ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 31 หนีหางจุกตูด
ร่างของนักพรตเฒ่าหวงแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหิน
เขาค่อยๆ หันกลับมาอย่างเก้อเขิน รอยยิ้มแห้งแล้งปรากฏขึ้นบนใบหน้า ส่งสายตาอ้อนวอนไปให้จางอวิ๋น
“อะ… เอ่อนี่ สหายเต๋าแห่งสำนักหลิงเซียน ดูสิ… ข้ากับเจ้าก็ไม่มีความแค้นต่อกัน ข้าก็แค่คนผ่านทางที่บังเอิญมาเห็นเหตุการณ์ ข้าจะขอตัวลา…”
“ไม่มีความแค้นก็จริง แต่เจ้าดันเห็นข้าสังหารคนพวกนี้นี่นา!”
จางอวิ๋นฉีกยิ้มเผล่ พลางชี้ปลายกระบี่ไปที่ร่างไร้วิญญาณของศิษย์อาจารย์สำนักหนานซานทั้งสามที่นอนจมกองเลือดอยู่
มุมปากของนักพรตเฒ่าหวงกระตุกยิกด้วยความหวาดหวั่น
ไอ้บ้าเอ๊ย! ทีตอนเจ้าลงมือสังหารคนเมื่อครู่ไม่เห็นจะเกรงกลัวสายตาผู้ใดเลยนี่หว่า! ฆ่าอย่างโหดเหี้ยมกลางวันแสกๆ พอตอนนี้จะมาหาเรื่องฆ่าปิดปากข้าหรือ!
“สหายเต๋า ข้าเองก็ไม่ใช่ชนชั้นไร้นาม อยู่ในระดับจินตานขั้นสูงสุดมาหลายปี หากต้องสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง เจ้าเองก็อาจจะไม่ได้เคี้ยวง่ายๆ หรอกนะ!”
นักพรตเฒ่าหวงกดเสียงต่ำ ขู่คำรามเพื่อให้อีกฝ่ายชั่งใจ หวังเพียงแค่ให้จางอวิ๋นลังเลสักนิดก็ยังดี
“งั้นก็มาลองดูสิ!”
จางอวิ๋นยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ นัยน์ตาเปล่งแสงเรืองรองวูบหนึ่ง ใช้วิชา ‘เคล็ดวิชาเนตรเซียน’ กวาดตามองทะลุปรุโปร่งทันที——
【นักพรตเฒ่าหวง】
ระดับ: จินตานขั้นสูงสุด
วิชาที่ฝึกฝน: วิชาเรียกวิญญาณคืนธง, เคล็ดควบคุมวิญญาณระดับกลาง
อาวุธ: ธงควบคุมวิญญาณ (ศาสตราวิญญาณ)
จำนวนวิญญาณที่ควบคุม: วิญญาณสัตว์อสูร 26 ดวง (มีระดับจินตาน 3 ดวง) หากปลดปล่อยพร้อมกัน จะระเบิดพลังเทียบเท่าระดับจินตานขั้นสูงสุด
จุดอ่อน:
เนื่องจากเน้นฝึกปราณสายควบคุมวิญญาณ ร่างกายจึงเปราะบางยิ่งกว่ากระดาษ แพ้ทางพวกสายประชิดตัวที่โจมตีต่อเนื่อง
เวลาเรียกวิญญาณ แขนซ้ายคือจุดเดินลมปราณหลัก หากโจมตีที่แขนซ้าย วิชาจะแตกซ่าน
…
…
…
“จุดอ่อนเยอะขนาดนี้เชียว?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยความแปลกใจ
เขาเคยปะทะกับยอดฝีมือระดับจินตานมาหลายคน แต่เพิ่งเคยเห็นคนที่มีจุดอ่อนพรุนเป็นรังผึ้งขนาดนี้ แสดงว่าตาแก่นี่มุ่งแต่เร่งเพิ่มพูนตบะ แต่พื้นฐานการต่อสู้กลับกลวงโบ๋ชัดๆ
แต่เรื่องนั้นช่างปะไร… สิ่งที่ดึงดูดความสนใจเขาที่สุดคือธงในมือของตาแก่นั่น…
มันคือ ‘ศาสตราวิญญาณ’ เชียวนะ!
