ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 291 ลูกศิษย์แสดงอานุภาพ
ยามนี้ สรรพชีวิตภายในสำนักหนานซานต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด
สายตานับหมื่นคู่จดจ้องไปยังเงาร่างของอวี่เว่ยที่ลอยเด่นอยู่เหนือเวหา นางสวมรองเท้าสีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมยาวสลวยปลิวไสวไปตามแรงลมอย่างสง่างาม ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับเปี่ยมด้วยจิตสังหารประดุจเทพธิดาสงครามที่จุติลงมาทลายพิภพ
หนานเฮยอวิ๋นและหนานไป๋อวิ๋นมีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความพรั่นพรึง
ค่ายกลพิทักษ์สำนักที่พวกเขาร่วมแรงกันวางรากฐานไว้อย่างแน่นหนา ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับ หยวนอิง ขั้นสูงสุดมาเยือนด้วยตนเอง ก็ยังมิต่อกรได้โดยง่าย ทว่านังหนูผู้นี้กลับ…
“หมัดราชันย์ทรราช!”
มิปล่อยให้ศัตรูได้มีเวลาตั้งสติ กลิ่นอายราชันย์อันทรงพลังก็พลันระเบิดออกกลางอากาศ ปรากฏเงาร่างมายาขนาดยักษ์ที่ดูองอาจทรงอำนาจ ก่อนจะซัดหมัดหนักหน่วงที่ดูดกลืนมวลอากาศจนเกิดรอยแยกแห่งความว่างเปล่า พุ่งเข้าใส่จอมมารเฒ่าทั้งสองอย่างดุดัน
ทั้งสองหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด รีบโคจรพลังมารทั้งหมดที่มีขึ้นมาตั้งรับอย่างลนลาน
ตู้ม! ตู้ม!
อานุภาพอันบ้าคลั่งของหมัดนี้รุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน แรงปะทะมหาศาลส่งร่างของพวกเขาลอยละลิ่วไปเบื้องหลังราวกับว่าวสายป่านขาด อาภรณ์ขาดวิ่นมิเหลือชิ้นดี มิอาจทรงตัวให้อยู่กับร่องกับรอยได้
“เคล็ดควบคุมวารีจำแลง!”
มิทันที่จะตั้งหลักได้มั่น พวกเขาก็สัมผัสได้ว่ามวลอากาศรอบกายพลันชื้นแฉะและหนาวเหน็บขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ก๊าซ! ก๊าซ!
พริบตาเดียว นกอินทรีวารีขนาดยักษ์ที่กลั่นตัวขึ้นจากหยดน้ำนับแสนนับล้านก็สยายปีกกว้าง โผทะยานเข้าใส่พวกเขาจากทั่วทุกทิศทางด้วยความเร็วแสง
“ไสหัวไปให้พ้น!!”
หนานเฮยอวิ๋นแผดเสียงกึกก้อง ปราณระดับ หยวนอิง ในกายระเบิดออกเสียงดังสนั่น พร้อมกับสะบัดฝ่ามือสังหารออกไปอย่างบ้าคลั่ง
ปัง! ปัง! ปัง!
อินทรีวารีหลายสิบตัวถูกกระแทกจนระเบิดกระจายเป็นละอองน้ำโปรยปรายไปในอากาศ
ทว่ามิทันที่หนานเฮยอวิ๋นจะได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาเห็นอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ไกลออกไปคลี่ยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย นางเอ่ยออกมาเพียงคำเดียวสั้นๆ ว่า “รวม”
สิ้นคำ ละอองน้ำที่เพิ่งถูกทำลายไปเมื่อครู่ ราวกับได้รับชีวิตใหม่ พวกมันม้วนตัวกลับมารวมตัวกันเป็นรูปร่างเดิมอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
“นี่มันวิชาบ้าอันใดกัน!?”
ภายใต้สายตาที่เบิกกว้างด้วยความเสียขวัญ ฝูงอินทรีวารีที่ก่อตัวขึ้นใหม่ได้พุ่งเข้าปะทะใบหน้าของเขาอย่างจัง
พรวด!
หนานเฮยอวิ๋นกระอักเลือดสีคล้ำคำโต ร่างถูกมวลน้ำมหาศาลกระแทกจนเสียหลัก เซถอยหลังไปอย่างอนาถ
ในอีกฟากฝั่งหนึ่ง
หนานไป๋อวิ๋นระเบิดปราณ หยวนอิง เข้าใส่ฝูงอินทรีวารีจนแตกกระจายเช่นกัน ทว่าอินทรีเหล่านั้นกลับมิได้ก่อตัวขึ้นใหม่เหมือนอีกด้าน
ทว่า ท่ามกลางม่านละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายอยู่นั้น โจวข่านในชุดคลุมนักปรุงยาที่ดูเรียบร้อยก็พุ่งพรวดออกมาพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ดูใสซื่อ
“สวัสดีครับท่านอาวุโส!”
