ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 29 ช่วยไสหัวไปหน่อยจะได้ไหม?
จางอวิ๋นหยิบคบเพลิงเล่มใหม่ออกจากแหวนมิติ เปลวไฟลุกพรึบส่องสว่างขับไล่ความมืดมิดรอบกาย
เขาพาสองลูกศิษย์ก้าวเดินลึกเข้าไปในโถงถ้ำใต้ดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคงแต่ระแวดระวัง สายตากวาดมองไปรอบทิศดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ
หากที่นี่คือแดนสืบทอดมรดกที่ยอดฝีมือทิ้งไว้จริง ย่อมต้องมีค่ายกลสังหารหรือกับดักรอต้อนรับผู้มาเยือน การก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงความตาย
ยอดคนในอดีตมักไม่ยอมให้วิชาของตนตกไปอยู่ในมือของคนไร้ค่า บททดสอบเหล่านี้คือตะแกรงร่อนทองเพื่อหาผู้สืบทอดที่คู่ควรที่สุด!
ทว่าหลังจากเดินลึกเข้ามาได้พักใหญ่ บรรยากาศกลับเงียบสงบจนน่าประหลาด ไร้เงาของกับดักหรือค่ายกลใดๆ
จนกระทั่งจางอวิ๋นเริ่มคลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย…
วูบ!
ภายใต้แสงไฟสลัวเงาตะคุ่มสายหนึ่งพลันปรากฏขวางทาง ร่างในชุดดำยืนนิ่งราวกับรูปปั้น จางอวิ๋นดีดตัวตั้งท่าเตรียมพร้อมทันที ดวงตาเบิกโพลงใช้วิชาตรวจสอบฉับพลัน
‘เคล็ดวิชาเนตรเซียน!’
【หุ่นเชิดมนุษย์】
พลังต่อสู้: จินตานขั้นต้น
แนะนำ: หุ่นเชิดสังหารที่หลอมขึ้นจากเหล็กทมิฬ ขับเคลื่อนด้วยผลึกวิญญาณสัตว์อสูร ไร้ซึ่งจิตสำนึก มีเพียงสัญชาตญาณการทำลายล้าง
จุดอ่อน: แกนผลึกบริเวณหน้าผาก หากทำลายได้ระบบจะหยุดทำงานและทำลายตัวเอง
…
“หุ่นเชิด?”
จางอวิ๋นพึมพำเสียงเบา
กึก!
ราวกับสัมผัสได้ถึงผู้บุกรุก หุ่นเชิดชุดดำเงยหน้าขึ้นทันควัน ภายในเบ้าตาที่กลวงโบ๋พลันปรากฏเปลวไฟสีเขียวมรกตลุกโชน จิตสังหารเย็นเยียบพุ่งล็อกเป้ามาที่พวกเขาทั้งสาม
“ฆ่า!”
เสียงคำรามแหบพร่าดุจโลหะเสียดสีดังลอดไรฟัน หุ่นเชิดชักดาบเหล็กกล้าออกจากอก ก่อนจะพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้า
“พวกเจ้าถอยไป!”
จางอวิ๋นตวาดสั่ง ร่างกายเคลื่อนไหววูบวาบด้วย ‘ย่างก้าวชิงหยวน’ พลิ้วกายหลบคมดาบสังหารได้อย่างงดงามดุจใบไม้ล้อลม ก่อนจะสวนหมัดขวาตรงเข้าใส่หน้าผากของมันอย่างแม่นยำ
เปรี้ยง!
