ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 281 ท่านอาจารย์น่ะหรือ... เขาคือสัตว์ประหลาดตัวเป้งเลยล่ะ!
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 281 ท่านอาจารย์น่ะหรือ... เขาคือสัตว์ประหลาดตัวเป้งเลยล่ะ!
“สำแดงศักดิ์สิทธิ์มารทมิฬ!”
ในช่วงนาทีวิกฤต ชายชุดดำข้างกายบรรพชนพันเกาะพลันระเบิดกลิ่นอายมารทลายฟ้าออกมา เผยให้เห็นใบหน้าชราที่เต็มไปด้วยจุดด่างดำ นัยน์ตาขุ่นมัวคู่นั้นทอประกายแสงมารอำมหิต สองแขนชูขึ้นฟ้า รวบรวมปราณมารกลั่นตัวเป็นหัตถ์ยักษ์ขวางกั้นขวานสยบสวรรค์เอาไว้กลางอากาศ
“ฮึบ!!”
สิ้นเสียงตวาดลั่นของชายชุดดำ ภายใต้วงแขนปราณมารที่ควบแน่นพลังจนถึงขีดสุดก็พลันปรากฏเงาร่างอสูรมารขนาดมหึมาลอยตัวสถิตร่าง
เพียงพริบตา เงาร่างมารสูงตระหง่านกว่า 100 เมตรก็ปรากฏกาย สองหัตถ์ยักษ์ยันรับขวานร้อยเมตรเอาไว้ได้อย่างมั่นคงราวกับขุนเขา
“บรรพชนมารทมิฬ!”
ซูเตี๋ยจ้องมองใบหน้าชราของชายชุดดำพลางอุทานออกมาเสียงต่ำด้วยความตระหนก
“คนผู้นี้คือบรรพชนมารทมิฬงั้นรึ?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เมื่อครู่เขาได้ใช้เคล็ดวิชาเนตรเซียนกวาดตามองยอดฝีมือทั้งสองข้างกายบรรพชนพันเกาะไปแล้วตั้งแต่ต้น
คนหนึ่งคือร่างจริงของหลานเอ๋อร์ที่เขาเคยขยี้ร่างแยกจนดับสูญไป ส่วนอีกคนเขารู้สึกแปลกหน้าอยู่บ้าง แต่พอได้ยินซูเตี๋ยเอ่ยชื่อออกมา เขาก็ถึงบางอ้อทันที
ที่แท้คนผู้นี้ก็คือหนึ่งในสามจอมมารแห่งแดนใต้ที่เหลือรอดอยู่ ผู้มีรายชื่อติดโผอยู่ในบัญชีประกาศจับระดับทวีปลำดับที่ 91… บรรพชนมารทมิฬ!
หากพิจารณาดูแล้วก็ไม่น่าแปลกใจนัก
เท่าที่ทราบ ในดินแดนฝ่ายใต้มีผู้บำเพ็ญมารระดับแปลงเทพที่เปิดเผยตัวอยู่เพียงสามคนเท่านั้น การที่มีหลานเอ๋อร์เพิ่มมาอีกคน บวกกับบรรพชนพันเกาะ และยอดฝีมือลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในเกาะเชียนไห่อีกคน ก็นับว่าขุมกำลังหนาตามากแล้ว
การที่ผู้บำเพ็ญมารระดับสูงเหล่านี้จะรวมหัวกันลอบกัดผู้อื่น ถือเป็นสันดานปกติของพวกมัน
“ดูท่าข้าจะมีโอกาสสะสมศรีษะสามจอมมารจนครบชุดเลยสินะ!”
จางอวิ๋นกระตุกยิ้มที่มุมปากพลางเปรยออกมาอย่างเย็นชา
“สะสม?”
บรรพชนพันเกาะได้ยินดังนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน “ไอ้เด็กเหลือขอ ดูสภาพแกตอนนี้ก่อนเถอะว่าจะมีปัญญาทำอะไร!”