“หือ?” หนานไป๋อวิ๋นชะงักด้วยความมึนงง
“นี่คือโอสถที่ข้าตั้งใจกลั่นขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อท่านโดยเฉพาะ เชิญรับไว้เถิดครับ!”
โจวข่านยิ้มกว้างพลางสะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง ผงยาหลากสีสันฟุ้งกระจายออกไปเป็นวงกว้างเข้าปกคลุมพื้นที่โดยรอบในทันที
หนานไป๋อวิ๋นสีหน้าแปรเปลี่ยน รีบกางม่านพลังคุ้มกันหมายจะป้องกันมิให้ผงยาเหล่านี้สัมผัสกาย
ทว่าผงยาเหล่านั้นกลับเปี่ยมด้วยฤทธิ์อำนาจประหลาด พวกมันสามารถชอนไชและทะลวงผ่านปราณคุ้มกันระดับ หยวนอิง เข้าไปได้อย่างง่ายดาย!
“แย่แล้ว!”
ภายใต้สายตาที่เปี่ยมด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ผงยาเหล่านั้นทะลุผ่านม่านคุ้มกันและตกลงบนผิวหนังของเขาจนหมดสิ้น
“อ๊ากกก——!!”
ความเจ็บปวดอันแสบร้อนประดุจถูกเพลิงนรกเผาผลาญแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ใบหน้า ลำคอ และท่อนแขนของหนานไป๋อวิ๋นเริ่มเน่าเปื่อยพุพองด้วยความเร็วที่น่าพรั่นพรึง พิษร้ายแรงแทรกซึมเข้าสู่แผลเหวอะหวะอย่างกระหายเลือด
“ช่วงนี้ข้าเพิ่งฝึกฝนวิชาบาทามาใหม่ รบกวนท่านอาวุโสช่วยลองลิ้มรสดูสักหน่อยนะครับ!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องโหยหวน โจวข่านก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางส่งลูกเตะที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าครามพุ่งออกไป
เดิมทีเขามุ่งเป้าจะเตะเข้าที่หน้าท้อง ทว่าหนานไป๋อวิ๋นที่กำลังดิ้นทุรนทุรายกลับบิดกายผิดจังหวะ ทำให้เป้าหมายเคลื่อนที่… กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เปราะบางที่สุดของผู้ชายเข้าพอดิบพอดี
เพล้ง!
เสียงแตกหักที่ดังสะท้อนก้องไปถึงกระดูกสันหลัง
บุรุษเพศทุกคนในที่แห่งนั้นต่างพากันสะดุ้งโหยงและหนีบขาเข้าหากันโดยมิได้นัดหมาย ขนลุกซู่ไปทั้งกายด้วยความเสียวไส้แทน
“อ๊ากกกกกกกก——!!”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงระดับทำลายแก้วหู ดังระงมไปทั่วชั้นฟ้า ร่างของหนานไป๋อวิ๋นร่วงดิ่งลงสู่พื้นดินหมดสภาพยอดฝีมือ
“ข้ามิได้ตั้งใจจะเตะตรงนั้นจริงๆ นะ…” โจวข่านทำหน้าตาไร้เดียงสาราวกับมิตู้รุ้เรื่อง
“หมัดราชันย์ทรราชคู่!!”
ในจังหวะเดียวกันนั้น อู๋เสี่ยวพั่งประสานการจู่โจมเข้ากับฝูงอินทรีวารี ซัดกระหน่ำใส่หนานเฮยอวิ๋นจนร่างร่วงหล่นลงมากองอยู่บนพื้นดินในสภาพมิต่างกัน
“ศิษย์น้องหก ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!” อู๋เสี่ยวพั่งหันมาส่งยิ้มพร้อมยกนิ้วโป้งให้เป็นเชิงยกย่อง
โจวข่านเพียงยักไหล่เบาๆ
เหล่าผู้คนที่ร่วมสังเกตการณ์อยู่โดยรอบต่างพากันมุมปากกระตุกยิกๆ
โดยเฉพาะศิษย์สำนักหนานซาน ที่ยามนี้ยืนบื้อใบ้ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว
เพียงชั่วพริบตาเดียว ผู้อาวุโสพิทักษ์สำนักที่เปรียบเสมือนเสาหลักทั้งสอง… กลับพ่ายแพ้อย่างราบคาบถึงเพียงนี้เชียวรึ?