พลังปราณระเบิดออกรุนแรง ศีรษะเหล็กทมิฬยุบตัวลงก่อนจะระเบิดกระจุย แกนผลึกที่ฝังอยู่ภายในแหลกละเอียดเป็นผุยผงในหมัดเดียว
ร่างไร้หัวของหุ่นเชิดชะงักค้าง เสียงกลไกภายในดัง กึกกัก ก่อนจะทรุดฮวบลงกองกับพื้น กลายเป็นเพียงกองเศษเหล็กไร้ค่าในพริบตา
“ท่านอาจารย์… นี่มัน…”
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งที่เพิ่งตั้งสติได้ ต่างมองดูฉากตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะกะพริบตา
“ก็แค่หุ่นเชิดเฝ้าประตู”
จางอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ พลางปัดฝุ่นที่มือ “ดูเหมือนจะเป็นบททดสอบเล็กๆ น้อยๆ ที่เจ้าของสถานที่ทิ้งไว้ อย่าประมาท ระวังรอบข้างให้ดี”
“ขอรับ!”
ศิษย์ทั้งสองขานรับเสียงหนักแน่น ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามอาจารย์ไปติดๆ
ยิ่งเดินลึกเข้าไป จางอวิ๋นยิ่งสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
‘มีคนอื่นอยู่ที่นี่!’
สัญชาตญาณของเขากรีดร้อง ‘เคล็ดวิชาเนตรเซียน’ ระบุชัดว่าหุ่นเชิดเมื่อครู่ ‘ไร้จิตสำนึก’ แต่กลับเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีพวกเขาก่อน นั่นหมายความว่าต้องมีคนบงการอยู่เบื้องหลัง!
จะเป็นวิญญาณของเจ้าของถ้ำ… หรือผู้บุกรุกกลุ่มอื่นที่เข้ามาก่อนหน้า?
เสียงการต่อสู้ปะทะกันอย่างดุเดือดที่ดังแว่วมาจากส่วนลึกของถ้ำ ยืนยันข้อสันนิษฐานของเขาได้เป็นอย่างดี
จางอวิ๋นยกมือขึ้นเป็นสัญญาณหยุด
“ตามหลังข้ามา ให้ชิดที่สุด!”
ทั้งสามเร่งฝีเท้าเงียบกริบ มุ่งหน้าสู่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
เมื่อพ้นปากถ้ำ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือ ‘ถ้ำสวรรค์’ อันงดงามวิจิตร ราวกับแดนสุขาวดีที่ถูกซ่อนเร้นจากโลกภายนอก
ลำธารน้ำใสไหลรินผ่านโขดหิน ใจกลางมีเรือนพักเรียบง่ายแต่งดงามตั้งตระหง่าน แต่สิ่งที่กระชากวิญญาณของจางอวิ๋นให้หยุดชะงัก คือแปลงสมุนไพรขนาดมหึมาข้างเรือนพักนั้น
กลิ่นหอมของสมุนไพรวิญญาณโชยแตะจมูก พลังปราณเข้มข้นอัดแน่นจนแทบจะกลั่นเป็นหยดน้ำ!
【ดอกกระจับสามใบ】
ระดับ: สมุนไพรวิญญาณระดับสูง (สมุนไพรร้อยปี)
แนะนำ: สามใบสามธาตุ อัคคี วารี ปฐพี อัดแน่นด้วยพลังบริสุทธิ์ เสริมสร้างรากฐานพลังได้อย่างมหาศาล
…
【หญ้ามงคลม่วง】
ระดับ: สมุนไพรวิญญาณระดับสูง (สมุนไพรร้อยปี)
แนะนำ: หญ้าวิญญาณแห่งโชคลาภ รวบรวมปราณม่วงจากทิศบูรพา…
…
【ผลวิญญาณปฐพี】
ระดับ: สมุนไพรวิญญาณระดับสูง (สมุนไพรร้อยปี)
…
จางอวิ๋นตาลุกวาว สมบัติ! นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ!
สมุนไพรวิญญาณระดับสูงที่อายุครบหนึ่งร้อยปี มูลค่าของมันในทวีปวิถีเซียนสูงลิบลิ่ว แค่ต้นเดียวก็ปาเข้าไปหมื่นหินวิญญาณ นี่มันดงเงินดงทองชัดๆ!
“นักพรตเฒ่าหวง! แปลงสมุนไพรนี้ข้าเจอเป็นคนแรก เจ้ากล้าแย่งชิงกับสำนักหนานซานของข้าเชียวรึ!?”
