ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 28 ถ้ำสวรรค์ใต้พิภพ
ยิ่งก้าวเดินลึกเข้าไป แสงสว่างรอบกายก็ยิ่งถูกความมืดมิดกลืนกิน
ในความเงียบสงัด แว่วเสียง ฟ่อ… คล้ายอสรพิษขู่คำราม ผสานกับเสียง จี๊ดๆ ของสัตว์ฟันแทะที่ดังสะท้อนมาจากส่วนลึกของถ้ำ
ยิ่งเดินหน้า เสียงเหล่านี้ก็ยิ่งดังระงม บรรยากาศรอบด้านกดดันหนักอึ้งราวกับมีหินผาทับอก
จางอวิ๋นเดินนำด้วยสีหน้าเรียบเฉย ท่วงท่าสง่างามดุจเดินชมสวน
ทว่าลูกศิษย์สองคนด้านหลังกลับเริ่มตัวเกร็ง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
โดยเฉพาะอู๋เสี่ยวพั่ง ขาสั่นระริกจนแทบก้าวไม่ออก เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเสียงสั่น “ทะ… ท่านอาจารย์ พวกเราถอยกันก่อนดีไหมขอรับ? ถ้ำนี้มันดู… วังเวงพิกล…”
“เป็นผู้ฝึกตน แต่ใจเสาะเป็นปลาซิวแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน!”
จางอวิ๋นดุเสียงเข้ม ก่อนจะสะบัดมือเรียกคบเพลิงออกมาจากแหวนมิติแล้วจุดไฟ
พรึ่บ!
เปลวไฟสีส้มสว่างวาบ ขับไล่ความมืดมิดรอบกายให้ถอยร่นไป
ความสว่างช่วยชะล้างความหวาดกลัวในใจของอู๋เสี่ยวพั่งลงไปได้บ้าง
“ตามมาให้ชิด ระวังตัวด้วย!”
จางอวิ๋นสั่งกำชับ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งรีบกระชับอาวุธในมือ ก้าวเท้าตามไปติดๆ ไม่กล้าห่างแม้แต่ก้าวเดียว
จี๊ด จี๊ด จี๊ด จี๊ด——!!
เดินไปได้เพียงไม่กี่อึดใจ เสียงร้องที่เดิมทีแผ่วเบา จู่ๆ ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากรอบทิศทาง
พื้นดินรอบตัวเกิดการสั่นไหว รูขนาดเท่าฝ่ามือนับร้อยผุดขึ้นมาพรวดพราด
‘หนูวิญญาณทมิฬ’ ตัวแล้วตัวเล่าพุ่งทะยานออกมาจากรูดั่งลูกธนู นัยน์ตาสีแดงฉานวาวโรจน์ในความมืด เขี้ยวแหลมคมแยกออกเตรียมขย้ำเหยื่อผู้บุกรุก
“ฆ่า!”
จางอวิ๋นเปล่งเสียงสั้นๆ เพียงคำเดียว
ตึง!
ฝ่าเท้ากระทืบลงพื้นอย่างแรง คลื่นพลังปราณแผ่ซ่านออกจากจุดที่เหยียบ ระเบิดหนูวิญญาณทมิฬที่กล้าเข้ามาในรัศมีให้กลายเป็นหมอกเลือดในพริบตา
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งเองก็ชักอาวุธออกมาฟาดฟันอย่างไม่ลดละ
หนูวิญญาณทมิฬเหล่านี้เป็นเพียงสัตว์วิญญาณระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่งหรือสอง แม้จำนวนจะมากจนน่ารำคาญ แต่พลังต่อสู้ช่างต่ำต้อย การสังหารพวกมันจึงไม่ต่างอะไรกับการผ่าแตงหั่นผัก
เพียงชั่วกาน้ำเดือด รอบกายก็เต็มไปด้วยซากศพของหนูวิญญาณทมิฬกองพะเนิน
จางอวิ๋นกวาดตามองรูเล็กๆ บนพื้น หากเดาไม่ผิด ใต้ดินนี้น่าจะเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ของพวกมัน
หนูวิญญาณทมิฬเป็นสัตว์วิญญาณระดับต่ำที่พบเห็นได้ทั่วไป มักอาศัยรวมกันเป็นฝูงมหึมา รังหนึ่งมีประชากรไม่ต่ำกว่าร้อยตัว
ระลอกนี้โผล่มาแค่สามสี่สิบตัว ข้างล่างคงยังมีอีกเพียบ
แต่จางอวิ๋นหมดความสนใจจะเล่นด้วยแล้ว แม้แต่ซากหนูเกลื่อนพื้นเขาก็ขี้เกียจจะเก็บ
หนูวิญญาณทมิฬนับเป็นสัตว์วิญญาณที่ไร้ค่าที่สุด เนื้อของมันมีพลังงานวิญญาณน้อยนิดจนแทบสัมผัสไม่ได้ แถมรสชาติยังเลวร้าย บัดซบยิ่งกว่าเคี้ยวหนังแห้งๆ ที่หมักโคลน แถมยังมีกลิ่นสาบฉุนกึกที่ล้างยังไงก็ไม่ออก
ปกติไม่มีผู้ฝึกตนสติดีคนไหนเขาเอามากินกันหรอก...