ในทวีปวิถีเซียน อาวุธมีหลายเกรด แต่ที่นิยมใช้กันหลักๆ คือ ‘ศาสตราคมกล้า (อาวุธทั่วไป)’ กับ ‘ศาสตราวิญญาณ’ ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่จะใช้แค่ศาสตราคมกล้า อย่างกระบี่ที่จางอวิ๋นใช้อยู่ก็จัดอยู่ในประเภทนี้
แต่ศาสตราวิญญาณนั้นอยู่สูงขึ้นไปอีกขั้น!
มันถูกสร้างจากวัสดุพิเศษ ผู้ใช้สามารถผสานพลังปราณเข้ากับอาวุธได้เป็นเนื้อเดียว ทำให้รีดเร้นอานุภาพออกมาได้สูงสุด พลังทำลายล้างเหนือกว่าอาวุธทั่วไปหลายเท่าตัว
วัสดุสำหรับสร้างศาสตราวิญญาณในแคว้นหนานอวิ๋นนั้นหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ทำให้ศาสตราวิญญาณมีน้อยนิดจนนับนิ้วได้ แค่ชิ้นเดียวราคาเริ่มต้นก็ปาเข้าไปเป็นหมื่นหินวิญญาณแล้ว
ไม่นึกเลยว่านักพรตเฒ่าผู้นี้ จะมีของวิเศษขนาดนี้พกติดตัว!
“เด็กสมัยนี้ นับวันยิ่งกำเริบเสิบสาน วันนี้ปู่จะสั่งสอนให้รู้สำนึกเองว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า!”
ดูเหมือนสายตาโลมเลียอาวุธและท่าทีไม่ยี่หระของจางอวิ๋นจะไปกระตุกหนวดเสือเข้าอย่างจัง นักพรตเฒ่าหวงตะคอกลั่น สะบัดธงคำสั่งสีเหลืองในมืออย่างเกรี้ยวกราด
ทันใดนั้น พลังปราณมหาศาลก็พวยพุ่งออกมาจากตัวธง ดั่งทำนบแตก!
โฮก!!
บรู๊ววว!!
เสียงคำรามของสัตว์อสูรนานาชนิดดังระงมกึกก้อง วิญญาณสัตว์อสูรนับสิบพุ่งออกมาจากธง กลิ่นอายดุร้ายแผ่ซ่านกดดันไปทั่วถ้ำ ทำเอาอากาศรอบข้างหนักอึ้งจนหายใจลำบาก
“วันนี้ปู่จะทำให้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้า ได้ลิ้มรสบทเรียนราคาแพง!”
นักพรตเฒ่าหวงคำรามเสียงกึกก้อง รังสีอำมหิตพุ่งพล่าน
จางอวิ๋นหรี่ตาลง รวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือ เตรียมพร้อมรับมือการปะทะเต็มที่
แต่ทว่า วินาทีต่อมา…
ฟุ่บ!
นักพรตเฒ่าหวงที่เมื่อครู่ยังทำท่าขึงขังจะเข้าสู้แลกชีวิต จู่ๆ ก็หมุนตัวกลับหลังหัน…
วิ่งหนีหางจุกตูด!
“???”
จางอวิ๋นยืนนิ่งตะลึงงันไปชั่วอึดใจ
ก่อนที่มุมปากจะกระตุกยิกด้วยความเอือมระอา
ไอ้แก่เจ้าเล่ห์เอ๊ย! ที่แท้ก็แค่ขู่ให้กลัวแล้วฉวยโอกาสหนีนี่หว่า!
เขาไม่รอช้า ใช้วิชา ‘ย่างก้าวชิงหยวน’ พุ่งทะยานไล่ตามไปทันที ร่างกลายเป็นเงาเลือนราง
แต่ดูเหมือนนักพรตเฒ่าหวงจะเชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการหลบหนีเป็นพิเศษ ฝีเท้าไวปานวอก เพียงพริบตาก็มุดหายเข้าไปในอุโมงค์ถ้ำด้านข้าง
โฮก!
จางอวิ๋นกำลังจะพุ่งตามเข้าไป จู่ๆ ก็มีวิญญาณเสือดำตัวมหึมาพุ่งสวนออกมาจากความมืด อ้าปากกว้างหมายจะขย้ำคอ
“เกะกะ!”
เขาซัดหมัดเปรี้ยงเข้าให้
ตู้ม!