“ผู้อาวุโสหนาน เจ้าเป็นถึงผู้อาวุโสใหญ่ พูดจาไร้ยางอายแบบนี้ไม่กลัวเสียเกียรติหรือไง? เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าข้าเข้ามาถึงก่อน!”
เสียงด่าทอที่ดังขัดจังหวะความปิติ ทำให้จางอวิ๋นต้องละสายตาจากสมุนไพร
ข้างแปลงสมุนไพรนั้น ผู้ฝึกตนระดับจินตานสองคนกำลังซัดกันนัวเนีย พลังปราณระเบิดตูมตามจนฝุ่นตลบ
มุมหนึ่งมีศิษย์สำนักหนานซานสองคนนั่งตัวสั่นงันงกหลบอยู่หลังโขดหิน
จางอวิ๋นหรี่ตามอง
คนหนึ่งคือ ‘ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซาน’ คู่ปรับเก่าที่เคยเห็นหน้าค่าตา ส่วนอีกคนเป็นชายชราในชุดนักพรตสีเหลือง มือถือธงคำสั่งโบกสะบัดควบคุมพลังปราณเข้าห้ำหั่น
“หืม?”
ยอดฝีมือทั้งสองชะงักกึก สัมผัสได้ถึงผู้มาใหม่ หันขวับมามองเป็นตาเดียว
“คนของสำนักหลิงเซียน?”
นักพรตชุดเหลืองเลิกคิ้วมองจางอวิ๋นและศิษย์ด้วยความประหลาดใจ
ส่วนผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซาน เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็แค่นหัวเราะเหยียดหยาม “อ้อ… ที่แท้ก็ผู้อาวุโสตัวตลกนี่เอง”
“เชิญพวกท่านตามสบาย ข้าก็แค่คนผ่านทาง!”
จางอวิ๋นฉีกยิ้มกว้าง โบกไม้โบกมือให้ราวกับเพื่อนบ้านมาทักทาย
ปากพูดว่าผ่านทาง แต่สองขากลับก้าวอาดๆ ตรงดิ่งเข้าไปที่แปลงสมุนไพรหน้าตาเฉย!
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
คลื่นพลังปราณสังหารสองสายพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่เขาทันที!
จางอวิ๋นดีดตัวหลบฉากอย่างคล่องแคล่ว
“ไสหัวไปซะ!”
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานตวาดเสียงกึกก้อง รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน “ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของขยะระดับสร้างรากฐานอย่างเจ้า ไม่อยากตายก็ไสหัวกลับไป!”
“ระดับสร้างรากฐาน?”
นักพรตชุดเหลืองได้ยินดังนั้นแววตาก็เปลี่ยนเป็นดูแคลนทันที นึกว่าสำนักหลิงเซียนจะส่งยอดฝีมือมา ที่แท้ก็แค่แมลงเม่า
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมายุ่งได้ รู้จักเจียมตัวแล้วกลิ้งออกไปซะ!”
“แหม… พวกท่านนี่อารมณ์ร้อนกันจริงๆ”
จางอวิ๋นหยุดเดิน ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะส่งยิ้มตาหยีที่ดูแล้วน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก
“แต่ข้าไม่อยากจะไสหัว แล้วก็ไม่อยากจะไปไหนทั้งนั้น…”
“กลับกัน… ข้าอยากจะเรียนเชิญให้พวกเจ้าทั้งสองคน ‘ช่วยไสหัวไปหน่อย’ จะได้ไหม?”
“พอดีพวกเจ้าขวางทางข้าเก็บสมุนไพรน่ะ!”
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานและนักพรตชุดเหลืองต่างยืนนิ่งค้าง สายตาจ้องมองจางอวิ๋นราวกับเห็นคนบ้า
ไอ้หมอนี่… มันกล้า?
