ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 251 ตระกูลหลัวพินาศ
อึก… อึก!”
ยามที่ทอดสายตามองไปยังจางอวิ๋นในอาภรณ์ขาวสะอาดราวหิมะ ซึ่งเหยียบย่างอยู่เหนืออากาศธาตุเบื้องบนจวนตระกูลหลัว เหล่าผู้ฝึกตนที่มุงดูเหตุการณ์ต่างพากันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แววตาที่จ้องมองมานั้นเต็มล้นไปด้วยความยำเกรงและสั่นสะท้าน
ยอดฝีมือ!
นี่คือตัวตนระดับยอดฝีมือที่แท้จริง!
สำหรับผู้คนในเมืองตานซานแห่งนี้ ตัวตนระดับหยวนอิงก็นับว่าเป็นเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่คับฟ้าเกินกว่าจะเอื้อมถึงแล้ว ทว่าชายหนุ่มตรงหน้ากลับสามารถฟาดเท้าซัดระดับหยวนอิงจนศีรษะระเบิดกระจายเป็นจุณได้เพียงการโจมตีเดียว…
นี่คือพลังที่เหนือล้ำเกินกว่าจินตานและขอบเขตความเข้าใจของพวกเขาไปไกลลิบ!
ลุงใหญ่แห่งตระกูลอู๋ เจียงสวินเถา และยอดฝีมือคนอื่นๆ ต่างหันมาสบตากันด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เจ้าอ้วนน้อยแห่งบ้านพวกเขา ไปกราบไหว้บุคคลที่ทรงอำนาจถึงเพียงนี้เป็นอาจารย์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
จางอวิ๋นหาได้แยแสสายตาเลื่อมใสเหล่านั้นไม่ เขาเพียงสะบัดมือเก็บซากศพไร้ศีรษะของชายชราผู้นั้นเข้าสู่มิติอย่างเฉยชา
ก่อนจะปรายหางตามองลงไปยังผู้นำตระกูลหลัวที่อยู่เบื้องล่าง
หนี! ต้องหนีเดี๋ยวนี้!
เพียงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารที่เยียบเย็น ผู้นำตระกูลหลัวก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ความโง่เขลา หันหลังกลับหวังจะทะยานหนีออกไปโดยไม่คิดชีวิต
“หมัดราชันย์ทรราช!”
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ตราประทับหมัดสีทองอร่ามที่อัดแน่นไปด้วยเจตจำนงป่าเถื่อนกลับพุ่งทะลวงอากาศเข้าใส่เบื้องหน้าของเขาอย่างดุดัน
ผู้นำตระกูลหลัวใบหน้าถอดสีเผือดจนไร้สีเลือด เขาเค้นพลังปราณจินตานทั้งหมดที่มีออกมาสร้างม่านพลังป้องกันหวังจะยื้อชีวิต
แต่ทว่าต่อหน้าตราประทับหมัดนี้ พลังปราณจินตานที่เขาภาคภูมิใจกลับเปราะบางยิ่งกว่าเศษกระดาษ มันถูกบดขยี้ทำลายลงในพริบตา
“ไม่!!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่โหยหวนด้วยความหวาดกลัว ร่างของผู้นำตระกูลหลัวถูกแรงกดดันของตราประทับหมัดบดขยี้จนแหลกลาญ กลายเป็นฝนโลหิตสาดสัดลงมาจากฟากฟ้า
กรี๊ด
เหล่าสมาชิกตระกูลหลัวที่อยู่เบื้องล่างยามถูกหยาดโลหิตที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวตกใส่ ต่างพากันกรีดร้องอย่างเสียสติ
พวกเขาอยากจะหนีไปจากนรกแห่งนี้ ทว่าแรงกดดันจากระดับจินตานขั้นสูงของอู๋เสี่ยวพั่งกลับกดทับร่างของทุกคนไว้จนหนักอึ้ง ราวกับมีขุนเขาใหญ่มหึมาวางทับอยู่บนบ่าจนมิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่กึ่งนิ้ว
“ตายซะ!”
อู๋เสี่ยวพั่งหาได้มีความเมตตาต่อศัตรูไม่ ปราณแท้จริงราชันย์ในกายระเบิดพลุ่งพล่านออกมาถึงขีดสุด
ก่อเกิดเป็นคลื่นพลังมหาศาลที่ซัดสาดออกไปทุกทิศทาง
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
แรงกระแทกนั้นซัดเข้าใส่ร่างของคนตระกูลหลัวนับร้อยในจวนจนร่างระเบิดกลายเป็นหมอกโลหิตกระจายตัวไปตามสายลม
ภาพเหตุการณ์อันสยดสยองนี้ทำให้ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบนอกต่างพากันหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง
สิ้นซาก! ตระกูลหลัวพินาศสิ้นแล้ว!