อย่าถามว่าทำไมเขาถึงรู้ เอาเป็นว่า… ถ้าถามก็คือไม่เคยกิน!
“ไปต่อ!”
เขาออกคำสั่งเดินหน้า
ถ้าพวกหนูมันโผล่มาให้ฆ่าเก็บแต้มก็ถือเป็นของแถม แต่ถ้าไม่โผล่มา เขาก็ขี้เกียจจะไปขุดหาให้เสียเวลา
ทว่า… หลังจากเดินลึกเข้าไปได้สักพัก จางอวิ๋นก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ครืนนนน...
พื้นถ้ำทั้งหมดสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับธรณีพิโรธ
เมื่อหันหลังกลับไปมอง…
จี๊ด จี๊ด จี๊ด จี๊ด!!
เสียงร้องแหลมสูงนับหมื่นนับแสนประสานกันจนแก้วหูแทบแตก
กองทัพหนูวิญญาณทมิฬจำนวนมหาศาล อัดแน่นจนแทบจะกลืนกินทางเดินในถ้ำ กำลังถาโถมเข้ามาใส่พวกเขาราวกับคลื่นมหาสมุทรสีนิล!
“ทะ… ท่านอาจารย์ คลื่น… คลื่นหนู!!”
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
จางอวิ๋นไม่มีเวลาอธิบาย มือซ้ายคว้าศิษย์คนหนึ่ง มือขวาคว้าอีกคน เหินกระบี่พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุดทันที
ฟุ่บ!
หนูวิญญาณทมิฬไม่น่ากลัว ต่อให้มาเป็นร้อยตัวก็แค่ฝูงมดปลวก แต่ถ้ามากันเป็นหมื่นเป็นแสนจนกลายเป็น ‘คลื่นหนู’ แบบนี้ ต่อให้เป็นระดับหยวนอิง หากประมาทก็อาจเหลือแต่กระดูกได้!
แต่ทว่า… พุ่งไปได้ไม่ไกล จางอวิ๋นก็ต้องรั้งกายหยุดกลางอากาศกะทันหัน
เพราะเบื้องหน้า… ก็ปรากฏคลื่นหนูสีดำทมิฬอีกระลอก กำลังถาโถมสวนทางเข้ามาปิดล้อมพวกเขาไว้!
“ท่านอาจารย์ เอาไงดี!? พวกเราโดนล้อมแล้ว!!”
อู๋เสี่ยวพั่งหน้าไร้สีเลือด ตะโกนลั่น
“อาจารย์รู้แล้ว!”
จางอวิ๋นกัดฟันกรอด สายตากวาดมองไปรอบทิศทางที่ตันทุกด้าน ก่อนจะล็อกเป้าไปที่พื้นดินใต้เท้า
“ในเมื่อทางบกตัน ก็ต้องมุดลงดิน!”
ทันใดนั้น มือขวากำหมัดแน่น พลังปราณทั้งหมดถูกรีดเร้นมารวมไว้ที่จุดเดียว
ปัง!
เขาชกหมัดอัดลมปราณกระแทกลงไปที่พื้นดินเต็มแรง
ถ้ำแห่งนี้เป็นรังของหนูวิญญาณทมิฬ ย่อมต้องมีโพรงเล็กโพรงน้อยพรุนไปทั่วใต้ดิน โครงสร้างของชั้นดินย่อมเปราะบางราวกับรังผึ้ง!
ตูม!!
