ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 301 สี่ผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับเหลียนซวี
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 301 สี่ผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับเหลียนซวี
จางอวิ๋นกระชับหน้ากากสีดำสนิทที่ซูเตี๋ยจัดเตรียมไว้ให้แนบใบหน้าก่อนจะก้าวเข้าไปในอาณาเขต
ผู้เข้าร่วม ‘งานชุมนุมผู้ถูกตามล่า’ โดยทั่วไปมักจะไม่เผยใบหน้าแท้จริง
นั่นเพราะมีความเป็นไปได้สูงที่สุนัขรับใช้ของ ‘สมาพันธ์แห่งแสง’ จะปลอมตัวปะปนเข้ามา แม้พวกมันจะแสร้งทำเป็นรู้เห็นเป็นใจกับผู้จัดงาน แต่ก็คงไม่รังเกียจที่จะจดจำใบหน้าของอาชญากรคนสำคัญสักคนสองคนผ่านงานนี้
เมื่อก้าวเข้าสู่หอกู่โม่ เบื้องหน้าคือทางเดินยาวเหยียดทอดตัวลึกเข้าไป ปากทางเข้ามีชายร่างกำยำในชุดสูทสีดำทมิฬยืนตระหง่านอยู่สองคน กลิ่นอายดุดันราวกับยักษ์ปักหลั่น
【เป้าหมาย: ???】
【ระดับพลัง: หยวนอิง ขั้นสูงสุด】
【เคล็ดวิชา/ทักษะยุทธ์: วิชาศพหุ่นเชิด, ค่ายกลสิบหุ่นเชิด…】
【เป้าหมาย: ???】
【ระดับพลัง: หยวนอิง ขั้นสูงสุด】
【เคล็ดวิชา/ทักษะยุทธ์: วิชาศพหุ่นเชิด…】
จางอวิ๋นโคจร ‘เนตรสวรรค์’ กวาดตามองชายร่างยักษ์ทั้งสองเพียงแวบเดียว ทว่าสัมผัสแห่งเซียนกลับจับจ้องไปยังความมืดรอบด้าน… มีกลิ่นอายระดับ ‘แปลงเทพ’ สายหนึ่งซ่อนเร้นอยู่อย่างเงียบเชียบ ทำเอาเขาต้องสูดหายใจเข้าลึก
แค่คนเฝ้าประตูก็ปาเข้าไปหนึ่งแปลงเทพกับสองหยวนอิงขั้นสูงสุดแล้ว? ผู้จัดงานชุมนุมบ้านี่แข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่!
“โปรดแสดงบัตรเชิญ!”
ชายร่างยักษ์ทั้งสองหลุบตามองจางอวิ๋นที่เดินเข้ามา เอ่ยเสียงเรียบเย็นชา
จางอวิ๋นสะบัดมือหยิบบัตรเชิญที่ซูอี้หย่วนมอบให้ก่อนหน้านี้ออกมา
“เชิญแขกผู้มีเกียรติ!”
ท่าทีของชายร่างยักษ์เปลี่ยนไปทันที พวกมันรีบหลีกทางให้อย่างนอบน้อม
จางอวิ๋นพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าเดินผ่านเข้าไป
ฟุ่บ!
ทันใดนั้น ประตูหอพักด้านหลังพลันเปิดออกพร้อมเงาร่างหนึ่งที่พุ่งพรวดพราดเข้ามาดุจพายุ
“นอนเพลินจนมึนหัวไปหน่อย! ดูท่าจะยังไม่สายสินะ!”
จางอวิ๋นหันขวับกลับไปมองตามเสียง
ปรากฏเป็นชายหนุ่มผมเผ้ารุงรังกระเซอะกระเซิง สวมเพียงเสื้อกาวน์สีขาวหลุดลุ่ย สภาพราวกับคนบ้าที่เพิ่งแหกคุกโรงพยาบาลจิตเวชออกมา แถมเท้าทั้งสองข้างยังเปลือยเปล่าไร้รองเท้า!
