ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 280 สามสิบยอดฝีมือระดับแปลงเทพ
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 280 สามสิบยอดฝีมือระดับแปลงเทพ
วูบ!
วินาทีถัดมา ซูเตี๋ยรู้สึกเพียงว่าร่างกายเบาหวิว ร่างทั้งร่างถูกใครบางคนคว้าเอวหิ้วลอยขึ้น ภาพทิวทัศน์เบื้องหน้ากลายเป็นเส้นแสงวูบวาบด้วยความเร็วสูงจนมองตามไม่ทัน
ตู้มมม!!
แทบจะในเวลาเดียวกัน ฝ่ามือยักษ์ของบรรพชนพันเกาะก็ฟาดเปรี้ยงลงมาที่ตำแหน่งเดิม พื้นดินระเบิดแตกกระจาย เศษหินนับไม่ถ้วนพุ่งกระเด็นออกมาดุจกระสุนสังหาร
แต่เศษหินเหล่านั้นพอพุ่งเข้ามาใกล้ ก็ถูกม่านพลังอูสีน้ำเงินเข้มสกัดกั้นเอาไว้ได้ทั้งหมดจนสลายไป
“ฟู่ว… มาทันเวลาพอดี!”
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู “แม่นางซูคนสวย ยังสบายดีไหม?”
เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้า ซูเตี๋ยก็อดไม่ได้ที่จะด่ากราดออกมาทันทีเพื่อระบายความอัดอั้น “สบายดีกับผีน่ะสิ! แม่เกือบจะโดนเชือดตายคาที่อยู่แล้ว! เจ้าบ้านี่…”
“ขอบคุณ”
คำพูดด่าทอที่กำลังพรั่งพรู หยุดชะงักลงทันทีด้วยคำพูดสั้นๆ แต่จริงใจสองคำของจางอวิ๋น
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังและแววตาสำนึกบุญคุณของจางอวิ๋น ซูเตี๋ยก็เบ้ปากแก้เก้อ “ข้าก็แค่ไม่อยากให้เรื่องหลังจากนี้ต้องขาดผู้ช่วยมือดีไปก็เท่านั้นแหละ!”
จางอวิ๋นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “เรื่องที่เจ้าเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้… หลังจากจบเรื่องนี้ ข้าจะช่วยเจ้าแบบไม่มีเงื่อนไขเลย!”
ซูเตี๋ยสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอำมหิตสามคู่ที่จ้องมองมาจากด้านบน จึงรีบเอ่ยขัดด้วยความร้อนรน “อย่าเพิ่งมาไร้เงื่อนไขตอนนี้เลย พวกมันมองมาแล้ว รีบพาข้าหนีไปก่อนเร็วเข้า!!”
“หนี?”
จางอวิ๋นโอบเอวซูเตี๋ยให้มั่นคงขึ้น เงยหน้าขึ้นสบตากับบรรพชนพันเกาะและพรรคพวกอีกสองคนที่กำลังมองลงมาด้วยสายตาอาฆาต แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“ไม่เห็นจำเป็นต้องหนีเลยนี่!”
“หา? นี่เจ้าอย่าบอกนะว่า…”
ซูเตี๋ยได้ยินดังนั้นเบิกตากว้างกำลังจะเอ่ยปากแย้ง แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค ร่างทั้งร่างก็ถูกจับพลิกกลับไปเกาะอยู่บนแผ่นหลังกว้างของจางอวิ๋น
“เกาะแน่นๆ นะ!”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ แววตาเป็นประกายวาวโรจน์ “จะเริ่มล่ะนะ!”
ซูเตี๋ยตะลึงงัน สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
ฟิ้ววว!
“บัดซบเอ๊ย!”
วินาทีต่อมา นางก็รู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง เพราะจางอวิ๋นพุ่งทะยานสวนทางขึ้นไปด้วยความเร็วสูงจนนางเกือบจะปลิวตก ต้องรีบกอดคอจางอวิ๋นไว้แน่นสุดชีวิต
“หือ?”
