ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 254 ทาสรับใช้ระดับแปลงเทพ
ฟิ้ว!
ร่างมหึมาของพยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอนร่อนลงมาจากฟากฟ้า เงาของมันปกคลุมไปทั่วป่าหมอกเบื้องล่างประหนึ่งมัจจุราชทมิฬ
“สัตว์อสูรระดับหยวนอิง?”
ชายชราชุดหรูชะงักฝีเท้าด้วยความประหลาดใจ ทว่าเพียงชั่วอึดใจ เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องลงมาจากบนหลังพยัคฆ์
สายตานั้นเย็นเยียบและทรงอำนาจ เป็นของจางอวิ๋นที่ยืนตระหง่านในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะ ปล่อยให้ชายเสื้อปลิวไสวไปตามแรงลมอย่างสง่างาม
จางอวิ๋นก้มมองเหยื่อเบื้องหน้า พร้อมกับโคจรเคล็ดวิชาเนตรเซียนขึ้นทันที
【 ??? 】
ระดับ : แปลงเทพ ขั้นกลาง
กายา : กายาวิญญาณเหี่ยวเฉา
พรสวรรค์กายา : แปลงพลังเหี่ยวเฉา — สามารถเปลี่ยนอวัยวะส่วนใดก็ได้ของร่างกายให้กลายเป็นพลังเหี่ยวเฉาชั่วคราว
เคล็ดวิชา / ทักษะยุทธ์ : ดัชนีเหี่ยวเฉาตัดนภา, กรงเล็บวิญญาณเหี่ยวเฉา, เคล็ดเลี้ยงเมล็ดพันธุ์…
พลังงานพิเศษที่ฝึกฝน : พลังเหี่ยวเฉา
จุดอ่อน : ทุกกระบวนท่าล้วนใช้พลังเหี่ยวเฉาเป็นพื้นฐาน หากจำกัดการใช้พลังเหี่ยวเฉาได้ จะทำให้สูญเสียพลังต่อสู้โดยสิ้นเชิง
…
ผู้บำเพ็ญพลังเหี่ยวเฉาระดับแปลงเทพสินะ…
จางอวิ๋นยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะก้าวเดินบนความว่างเปล่าร่อนลงสู่พื้นดินประหนึ่งเซียนจุติ
ชายชราชุดหรูเห็นท่าร่างอันพิลึกพิลั่นนั้นก็พลันใจหายวับ เขารีบแผ่สัมผัสวิญญาณออกไปตรวจสอบรอบด้านอย่างระมัดระวังสูงสุด
“สวัสดี!”
เสียงทักทายแผ่วเบาที่ดังขึ้นข้างหูประหนึ่งเสียงกระซิบของภูตพราย ทำให้รูม่านตาของชายชราชุดหรูหดเกร็งเท่ารูเข็ม เขาตอบโต้ตามสัญชาตญาณด้วยการสะบัดมือซัดพลังเหี่ยวเฉาพุ่งออกไปดุจงูพิษทันที
จางอวิ๋นที่ปรากฏตัวขึ้นข้างกายกลับนิ่งสงบ เขาไม่เพียงไม่หลบเลี่ยง แต่ยังใช้ร่างกายกำยำพุ่งเข้าปะทะกับสายพลังงานมรณะนั้นตรงๆ!
ชายชราชุดหรูเบิกตาโพลงด้วยความงุนงง
ใช้ตัวพุ่งชนพลังเหี่ยวเฉาของข้า? เจ้านี่รนหาที่ตายหรืออย่างไร!
ทว่าในวินาทีถัดมา ความเป็นจริงกลับฟาดแสกหน้าเขาอย่างจัง
ทันทีที่พลังเหี่ยวเฉาปะทะเข้ากับร่างของจางอวิ๋น แทนที่จะกัดกร่อนเนื้อหนังจนเน่าเปื่อย มันกลับถูกดูดซับหายวับเข้าไปในร่างกายของชายหนุ่มประหนึ่งหยดน้ำตกสู่มหาสมุทร
“แค่จำกัดพลังเหี่ยวเฉาก็พอ ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะแฮะ”
จางอวิ๋นพึมพำเสียงเรียบ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างที่ชวนให้สันหลังวาบ ยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
ชายชราชุดหรูตอบสนองอย่างรวดเร็วสมฐานะระดับแปลงเทพ เขาสั่นสะเทือนร่างกาย เปลี่ยนหัวไหล่ทั้งข้างให้กลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงานเหี่ยวเฉาที่ไร้รูปลักษณ์ทันที
“เจ้า…”
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นคือ จางอวิ๋นยังคงรุกไล่ไม่เลิกรา ฝ่ามือนั้นล้วงทะลุผ่านมวลพลังงานเหี่ยวเฉาประหนึ่งสอดมือผ่านปอยหมอก คว้าจับเข้าที่เนื้อหนังและกระดูกภายในร่างกายเขาได้อย่างแม่นยำ!
“รนหาที่ตาย!”
ชายชราชุดหรูคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว บังคับพลังเหี่ยวเฉาทั่วร่างให้กลายเป็นโซ่ตรวนมรณะ รัดพันมือของจางอวิ๋นไว้จนแน่นหนา
“ดัชนีเหี่ยวเฉาตัดนภา!”
พร้อมกันนั้น เขาก็จี้นิ้วชี้ขวาออกไปสุดแรง
พริบตาที่นิ้วนั้นเคลื่อนไหว จางอวิ๋นรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบพลันกลายเป็นสีเทาหม่น นิ้วชี้ตรงหน้าขยายใหญ่ขึ้นร้อยเท่าประหนึ่งเสาค้ำฟ้าที่กำลังถล่มทลายลงมาบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง
“กระบวนท่าไม่เลวเลยนี่!”
จางอวิ๋นเอ่ยชมด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับกำลังนั่งชมการแสดงปาหี่
ชายชราชุดหรูขมวดคิ้วจนหน้าย่น
จะดับสูญอยู่รอมร่อ ยังจะมีอารมณ์มาชื่นชมคนอื่นอีกหรือ?
ทว่าในขณะที่ดัชนีกำลังจะถึงตัว พลังงานสีเทาทองที่เปี่ยมไปด้วยอานุภาพกดดันมหาศาล หนึ่งเส้น… สองเส้น… รวมเป็นสามเส้น ก็พลันปะทุออกมาจากฝ่ามือของจางอวิ๋นที่ถูกพันธนาการไว้
“แย่แล้ว!”
สัญชาตญาณร้องเตือนดังสนั่น สีหน้าของชายชราชุดหรูเปลี่ยนเป็นซีดเผือดฉับพลัน
กระบวนท่าดัชนีอันทรงพลังที่เขามั่นใจนักหนาพลันสลายไปเองดื้อๆ ราวกับควันไฟที่ถูกลมพัด
“อ๊ากกกกก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจดังระงมไปทั่วผืนป่า
ร่างกายของชายชราชุดหรูที่แปรสภาพเป็นพลังงาน ในเวลานี้กลับเดือดพล่านประหนึ่งลาวาร้อนระอุ พลังเซียนเหี่ยวเฉาทั้งสามเส้นกำลังชำแหละและปั่นป่วนพลังเหี่ยวเฉาทั่วร่างของเขาจนแทบจะแตกสลาย
“นะ… นี่มันพลังงานบ้าอะไรกัน!”
ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
เขาพยายามจะควบคุมมัน แต่พลังเหี่ยวเฉาในกายกลับไม่ฟังคำสั่งอีกต่อไป มันสั่นสะท้านและศิโรราบต่อพลังงานสีเทาทองนั้นประหนึ่งข้าราชบริพารที่สยบต่อจักรพรรดิเทพ
พลังงานเพียงสามเส้น กลับปั่นป่วนจนร่างกายของยอดฝีมือระดับแปลงเทพแทบจะฉีกขาดเป็นชิ้นๆ
“หยุด! ได้โปรดหยุดเดี๋ยวนี้!”
ความเจ็บปวดที่เหนือกว่าคำบรรยายทำให้เขาสิ้นท่า ล้มลงไปดิ้นทุรนทุรายกับพื้นดิน พลางตะโกนวอนขอชีวิตอย่างน่าเวทนา
เขารู้สึกได้เลยว่า หากปล่อยให้พลังนี้ปั่นป่วนต่อไป ร่างกายและวิญญาณของเขาต้องระเบิดเป็นผุยผงอย่างแน่นอน!
“เคล็ดสะกดวิญญาณเพิ่งฝึกสำเร็จยังไม่เคยลองใช้ งั้นข้าขอยืมเจ้าเป็นหนูทดลองคนแรกก็แล้วกัน!”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บ เขาประสานอินมืออย่างรวดเร็วซับซ้อนเกินกว่าตาเปล่าจะมองทัน ก่อนจะประทับฝ่ามือลงกลางกระหม่อมของอีกฝ่ายอย่างจัง
“อ๊ากกกกกก!”
เสียงร้องสุดท้ายดังก้องก่อนจะเงียบกริบลงพร้อมกับจางอวิ๋นที่ชักมือกลับ
“ราบรื่นดีจริง”
จางอวิ๋นยกยิ้ม สัมผัสได้ถึงตราประทับที่ฝังลึกและเชื่อมโยงเข้ากับวิญญาณของเหยื่อเบื้องหน้าอย่างสมบูรณ์
ชายชราชุดหรูนอนแผ่หราอยู่บนดิน หอบหายใจรวยริน เขาพลันรู้สึกว่าในวิญญาณมีบางอย่างแปลกปลอมเพิ่มเข้ามา เขาพยายามจะขับไล่มันออกไป แต่มันกลับหยั่งรากลึกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณไปเสียแล้ว
เขาเงยหน้ามองจางอวิ๋นด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด “เจ้า… เจ้าทำอะไรกับข้า?”
“ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่ของเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถสั่งระเบิดวิญญาณของเจ้าให้แหลกสลายได้ในพริบตาเดียวเท่านั้นเอง”
จางอวิ๋นยิ้มหวาน
ทว่ารอยยิ้มนั้น สำหรับชายชราแล้ว มันคือรอยยิ้มของปีศาจจากขุมนรกชัดๆ!
“เจ้าเป็นใครกันแน่? แล้วเหตุใดต้องลงมือกับข้าด้วย!”
ชายชราชุดหรูแทบกระอักเลือดด้วยความคับแค้นใจ
ในความคิดของเขา จางอวิ๋นจู่ๆ ก็โผล่มาเล่นงานเขาโดยไร้สาเหตุ ทั้งที่เขามั่นใจว่าไม่เคยสร้างความแค้นกับยอดฝีมือที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อน
“คนที่ส่งเสียงเรียกเจ้าเมื่อครู่ ก็คือข้าเอง”
จางอวิ๋นเอ่ยเรียบๆ “ตระกูลอู๋… เจ้ายังจำได้ใช่ไหม?”
คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของชายชราแข็งค้างไปทันที
ที่แท้คนที่ส่งเสียงมาก็ไม่ใช่บรรพชนตระกูลหลัว แต่เป็นปีศาจตรงหน้านี้!
“เจ้าคือคนของตระกูลอู๋?”
ชายชราชุดหรูไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เขาตรวจสอบข้อมูลมาอย่างดีว่าตระกูลอู๋มีเพียงระดับสร้างรากฐานกะจ้อยร่อยแค่ไม่กี่คน แล้วจะมียอดคนระดับนี้โผล่มาได้อย่างไร!
“เอาล่ะ ตอนนี้เจ้ามีสองทางเลือก”
น้ำเสียงของจางอวิ๋นเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ “หนึ่งคือความตาย สองคือยอมสยบแทบเท้าข้า และกลายเป็นทาสรับใช้ของข้า!”
“ทาสรับใช้?”
ศักดิ์ศรีของระดับแปลงเทพทำให้เขาโกรธจนหน้าแดงก่ำ
จะให้เขาสยบยอมเป็นทาส? ฝันไปเถอะ! ไม่มีทา…
“อ๊ากกกก!”
เพียงแค่ความคิดต่อต้านผุดขึ้น ตราประทับในวิญญาณและพลังเซียนเหี่ยวเฉาก็ปะทุขึ้นพร้อมกัน ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้เขาล้มลงไปดิ้นพล่านกรีดร้องอีกครั้ง
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!”
จางอวิ๋นไม่แยแสต่อเสียงอ้อนวอน เขาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ความอดทนของข้ามีจำกัด ให้เวลาเจ้าสามวินาที หากไม่สยบ ก็จงดับสูญไปเสีย… สาม… สอง… หนึ่ง…”
“ยอมแล้ว! ข้ายอมสยบแล้ว!”
ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและคมเคียวมัจจุราชที่จ่อคอหอย ศักดิ์ศรีที่เคยมีก็มลายหายไปจนสิ้น เขาตะโกนลั่นเพื่อรักษาชีวิต
“ก็แค่นั้นแหละ”
จางอวิ๋นยิ้มบางๆ พลางสั่งหยุดอานุภาพของพลังเซียนเหี่ยวเฉาและเคล็ดสะกดวิญญาณ
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
ความเจ็บปวดหายไปทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้า ชายชราชุดหรูนอนหมดสภาพอยู่บนพื้นดินพลางหอบหายใจถี่รัว
นับตั้งแต่บรรลุระดับแปลงเทพ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าความตายอยู่ใกล้แค่เพียงเอื้อมมือ!
เขามองดูจางอวิ๋นที่ยืนยิ้มอยู่เบื้องหน้าด้วยร่างกายที่สั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม
ปีศาจ… ชายผู้นี้คือปีศาจในคราบมนุษย์ชัดๆ!
จางอวิ๋นไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวนั้น เวลานี้เขารู้สึกอารมณ์ดีไม่น้อย
เพราะนี่ไม่ใช่แค่หุ่นเชิดหรือวิญญาณอัญเชิญ แต่คือทาสรับใช้ระดับแปลงเทพที่มีตัวตนอยู่จริง
เขาเจ้าเล่ห์ยิ้มกว้าง สูดหายใจลึกพลางหันไปพิจารณาป่าหมอกลึกลับตรงหน้า
“ท่านเซียน หมอกพวกนี้คือเขตอาคมที่บรรพชนตระกูลข้าทิ้งไว้ ด้านในก็คือสวนสมุนไพรขอรับ!”
ลุงใหญ่ตระกูลอู๋ที่ยังอยู่บนหลังเสือรีบเอ่ยแนะนำด้วยท่าทีนบนอบ
จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“หืม?”
เมื่อเขาโคจรแผ่อานุภาพเนตรเซียนกวาดสายตามองไป สายตาของเขาก็พลันหยุดชะงักลงที่จุดหนึ่งทันที…