“หือ?”
แต่เมื่อจางอวิ๋นใช้ ‘เนตรสวรรค์’ เพ่งมอง รูม่านตาของเขาก็ต้องหดเกร็งวูบ
มองไม่เห็น!
เนตรสวรรค์ของข้า… อ่านข้อมูลของไอ้หนุ่มเสื้อกาวน์นี่ไม่ได้!?
ระดับเหลียนซวี!
สามคำนี้ผุดขึ้นในสมองจางอวิ๋นทันที เขาอดไม่ได้ที่จะพิจารณาชายหนุ่มชุดกาวน์ผู้นี้ซ้ำอีกรอบอย่างละเอียด
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายวิญญาณที่แฝงลึกอยู่ในตัวอีกฝ่าย… มันลึกล้ำไม่ด้อยไปกว่าตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
“จ้องข้าตาไม่กะพริบเช่นนี้ สหายเต๋าอยากผูกมิตรกับข้าหรือ?”
ยังไม่ทันได้ไตร่ตรอง ชายหนุ่มชุดกาวน์ก็ยื่นบัตรเชิญให้ยามตรวจ แล้วร่างนั้นก็เคลื่อนย้ายมาโผล่ประชิดข้างกายจางอวิ๋นแทบจะในพริบตา!
จางอวิ๋นหรี่ตาลง เอ่ยถามเสียงเรียบนิ่ง “ท่านเรียกขานว่ากระไร?”
“หงต๋า!”
ชายหนุ่มชุดกาวน์ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟัน “แล้วสหายเต๋าล่ะ?”
“เรียกข้าว่า ‘คุณชายอวิ๋น’ ก็พอ”
จางอวิ๋นตอบกลับสั้นๆ
“คุณชายอวิ๋น?”
หงต๋าเลิกคิ้วสูง แววตาฉายประกายสงสัยใคร่รู้ “เพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรก... แต่เอาเถอะ! ถือว่ารู้จักกันแล้ว ไว้เจอกันนะสหายเต๋า!”
พูดจบไม่รอให้จางอวิ๋นตอบกลับ หงต๋าก็รีบจ้ำอ้าวพุ่งตัวเข้าไปยังส่วนลึกของทางเดินอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
“นักพรตหงต๋า… สินะ”
จางอวิ๋นมองแผ่นหลังที่ห่างออกไป ในใจคาดเดาตัวตนของอีกฝ่ายได้ทันที
เขาเคยศึกษาข้อมูลใน ‘บัญชีดำล่าสังหารแห่งทวีป’ ผ่านตามาบ้าง อันดับที่เจ็ดสิบเก้าในบัญชีนรกนั่น… คือนักพรตนามว่าหงต๋า!
แค่อันดับเจ็ดสิบเก้า ข้าก็ตรวจสอบไม่ได้แล้ว…
แล้วพวกอันดับต้นๆ จะขนาดไหน...
จางอวิ๋นลอบสูดหายใจเข้าลึก เพิ่มระดับความระมัดระวังในใจขึ้นอีกหลายส่วน ก่อนจะก้าวเท้าตามทางเดินเข้าไป
ไม่นานนักเขาก็มาถึงสุดทางเดิน เบื้องหน้าคือโถงกว้างใหญ่ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในโถงมีโต๊ะยาวเรียงราย เต็มไปด้วยอาหารเลิศรสและสุราชั้นยอดส่งกลิ่นหอมอบอวล
ขณะนี้ในโถงมีผู้คนมาชุมนุมกันหนาตา ยกเว้นคนส่วนน้อยที่เปิดเผยใบหน้า ที่เหลือล้วนสวมหน้ากากปกปิดตัวตน
จางอวิ๋นกวาดสายตาใช้ ‘เนตรสวรรค์’ ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว
แปลงเทพ… แปลงเทพ… หยวนอิงขั้นสูงสุด…
ในที่แห่งนี้ ไม่เห็นใครที่มีระดับต่ำกว่าหยวนอิงเลยแม้แต่คนเดียว!
