ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 253 เจ้าคิดว่าข้าเก่ง หรือเจ้านายเจ้าเก่งกว่า?
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 253 เจ้าคิดว่าข้าเก่ง หรือเจ้านายเจ้าเก่งกว่า?
“หือ?”
ขณะที่กำลังก่นด่าอยู่ในใจ จู่ๆ ฉิงเฟิงพลันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขารีบหันขวับไปหาจางอวิ๋นด้วยท่าทีลนลาน “คุณชาย!”
จางอวิ๋นเบนสายตาคมปลาบมามอง “สัมผัสถึงวาสนาได้แล้วรึ?”
“ขอรับ!!”
ฉิงเฟิงพยักหน้าถี่รัว ก่อนจะชี้นิ้วตรงไปทางด้านหน้า
ซึ่งทิศทางนั้นเป็นตำแหน่งที่ตั้งของสวนสมุนไพรตระกูลอู๋พอดิบพอดี
จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เขาพาฉิงเฟิงออกมาข้างนอก เขาจะอัดพลังงานของตนเองเข้าไปในร่างของฉิงเฟิงส่วนหนึ่ง เพื่อให้สัมผัสแห่งโชคและเคราะห์ของอีกฝ่ายเชื่อมโยงกับตัวเขาโดยตรง
หากสัมผัสได้ถึง โชคย่อมหมายความว่าเบื้องหน้ามีสิ่งที่เป็นประโยชน์ หรือมีของดีเลิศล้ำรอให้เขาไปครอบครองอยู่
“คุณชาย มีบางอย่างกำลังพุ่งตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง!”
ยังไม่ทันได้ไตร่ตรองรายละเอียด จู่ๆ ฉิงเฟิงก็ร้องเตือนขึ้นมาเสียงหลง
จางอวิ๋นสีหน้าเคร่งขรึมลงในพริบตา
ฟิ้ว!
เห็นเพียงเงาร่างสายหนึ่งที่รวดเร็วปานสายฟ้าสีโลหิต กำลังพุ่งทะยานสวนทางมาอย่างบ้าคลั่ง
ดูเหมือนเงาร่างนั้นจะไม่ได้มุ่งเป้าโจมตีมาที่พวกเขา แต่มันตั้งใจจะพุ่งผ่านไปเฉยๆ เท่านั้น
“หืม?”
ทว่าจางอวิ๋นกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างบนตัวอีกฝ่าย เขาจึงลงมือทันทีโดยไม่ลังเล
กระแสพลังอูสีน้ำเงินเข้มทะลักพรั่งพรูออกมาประดุจคลื่นยักษ์คลั่ง ก่อตัวเป็นกำแพงวารีสีน้ำเงินเข้มขวางกั้นเส้นทางของเงาร่างสีโลหิตนั้นไว้อย่างแน่นหนา
วูบ!
เงาร่างสีโลหิตจำต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน เผยให้เห็นร่างมนุษย์งูที่มีหนามแหลมคมสีแดงฉานงอกเงยเต็มตัว ท่อนบนมีเค้าโครงของมนุษย์ ส่วนท่อนล่างเป็นหางงูที่ดูน่าเกรงขาม
“นี่มันตัวอะไรกัน?”
อู๋เสี่ยวพั่งและคนอื่นๆ ที่เห็นมนุษย์งูตนนี้ต่างก็ฉายแววตระหนกปนประหลาดใจ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาพวกเขามากกว่าคือหนามสีแดงโลหิตบนตัวของมัน
พวกเขามองออกในทันทีว่า หนามเหล่านั้นช่างคล้ายคลึงกับสิ่งที่งอกอยู่บนตัวของลุงรองตระกูลอู๋ไม่มีผิดเพี้ยน!
【 มนุษย์งูกลายพันธุ์พลังเหี่ยวเฉา】
ระดับ : หยวนอิง ขั้นกลาง
คำอธิบาย: สิ่งมีชีวิตพิเศษที่เกิดจากผู้บำเพ็ญเพียรที่ถูกฝัง ‘เมล็ดพันธุ์วิญญาณสัตว์เหี่ยวเฉา’ ซึ่งมีวิญญาณสัตว์อสูรงูตกค้างอยู่ จนดวงวิญญาณถูกกัดกินและกลายพันธุ์จนมีสติปัญญาเป็นของตนเอง
จุดอ่อน: เมล็ดพันธุ์วิญญาณสัตว์เหี่ยวเฉาคือแกนกลางในการควบคุมร่าง อยู่บริเวณโคนหางงู หากทำลายทิ้งจะสามารถกำจัดมันได้อย่างถาวร
คำแนะนำ: ดูดเมล็ดพันธุ์วิญญาณสัตว์เหี่ยวเฉาออกมาแล้วแปลงเป็นพลังเหี่ยวเฉา เมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการกลายพันธุ์จนเติบโตเต็มที่นี้ มีปริมาณพลังเหี่ยวเฉามากกว่าเมล็ดพันธุ์ปกติถึง 100 เท่า
…
“100 เท่า?”
