ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 309 โอสถมารสวรรค์
ทั้งโถงประมูลเงียบกริบลงไปถนัดตา
สายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจนับสิบคู่ ต่างจดจ้องไปยังร่างในชุดคลุมสีเทามิดชิดกลางลานประมูล รูปลักษณ์ภายนอกถูกปกปิดจนไม่อาจแยกแยะได้ว่าเป็นบุรุษหรือสตรี
กระทั่งน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเมื่อครู่ก็ยังราบเรียบเป็นกลาง
มือที่กำลังถือช้อนของจางอวิ๋นชะงักค้าง เขาขมวดคิ้วเพ่งมองบุคคลในชุดเทาผู้นี้
คนผู้นี้คือหนึ่งในตัวตนระดับเหลียนซวีภายในงาน ที่เคล็ดวิชาเนตรเซียนของเขาไม่สามารถมองทะลุข้อมูลได้!
“หินวิญญาณสิบล้านก้อน! สหายท่านนี้เสนอราคาสิบล้านหินวิญญาณ ยังมีผู้ใดต้องการเสนอราคาอีกหรือไม่?”
เจ้าเมืองกู่โม่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวาน ใบหน้าเหี่ยวย่นบัดนี้ฉีกยิ้มกว้างจนรอยย่นบานสะพรั่งราวกับดอกเบญจมาศ
แม้หินวิญญาณสิบล้านก้อนจะไม่ใช่ตัวเลขที่มากมายมหาศาลสำหรับเขา แต่มันก็เหนือความคาดหมายไปมากนัก!
ราคานี้พุ่งทะยานสูงกว่าที่เขาประเมินไว้เกือบสิบเท่าตัว!
เจ้าลัทธิเฉี่ยนเสินเห็นดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มเยียบเย็นส่งมาทางจางอวิ๋น
แม้จะผิดคาดที่มีบุคคลอื่นโผล่มาทุ่มราคาแข่ง แต่ในเมื่อเขาประมูลมาไม่ได้ เขาก็ไม่หวังให้จางอวิ๋นได้ของชิ้นนี้ไปครอบครองเช่นกัน
จางอวิ๋นหาได้ใส่ใจสายตาของอีกฝ่าย เขาครุ่นคิดเพียงครู่ ก่อนจะเอ่ยปากสมทบ “หินวิญญาณสิบล้านก้อน บวกกับเคล็ดวิชาระดับวิญญาณอีกสามม้วน!”
สิ้นคำกล่าวนั้น ทุกสายตาในงานก็พร้อมใจกันหันขวับไปมองร่างในชุดเทาทันที
คนชุดเทาเอ่ยปากสวนกลับทันควัน “หินวิญญาณยี่สิบล้านก้อน!”
ฮือฮา!
สิ้นเสียงประกาศ ทั้งลานประมูลก็เกิดความโกลาหลขนานใหญ่!
เพิ่มราคารวดเดียวสิบล้านหินวิญญาณ นี่พวกเจ้าไม่เห็นหินวิญญาณมีค่าแล้วหรืออย่างไร?
ที่สำคัญคือ เพื่อแย่งชิง ‘ชิ้นส่วนศาสตราศักดิ์สิทธิ์’ ที่น่าจะมีข้อบกพร่องเนี่ยนะ มันคุ้มค่ากันตรงไหน?
จางอวิ๋นขมวดคิ้วมุ่น เขาหมดอารมณ์กินผลไม้รวมในมือ เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หินวิญญาณยี่สิบล้านก้อน บวกกับเคล็ดวิชาระดับวิญญาณสิบม้วน!”
ฮือฮา!
ภายในลานประมูลเกิดคลื่นเสียงฮือฮาดังระงมขึ้นอีกระลอก
บ้าไปแล้ว!
ไอ้ ‘ชิ้นส่วนศาสตราศักดิ์สิทธิ์’ นี่มันมีดีอันใดนักหนา ถึงได้ยอมทุ่มสมบัติมหาศาลปานนี้?
คนชุดเทาได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วมองจางอวิ๋น ก่อนจะหันไปมองเจ้าเมืองกู่โม่ด้วยท่าทีเรียบเฉย แล้วเอ่ยถาม “ข้าใช้ศาสตราวุธระดับสูงหนึ่งชิ้น สามารถหักล้างกับเคล็ดวิชาสิบม้วนนี้ได้หรือไม่?”
แตกต่างจากเสียงเสนอราคาที่ราบเรียบไร้เพศในตอนแรก น้ำเสียงที่เปล่งออกมาในคราวนี้ กลับเป็นเสียงของสตรีอย่างชัดเจน
ที่แท้ก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรหญิงงั้นรึ?