แม้แต่ศิษย์สำนักหลิงเซียนบนหลังนกกระเรียนขาวเองก็ยังมีสีหน้าตกตะลึงมิต่างกัน
แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะได้เห็นอู๋เสี่ยวพั่งและอวี่เว่ยสำแดงเดชจับกุมเหล่านักฆ่ามาบ้างแล้ว ทว่าในยามนั้นศัตรูอยู่ในสภาพบอบช้ำสาหัสจากการต่อสู้กับคนอื่นมาแล้ว
ทว่าครานี้ คือยอดฝีมือระดับ หยวนอิง ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมถึงสองคน!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าลูกศิษย์ของจางอวิ๋น กลับมิอาจขัดขืนหรือตอบโต้อันใดได้เลย…
เอื๊อก!
ศิษย์สำนักหลิงเซียนหลายคนลอบกลืนน้ำลายด้วยความยำเกรง
พวกผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสสองต่างพากันส่งยิ้มขื่นให้แก่กัน
ในฐานะที่เป็นคนรุ่นเก่า พวกเขาตระหนักได้ทันทีว่าบัดนี้ได้ถูกเหล่ารุ่นเยาว์ที่เป็นลูกศิษย์ของจางอวิ๋นแซงหน้าไปจนมิติดฝุ่นเสียแล้ว!
สมแล้วที่เป็นศิษย์ของสัตว์ประหลาด ย่อมต้องมีพรสวรรค์ที่ผิดแผกไปจากมนุษย์ปรกติเช่นอาจารย์ของพวกเขาสินะ!
“ทุกท่าน ม่านพลังเปิดออกแล้ว”
จางอวิ๋นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยในจังหวะที่เหมาะสม “บัดนี้… ถึงเวลาคิดบัญชีแค้นทั้งหมดแล้ว!”
คนของสำนักหลิงเซียนได้สติกลับคืนมาทันควัน แววตาของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นดุดันและกระหายเลือด
“ฆ่า——!!”
ทุกคนพร้อมใจกันบังคับนกกระเรียนขาวพุ่งทะยานลงสู่เบื้องล่างประดุจห่าฝนศาสตรา
ความแค้นที่ฝังรากลึกระหว่างสำนักหลิงเซียนและสำนักหนานซาน บัดนี้ถึงเวลาที่จะต้องสะสางให้จบสิ้นกันในวันนี้!
ก่อนหน้านี้พวกเขาถูกกู้ชวน บรรพชนพันเกาะ และคนโฉดอื่นๆ บุกรุกข่มเหงจนต้องอัดอั้นตันใจมาเนิ่นนาน ยามนี้ได้โอกาสระบายความแค้นที่สุมอยู่ในอกออกมาจนหมดสิ้น
เมื่อเห็นยอดฝีมือพิทักษ์สำนักทั้งสองถูกรุมยำจนสิ้นสภาพ ศิษย์สำนักหนานซานก็หมดสิ้นขวัญกำลังใจที่จะทำการต่อสู้สืบต่อไป
ยามต้องเผชิญหน้ากับศิษย์สำนักหลิงเซียนที่บุกตะลุยลงมาดุจพยัคฆ์ร้าย สถานการณ์จึงแปรเปลี่ยนเป็นการไล่ล่าสังหารอยู่เพียงฝ่ายเดียว
“ไอ้พวกสารเลว! ในเมื่อพวกเจ้าบีบคั้นข้าถึงเพียงนี้ ก็จงพินาศไปพร้อมกันเสียเถิด!!”
“ตาย! ข้าจะลากพวกเจ้าลงนรกไปพร้อมกับข้าให้หมด!!”
ทว่าศัตรูก็มิได้ยินยอมตกตายไปโดยเปล่าประโยชน์ ในวาระสุดท้าย ศิษย์สำนักหนานซานจำนวนมากได้ระเบิดพลังเฮือกสุดท้าย ปราณมารสีนิลพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง
“เป็นสุนัขรับใช้ของผู้บำเพ็ญมารจริงๆ ด้วย!”
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักหลิงเซียนแค่นเสียงเย็นชา สะบัดฝ่ามือสังหารศิษย์สำนักหนานซานที่กำลังระเบิดกลิ่นอายมารตรงหน้าจนร่างแหลกเหลวเป็นเนื้อบด แล้วคำรามลั่น “สังหารพวกมันให้สิ้น! อย่าให้เหลือรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!”