จางอวิ๋นกวาดสายตามองข้อมูลจากเคล็ดวิชาเนตรเซียนพลันแววตาเป็นประกายวาววับ
ก่อนหน้านี้เมล็ดพันธุ์เพียงหนึ่งเม็ดให้พลังเหี่ยวเฉาราว 1,000 เส้น หากมากกว่าเดิม 100 เท่า นั่นก็หมายความว่า… เกือบ 100,000 เส้นเชียวหรือ?
มนุษย์งูจ้องเขม็งมาที่จางอวิ๋นและพรรคพวกด้วยความขุ่นเคืองใจ
โดยเฉพาะเมื่อมันได้สบเข้ากับแววตาที่ส่องประกายระยับดุจจอมโจรเห็นขุมทรัพย์ของจางอวิ๋น มันพลันรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับว่าตนเองกำลังถูกมองเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งก็ไม่ปาน
ฟุ่บ!
มันไม่รอช้า รีบเลื้อยอ้อมกำแพงวารีสีน้ำเงินหมายจะหลบหนีไปในทันที
สัญชาตญาณอันเฉียบคมบอกมันว่า อย่าได้ริอาจยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มคนตรงหน้าเป็นอันขาด!
วูบ!
ทว่ามีหรือที่จางอวิ๋นจะปล่อยเหยื่ออันโอชะให้หลุดมือ? เขาเคลื่อนย้ายร่างพริบตาเดียวมาดักหน้ามนุษย์งูเอาไว้อย่างเหนือชั้น
“ฟ่อ——”
มนุษย์งูเห็นดังนั้นก็ไม่ลังเล มันอ้าปากกว้างพ่นกระสุนของเหลวสีเทาหม่นลูกมหึมาเข้าใส่
หมับ!
จางอวิ๋นยื่นมือออกไปตะปบคว้ากระสุนของเหลวนั้นไว้ดื้อๆ ก่อนจะโคจร ‘เคล็ดวิชาดูดกลืนเหี่ยวเฉาเอกอุไร้เทียมทาน’ เปลี่ยนของเหลวร้ายกาจนั้นให้กลายเป็นเส้นสายพลังเหี่ยวเฉา แล้วดูดซับเข้าสู่ร่างกายไปทั้งหมดในคราวเดียว
“พลังเหี่ยวเฉาช่างเข้มข้นยิ่งนัก!”
จางอวิ๋นยกยิ้มกริ่มอย่างพอใจ
“นี่มัน…”
มนุษย์งูที่เห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
นับตั้งแต่ถือกำเนิดมา มันติดตามนายเหนือหัวกรำศึกมาไม่น้อย คู่ต่อสู้ที่เผชิญหน้ากับพลังเหี่ยวเฉาของมันต่างก็ต้องหนีตายกันจ้าละหวั่น แต่บุรุษผู้นี้กลับกล้ารับมันด้วยมือเปล่า? ซ้ำร้ายยังดูดกลืนหายไปจนสิ้นซากอีกรึ??
“แย่แล้ว!”
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวที่บริเวณหางก็แล่นพล่านเข้าสู่โสตประสาท สีหน้าของมันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง หนามสีแดงทั่วร่างระเบิดพลังงานออกมาหมายจะดิ้นรนอาละวาดเป็นครั้งสุดท้าย
ทว่าก่อนจะได้ขยับเขยื้อน ร่างของมันกลับถูกพลังอูสีน้ำเงินเข้มพันธนาการไว้จนแน่นหนา และในวินาทีถัดมานั้นเอง…
ฉัวะ!
จางอวิ๋นตวัดหัตถ์สับหางของมันจนขาดสะบั้นกระเด็นไปคนละทิศทาง
ฟิ้ว!
เมล็ดพันธุ์ที่เรืองแสงสีแดงฉานพุ่งพรวดออกมาจากโคนหางที่ขาดวิ่น หมายจะพุ่งทะยานหนีไปประดุจลูกธนูที่หลุดจากคันศร
แต่จางอวิ๋นกลับรวดเร็วยิ่งกว่า เขาคว้าหมับเข้าที่เมล็ดพันธุ์นั้นได้อย่างแม่นยำ สัมผัสถึงมวลพลังงานมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายในแล้วยิ้มกว้าง “พลังเหี่ยวเฉาอัดแน่นสมคำเล่าลือจริงๆ!”