เป็นไปตามคาด หมัดที่อัดแน่นด้วยพลังปราณกระแทกลงไป ส่งผลให้ถ้ำทั้งถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
แครก… แครก…
รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นดินใต้เท้า ลามออกไปอย่างรวดเร็ว
“มีหวัง!”
จางอวิ๋นเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า รวบรวมพลังปราณเฮือกใหญ่ ซัดหมัดที่สองอัดลงไปที่จุดเดิมซ้ำอีกครั้ง
ตู้มมมม!!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินใต้เท้าไม่อาจทนทาน แตกกระจายถล่มลงเป็นเสี่ยงๆ
รอยแยกขนาดใหญ่ขยายวงกว้างออกไป ฝูงหนูวิญญาณทมิฬจำนวนมากที่วิ่งตามมาเบรกไม่ทัน ร่วงกรูลงไปในรอยแยกนับไม่ถ้วน
จางอวิ๋นฉวยจังหวะนี้ หิ้วปีกศิษย์ทั้งสองเหินกระบี่ขึ้น เตรียมจะพุ่งหนีออกไปทางปากถ้ำที่เพิ่งเปิดออก
ครืนนน!!
แต่ทันใดนั้นเอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ใต้พื้นถ้ำที่เพิ่งถูกทุบจนถล่ม กลับปรากฏ ‘รอยแยกมิติ’ สีดำขนาดมหึมากว้างหลายเมตร!
มันมืดมิดไร้ก้นบึ้งราวกับปากของอสูรกายดึกดำบรรพ์ ทันทีที่สัมผัสกับอากาศภายนอก มันก็เหมือนไปกระตุ้นค่ายกลบางอย่างให้ทำงาน
วูบ!
รอยแยกนั้นพลันปลดปล่อยแรงดูดมหาศาลออกมา!
“แย่แล้ว!”
จางอวิ๋นหน้าถอดสี พยายามเร่งพลังปราณต้านแรงดูดสุดชีวิต
แต่แรงดูดนี้ทรงพลังเกินจินตนาการ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากร่างของเขาไว้อย่างแน่นหนา ดิ้นรนสุดแรงเกิดก็ไม่อาจหลุดพ้น
ยื้ออยู่ได้เพียงชั่วอึดใจ พลังปราณก็เริ่มขาดห้วง
วูบ!
ร่างของจางอวิ๋นถูกดูดกลืนลงไปในความมืดมิดทันที พร้อมกับศิษย์ทั้งสองที่หวีดร้องเสียงหลง ร่วงหล่นลงสู่หุบเหวไร้ก้นบึ้ง
ในเวลาเดียวกัน พื้นที่บริเวณรอบๆ ป่าหนานเฟิง ก็ปรากฏรอยแยกสีดำลักษณะเดียวกันนี้ผุดขึ้นมาอีกหลายจุด…
ผู้โชคร้ายที่อยู่ใกล้เคียงยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกแรงดูดมหาศาลจากรอยแยก กลืนหายลงไปในพริบตา
…
จางอวิ๋นรู้สึกเหมือนสติหมุนคว้าง ร่างกายไร้น้ำหนัก
เมื่อความรู้สึกนั้นจางหายไป เขาก็พบว่าตัวเองกำลังลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศ ร่างกายร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างอย่างอิสระ
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงตกน้ำดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน
ความเย็นเฉียบของน้ำช่วยเรียกสติ จางอวิ๋นลืมตาขึ้นมองสำรวจรอบด้าน พบว่าตนเองตกลงมาอยู่ในทะเลสาบใต้ดิน
แสงสว่างสลัวรางส่องกระทบผิวน้ำระยิบระยับ
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งที่ตกลงมาพร้อมกัน ตอนนี้สลบเหมือด ร่างกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาบ
จางอวิ๋นรีบดำลงไปว่ายเข้าไปคว้าตัวทั้งสองคนไว้ แล้วถีบตัวส่งพลังปราณพุ่งทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ
ซ่า!
ศีรษะโผล่พ้นน้ำขึ้นมา เขาหอบหายใจพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ
“ที่นี่มัน…?”
ภาพเบื้องหน้าทำให้เขาต้องชะงัก
ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ใต้ก้นเหวลึก ด้านหลังเป็นหน้าผาสูงชันเสียดฟ้า แต่ด้านหน้าของทะเลสาบ… กลับเป็นลานกว้างใต้ดินขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์!
