๋นสูดหายใจเข้าลึก เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว
แดนลับเซียนเปิดออก ยอดฝีมือระดับสูงของขุมกำลังต่างๆ ในแดนใต้แทบจะแห่กันไปรวมตัวที่นั่น
ตัวสำนักและขุมกำลังต่างๆ ในตอนนี้ เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงที่อ่อนแอที่สุด ไร้การป้องกันมากที่สุด
ช่วงเวลานี้หากผู้บำเพ็ญมารที่แฝงตัวอยู่ลงมือ ย่อมสามารถยึดอำนาจภายในได้อย่างง่ายดาย
แถมจอมมารวายุยังเดินทางไปวางค่ายกลด้วยตัวเอง หากสามารถกวาดล้างยอดฝีมือในแดนลับได้ในคราวเดียว…
แดนใต้… ก็จะกลายเป็นอาณาจักรของสำนักหนานเฟิงม่อโดยสมบูรณ์!
ขนาด บรรพชนพันเกาะ เจ้าแห่งขุมกำลังระดับราชันย์ยังเป็นผู้บำเพ็ญมารเลย
สิ่งที่ท่านเจ้าสำนักพูดไว้ตอนนั้นถูกต้องจริงๆ
เป้าหมายของสำนักหนานเฟิงม่อ คือการเปลี่ยนทุกสำนักในแดนใต้ ให้กลายเป็นสาขาของพวกมัน!
ยิ่งคิด จางอวิ๋นก็ยิ่งรู้สึกหนักอึ้งในอก
แม้จอมมารวายุจะตายด้วยน้ำมือเขาไปแล้ว แต่คำสั่งนี้ถูกส่งลงมาตั้งนานแล้ว
ขุมกำลังต่างๆ ในแดนใต้ตอนนี้…
มีความเป็นไปได้สูงว่าผู้บำเพ็ญมารได้เริ่มลงมือแล้ว และไม่รู้ว่าจะมีกี่สำนักที่จะรอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้
แต่สำหรับ สำนักหลิงเซียน เขาไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่
เพราะระดับจินตานขึ้นไปในสำนัก เขาใช้ เนตรสวรรค์ ตรวจสอบมาหมดแล้ว นอกจาก เฟิงหยวน คนที่ตายไปแล้ว ก็ไม่มีใครเป็นผู้บำเพ็ญมารอีก และรอบนี้ระดับจินตานแทบทั้งสำนักก็มาที่แดนลับกันหมด
ต่อให้ในสำนักยังมีหนอนบ่อนไส้เหลืออยู่ อย่างมากก็แค่ระดับสร้างรากฐาน คงสร้างคลื่นลมอะไรไม่ได้มากนัก
แถมตอนนี้ท่านเจ้าสำนักก็กลับไปแล้วด้วย
เขาส่ายหน้าเบาๆ
สถานการณ์แบบนี้ คงได้แต่เดินหน้าดูเชิงกันไปก่อน
“อือ… อือ…”
ในตอนนั้นเอง เซ่อหยวนที่อยู่ตรงหน้าก็ส่งเสียงครางในลำคอ แววตาฉายแววเว้าวอนขอชีวิตอย่างน่าสมเพช
จางอวิ๋นไม่พูดพร่ำทำเพลง ตวัดกระบี่ฟันฉับเดียว
ฉัวะ!
ศีรษะหลุดกระเด็นออกจากบ่าทันที!