วิญญาณเสือดำระเบิดกระจุยคาหมัด แต่ทว่าพลังงานวิญญาณที่แตกสลายกลับกลายเป็นหมอกควันสีดำสนิท พุ่งออกมาปกคลุมทั่วบริเวณทันทีราวกับกับดักที่วางไว้
จางอวิ๋นหน้าเปลี่ยนสี กว่าจะรู้ตัว วิสัยทัศน์เบื้องหน้าก็มืดบอดไปด้วยหมอกดำหนาทึบ
“แค่กๆ…”
จางอวิ๋นสำลักควันไปสองที ก่อนจะรีบระเบิดพลังปราณพัดเป่าหมอกควันให้กระจายหายไปจนหมดสิ้น
แต่พอม่านหมอกจางลง… เงาร่างของนักพรตเฒ่าหวงก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว!
“บัดซบ ไอ้แก่เจ้าเล่ห์!”
จางอวิ๋นสบถเบาๆ มองเข้าไปในอุโมงค์ที่มืดมิด ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ตาม
ถ้ำสวรรค์แห่งนี้มีอุโมงค์แยกย่อยดั่งเขาวงกต เส้นทางที่เขาพาพวกศิษย์เข้ามาก็เป็นแค่หนึ่งในนั้น ดูทรงแล้วทุกอุโมงค์น่าจะเชื่อมต่อไปยังทางออกคนละทิศละทาง
เดี๋ยวถ้าหาทางออกไม่เจอ ค่อยไปสำรวจอุโมงค์พวกนี้ทีหลังก็ได้
ส่วนนักพรตเฒ่าหวง หนีได้ก็หนีไป ยังไงซะเรื่องที่เขาอยู่ที่นี่ก็คงปิดไม่มิด เจ้าสำนักหนานซานจับมือกับตระกูลหลินกะจะเล่นงานเขาอยู่แล้ว เป็นศัตรูกันชัดเจน เพิ่มความแค้นไปอีกสักบัญชีจะเป็นไรไป!
“ท่านอาจารย์!”
สวีหมิงกับอู๋เสี่ยวพั่งเห็นการต่อสู้จบลง ก็รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา
พวกเขาไม่ได้ขี้ขลาด แต่จางอวิ๋นสั่งกำชับไว้ก่อนหน้านี้ว่าให้หลบไปไกลๆ ถ้ายังสู้ไม่จบห้ามเสนอหน้าเข้ามา
ตอนนี้ทั้งสองมองดูอาจารย์ของตนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเทิดทูนบูชาสุดหัวใจ
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
ท่านอาจารย์ของพวกเขา ช่างเก่งกาจดุจเทพเซียน!
นั่นคือผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซาน ยอดฝีมือระดับจินตานขั้นสูงสุดเชียวนะ กลับถูกจางอวิ๋นสังหารทิ้งราวมดปลวก
แม้ก่อนหน้านี้จางอวิ๋นจะจัดการระดับจินตานของตระกูลหลินไปแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง
พอมาเห็นฉากนี้เต็มๆ สองตา ถึงได้ตระหนักอย่างถ่องแท้ว่า อาจารย์ระดับสร้างรากฐานของพวกเขาคนนี้… แข็งแกร่งแบบผิดมนุษย์มนาขนาดไหน!
“อย่ามัวแต่ยืนอึ้ง หยิบเครื่องมือแล้วตามอาจารย์มาขุดสมุนไพร!”
จางอวิ๋นบอกปัดความชื่นชม ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปที่แปลงสมุนไพรทันที
สวีหมิงกับอู๋เสี่ยวพั่งได้สติ รีบหยิบอุปกรณ์ขุดเจาะที่เตรียมมา วิ่งตามไปต้อยๆ ราวกับลูกเป็ดเดินตามแม่
ก่อนมาป่าหนานเฟิง จางอวิ๋นเตรียมชุดอุปกรณ์เก็บเกี่ยวทรัพยากรมาให้ตัวเองและลูกศิษย์คนละชุด ตอนนี้ได้ฤกษ์ใช้งานจริงแล้ว
“หมิงเอ๋อร์ อย่าเพิ่งขุดส่งเดช! เห็ดหลินจือคริสตัลนั่น เจ้าต้องใช้พลังปราณห่อหุ้มมือก่อนสัมผัส ไม่งั้นพอดินหลุด รากสัมผัสอากาศ ยามันจะเสื่อมสภาพทันที!”