ตระกูลหลัวที่เป็นถึงมหาอำนาจอันดับหนึ่งแห่งเมืองตานซาน กลับถูกกวาดล้างจนล่มสลายในพริบตาเดียว!
ยามที่ทอดมองเด็กหนุ่มร่างท้วมที่ยืนตระหง่านอยู่บนกระบี่บินด้วยสีหน้าเย็นชา หลายคนพลันเกิดความรู้สึกหวาดเกรงขึ้นมาจับใจ
เมื่อซักครู่ผู้นำตระกูลหลัวเอ่ยถึง ‘ตระกูลอู๋’ หรือว่าเด็กหนุ่มผู้มีสง่าราศีคนนี้จะเป็นคนของตระกูลอู๋?
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ตระกูลหลัวคอยรังแกและกดดันตระกูลอู๋มาตลอดครึ่งปี ทุกคนก็เข้าใจแจ้งถึงที่มาของความโกรธาครั้งนี้ทันที
ห้ามล่วงเกินตระกูลอู๋เป็นอันขาด!
นั่นคือคำเตือนที่สลักลึกอยู่ในใจของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์
เหนือจวนตระกูลหลัวที่พังทลาย
จางอวิ๋นมองภาพเบื้องล่างพลางยกยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ
เจ้าอ้วนน้อยคนนี้ มีพัฒนาการที่น่าประทับใจยิ่งนัก!
เขายังจำได้ดีว่าในงานประลองสองสำนักครั้งนั้น อู๋เสี่ยวพั่งยังเป็นเพียงเด็กน้อยที่ลงมือด้วยความลังเล แม้แต่จะทำให้คู่ต่อสู้พิการยังไม่เด็ดขาด ทว่ายามนี้กลับสามารถลงมือสังหารล้างตระกูลศัตรูได้อย่างแน่วแน่และเด็ดขาด เติบโตขึ้นมากจริงๆ!
จางอวิ๋นเอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เจ้าอ้วน เก็บกวาดทรัพยากรที่ชิงมาได้ให้เรียบร้อย อาจารย์จะไปรอเจ้าที่จวนตระกูลอู๋”
“น้อมรับคำสั่งท่านอาจารย์!”
อู๋เสี่ยวพั่งประสานมือรับคำ ทันใดนั้นเขาก็ร้องเรียกเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลให้เข้ามาช่วยกันเก็บกวาดทรัพย์สินมหาศาลภายในจวนตระกูลหลัว
ในฐานะตระกูลใหญ่ที่สุด ทรัพย์สินและกิจการของตระกูลหลัวย่อมไม่ธรรมดา ในเมื่อพวกมันกล้าหาเรื่องก่อน เช่นนั้นตระกูลอู๋ก็ขอน้อมรับสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นค่าตอบแทน!
จางอวิ๋นทะยานร่างกลับมายังจวนตระกูลอู๋
เขามุ่งหน้าไปยังลานกว้างที่ใช้รักษาอาการของลุงรองและคนอื่นๆ
ยามนี้เหล่าผู้บาดเจ็บถูกเจียงสวินเถาพากลับไปพักฟื้นยังห้องหับเรียบร้อยแล้ว ภายในลานจึงคืนสู่ความเงียบสงบ
จางอวิ๋นสะบัดมือวูบหนึ่ง สร้างเขตแดนมนตราป้องกันการรบกวนจากภายนอก จากนั้นจึงนำศพไร้ศีรษะของบรรพชนตระกูลหลัวออกมา
หลังจากตรวจสอบศพอย่างละเอียด เขาก็พบกับ ‘เมล็ดพันธุ์วิญญาณสัตว์เหี่ยวเฉา’ สีเทาหม่นหลายสิบเม็ด
จางอวิ๋นยกยิ้มเยือกเย็น พลางโคจรวิชา ‘เคล็ดวิชาดูดกลืนเหี่ยวเฉาเอกอุไร้เทียมทาน’ ในทันที
เมล็ดพันธุ์เหล่านี้อัดแน่นไปด้วยวิญญาณสัตว์อสูรที่ดุร้ายเกินกว่าจะควบคุม หากเป็นผู้ฝึกตนทั่วไปคงมิอาจดูดซับพลังนี้ได้ ทว่าต่อหน้าเคล็ดวิชาดูดกลืนเหี่ยวเฉาฯ ของเขา ต่อให้เป็นวิญญาณที่คลุ้มคลั่งเพียงใด ก็ต้องสยบและกลายเป็นส่วนหนึ่งของพลังเหี่ยวเฉาของเขาแต่โดยดี
เมล็ดพันธุ์หนึ่งเม็ดสามารถกลั่นออกมาเป็นพลังเหี่ยวเฉาได้ราวหนึ่งพันเส้น สิบเม็ดเท่ากับหนึ่งหมื่นเส้น ซึ่งสามารถหลอมรวมเป็น ‘พลังเซียนเหี่ยวเฉา’ ได้เพียงหนึ่งเส้นเท่านั้น ยามนี้เมล็ดพันธุ์หลายสิบเม็ดรวมกันจึงเพิ่มพลังเซียนเหี่ยวเฉาให้เขาได้เพียงไม่กี่เส้น
“ช่างน้อยนิดนัก!”