“ไอ้แก่ ประโยคนั้นข้ากะว่าจะมอบให้พวกเจ้าอยู่พอดี!”
จางอวิ๋นฉีกยิ้มกว้างในทันที
รอยยิ้มนั้นทำเอาบรรพชนพันเกาะทั้งสามถึงกับชะงักงันด้วยลางสังหรณ์บางอย่าง
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
พริบตานั้น ร่างของเจ้าถ้ำอวี้ซิงทั้ง 10 คนก็พุ่งทะยานประชิดตัวพวกมัน พร้อมกับพลังงานในร่างที่ขยายตัวจนถึงขีดสุดราวกับภูเขาไฟที่พร้อมระเบิด
“แย่แล้ว!”
บรรพชนพันเกาะทั้งสามหน้าถอดสีเมื่อตระหนักได้ถึงหายนะที่กำลังมาเยือน
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ตั้งตัว เจ้าถ้ำอวี้ซิงทั้ง 10 ก็ระเบิดตัวเองพร้อมกัน!
คลื่นพลังทำลายล้างมหาศาลจาก 10 ยอดฝีมือระดับสูงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กวาดล้างพื้นที่รัศมี 100 ลี้จนพินาศย่อยยับราบเป็นหน้ากลอง
ส่วนจางอวิ๋นนั้นโอบร่างซูเตี๋ยทะยานฝ่ามวลอากาศขึ้นสู่ท้องฟ้า หลบเลี่ยงรัศมีระเบิดไปได้นานแล้ว
“นี่มัน…”
ซูเตี๋ยจ้องมองมหันตภัยจากการระเบิดพลีชีพของ 10 ยอดฝีมือระดับแปลงเทพเบื้องล่างด้วยความรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ
ระดับแปลงเทพ 10 คน… กลับถูกนำมาใช้ทิ้งขว้างเป็นระเบิดมนุษย์ง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ?
ชายผู่นี้จะใจป้ำเกินไปแล้ว!
นางอ้าปากค้างมองจางอวิ๋นที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกาย
ทว่าจางอวิ๋นกลับมีสีหน้าเรียบเฉยสายตาเย็นเยียบจ้องมองลงไปเบื้องล่าง
มวลพลังงานมหาศาลมาไวไปไว เพียงชั่วอึดใจฝุ่นควันก็เริ่มจางหาย เหลือทิ้งไว้เพียงหลุมลึกขนาดมหึมาตรงใจกลางสมรภูมิ
และที่ก้นบึ้งของหลุมนั้น…
“ไอ้เด็กเปรต! วันนี้ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!!”
เสียงคำรามกึกก้องด้วยโทสะคลั่งปะทุขึ้นพร้อมไอมารที่ทะลักทลาย บรรพชนพันเกาะในสภาพสะบักสะบอมโชกเลือดพุ่งทะยานขึ้นมาจากก้นหลุมราวกับอสูรกายจากนรก
กลิ่นอายมารมหาศาลควบรวมกับพลังงานวารีพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
“อย่าเพิ่งรีบร้อนขึ้นมาสิ นี่มันแค่เครื่องเคียงระลอกแรกเอง!”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
สิ้นคำสั่งการ เจ้าหอฝูเซียนทั้ง 10 คนก็พองตัวด้วยพลังงานปั่นป่วน พุ่งดิ่งลงสู่ปากหลุมทันทีราวกับห่ากระสุน
“ซวยแล้ว!!”
บรรพชนพันเกาะที่ยังไม่ทันพ้นปากหลุมถึงกับหน้าเขียวคล้ำ รีบรีดเค้นปราณมารสร้างม่านพลังผสมผสานวารีเข้าอุดปากหลุม แล้วหดหัวกลับลงไปที่ก้นหลุมอย่างรวดเร็ว
ตู้ม——!!
ทว่าเจ้าหอฝูเซียนทั้ง 10 หาได้แยแสไม่ คนแรกระเบิดเปิดทางทำลายม่านป้องกันจนแตกกระจาย ส่วนอีก 9 คนที่เหลือพุ่งตามลงไปราวกับดาวตกทมิฬ ดิ่งสู่ก้นเหวแล้วระเบิดตัวเองต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่อง!