ผู้คนภายในงานต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงระดับเหลียนซวีที่อยู่ในบัญชีผู้ถูกตามล่าของทวีปมีเพียงผู้เดียว นั่นคืออันดับที่เจ็ดสิบเจ็ดผู้มีฉายา ‘สาวงามชุดขาว’ และนางก็กำลังนั่งอยู่ในงานประมูลแห่งนี้ ซึ่งก็คือสตรีสวมหน้ากากสีขาวในชุดกี่เพ้าปักลายอวดส่วนโค้งเว้าคนนั้น
เช่นนั้นผู้บำเพ็ญหญิงชุดเทาตรงหน้านี้ ก็มิใช่ตัวตนระดับเหลียนซวีที่อยู่ในบัญชีผู้ถูกตามล่าของทวีปงั้นสิ?
“เรื่องนี้ต้องประเมินกันที่คุณภาพของมันอีกที!”
เจ้าเมืองกู่โม่จับจ้องผู้บำเพ็ญหญิงชุดเทา
หากกล่าวถึงมูลค่า ลำพังเพียงศาสตราวุธระดับสูงหนึ่งชิ้น ย่อมมีค่าสูงล้ำกว่าเคล็ดวิชาระดับวิญญาณอย่างมิต้องสงสัย ทว่าหากเป็นเคล็ดวิชาระดับวิญญาณถึงสิบม้วน มันก็ยากที่จะประเมินชี้วัดให้ชัดเจน
“รบกวนสหายทั้งสองนำเคล็ดวิชาและศาสตราวุธ มาให้ชายชราผู้นี้ตรวจสอบดูสักหน่อยจะได้หรือไม่?”
เจ้าเมืองกู่โม่กล่าวสมทบ
“ได้!”
ผู้บำเพ็ญหญิงชุดเทาพยักหน้ารับ
จางอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย
เคล็ดวิชานั้นไม่เหมือนกับสิ่งของทั่วไป สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับเหลียนซวี เพียงแค่ปรายตามองแวบเดียว ก็อาจจะจดจำมันไปได้ทั้งหมดแล้ว!
เจ้าเมืองกู่โม่หันมามองเขาแล้วเอ่ย “สหาย ท่านเพียงแค่หยิบเคล็ดวิชาที่มีมูลค่าระดับกลางออกมาให้ชายชราผู้นี้ตรวจสอบสักสองม้วนก็เพียงพอแล้ว!”
เมื่อจางอวิ๋นได้ยินดังนั้น เขาก็คร้านจะเอ่ยให้มากความ หยิบเคล็ดวิชาออกมาสองม้วนบรรจุลงในแหวนมิติ แล้วส่งทอดให้เจ้าเมืองกู่โม่
อีกด้านหนึ่ง ผู้บำเพ็ญหญิงชุดเทาก็โยนแหวนมิติวงหนึ่งให้เช่นกัน
หลังจากตรวจสอบแหวนมิติทั้งสองวงอย่างรวดเร็ว เจ้าเมืองกู่โม่ก็หันไปกล่าวกับผู้บำเพ็ญหญิงชุดเทาอย่างไม่ลังเล “ชายชราผู้นี้ได้ทำการเปรียบเทียบดูแล้ว ยังคงรู้สึกว่าเคล็ดวิชาของสหายท่านนี้มีมูลค่าสูงกว่า ทว่าหากท่านสามารถเพิ่มของวิเศษอย่างอื่นเข้าไปอีกสักหน่อย บางทีอาจจะ…”
“ไม่จำเป็น!”
เมื่อผู้บำเพ็ญหญิงชุดเทาได้ยินดังนั้น นางก็ส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “คทาด้ามนี้ ข้าไม่เอาแล้ว!”
เจ้าเมืองกู่โม่ลอบผิดหวังเล็กน้อย หลังจากส่งแหวนมิติคืนไป เขาก็กวาดสายตามองไปรอบลานประมูล “สหายท่านนี้เสนอราคาหินวิญญาณยี่สิบล้านก้อน บวกกับเคล็ดวิชาระดับวิญญาณสิบม้วน ยังมีสหายท่านใดต้องการเสนอราคาประชันอีกหรือไม่?”
ทั้งลานประมูลตกอยู่ในความเงียบงันไร้สุ้มเสียง
“ในเมื่อไม่มีผู้ใดแล้ว เช่นนั้นก็ขอแสดงความยินดีกับสหาย ที่ได้รับคทาด้ามนี้ไปครอบครอง!”
เจ้าเมืองกู่โม่ส่งรอยยิ้มการค้าให้จางอวิ๋น
จางอวิ๋นลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แตกต่างจากไอ้สวะเจ้าลัทธิเฉี่ยนเสินนั่น หากปล่อยให้แม่นางชุดเทาผู้นี้ประมูลไปได้ คทาเซียนอูด้ามนี้ก็ใช่ว่าจะตามไปแย่งชิงกลับคืนมาได้ง่ายดาย
เขาปรายตามองอีกฝ่าย หรือว่าสตรีผู้นี้ก็จะเป็นผู้บำเพ็ญวิถีอูเช่นเดียวกัน?
จางอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
จะใช่หรือไม่ก็ช่างปะไร แต่ข้าจดบัญชีแค้นสตรีผู้นี้เอาไว้แล้ว บังอาจทำให้ข้าต้องสูญหินวิญญาณไปฟรีๆ ถึงสิบล้านก้อน ซ้ำยังมีเคล็ดวิชาระดับวิญญาณอีกตั้งสิบม้วน ความแค้นที่ทำให้ต้องเสียทรัพย์ครั้งนี้ ข้าจะจดจำสลักลึกเอาไว้ให้จงหนัก!
ฟู่…
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเบาๆ
สายตากลับมาจับจ้องยังใจกลางเวทีอีกครั้ง หลังจากจบการประมูลคทาเซียนอู ของแลกเปลี่ยนชิ้นที่สองที่เมืองกู่โม่เตรียมไว้ก็ถูกยกออกมาจัดแสดง
ดูเหมือนว่าพวกมันจะนิยมนำของมีตำหนิมาหลอกขายจริงๆ แฮะ คราวนี้ถึงกับเป็นม้วนเคล็ดวิชาระดับสวรรค์ฉบับไม่สมบูรณ์เลยทีเดียว
จางอวิ๋นเพียงปรายตามองแวบเดียวก็หมดสิ้นความสนใจในทันที
หากเป็นเคล็ดวิชาระดับสวรรค์ฉบับสมบูรณ์ก็ว่าไปอย่าง อาจจะพอมีกะจิตกะใจกระโดดลงไปร่วมแย่งชิงสักตั้ง แต่นี่มันเป็นแค่ฉบับไม่สมบูรณ์ เช่นนั้นก็ช่างหัวมันเถอะ!
ท้ายที่สุดแล้ว เพียงแค่รอให้โลกปรมาจารย์เซียนเลื่อนระดับอีกสักรอบ จนสามารถก้าวเข้าไปในชั้นที่สองของหอคัมภีร์หมื่นภพได้ เขามั่นใจอย่างยิ่งว่าภายในนั้นต้องมีเคล็ดวิชาระดับสวรรค์ฉบับสมบูรณ์รอให้เขาเลือกหยิบฉวยอยู่นับไม่ถ้วนแน่!
เรื่องเคล็ดวิชานี่แหละ คือสิ่งที่เขาขาดแคลนน้อยที่สุดแล้ว!
แต่ทว่าการแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาระดับสวรรค์ฉบับไม่สมบูรณ์ม้วนนี้ กลับดุเดือดเลือดพล่านยิ่งกว่าตอนประมูลคทาเซียนอูเป็นไหนๆ มันดึงดูดให้เหล่าตัวตนระดับเหลียนซวีภายในงาน กระโจนลงสนามห้ำหั่นราคาแข่งขันกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด
ท้ายที่สุด มันก็ตกเป็นของชายวัยกลางคนรูปลักษณ์ภูมิฐานที่นั่งอยู่ข้างกายจางอวิ๋น ถูกประมูลคว้าไปในราคาสิบสองล้านหินวิญญาณ
ถัดจากนั้น ของวิเศษชิ้นสุดท้ายที่เมืองกู่โม่จัดเตรียมไว้ก็ถูกนำขึ้นสู่แท่นประมูล
วินาทีที่มันปรากฏโฉม มันก็ดึงดูดสายตาอันบ้าคลั่งจากเหล่าผู้บำเพ็ญมารทั้งลานประมูลได้ในชั่วพริบตา!
【โอสถมารสวรรค์】
ระดับ: โอสถระดับสุดยอด
รายละเอียด: หลอมสร้างขึ้นจากเนื้อเยื่อส่วนหนึ่งของเผ่ามารรวบรวมเข้ากับสมุนไพรวิญญาณนานาชนิด ภายในอัดแน่นไปด้วยปราณมารบริสุทธิ์ หากกลืนกินเข้าไป จะสามารถช่วยให้ผู้บำเพ็ญมารทะลวงคอขวดข้อจำกัดได้……
จางอวิ๋นใช้เคล็ดวิชาเนตรเซียนกวาดตามองเพียงแวบเดียว แววตาของเขาก็หรี่แคบลงเล็กน้อย
ถึงกับมีโอสถระดับนี้ดำรงอยู่ด้วยเรอะเนี่ย!
เขาอดไม่ได้ที่จะปรายตามองไปยังจอมมารเฒ่าอันคังที่นั่งอยู่ไม่ไกล คาดเดาว่าเป้าหมายที่แท้จริงของอีกฝ่าย ย่อมหนีไม่พ้นโอสถเม็ดนี้อย่างแน่นอน
และการประมูลแข่งขันอันดุเดือด ก็ได้ปะทุขึ้นในพริบตานั้น!