เมื่อเห็นจางอวิ๋นแบกซูเตี๋ยพุ่งตรงเข้ามาหา บรรพชนพันเกาะและคนชุดดำอีกสองคนต่างก็เผยสีหน้าประหลาดใจ
การปรากฏตัวกะทันหันของจางอวิ๋นทำให้พวกเขาแปลกใจมาก เดิมทีคิดว่าอีกฝ่ายจะฉวยโอกาสพาซูเตี๋ยหนีไป ซึ่งพวกเขาก็เตรียมการสกัดกั้นดักทางหนีทีไล่ไว้พร้อมแล้ว
แต่คาดไม่ถึงว่า… มันจะกล้าบ้าบิ่นบุกเข้ามาหาที่ตายตรงๆ?
ฝ่ามือของบรรพชนพันเกาะเริ่มรวบรวมพลังงาน แค่นเสียงเย็นชา “ไอ้เดรัจฉานน้อย คราวก่อนปล่อยให้เจ้าหนีไปได้ แต่คราวนี้…”
“คราวนี้… พวกแกต้องตาย!”
ประโยคท้าย จางอวิ๋นเป็นคนเอ่ยต่อให้ด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!…
สิ้นเสียงประกาศิต จางอวิ๋นสะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว เงาร่างสายแล้วสายเล่าก็พุ่งทะยานออกมาจากความว่างเปล่าจนเต็มท้องฟ้า
หนึ่ง… สิบ... ยี่สิบ...
มากมายถึงสามสิบร่าง!
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!…
ยังไม่ทันที่บรรพชนพันเกาะและพวกจะทันได้ตั้งตัว กลิ่นอายระดับ ‘แปลงเทพ’ ทั้งสามสิบสายก็ระเบิดขึ้นพร้อมกัน สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วฟ้าดิน
“นะ… นี่มัน??”
เมื่อมองเห็นใบหน้าของร่างระดับแปลงเทพทั้งสามสิบชัดเจน บรรพชนพันเกาะและพวกต่างก็อ้าปากค้าง ตาแทบถลนด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
โดยเฉพาะเมื่อเห็นร่างสิบในสามสิบนั้น ที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ และต่างก็แผ่กลิ่นอายระดับแปลงเทพขั้นสูงสุดออกมาอย่างกดดัน
เจ้าเกาะเชียนไห่!
นี่มันเจ้าเกาะเชียนไห่สิบคนชัดๆ!!
“เสี่ยวไห่!!”
บรรพชนพันเกาะอุทานลั่นด้วยความสับสน
“จะ… เจ้าหอฝูเซียน??”
คนชุดดำผู้ถือผีผาที่อยู่ข้างๆ ก็เบิกตากว้าง จ้องมองไปยังร่างสิบในสามสิบนั้นที่หน้าตาเหมือนเจ้าหอฝูเซียนไม่มีผิดเพี้ยน
“เชือดมันซะ!”
ท่ามกลางความตกตะลึง เสียงสั่งการอันเย็นชาดุจยมทูตของจางอวิ๋นก็ดังขึ้น
“ฆ่า——!!”
เจ้าเกาะเชียนไห่สิบคน เจ้าหอฝูเซียนสิบคน และเจ้าถ้ำอวี้ซิงสิบคน ตะโกนก้องคำรามฆ่า พุ่งเข้าใส่พวกเขาพร้อมกันราวกับฝูงหมาป่ารุมขย้ำเหยื่อ
“ไอ้สารเลว!!”
บรรพชนพันเกาะนึกถึงกู้ชวนที่ถูกอัญเชิญมาก่อนหน้านี้ และศพของเจ้าเกาะเชียนไห่ที่ถูกจางอวิ๋นนำตัวไป ก็เข้าใจสถานการณ์ทันที ความโกรธแค้นพุ่งทะลุปรอท
“ฝ่ามือยักษ์พลิกสมุทร!”
“ฝ่ามือยักษ์พลิกสมุทร!”…
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ระเบิดพลัง เจ้าเกาะเชียนไห่ทั้งสิบคนก็งัดท่าไม้ตายก้นหีบของเขาออกมาใช้พร้อมกัน
ฝ่ามือคลื่นยักษ์สิบฝ่ามือ ก่อตัวขึ้นบดบังแสงตะวัน ถาโถมลงมาราวกับจะถล่มฟ้าทลายดิน!
“!!”