ซูเตี๋ยยืนตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดลอย
นี่มันบ้าชัดๆ… ระดับแปลงเทพเขามีไว้ใช้สอยกันแบบนี้งั้นรึ?
จางอวิ๋นยังคงรักษาสีหน้าสุขุมนุ่มลึก
ในเมื่อเขาเรียกซากศพของเจ้าเกาะเชียนไห่และพวกพ้องออกมาแล้ว เขาก็ไม่คิดจะตระหนี่ถี่เหนียว เพราะการปลุกชีพจำนวนมหาศาลเพื่อเน้นปริมาณเช่นนี้ ย่อมมีเวลาคงอยู่แสนสั้น สู้สั่งระเบิดทำลายล้างให้จบกิจไปเลยย่อมคุ้มค่ากว่า
ที่สำคัญคือ บรรพชนพันเกาะทั้งสามคนนั้นมีฝีมือร้ายกาจ
หากต้องเผชิญหน้าตรงๆ แบบหนึ่งรุมสาม เขาคงต้องออกแรงจนตึงมือ
แต่นี่เขามีสุดยอดเครื่องมือโกงอยู่ในมือ!
ในเมื่อสามารถใช้สูตรโกงขยี้ศัตรูให้ดับดิ้นได้ในพริบตา ใครเล่าจะโง่ไปสู้ตรงๆ ให้เปลืองตัว!
แรงระเบิดจาก 10 เจ้าหอฝูเซียนขยายปากหลุมให้กว้างขึ้นหลายเท่าตัว จนดูราวกับหุบเหวอเวจีที่ไร้ก้นบึ้ง
“ยังอึดอยู่อีกหรือ?”
จางอวิ๋นใช้ญาณหยั่งรู้ล็อกเป้าหมายด้านล่าง เมื่อม่านฝุ่นจางลง เขาสัมผัสได้ทันทีว่าไอมารเบื้องล่างยังคงพลุ่งพล่านรุนแรง และดูเหมือนจะทวีความบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
“ซ่อนของดีไว้ไม่เบาจริงๆ”
เขาหรี่ตาลงอย่างพิจารณา
แม้เคล็ดวิชาเนตรเซียนจะมองเห็นจุดอ่อน ศาสตรา หรือวิชาลับของคู่ต่อสู้ได้ แต่พวกของวิเศษที่ซุกซ่อนไว้ในแหวนมิติ อย่างเช่นยันต์คุ้มกันระดับสูงที่ยอดฝีมือสร้างขึ้น เขาก็ไม่อาจมองทะลุเข้าไปได้ทั้งหมด
การที่บรรพชนพันเกาะมีตราประทับทาสมารสถิตอยู่ แสดงว่าเบื้องหลังของมันต้องมีจอมมารที่น่าสะพรึงกลัวบงการอยู่ การจะมีของวิเศษป้องกันตัวระดับสุดยอดไว้ในครอบครองย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่แล้วอย่างไร…
ข้ายังมีเจ้าเกาะเชียนไห่อีก 10 คน!
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ด้วยท่วงท่าสังหารเดียวกับเจ้าหอฝูเซียนเมื่อครู่ เจ้าเกาะเชียนไห่ทั้ง 10 กระโจนลงสู่ขุมนรกเบื้องล่าง เตรียมพร้อมระเบิดพลีชีพปิดฉากศัตรู
“บัดซบที่สุด!!”