สวะที่เป็นผู้บำเพ็ญมารแบบนี้ ไม่มีเหตุผลให้เก็บไว้ให้รกโลก
เขาบุกเข้าไปในเกาะอสรพิษเหมันต์ ลงมือล้างบางผู้บำเพ็ญมารบนเกาะจนเกลี้ยง แล้วถือโอกาสกวาดทรัพย์สินในคลังสมบัติของหออสรพิษเหมันต์มาจนเกลี้ยงกระเป๋าชนิดไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น
ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น จางอวิ๋นก็ไม่รั้งรออยู่ต่อ
เขาเรียก พยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอน ออกมาเป็นพาหนะ แล้วจับ ฉิงเฟิง เครื่องตรวจจับมนุษย์ห้อยไว้ที่ไหล่เสือ ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังเสือเหาะทะยานออกจากเกาะอสรพิษเหมันต์ไป
ระหว่างเดินทาง จางอวิ๋นก็เริ่มทำการติดต่อ
ตอนอยู่ในแดนลับเซียน เขาได้ฝัง เคล็ดสะกดใจ ไว้กับผู้คนจำนวนไม่น้อย เดิมทีตั้งใจจะให้พวกนี้กลับไปแฝงตัวในสำนักของตนเพื่อเป็นสายข่าว
แต่เมื่อรู้แผนการของสำนักหนานเฟิงม่อ หากปล่อยให้พวกเขากลับไปตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับส่งเนื้อเข้าปากเสือ
ถึงยังไงก็อุตส่าห์รับมาเป็นทาสรับใช้แล้ว จะให้ไปตายเปล่าก็น่าเสียดาย
……
เจ็ดวันต่อมา
ณ เกาะร้างแห่งหนึ่งบริเวณชายขอบแคว้นหนานซิง
จางอวิ๋นและเหล่าผู้ฝึกตนที่ถูกเขาฝังเคล็ดสะกดใจไว้ ได้มารวมตัวกันที่นี่
มีบางส่วนที่เสียชีวิตไปแล้วระหว่างทาง
ที่เหลือรอดมาได้มีทั้งหมดห้าสิบกว่าคน คนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังอยู่ระดับจินตานขั้นสูง ส่วนคนที่แกร่งที่สุดคือระดับหยวนอิงขั้นสูงสุดสองคน
แต่ละคนล้วนเป็นระดับสูงของขุมกำลังต่างๆ ในแดนใต้ทั้งสิ้น
ยกตัวอย่างเช่นสองคนที่เป็นระดับหยวนอิงขั้นสูงสุด
ชายหญิงคู่หนึ่ง
ฝ่ายชายเป็นชายวัยกลางคนในชุดขาวเป็นผู้อาวุโสใหญ่ของ ถ้ำอวี้ซิงขุมกำลังเจ้าถิ่นแห่งแคว้นอวี้ลู่ นามว่า อวี่เหอ
ฝ่ายหญิงเป็นสตรีผมแดง เป็นผู้อาวุโสใหญ่ของ หอฝูเซียน นามว่า ชิงฮุ่ยอวิ๋น
ที่น่าสนใจตลกร้ายคือ หัวหน้าของทั้งสองคนนี้ ทั้งเจ้าถ้ำอวี้ซิง และเจ้าหอฝูเซียน ต่างก็ตายด้วยน้ำมือจางอวิ๋นไปแล้วทั้งคู่ ศพยังนอนแอ้งแม้งอยู่ในแหวนมิติของเขาอยู่เลย
สองระดับหยวนอิงขั้นสูงสุดนี้มาถึงช้าที่สุด เพิ่งจะเหยียบเท้าลงบนเกาะร้างแห่งนี้
“คารวะคุณชาย!”
เมื่อเห็นเขา ทั้งสองรีบประสานมือทำความเคารพทันทีด้วยความนอบน้อม
แต่จางอวิ๋นไม่ได้สนใจพวกเขานัก สายตากลับจับจ้องไปที่หญิงสาวนัยน์ตาสีฟ้าที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังชิงฮุ่ยอวิ๋น
“นางเป็นใคร?”
“คุณชาย นางคือศิษย์สายตรงของข้า นามว่า หลานเอ๋อร์ เจ้าค่ะ!”
ชิงฮุ่ยอวิ๋นแนะนำด้วยรอยยิ้ม “ครั้งนี้นางสมัครใจติดตามมาด้วย หลานเอ๋อร์ รีบคารวะคุณชายเร็วเข้า!”
“คุณชาย!”
หญิงสาวนัยน์ตาสีฟ้าย่อกายคำนับ เอ่ยเสียงหวานดูว่าง่ายไร้พิษสง
แต่ทว่า…
【หลานเอ๋อร์ (ร่างแยก)】
ระดับพลัง: หยวนอิง ขั้นสูงสุด
กายา: กายาวิญญาณเนตรสวรรค์, กายาวิญญาณวารีมาร
พรสวรรค์กายา: เนตรวิญญาณ——ภายใต้การจ้องมองของเนตรนี้ ผู้ที่มีจิตวิญญาณอ่อนแอจะถูกควบคุม
วารีมารจำแลง——สามารถแปลงกายเป็นน้ำ ผสมผสานไปกับของเหลวต่างๆ ได้
เคล็ดวิชา/ทักษะ: เคล็ดพิณวารี, เคล็ดศักดิ์สิทธิ์ผนึกมาร...