“หินวิญญาณสิบล้านก้อน บวกกับซากสัตว์อสูรระดับแปลงเทพหนึ่งร่าง!”
เพียงแค่การเสนอราคาเปิดประเดิม ก็ทำเอาทั้งงานตกอยู่ในความเงียบงันไปถนัดตา
สายตาทุกคู่ รวมถึงจางอวิ๋น ล้วนพากันหันไปจดจ้องชายวัยกลางคนรูปลักษณ์ภูมิฐานที่กำลังถือม้วนตำราอยู่ข้างๆ อย่างพร้อมเพรียง
ดูท่าเจ้านี่จะต้องเป็นผู้บำเพ็ญมารไม่ผิดแน่!
จางอวิ๋นหรี่ตาแคบลง
ทว่าอีกฝ่ายมิได้นั่งร่วมกลุ่มกับสองคนของจอมมารเฒ่าอันคัง ย่อมคาดเดาได้ว่าคงมิใช่ผู้บำเพ็ญมารจากสำนักเฟิงม่อ
ผู้บำเพ็ญมารที่เร้นกายอยู่บนทวีปนี้มีอยู่อย่างดาษดื่น สำนักเฟิงม่อเป็นเพียงหนึ่งในขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่านั้น นอกจากพวกมันแล้ว ย่อมต้องมีขุมกำลังมารกลุ่มอื่น หรือแม้กระทั่งผู้บำเพ็ญมารอิสระเร้นกายอยู่อีกมาก
จางอวิ๋นพลิกความทรงจำทบทวนรายชื่อในบัญชีผู้ถูกตามล่าของทวีปอย่างรวดเร็ว ทว่ากลับไม่อาจค้นหาผู้ใดที่มีรูปลักษณ์ตรงกับชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานผู้นี้ได้เลย
แต่พอประเมินดูจากสถานการณ์นี้แล้ว ความเป็นไปได้ที่ตาเฒ่าเจ้าเมืองกู่โม่จะเป็นผู้บำเพ็ญมาร กลับลดน้อยถอยลงแฮะ
เพราะหากตาเฒ่านั่นเป็นผู้บำเพ็ญมารจริงๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะยินยอมนำโอสถมารสวรรค์เม็ดนี้ออกมาประมูลแลกเปลี่ยน
เจ้าเมืองกู่โม่ประกาศเสียงก้อง “ซากสัตว์อสูรระดับแปลงเทพหนึ่งร่างมีมูลค่าประเมินเทียบเท่าห้าล้านหินวิญญาณ สหายท่านนี้เสนอราคาเท่ากับสิบห้าล้านหินวิญญาณ ยังมีผู้ใดต้องการเสนอราคาอีกหรือไม่?”
“หินวิญญาณยี่สิบล้านก้อน!”
สิ้นคำประกาศ เสียงเสนอราคาดุดันก็พุ่งสวนขึ้นมาทันควัน
จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้น หันไปปรายตามองจอมมารเฒ่าอันคัง เป็นไปตามที่คาดการณ์ อีกฝ่ายเริ่มลงสนามห้ำหั่นราคาแล้วจริงๆ
มิน่าเล่า ตอนที่มีตราประทับมารปรากฏออกมา เจ้านี่ถึงได้นั่งนิ่งไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ที่แท้ก็เพื่อซุ่มเก็บกำลังทรัพย์ไว้รอฟาดฟันแย่งชิงโอสถมารสวรรค์เม็ดนี้นี่เอง!
“หินวิญญาณยี่สิบเอ็ดล้านก้อน!”
ชายวัยกลางคนรูปงามมิได้มีท่าทียอมจำนนแต่อย่างใด
“ยี่สิบห้าล้าน!”
แน่นอนว่าจอมมารเฒ่าอันคังก็ไม่มีทางยอมล่าถอยให้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน
ชายวัยกลางคนรูปงามเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หินวิญญาณยี่สิบห้าล้านก้อน บวกกับเคล็ดวิชาระดับวิญญาณหนึ่งม้วน และศาสตราวุธวิญญาณระดับกลางอีกหนึ่งชิ้น!”
“หินวิญญาณสามสิบล้านก้อน!”
จอมมารเฒ่าอันคังกระแทกเสียงเข้ม น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยเจตจำนงเด็ดขาดว่าต้องคว้ามันมาให้จงได้
“หินวิญญาณห้าสิบล้านก้อน!”
ทว่าในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ เสียงหวานหยดย้อยของสตรีผู้หนึ่งก็ดังแทรกฝ่าวงล้อมขึ้นมาอย่างไร้สุ้มเสียงเตือนล่วงหน้า!
…