เมล็ดพันธุ์สั่นระริกพยายามดิ้นรนอยู่ในฝ่ามือของเขา ทันใดนั้นพลันปรากฏใบหน้าวิญญาณงูขึ้นมาพร้อมตะโกนก้องด้วยความหวาดกลัว “หยุดมือเดี๋ยวนี้! นายเหนือหัวของข้าคือตัวตนระดับแปลงเทพ หากเจ้ากล้าแตะต้องข้าแม้เพียงนิด เจ้าจะต้องเผชิญกับหายนะ”
“ระดับแปลงเทพงั้นรึ?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วถาม
สาเหตุที่เขาเข้าขัดขวางมนุษย์งูตนนี้ ก็เพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังเหี่ยวเฉาที่คุ้นเคย หากคาดการณ์ไม่ผิด เจ้านายของมันย่อมต้องเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด และเป็นคนเดียวกับที่สนทนาผ่านหินส่งเสียงกับเขาเมื่อครู่นี้
เดิมทีนึกว่าเป็นเพียงระดับหยวนอิง ที่ไหนได้ กลับเป็นถึงระดับแปลงเทพเชียวหรือ
สิ่งนี้ยิ่งกระตุ้นความสนใจที่เขามีต่อสวนสมุนไพรตระกูลอู๋ให้พุ่งทะยานขึ้นไปอีก
หากเรื่องนี้ทำให้ตัวตนระดับแปลงเทพต้องลงมือด้วยตนเอง ภายในนั้นย่อมต้องมีลับลมคมในบางอย่างซ่อนอยู่แน่นอน!
“รู้เช่นนี้แล้วก็รีบปล่อยข้าไปเสีย!”
เมื่อเห็นจางอวิ๋นเงียบงันไป เมล็ดพันธุ์ก็ทึกทักเอาเองว่าอีกฝ่ายกำลังหวาดกลัว จึงรีบแผดเสียงข่มขู่ต่อ “หากเจ้าปล่อยข้าไปตอนนี้ ข้าจะถือเสียว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้น!”
จางอวิ๋นได้ยินเช่นนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“เจ้า… เจ้าหัวเราะอะไร?”
เมล็ดพันธุ์พลันงุนงงสงสัย
จางอวิ๋นไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขาปลดปล่อยกลิ่นอายกดดันทางวิญญาณระดับแปลงเทพขั้นสูงสุด อัดกระแทกเข้าใส่ใบหน้าวิญญาณนั้นอย่างจัง
เมล็ดพันธุ์ตัวสั่นเทาประดุจลูกนกโดนน้ำ สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่เหนือกว่านายตนเอง ใบหน้าวิญญาณบนเมล็ดพันธุ์บิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด “ป… แปลงเทพขั้นสูงสุด!?”
จางอวิ๋นแสยะยิ้มพลางเอ่ยถามเสียงเรียบ “เจ้าว่าระหว่างข้ากับเจ้านายของเจ้า… ใครเก่งกาจกว่ากัน?”
“เอ่อ…”
เมล็ดพันธุ์อ้าปากค้าง ไร้ซึ่งคำพูดใดจะเอื้อนเอ่ย
แม้เจ้านายของมันจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่หากเปรียบเทียบจากกลิ่นอายวิญญาณที่สัมผัสได้ในตอนนี้แล้ว…
“เช่นนั้นก็จบสิ้นกันที!”
จางอวิ๋นยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นยะเยือกไปถึงดวงตา
“ไม่! อย่านะ อ๊ากกก——!!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจของเมล็ดพันธุ์ จางอวิ๋นจัดการแปลงสภาพมวลพลังของมันในทันที
มวลพลังเหี่ยวเฉากว่า 100,000 เส้นหลั่งไหลพรั่งพรูเข้าสู่ร่างกาย จางอวิ๋นพลันรู้สึกปลอดโปร่งสดชื่นขึ้นมาในทันที เขาไม่รอช้า รีบหลอมรวมพวกมันให้กลายเป็นพลังเซียนเหี่ยวเฉา
ได้มา 10 เส้นพอดีเป๊ะ
จางอวิ๋นยกยิ้มที่มุมปาก สายตาคมปลาบจ้องมองไปที่ซากศพของมนุษย์งูที่ไร้วิญญาณ
“หากลองอัญเชิญออกมาดู จะมีของดีติดมือมาอีกไหมนะ?”