เขาส่ายหน้าเบาๆ พลังเพียงเท่านี้ยังมิพอสำหรับการต่อสู้ที่แท้จริงเสียด้วยซ้ำ
ทว่าพลันนั้นความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว “เดี๋ยวก่อน หากข้าอัญเชิญบรรพชนตระกูลหลัวออกมา เมล็ดพันธุ์พวกนี้จะปรากฏออกมาด้วยหรือไม่?”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น จางอวิ๋นก็มิรอช้า
เนื่องจากศพไร้ศีรษะ บรรพชนตระกูลหลัวจึงสามารถอัญเชิญได้เพียงแปดครั้งเท่านั้น
เขาหาได้นึกเสียดายไม่ ตัดสินใจอัญเชิญออกมาทั้งหมดในคราวเดียว
ยามนี้พลังระดับหยวนอิงธรรมดามิได้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้เขาได้มากนัก การสละพวกมันเพื่อทดลองสิ่งใหม่จึงคุ้มค่ากว่า
“ได้ผลจริงๆ ด้วย!”
ยามเห็นร่างเงาของบรรพชนตระกูลหลัวทั้งแปดปรากฏกายขึ้น จางอวิ๋นพลันตาเป็นประกาย รีบเข้าไปตรวจค้นตัวพวกมันทีละร่าง
จากร่างอัญเชิญแต่ละร่าง เขาพบเมล็ดพันธุ์วิญญาณสัตว์เหี่ยวเฉาเพิ่มมาอีกหลายร้อยเม็ด ซึ่งเมื่อหลอมรวมแล้วจะมอบพลังเซียนเหี่ยวเฉาให้เขาได้ถึงหลายสิบเส้น
“แม้แต่ของติดตัวก็ยังอัญเชิญออกมาได้ แท่นอัญเชิญนี้ช่างล้ำเลิศจนน่ากลัวจริงๆ!”
จางอวิ๋นลอบชมพรสวรรค์ของตนเองในใจ ยิ่งเห็นความโกงของมัน เขาก็ยิ่งคาดหวังกับพรสวรรค์ที่สองและสามที่กำลังบ่มเพาะอยู่ใน ‘แปลงปลูกพรสวรรค์’ มากยิ่งขึ้น
“พวกเจ้าจงสลายร่างเป็นพลังเหี่ยวเฉาให้ข้าซะ!”
เขาสั่งการร่างอัญเชิญทั้งแปดที่ยืนนิ่งสงบ
อย่างไรเสียร่างเหล่านี้ก็ดำรงอยู่ได้เพียงไม่กี่ชั่วยาม การปล่อยให้หายไปเปล่าๆ ย่อมไร้ประโยชน์ สู้เปลี่ยนให้เป็นพลังเพื่อเสริมสร้างรากฐานให้เขายังดีเสียกว่า
ในฐานะที่ร่างเหล่านี้ฝึกปรือพลังเหี่ยวเฉามาอย่างเข้มข้น ยามสลายตัวจึงมอบพลังเหี่ยวเฉาออกมาได้ไม่น้อย
ทว่าถึงกระนั้น ปริมาณที่ได้เมื่อเทียบกับระดับของเขาก็ยังถือว่าน้อยนิด รวมทั้งหมดแล้วได้พลังเซียนเหี่ยวเฉาเพิ่มมาไม่ถึงสองเส้น
จางอวิ๋นส่ายหน้าอย่างเสียดาย ก่อนจะหันไปตรวจสอบแหวนมิติของบรรพชนตระกูลหลัว
เผื่อว่าข้างในจะมีสมบัติชิ้นใดที่สามารถแปลงเป็นพลังเหี่ยวเฉาให้เขาได้บ้าง
ทว่าเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง
ภายในมีเพียงสิ่งของที่ปนเปื้อนพลังเหี่ยวเฉาจางๆ ซึ่งมีปริมาณพลังน้อยจนน่าสมเพช
“ไอ้เฒ่าผีจนกรอบ!”