ส่วนใหญ่ล้วนเป็นระดับแปลงเทพทั้งสิ้น แถมยังมีบางคนที่เนตรสวรรค์ของเขาเจาะข้อมูลไม่เข้า
ตัวอย่างเช่น… นักพรตหงต๋าที่เพิ่งเจอกันเมื่อครู่ ตอนนี้กำลังนั่งซัดโฮกอยู่ที่โต๊ะยาวอย่างมูมมามราวกับปิศาจหิวโซ
นอกจากหมอนั่นแล้ว ยังมีตัวตนระดับเดียวกันอีกสามคน!
คนแรกห่อหุ้มร่างกายด้วยผ้าคลุมสีเทาปิดมิดชิดทุกตารางนิ้ว แม้แต่เพศสภาพก็ยังแยกไม่ออก
คนที่สองเป็นสตรีสวมหน้ากากสีขาว ในชุดกี่เพ้าปักลายดอกไม้รัดรูป เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งอันสมบูรณ์แบบเย้ายวน ดึงดูดสายตาหื่นกระหายของผู้คนในโถงไปไม่น้อย
คนสุดท้ายเป็นชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาดูภูมิฐาน ไม่ได้สวมหน้ากากเช่นเดียวกับนักพรตหงต๋า สวมชุดสูทสีขาวสะอาดตา นั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือปกดำอยู่บนโซฟาตรงมุมห้องอย่างสบายอารมณ์ ราวกับโลกภายนอกไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับตน
สี่ผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับเหลียนซวี… ไม่มีใครดูปกติสักคน!
จางอวิ๋นลอบบ่นในใจ ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น
ตรงมุมหนึ่ง มีสตรีสวมหน้ากากขอบทอง ห่อหุ้มร่างด้วยเสื้อโค้ทสีแดงเพลิง
แม้จะแต่งตัวมิดชิด แต่จางอวิ๋นก็จำกลิ่นอายนั้นได้ทันที… ซูเตี๋ย!
นอกจากนี้ยังมีซูอี้หย่วน เจ้าหอจี๋กวง และคนอื่นๆ ที่กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ในโถง
จางอวิ๋นสังเกตทิศทางสายตาของซูอี้หย่วน แล้วมองตามไปที่กลุ่มคนสี่คนในชุดคลุมยาวสีเงิน แม้จะสวมหน้ากากปิดบัง แต่กลิ่นอายเฉพาะตัวนั้นชัดเจนว่าเป็นพวกเดียวกัน
หนึ่งครึ่งก้าวสู่ระดับเหลียนซวี… กับอีกสามระดับแปลงเทพ…
เห็นได้ชัดว่าสี่คนนี้คือคนของ ‘ลัทธิเฉี่ยนเสิน’
【เป้าหมาย: เจ้าลัทธิเฉี่ยนเสิน】
【ระดับพลัง: ครึ่งก้าวสู่ระดับเหลียนซวี】
【พลังงานพิเศษที่ฝึกฝน: พลังอูแห่งการบูชายัญ】
【ระดับพลังอู: ขั้นหก (ขอบเขตปุโรหิต)】
【พรสวรรค์: พลังอูแห่งการบูชายัญ —— พลังอูที่ได้จากการกราบไหว้บูชา แฝงไว้ด้วยอานุภาพและแรงกดดันมหาศาลของสิ่งที่ตนศรัทธา สามารถสะกดข่มพลังงานพิเศษรูปแบบอื่นได้สิ้นเชิง (ยกเว้นพลังอูด้วยกัน)】
【ความสามารถพิเศษ: การอัญเชิญบูชายัญ —— สามารถสละแก่นโลหิตครึ่งหนึ่งของตนเพื่ออัญเชิญ ‘ร่างจำแลง’ ของสิ่งที่บูชาออกมาได้】
【เคล็ดวิชา/ทักษะยุทธ์: ระบำคลั่งบูชายัญ, ภาษิตเทพสวรรค์…】