คิดได้ดังนั้นเขาก็ลงมือทำทันที
เขาใช้ซากศพมนุษย์งูเป็นสื่อกลาง อัญเชิญร่างมนุษย์งูออกมาเพิ่มอีก 10 ตัว
เมื่อจัดการค้นตัวพวกมันและดูดซับเมล็ดพันธุ์วิญญาณสัตว์เหี่ยวเฉาที่เติบโตเต็มที่ออกมาได้อีก 10 เม็ด จางอวิ๋นก็แทบจะหุบยิ้มไม่ได้
แท่นอัญเชิญนี่มันของดีระดับเทพชัดๆ!
ภายในใจของเขามีแต่คำชื่นชมเยินยอต่อระบบอย่างไม่ขาดสาย
เขารีบจัดการแปลงสภาพเมล็ดพันธุ์ทั้ง 10 เม็ดนั้นในคราวเดียว
กระแสพลังเซียนเหี่ยวเฉากว่า 100 เส้นหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง จางอวิ๋นเดาะลิ้นด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
พาลนึกไปถึงตอนที่ต้องต่อกรกับมารเหี่ยวเฉาระดับเหลียนซวี ครั้งนั้นยังได้มาเพียง 1,000 เส้น แต่มนุษย์งูกลายพันธุ์พวกนี้ แค่เพียงตัวเดียวประกอบกับการอัญเชิญซากศพ กลับมอบพลังเซียนเหี่ยวเฉาให้เขาถึง 110 เส้น
หากมีพวกมันจำนวนมากกว่านี้ เขาคงได้ครอบครองพลังเซียนเหี่ยวเฉาจนล้นปรี่เป็นแน่!
จางอวิ๋นทอดสายตามองไปยังทิศทางของสวนสมุนไพรตระกูลอู๋ด้วยแววตามาดมั่น เขากระโดดพริ้วขึ้นบนหลังพยัคฆ์ลายพาดกลอน ก่อนจะหยิบพู่กันบัญชาการออกมาตวัดเขียนอักษรคำว่า ‘เร็ว’ ลงบนร่างของมัน
“จงพุ่งไปให้สุดกำลังเลยลูกพ่อ!”
ฟิ้ว——!!
พยัคฆ์ลายพาดกลอนพุ่งทะยานออกไปทันที และการออกตัวในครั้งนี้ มันรวดเร็วราวกับลูกศรที่ถูกยิงออกจากแหล่ง หายวับไปจากสายตาประดุจลำแสงเพียงชั่วพริบตา
“คุณชาย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?”
เมื่อสัมผัสได้ว่าร่างกายเบาหวิวและเคลื่อนที่ได้รวดเร็วผิดปกติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พยัคฆ์ลายพาดกลอนถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“เจ้ามีหน้าที่เพียงตั้งใจวิ่งให้เร็วที่สุดก็พอ!”
จางอวิ๋นสั่งการเสียงเรียบ
พยัคฆ์ลายพาดกลอนพยักหน้ารับคำสั่ง เร่งความเร็วเต็มพิกัดอย่างสุดกำลัง
“ใช้ได้ทีเดียว!”
จางอวิ๋นตรวจสอบการใช้พลังงานของตนเองพลางพยักหน้าเบาๆ อย่างพอใจ
ผลลัพธ์จากการเสริมพลังด้วยพู่กันบัญชาการนั้น สามารถส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่นได้นอกเหนือจากตัวเขาเอง ก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยได้หยิบยกมาใช้บ่อยนักเนื่องจากมันสิ้นเปลืองพลังงานมหาศาล แต่ยามนี้เมื่อเขาทะลวงเข้าสู่ระดับหยวนอิงแล้ว การสิ้นเปลืองพลังงานเพียงเท่านี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่รับได้สบายมาก
เห็นทีวันหน้าคงต้องหาโอกาสนำมาใช้งานให้บ่อยขึ้นเสียแล้ว
ด้วยความเร็วระดับหลุดพ้นขีดจำกัดนี้ ไม่ถึง 2 นาที พวกเขาก็สามารถมองเห็นแนวเทือกเขาที่ตั้งอยู่ไกลๆ ได้ลางๆ
ภายในเทือกเขาไป่หลิน
“หืม?”
ชายชราในชุดหรูหราที่กำลังหลับตาพักผ่อนอยู่พลันลืมตาโพลงขึ้น เขาจ้องมองไปในทิศทางหนึ่งด้วยสายตาฉงนสงสัย
กลิ่นอายพลังของมนุษย์งู… เหตุใดจึงเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้?
หรือว่าจะมีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นงั้นรึ?
โฮก——!!
ยังไม่ทันที่จะได้ครุ่นคิดหาสาเหตุ เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทของสัตว์ร้ายก็ดังสะท้านไปทั่วทั้งผืนป่าจากระยะไกล พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่พุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
…