ที่ก้นหลุม บรรพชนพันเกาะทั้งสามที่ยังไม่ทันได้หยุดหายใจ เมื่อเห็นภาพนรกซ้ำสองตรงหน้า ถึงกับหน้าเขียวคล้ำจนแทบกระอักเลือด
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ไม่เปิดโอกาสให้พร่ำเพ้อ เจ้าเกาะเชียนไห่ทั้ง 10 ระเบิดตัวเองเรียงลำดับอย่างเป็นระบบ
หากเทียบกับอวี้ชางและเจ้าหอฝูเซียนก่อนหน้านี้ เจ้าเกาะเชียนไห่ที่เป็นถึงระดับแปลงเทพขั้นสูงสุด ย่อมมีอานุภาพการระเบิดที่รุนแรงกว่าหลายเท่าทวีคูณ
จางอวิ๋นรีบพาซูเตี๋ยทะยานร่างหนีขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศที่สูงกว่าเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงคลื่นกระแทกที่อาจฉีกร่างคนธรรมดาให้เป็นชิ้นๆ
ซูเตี๋ยมองดูมหากาพย์การทำลายล้างตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจจนพูดไม่ออก
นางไม่เคยพบเห็นใครที่บ้าดีเดือดถึงขนาดเอาระดับแปลงเทพมาใช้เป็นดินปืนมนุษย์เช่นนี้มาก่อน!
นี่มันคือความบ้าคลั่งที่อยู่เหนือสามัญสำนึก!
พอนางเหลือบมองจางอวิ๋นที่อยู่ตรงหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกอย่างสุดซึ้งว่า… นางไม่อาจมองผู้ชายคนนี้ให้ออกได้เลยจริงๆ!
ครืนนน——
แรงระเบิดมหาศาลสั่นสะเทือนปฐพีจนเลื่อนลั่น เปลี่ยนพื้นที่ส่วนลึกของป่าหนานเฟิงเกือบทั้งหมดให้กลายเป็นหลุมยักษ์ที่น่าสยดสยอง แม้แต่ถ้ำใต้ดินลึกลับที่จั่วชิวเป่ยทิ้งไว้ ซึ่งจางอวิ๋นเคยเข้าไปสำรวจ ก็ถูกแรงระเบิดขุดรากถอนโคนจนเปิดเผยออกมาหมดสิ้น
เมืองหนานเฟิงที่ตั้งอยู่นอกเขตป่า รวมถึงเมืองน้อยใหญ่และสำนักต่างๆ โดยรอบ ต่างสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนราวกับมหาพิบัติแผ่นดินไหว
ผู้คนนับล้านต่างตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจเบื้องบน
มีผู้บำเพ็ญเพียรบางกลุ่มที่ใจกล้าคิดจะเหาะไปตรวจสอบต้นตอ แต่เพียงแค่ขี่กระบี่ขึ้นสู่เวหา ก็ถูกคลื่นกระแทกมหาศาลในอากาศซัดจนร่วงกราวลงมาทันที
ทำเอาทุกคนจ้องมองไปทางป่าหนานเฟิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสยดสยอง
แม้แต่สำนักหลิงเซียนที่อยู่ห่างไกลออกไป ก็ยังสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอันน่ากริ่งเกรงนี้
“เสียงกัมปนาทนั่นมันอะไรกัน!”
“ผู้อาวุโสเก้าจะเป็นอันตรายไหมนะ?”
“พูดยากนัก… ยอดฝีมือสามคนนั้นถึงขนาดซัดท่านเจ้าสำนักจนร่วงหล่นมาแล้ว!”
เหล่าศิษย์สำนักหลิงเซียนต่างพากันชะเง้อคอมองไปทางป่าหนานเฟิงด้วยความกังวลใจอย่างหนัก
เพราะหากจางอวิ๋นพ่ายแพ้ต่อบรรพชนพันเกาะทั้งสาม แล้วพวกมันย้อนกลับมาล้างบางสำนัก… ชะตากรรมของพวกเขาคงไม่พ้นความตาย
“ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลาย พวกท่านอย่าได้วิตกไปเลยขอรับ!”
ยังไม่ทันที่ความกลัวจะกัดกินหัวใจ อู๋เสี่ยวพั่งที่ยืนคอยท่าอยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ
“ท่านอาจารย์น่ะหรือ… เขาคือสัตว์ประหลาดตัวเป้งที่เหนือกว่าพวกมันเยอะเลยล่ะ!”