ศิษย์สำนักหนานซานที่หลบอยู่ข้างหลังถึงกับอ้าปากค้าง สมองของผู้อาวุโสตัวตลกคนนี้คงถูกกระทบกระเทือนจนเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ!
กล้าสั่งสอนอาจารย์ของพวกเขาและนักพรตเฒ่าหวงที่เป็นถึงระดับ ‘จินตานขั้นสูงสุด’ เนี่ยนะ?
แค่ระดับสร้างรากฐานที่พลังถดถอย เจอระดับจินตานควรจะต้องรีบคุกเข่าขอชีวิต แต่นี่กลับกล้าสามหาวไล่พวกเขา?
“ไอ้เศษสวะรนหาที่ตาย!”
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานคำรามลั่นด้วยโทสะ ร่างกายพุ่งทะยานเงื้อดาบฟันใส่จางอวิ๋นเต็มแรง คมดาบกรีดอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู รอยแยกมิติปรากฏจางๆ ตามวิถีดาบ
“ท่านอาจารย์ระวัง!”
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งตะโกนลั่น หน้าซีดเผือด
วูบ!
จางอวิ๋นไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขาใช้วิชา ‘ย่างก้าวชิงหยวน’ พลิกตัวหลบคมดาบมรณะได้อย่างเฉียดฉิว
ในเสี้ยววินาทีนั้น ‘เคล็ดวิชาเนตรเซียน’ ทำงาน!
【ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซาน】
ระดับ: จินตานขั้นสูงสุด
กายา: กายารากวิญญาณธาตุทอง
วิชา: สามลักษณ์วชิระ (ขั้น 2), เพลงดาบคลั่งหลอมรวม
จุดอ่อน: เพลงดาบเน้นความดุดันรุนแรง นิสัยชอบยกดาบโจมตีส่วนบน เปิดช่องว่างช่วงล่างอย่างชัดเจน! หากถูกบีบให้ป้องกันช่วงล่าง กระบวนท่าจะเสียสมดุล จุดตายอยู่ที่ไหล่ขวา!
…
มุมปากของจางอวิ๋นกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์
“ปฏิกิริยาไวใช้ได้นี่ไอ้ตัวตลก!”
เมื่อเห็นว่าดาบแรกพลาดเป้า ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานแสยะยิ้มอำมหิต “แต่ดาบต่อไป เจ้าไม่รอดแน่!”
ฟุ่บ!
ยังไม่ทันสิ้นเสียง จางอวิ๋นกลับเป็นฝ่ายพุ่งสวนเข้าหา! กระบี่ในมือตวัดวูบฟันเข้าใส่ขาขวาของอีกฝ่ายด้วยความเร็วและแม่นยำ
“สามหาว!!”
เห็นระดับสร้างรากฐานกล้าเปิดฉากบุก ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานเดือดดาลจนเลือดขึ้นหน้า พลิกข้อมือตวัดดาบลงมารับการโจมตีอย่างเสียไม่ได้
การฟันลงล่างแบบนี้ฝืนธรรมชาติวิชาดาบของเขาอย่างยิ่ง พลังที่ส่งออกไปจึงลดทอนลงหลายส่วน แต่เขามั่นใจว่าลำพังพลังเพียงสามส่วน ก็มากพอที่จะบดขยี้กระบี่ของมดปลวกระดับสร้างรากฐานให้แหลกละเอียด!
เคร้ง!
ทันทีที่ศาสตราวุธปะทะกัน นัยน์ตาของผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานเบิกกว้างแทบถลน
แรงกระแทกมหาศาลราวกับภูผาถล่มทับส่งผ่านมาตามตัวดาบ แขนของเขาสั่นสะท้านชาหนึบไปถึงหัวไหล่!
“เป็นไปไม่ได้!”
เขาอุทานในใจด้วยความตื่นตระหนก แรงระเบิดเมื่อครู่… มันไม่ใช่แรงของระดับสร้างรากฐานเลยสักนิด!
ครืด!