ผนังถ้ำสองฝั่งฝัง ‘ไข่มุกราตรี’ เม็ดโตนับร้อยเม็ด ส่องแสงนวลตาขับไล่ความมืด
เมื่อมองตรงไปที่ด้านในสุดของลานกว้าง จะเห็นปากถ้ำโบราณแห่งหนึ่งตั้งตระหง่าน ข้างปากถ้ำมีศิลาจารึกเก่าแก่ตั้งอยู่ แต่ระยะทางไกลเกินไปจนอ่านข้อความไม่ออก
“นี่โดนดูดลงมาถึงใต้พิภพเลยเหรอเนี่ย?”
จางอวิ๋นเงยหน้ามองขึ้นไปข้างบน เห็นแต่ความมืดมิดไร้จุดสิ้นสุด
“ดูท่าเมื่อกี้คงไปกระตุ้นโดนค่ายกลเข้า…”
นึกถึงรอยแยกสีดำที่มีแรงดูดมหาศาลเมื่อครู่ ประกอบกับภาพตรงหน้า จางอวิ๋นก็พอจะเดาได้รางๆ
ถ้าเดาไม่ผิด ที่นี่น่าจะเป็น ‘ถ้ำสวรรค์’ หรือแดนลับที่ยอดฝีมือโบราณสร้างไว้!
รอยแยกสีดำนั่นก็คือทางเข้าลับที่ถูกซ่อนเร้น
สังเกตได้ว่ารอบๆ ไม่เห็นเงาของหนูวิญญาณทมิฬสักตัว แสดงว่าค่ายกลนี้ถูกออกแบบมาให้ดูดเฉพาะมนุษย์ หรือผู้ที่มีพลังปราณระดับหนึ่งเท่านั้น
“เป็นแดนสืบทอดมรดกที่ยอดยุทธ์ทิ้งไว้รึเปล่านะ?”
จางอวิ๋นคาดเดาด้วยความตื่นเต้นลึกๆ
ในทวีปวิถีเซียน เรื่องราวปาฏิหาริย์เช่นนี้เกิดขึ้นได้เสมอ ยอดฝีมือที่รู้ตัวว่าใกล้จะสิ้นอายุขัย และไม่อยากให้วิชาความรู้ตายไปพร้อมกับตัว มักจะสร้างสถานที่ลับเช่นนี้ไว้ เพื่อรอคอย ‘ผู้มีวาสนา’ มาสืบทอด
เขาลากศิษย์ทั้งสองขึ้นไปบนฝั่งลานกว้าง วางลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ แล้วรวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือ กดลงไปที่หน้าอกของทั้งคู่เพื่อไล่น้ำ
พรวด!
พรวด!
น้ำคำโตพุ่งออกมาจากปากของทั้งสองคน เปลือกตาขยับเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง
“ทะ… ท่านอาจารย์…”
ทั้งสองมองหน้าจางอวิ๋นตาปริบๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อความทรงจำไหลย้อนกลับมา “เมื่อกี้พวกเรา… ตกเหว!?”
จางอวิ๋นไม่ได้อธิบายอะไรมาก เขาพยุงตัวลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังศิลาจารึกหน้าปากถ้ำ
ตัวอักษรโบราณที่สลักไว้บนศิลา ยังคงแผ่กลิ่นอายขลังออกมาจางๆ
‘มาถึง ณ ที่แห่งนี้ คือผู้มีวาสนา จงก้าวเข้าไป… เพื่อรับการสืบทอดของข้า!’
บนศิลาสลักข้อความไว้เพียงเท่านี้ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังที่ชวนให้หลงใหล
“ท่านอาจารย์! หรือว่าที่นี่จะเป็นแดนสืบทอดมรดกของยอดยุทธ์โบราณในตำนาน?”
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งที่เดินโซซัดโซเซตามมาสมทบ พอเห็นข้อความบนศิลา ดวงตาของพวกเขาก็เป็นประกายวาววับ ลืมความกลัวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
“ดูจากสถานการณ์… ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น”
จางอวิ๋นพยักหน้าช้าๆ สายตาจ้องมองเข้าไปในปากถ้ำที่มืดมิดไร้ก้นบึ้ง ราวกับจะมองทะลุความลับที่ซ่อนอยู่ภายใน
“ไปกันเถอะ… ตามอาจารย์เข้าไปสำรวจดูว่า ข้างในนี้ซุกซ่อนสมบัติอะไรไว้!”