พลังงานพิเศษ: ปราณมาร
จุดอ่อน: แพ้ทางพลังชำระล้าง
……
มองข้อมูลจาก เนตรสวรรค์ จางอวิ๋นหรี่ตาลงเล็กน้อย ประกายสังหารวาบผ่าน
โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาซัดฝ่ามือออกไปทันที!
ฟุ่บ!
แต่ทว่าฝ่ามือนี้กลับถูกหลบได้!
เห็นเพียงหลานเอ๋อร์พริ้วกายหลบไปด้านข้างด้วยความเร็วที่น่าตกใจ นางเงยหน้ามองเขาด้วยความตกตะลึง
“คุณชาย??”
ชิงฮุ่ยอวิ๋นข้างๆ ก็ตะลึงงันเช่นกัน
นางไม่เข้าใจว่าทำไมจางอวิ๋นถึงลงมือกับศิษย์รักของนาง
และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือนางอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหลานเอ๋อร์
ฝ่ามือเมื่อครู่นางเองยังแทบตอบสนองไม่ทัน แต่หลานเอ๋อร์กลับหลบได้?
“ตายซะ!”
จางอวิ๋นไม่เปิดโอกาสให้หายใจ ลงมือซ้ำทันที
“หึ!”
หลานเอ๋อร์เห็นท่าไม่ดี รู้ตัวว่าสถานะคงถูกเปิดเผยแล้ว จึงแค่นเสียงเย็นยะเยือก ไม่คิดจะปิดบังตัวตนอีกต่อไป
ตูมมม!
ปราณมารระเบิดออกจากร่างอย่างรุนแรง ในมือปรากฏเครื่องดนตรี พิณผีผา สีดำทมิฬขึ้นมา
เคร้ง!
นิ้วเรียวดีดสายพิณ กระแสน้ำพวยพุ่งขึ้นรอบกาย ห่อหุ้มด้วยปราณมาร ก่อตัวเป็นคลื่นกระแทกวารีทมิฬพุ่งเข้าใส่จางอวิ๋นราวกับมังกรน้ำ
“หลานเอ๋อร์ เจ้า…”
ชิงฮุ่ยอวิ๋นเห็นปราณมารรอบกายศิษย์รัก ก็เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
แต่ไม่มีใครสนใจนาง
ปัง! ปัง! ปัง!
จางอวิ๋นสะบัดมือส่งคลื่นพลังกระแทกออกไป ทำลายคลื่นวารีทมิฬเหล่านั้นจนแตกกระจายกลายเป็นละอองน้ำ
พร้อมกันนั้นเขาก็ยื่นมือออกไป ปราณคืนกำไร รวมตัวกันเป็นฝ่ามือทองคำยักษ์คว้าจับไปที่ร่างของหลานเอ๋อร์
เห็นการโจมตีถูกทำลายอย่างง่ายดาย หลานเอ๋อร์หน้าเปลี่ยนสี
นางตัดสินใจเด็ดขาด ร่างกายละลายกลายเป็นกองน้ำเหลวๆ พุ่งหลบฝ่ามือยักษ์ แล้วมุ่งหน้าไหลลงไปยังทะเลที่อยู่ไม่ไกล หมายจะผสานร่างเข้ากับน้ำทะเลเพื่อหลบหนี
‘เร็ว’
‘ผนึก’
จางอวิ๋นมีหรือจะปล่อยให้หนี? พู่กันบัญชาการ ตวัดเขียนสองตัวอักษรกลางอากาศทันที
ผนึกความเร็วสูง!
วิ้ง!
ก่อนที่หลานเอ๋อร์จะทันได้แตะผิวน้ำทะเล ร่างที่เป็นของเหลวก็ถูกอำนาจลึกลับผนึกตรึงไว้บนหาดทราย แข็งทื่อขยับไม่ได้
ผัวะ!
จางอวิ๋นพุ่งเข้าไปเตะเปรี้ยงเข้าเต็มรักที่กลางลำตัวของนาง
ร่างของหลานเอ๋อร์กระเด็นกลิ้งหลุนๆ กลับมา กองน้ำรวมตัวกันคืนสภาพเป็นร่างมนุษย์ พร้อมกับกระอักเลือดคำโตออกมา!