ร่างของยอดฝีมือระดับจินตานถูกแรงอัดกระเด็นเซถอยหลังไปหลายก้าว เสียหลักจนเกือบล้ม
ฟุ่บ!
จางอวิ๋นไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ พุ่งประชิดตัวติดๆ ระดมเพลงกระบี่ฟันใส่ช่วงล่างของอีกฝ่ายไม่ยั้งมือ ราวกับรู้ล่วงหน้าว่านั่นคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุด
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ประกายไฟแลบแปลบปลาบ เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง
จางอวิ๋นจงใจเล็งฟันแต่จุดที่ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานป้องกันลำบากที่สุด บีบให้ดาบที่เคยดุดันต้องลดลงมาปัดป้องพัลวันจนเสียกระบวน
ชั่วพริบตาเดียว สถานการณ์กลับตาลปัตร!
จางอวิ๋น ระดับสร้างรากฐาน เป็นฝ่ายไล่ต้อน ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซาน ระดับจินตานขั้นสูงสุด จนถอยกรูดอย่างน่าอนาถ!
นักพรตชุดเหลืองที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ถึงกับลืมหายใจ
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
มดปลวกกำลังไล่ตบพยัคฆ์?
“เป็นไปไม่ได้… ท่านอาจารย์…”
ศิษย์สำนักหนานซานสองคนขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีก นึกว่าตัวเองกำลังฝันร้าย ผู้อาวุโสตัวตลกคนนั้นกำลังกดดันอาจารย์ของพวกเขาจนโงหัวไม่ขึ้น!
“แกล้งออมมือหรือเปล่า?”
นักพรตชุดเหลืองขมวดคิ้วแน่น พยายามหาคำตอบ
ท่าทางการรับดาบที่ดูตะกุกตะกัก เงอะงะ ไร้ความดุดันของเพลงดาบคลั่งหลอมรวม… ผู้อาวุโสหนานสำแดงพลังออกมาไม่ถึงหนึ่งในสิบด้วยซ้ำ
“เดี๋ยวสิ… ช่วงล่าง…”
ทันใดนั้น ดวงตาของนักพรตชุดเหลืองก็เป็นประกายวูบ
เขามองออกแล้ว! ทุกดาบที่จางอวิ๋นฟันออกไป ล้วนเล็งไปที่ ‘จุดบอด’ ของวิชาดาบผู้อาวุโสหนาน!
มันคือจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุด!
แต่นั่นยิ่งทำให้เขาตกใจกว่าเดิม
“เจ้าเด็กนี่ดูออกได้ยังไง?”
จุดอ่อนระดับลึกซึ้งขนาดนี้ แม้แต่เขาที่เป็นระดับจินตานขั้นสูงสุดเหมือนกันยังต้องใช้เวลาสังเกตตั้งนาน แล้วเจ้าหนุ่มระดับสร้างรากฐานนี่ มองปราดเดียวก็รู้เลยงั้นรึ?
และที่น่ากลัวยิ่งกว่า… คือกลิ่นอาย
สัมผัสพลังที่จางอวิ๋นปลดปล่อยออกมา แม้ระดับจะอยู่ที่สร้างรากฐาน แต่ความหนักแน่น มั่นคง และกดดันนั้น… มันเทียบเท่ากับยอดฝีมือระดับจินตานชั้นแนวหน้า!
“หรือว่าจะใช้วิชาลับอะไรปกปิดระดับพลังที่แท้จริงเอาไว้?”
เหงื่อกาฬเริ่มซึมที่หน้าผากของนักพรตชุดเหลือง สัญชาตญาณร้องเตือนให้ระวังตัวถึงขีดสุด
“ไอ้สารเลว! ข้าจะฆ่าแก!!”
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานคำรามลั่นด้วยความอัปยศอดสู ความโกรธเกรี้ยวพุ่งทะลุขีดจำกัด ร่างกายระเบิดแสงสีทองเจิดจ้าสว่างวาบไปทั่วทั้งถ้ำ!