เมื่อตรวจสอบมูลค่าในแหวนที่มีหินวิญญาณรวมกันไม่กี่หมื่น จางอวิ๋นถึงกับสบถออกมาอย่างอดมิได้
เขาไม่เคยพบเห็นยอดฝีมือระดับหยวนอิงคนใดที่ขัดสนถึงเพียงนี้มาก่อน!
มิน่าเล่า มันถึงได้จ้องจะแย่งชิงสวนสมุนไพรของตระกูลอู๋อย่างเอาเป็นเอาตาย
ทว่าเมื่อนึกถึงพฤติกรรมของอีกฝ่าย เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
หากเพียงต้องการทรัพยากรอย่างสมุนไพรวิญญาณ เหตุใดจึงไม่ใช้กำลังเข้าควบคุมตระกูลอู๋ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว?
การเสียเวลาเกือบครึ่งปีเพื่อคอยรังควานให้คนตระกูลอู๋หวาดกลัว ดูเหมือนจะได้ผล แต่มันช่างเป็นการสิ้นเปลืองแรงโดยใช่เหตุชัดๆ
หากเป็นเขา เขาคงเลือกเข้ายึดครองโดยตรง เพื่อครอบครองสวนสมุนไพรนั้นอย่างสมบูรณ์ไปตั้งนานแล้ว!
พอลองตรองดูให้ดี การกระทำของตระกูลหลัวดูมิเหมือนการบีบคั้นเอาสูตรลับการปลูกสมุนไพร แต่กลับเหมือนพยายาม ‘กักขัง’ คนตระกูลอู๋เอาไว้ในที่แห่งนี้มากกว่า
แต่จะขังไว้เพื่อสิ่งใดกัน?
“หรือว่าต้องใช้สายเลือดคนตระกูลอู๋เป็นกุญแจสำหรับบางสิ่ง?”
ความคิดนี้แล่นผ่านเข้ามาในสมองของจางอวิ๋น
สิ่งเดียวที่เขานึกเชื่อมโยงได้ก็คือ… สวนสมุนไพรลึกลับนั่น
ภายใต้ผืนดินของสวนสมุนไพร มีความลับอันใดซ่อนอยู่กันแน่?
จางอวิ๋นลูบคางพลางใช้ความคิดอย่างหนัก
ยิ่งคิดก็ยิ่งมีความเป็นไปได้สูง
ด้วยระดับหยวนอิงของบรรพชนตระกูลหลัว สมุนไพรวิญญาณทั่วไปย่อมมิอยู่ในสายตา แต่การที่มันปักหลักแย่งชิงสวนสมุนไพรแห่งนี้ แสดงว่าต้องมีสมบัติล้ำค่าที่ดึงดูดใจจนยากจะถอนตัว
และสิ่งนั้นต้องได้รับผ่านการครอบครองสวนสมุนไพรแห่งนี้เท่านั้น
สำหรับสวนสมุนไพร สิ่งที่สำคัญที่สุดย่อมหนีไม่พ้น ผืนดินและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต
ในที่แห่งนั้น มีสิ่งใดซ่อนเร้นอยู่กันแน่?
จางอวิ๋นถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้า
รู้อย่างนี้เก็บชีวิตเจ้าเฒ่าบรรพชนตระกูลหลัวไว้เค้นถามความจริงก่อนคงจะดีไม่น้อย
เขากำลังจะละสายตาจากแหวนมิติในมือเพื่อจัดการเรื่องอื่นต่อ
【 ติ๊ง! 】
ทันใดนั้น หินส่งเสียงภายในแหวนมิติพลันส่งสัญญาณสั่นสะเทือนดังถี่รัว…