ต่อให้บรรพชนพันเกาะและพวกจะมีฝีมือสูงส่งแค่ไหน เจอแบบนี้เข้าไปก็ตั้งรับไม่ทัน ถูกฝ่ามือยักษ์รุมทุบจนร่วงตกลงไปกระแทกพื้นด้านล่างอย่างหมดสภาพ
ติ๊ง! ติ๊ง!…
ตู้ม! ตู้ม!…
ในขณะเดียวกัน เจ้าหอฝูเซียนสิบคนก็ดีดผีผาสร้างคลื่นเสียงสังหาร เจ้าถ้ำอวี้ซิงสิบคนก็รวบรวมพลังปราณสีหยก ระดมยิงถล่มลงไปอย่างบ้าคลั่งในเวลาเดียวกัน
บรรพชนพันเกาะและพวกทำได้เพียงปล่อยพลังป้องกันออกมาต้านรับเป็นพัลวัน ถูกระดมยิงจนโงหัวไม่ขึ้น กดจมดินอยู่อย่างนั้น
“นี่…”
ซูเตี๋ยที่เกาะอยู่บนหลังจางอวิ๋นมองภาพมหกรรมยำตีนนี้ด้วยความตะลึงงันจนตาค้าง
อะไรวะนั่น?
เมื่อกี้ยังกะจะเตือนจางอวิ๋นว่าหนึ่งต่อสามมันตึงมือ แต่ไหงตอนนี้กลายเป็น…
สามสิบยอดฝีมือระดับแปลงเทพรุมกระทืบสามคน?
จางอวิ๋นไปเสกพวกนี้มาจากไหนกัน??
“กระทืบให้ยับ!”
เมื่อเห็นจางอวิ๋นสั่งการหน้าตาย แล้วเจ้าเกาะเชียนไห่ เจ้าหอฝูเซียน และเจ้าถ้ำอวี้ซิง รวมสามสิบชีวิตต่างระดมพลังใส่ไม่ยั้งราวกับพลังปราณไม่มีวันหมด ซูเตี๋ยถึงกับมุมปากกระตุก
นางค้นพบว่า… นางยิ่งมอง ‘ผู้มีพระคุณ’ คนนี้ไม่ออกเข้าไปทุกที!
ด้านล่าง…
บรรพชนพันเกาะและพวกแม้จะแข็งแกร่ง แต่โดนระดับแปลงเทพสามสิบคนรุมโจมตีพร้อมกันแบบนี้ ก็ถึงกับกระอักเลือดคำโต
ถ้าเป็นระดับแปลงเทพทั่วไปสักสามสิบคน พวกเขายังพอรับมือไหว แต่สามสิบคนตรงหน้านี้ คือระดับเจ้าสำนักที่มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ ไม่มีใครอ่อนแอเลยสักนิด
แถมยังเหมือนกับว่าพวกมันไม่มีวันเหนื่อย สาดท่าไม้ตายใส่รัวๆ เหมือนไม่กลัวพลังปราณจะหมด
แบบนี้ใครมันจะไปทนไหว?
โดยเฉพาะเจ้าเกาะเชียนไห่ทั้งสิบคน ที่สาด ‘ฝ่ามือยักษ์พลิกสมุทร’ มาลูกแล้วลูกเล่า กดจนบรรพชนพันเกาะเงยหน้าไม่ขึ้น
บรรพชนพันเกาะโกรธจนแทบกระอักเลือด นึกเสียใจที่ตอนนั้นถ่ายทอดวิชานี้ให้เจ้าเกาะเชียนไห่ ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะโดนวิชาตัวเองย้อนกลับมาเล่นงานจนสะบักสะบอม!!
ซูเตี๋ยเห็นภาพนี้แล้วสะใจในอารมณ์สุดๆ
สมน้ำหน้า! เมื่อกี้ไอ้แก่พันเกาะใช้ฝ่ามือยักษ์พลิกสมุทรไล่ตบนางจนแทบแย่ ตอนนี้โดนเองบ้างเป็นไงล่ะ!
“ไอ้เดรัจฉานน้อย!! ข้าจะฆ่าแก!!”
บรรพชนพันเกาะที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง โดนรุมยำจนทนไม่ไหวอีกต่อไป กลิ่นอายระดับ ‘ครึ่งก้าวเหลียนซวี’ ระเบิดตูมออกมา
“ครึ่งก้าวสู่ระดับเหลียนซวี!!”
ซูเตี๋ยเห็นดังนั้นสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันที
ตู้ม!