“เจ้าอ้วน หยุดเดี๋ยวนี้! ดอกกลับตาลปัตรพันปีตรงหน้าเจ้าน่ะ ห้ามถอนตรงๆ เด็ดขาด! ต้องขุดดินจากซ้ายไปขวา เปิดหน้าดินรอบๆ ก่อน ไม่งั้นรากขาด สรรพคุณหายเกลี้ยง!”
…
จางอวิ๋นขุดไปบ่นไป สอนงานลูกศิษย์ไปในตัวอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อได้ยินจางอวิ๋นร่ายยาววิธีการเก็บเกี่ยวสมุนไพรแต่ละชนิดได้อย่างแม่นยำและลึกซึ้ง สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งก็ยิ่งทวีความเลื่อมใสศรัทธา
อาจารย์ของพวกเขาไม่ใช่แค่เก่งกาจเรื่องต่อสู้ แต่เรื่องสมุนไพรยังรู้ลึกรู้จริงราวกับสารานุกรมเดินดิน สมกับเป็นยอดคนโดยแท้!
…
รวย!
รอบนี้ร่ำรวยมหาศาล!
จางอวิ๋นมองดูสมุนไพรวิญญาณร้อยปีต้นแล้วต้นเล่าที่ถูกลำเลียงเข้าแหวนมิติ นัยน์ตาเป็นประกายวาววับ ราวกับเห็นภูเขาหินวิญญาณกองพะเนินกำลังกวักมือเรียกอยู่รำไร
มีของพวกนี้ อนาคตเรื่องหินวิญญาณสำหรับบำรุงสำนักคงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป!
ฟู่ว!
หลังจากกวาดสมุนไพรจนเกลี้ยงแปลง จางอวิ๋นก็ปาดเหงื่อถอนหายใจยาว สายตาเบนเข็มไปที่เรือนพักสองชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงใจกลางพื้นที่
ความระแวดระวังเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง
ตั้งแต่เริ่มขุดสมุนไพร เขาก็ไม่เคยคลายความระแวงแม้แต่วินาทีเดียว
แม้จะเจอพวกนักพรตเฒ่าหวงกับคนของสำนักหนานซาน แต่หุ่นเชิดก่อนหน้านี้ เขาไม่คิดว่าเป็นฝีมือของพวกมันแน่ๆ
ในเรือนพักนี้… ต้องมีอะไรซ่อนอยู่!
จางอวิ๋นค่อยๆ ย่างสามขุมเข้าไปใกล้เรือนพัก ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นคงและระวังตัว
สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งเห็นอาจารย์เคร่งขรึม ก็รีบวางมือแล้วเดินตามมาติดๆ
เรือนพักที่ดูเงียบสงบนี้เหมือนถูกปิดตายมานานนับร้อยปี ฝุ่นหนาเตอะเกาะเต็มบานประตูไม้เก่าคร่ำครึ
จางอวิ๋นไม่ผลีผลามเข้าไปผลักประตู เขาหยุดยืนห่างออกมาสามเมตร รวบรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือ แล้วซัดส่งคลื่นพลังปราณออกไป
ตูม!
พลังปราณเปรียบเสมือนลมพายุ พัดกระแทกจนประตูเรือนเปิดอ้าออกอย่างแรง
แอ๊ด!
วูบ!
ทันทีที่ประตูเปิดอ้า คมดาบอันแหลมคมก็พุ่งสวนออกมาจากความมืดด้านใน!
คลื่นดาบที่อัดแน่นด้วยพลังปราณกวาดออกมาเป็นวงกว้าง ตัดผ่าอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว!
“ระวัง!”
จางอวิ๋นที่ระวังตัวอยู่แล้ว คว้าแขนลูกศิษย์ทั้งสองกระโดดถอยหลังหลบฉากได้ทันควันราวกับตาเห็น
พร้อมกันนั้น เขาก็ระเบิดพลังปราณทั่วร่าง สร้างเกราะคุ้มกันขึ้นมา ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ความมืดภายในเรือนพัก
ร่างเงาหนึ่ง… กำลังก้าวเดินออกมาจากความมืดนั้นอย่างช้าๆ!