【จุดอ่อน: พลังอูแห่งการบูชายัญต้องอาศัยความศรัทธาแรงกล้าจึงจะแสดงอานุภาพได้ หากจิตศรัทธาสั่นคลอน พลังจะสูญสิ้น สามารถใช้วิชามายาหรือค่ายกลมายาปั่นป่วนจิตใจได้】
…
“พลังอู?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อยขณะอ่านข้อมูลของเจ้าลัทธิเฉี่ยนเสินผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มด้วยความประหลาดใจ
“ไม่ใช่จอมเวทย์อูจากอาณาจักรเซียนไห่อูงั้นรึ…”
เขาลูบคางครุ่นคิด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบผู้ใช้พลังอูนอกเหนือจากคนของอาณาจักรเซียนไห่อู
【เป้าหมาย: สมาชิกสาวกลัทธิเฉี่ยนเสิน】
【ระดับพลัง: ระดับแปลงเทพขั้นสูงสุด】
【พลังงานพิเศษที่ฝึกฝน: พลังอูโลหิต】
【ระดับพลังอู: ขั้นห้า (ขอบเขตต้าอู)】
【พรสวรรค์: พลังอูโลหิต —— พลังงานที่เกิดจากการหลอมรวมโลหิต มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง สามารถกัดกร่อนเลือดเนื้อสิ่งมีชีวิตเพื่อดูดกลืนมาเพิ่มพลังให้ตนเอง】
…
【เป้าหมาย: สมาชิกสาวกลัทธิเฉี่ยนเสิน】
【ระดับพลัง: ระดับแปลงเทพขั้นสูง】
【พลังงานพิเศษที่ฝึกฝน: พลังอูอัคคี】
【ระดับพลังอู: ขั้นห้า (ขอบเขตต้าอู)】
…
【เป้าหมาย: สมาชิกสาวกลัทธิเฉี่ยนเสิน】
【ระดับพลัง: ระดับแปลงเทพขั้นสูง】
【พลังงานพิเศษที่ฝึกฝน: พลังอูวารี】
【ระดับพลังอู: ขั้นห้า (ขอบเขตต้าอู)】
…
หลังจากกวาดตามองอีกสามคน พบว่าเป็นจอมเวทย์อูระดับ ‘ต้าอู’ ทั้งหมด จางอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองซูเตี๋ยที่ยืนอยู่ไม่ไกล
เข้าใจกระจ่างแล้วว่าเหตุใดนางถึงต้องเชิญเขามา
พลังอูของพวกลัทธิเฉี่ยนเสินเหล่านี้… จำเป็นต้องใช้ผู้ฝึกพลังอูเช่นเขาในการรับมือถึงจะเอาอยู่!
“สหายเต๋าอวิ๋น!”
ขณะที่กำลังครุ่นคิดวางแผน เสียงเรียกอันดังสนั่นก็กระแทกเข้าที่ข้างหู
“มาๆๆ มานี่! มาดื่มกินด้วยกันเร็วเข้า!!”
เป็นนักพรตหงต๋าที่กำลังกวักมือเรียกเขาหยอยๆ พร้อมกับน่องไก่ในปาก
การกระทำอันไร้ยางอายนี้ดึงดูดความสนใจจากทั่วทั้งโถงในพริบตา
ในฐานะอาชญากรตัวเป้งอันดับเจ็ดสิบเก้าบนบัญชีดำล่าสังหารแห่งทวีป แทบไม่มีใครในที่นี้ไม่รู้จักความบ้าคลั่งของนักพรตหงต๋า
อาชญากรระดับพระกาฬเช่นนี้… กลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนคนอื่นก่อน?
ผู้คนในงานต่างจ้องมองสำรวจจางอวิ๋นด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนตื่นตะลึง รวมถึงยอดฝีมือระดับเหลียนซวีทั้งสามคนที่เหลือก็ยังละสายตามามอง
ในชั่วพริบตา… จางอวิ๋นก็กลายเป็นจุดรวมสายตาของปีศาจทั้งงาน!