แต่ยังไม่ทันจะได้กังวลนาน ก็สัมผัสได้ว่าเบื้องหน้ามีแรงกดดันทางวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าถาโถมลงมา กดพลังของบรรพชนพันเกาะที่เพิ่งจะระเบิดออกมาให้หดกลับเข้าไปทันที
“ระ… ระดับเหลียนซวี!?”
ทั้งซูเตี๋ยและบรรพชนพันเกาะทั้งสามคนที่อยู่ด้านล่าง ต่างเบิกตากว้างจ้องมองจางอวิ๋นด้วยความหวาดผวา
“ไม่จริง… แค่จิตวิญญาณเท่านั้นที่ถึงขั้นนั้น!”
บรรพชนพันเกาะและพวกตั้งสติได้เร็ว แต่ก็ยังตกตะลึงอยู่ดี
ไอ้เด็กนี่มันเพิ่งจะระดับหยวนอิง แต่ทำไมจิตวิญญาณถึงข้ามขั้นไปไกลถึงระดับเหลียนซวีได้?
“ฆ่า!”
ไม่มีเวลาให้สงสัย จางอวิ๋นออกคำสั่งเสียงเรียบ
สามสิบยอดฝีมือเร่งเครื่องโจมตีหนักหน่วงขึ้นไปอีก
พรวด! พรวด! พรวด!
บรรพชนพันเกาะและพวกฝืนใช้พลังต้านรับ แต่แรงกระแทกที่โถมเข้ามาลูกแล้วลูกเล่าทำให้อวัยวะภายในปั่นป่วนบาดเจ็บสาหัส เลือดสดๆ พุ่งออกจากปากอย่างควบคุมไม่ได้
“ไอ้สารเลว!!”
คนชุดดำผู้ถือผีผา หรือก็คือ ‘หลานเอ๋อร์’ ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“เคล็ดศักดิ์สิทธิ์ผนึกมาร!!”
ไอมารสีดำทมึนพุ่งทะยานขึ้นจากร่างของนาง กระแทกการโจมตีรอบด้านจนแตกกระเจิง ผลักดันร่างเจ้าหอฝูเซียนหลายคนที่รุมกดดันอยู่ให้ถอยร่นไป
“ผู้บำเพ็ญมาร!!”
ซูเตี๋ยเห็นดังนั้นดวงตาหดเกร็ง
ตู้ม!
ตู้ม!
ยังไม่ทันจะได้ตกใจ ไอมารอีกสองสายก็ระเบิดขึ้นมาจากด้านล่าง
บรรพชนพันเกาะและคนชุดดำอีกคนเห็นหลานเอ๋อร์ระเบิดพลัง ก็ไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป ไอมารพวยพุ่งทั่วร่างเปลี่ยนบรรยากาศโดยรอบให้กลายเป็นนรกบนดิน
“ไอ้เดรัจฉานน้อย! วันนี้ข้าจะสับแกเป็นหมื่นชิ้น!!”
ดวงตาที่อัดแน่นไปด้วยไอมารจ้องเขม็งมาที่จางอวิ๋น บรรพชนพันเกาะที่ห่อหุ้มด้วยไอมารเตรียมจะพุ่งทะยานขึ้นมาเด็ดหัวศัตรู
“หึ!”
จางอวิ๋นยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
“อย่าเพิ่งรีบระเบิดพลัง… รับขวานข้าไปสักเล่มก่อน!”
พูดจบเขาก็สะบัดมือโยนวัตถุชิ้นหนึ่งลงไป… จี้รูปขวานขนาดเท่าฝ่ามือ!
บรรพชนพันเกาะและพวกชะงักไปครู่หนึ่ง ตามสัญชาตญาณคิดจะหลบ แต่…
ตู้ม!
จี้ขวานเล็กจิ๋ว พอพุ่งมาถึงเหนือศีรษะพวกเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นปะทะสายลม พริบตาเดียวก็กลายเป็นขวานยักษ์ขนาดมหึมากว่าร้อยเมตร!
“บัดซบ!!”
บรรพชนพันเกาะทั้งสามหน้าถอดสี ร้องเสียงหลง
หลบไม่ทันแล้ว!
ขวานยักษ์บดบังแสงตะวัน ฟาดลงมาใส่พวกเขาราวกับจะผ่าโลกให้แยกเป็นสองส่วน!