ศิษย์สำนักหลิงเซียนต่างระดมการโจมตีอย่างมิออมมือ เปิดฉากสังหารหมู่ผู้บำเพ็ญมารอย่างเหี้ยมโหด
ทว่าแม้จะพยายามระเบิดปราณมารหมายจะสู้ตายเพียงใด ศิษย์สำนักหนานซานเหล่านี้กลับมิมีโอกาสแม้แต่จะขยับนิ้ว
นั่นเป็นเพราะบนท้องฟ้าเบื้องบน มีจอมโอหังผู้หนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างพิงหัวเสืออย่างสบายอารมณ์ ปล่อยแรงกดดันระดับ เหลียนซวี ลงมาสะกดข่มวิญญาณของพวกที่คิดจะสู้ตายจนร่างกายแข็งทื่อมิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว
มินานนัก…
โลหิตสีแดงฉานก็ไหลนองกลายเป็นลำธาร ซากศพนอนเกลื่อนกลาดดาษดื่นอยู่ทั่วทุกซอกมุมของภูเขา
ใช้เวลาเพียงมิทันไร สำนักหนานซานที่เคยเกรียงไกรก็ถูกกวาดล้างจนดับสูญไปจากแผนที่
เมื่อเทียบกับหอก่วนชิงที่จางอวิ๋นเคยถล่มมาก่อนหน้านี้ สำนักหนานซานดูจะถูกผู้บำเพ็ญมารแทรกซึมและควบคุมไว้อย่างเบ็ดเสร็จมากกว่า
ทั้งสำนักตั้งแต่ผู้นำไปจนถึงศิษย์ชั้นปลายแถว ล้วนแปดเปื้อนไปด้วยไอมารชั่วร้าย คาดว่าหนานเฮยอวิ๋นและหนานไป๋อวิ๋น สองอาวุโสพิทักษ์สำนักคงจะได้วางรากฐานเปลี่ยนสำนักนี้ให้กลายเป็นรังมารมาเนิ่นนานแล้ว
ส่วนสองคนนั้นก็ถูกเด็ดหัวทิ้งไปโดยที่จางอวิ๋นมิคิดจะเก็บศพไว้ให้เสียเวลา
ศพระดับ หยวนอิง ขั้นต้น… ยามนี้เขาหาได้เห็นอยู่ในสายตาแล้ว!
สำหรับคลังสมบัติของสำนักหนานซาน จางอวิ๋นยกให้สำนักหลิงเซียนจัดการทั้งหมด
ยามนี้สำนักหลิงเซียนประสบความสูญเสียอย่างหนัก จำต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลเพื่อฟื้นฟูรากฐานกลับคืนมา
…
ในขณะที่จางอวิ๋นนำทัพสำนักหลิงเซียนเข้ากวาดล้างสำนักหนานซาน ณ แคว้นหนานซิงอันห่างไกลออกไป
เกาะเจียวหนาน
บนเกาะที่เคยเป็นจุดเชื่อมต่อของประตูมิติแดนลับเซียนเมื่อมิช้านาน ภายในถ้ำที่อับชื้นและมืดมิดแห่งหนึ่ง
ชายร่างกำยำกำยำที่เปลือยเปล่าไปทั้งกาย ทั่วร่างถูกสลักด้วยลวดลายสีดำทมิฬอันลึกลับ กำลังนั่งหลับตาพิงผนังถ้ำด้วยท่าทีสงบนิ่ง
เบื้องหน้าของชายผู้นั้น มีร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ เจ้าของร่างนั้นครอบครองดวงตาที่เป็นประกายสีม่วงลึกลับคู่หนึ่ง
“จงตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลเถิด!”
เจ้าของดวงตาสีม่วงใช้นิ้วเรียวชี้ตรงไปยังหน้าผากของชายกำยำ พลันบังเกิดระลอกคลื่นพลังสีม่วงแผ่ซ่านออกมาจากดวงตาคู่นั้นอย่างน่าขนลุก
วูบ! วูบ!
ลวดลายสีนิลบนร่างกายของชายกำยำเริ่มมีไอมารพวยพุ่งออกมา ร่างกายกำยำสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
อึก!
ผ่านไปเพียงครู่ ชายร่างกำยำก็เบิกตาโพลนขึ้น นัยน์ตาที่เคยดูหนุ่มแน่นค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นดวงตาที่ฝ้าฟางและแฝงด้วยความชราภาพอย่างน่ามหัศจรรย์
ร่างเจ้าของดวงตาสีม่วงเห็นดังนั้นจึงค่อยๆ ถอนมือออก
ในดวงตาที่ฝ้าฟางของชายกำยำ เริ่มปรากฏประกายแห่งชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขามองเห็นร่างดวงตาสีม่วงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมลงในทันที ก่อนจะรีบทิ้งเข่าลงกับพื้นเพื่อทำความเคารพอย่างนอบน้อม
“เฮยม่อ... ขอน้อมคารวะท่านผู้นั้น!”
……