ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 30 หนึ่งกระบี่แทงเจ้าคุกเข่า
รัศมีทองคำสาดซัดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ!
ตู้ม!
เสื้อคลุมท่อนบนของผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักหนานซานระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เผยให้เห็นผิวหนังที่แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามดุจทองคำบริสุทธิ์ กลิ่นอายพลังปราณรอบกายพุ่งทะยานสูงขึ้นเสียดฟ้า บดขยี้บรรยากาศโดยรอบจนอึดอัด
“ถูกบีบให้ใช้สามลักษณ์วชิระเร็วขนาดนี้เชียวรึ…”
นักพรตชุดเหลืองที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านข้าง นัยน์ตาหดเกร็งลงด้วยความตื่นตระหนก
‘สามลักษณ์วชิระ’ คือยอดวิชาระดับจิตวิญญาณที่เป็นดั่งป้ายยี่ห้อของสำนักหนานซาน วิชานี้แบ่งออกเป็นสามลักษณ์ ทุกครั้งที่สำเร็จหนึ่งลักษณ์ พลังฝีมือจะก้าวกระโดดขึ้นมหาศาล ทว่าความยากลำบากในการฝึกฝนนั้นสูงเสียดฟ้า ทั่วทั้งสำนักหนานซานมีผู้ที่ฝึกสำเร็จไม่ถึงห้าคน
และผู้อาวุโสใหญ่ผู้นี้ คือหนึ่งในตัวตนระดับท็อปเหล่านั้น!
นี่ถือเป็นไพ่ตายก้นหีบที่ทรงพลังที่สุดของเขา ไม่น่าเชื่อว่าจะถูกบีบคั้นให้งัดออกมาใช้รวดเร็วปานนี้
“ในที่สุดก็เอาจริงสักทีสินะ!”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า จางอวิ๋นเพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามคมกระบี่ในมืออย่างใจเย็น
“เคล็ดกระบี่ซ่อนเงาเมื่อครู่ยังสำแดงเดชได้ไม่หนำใจ… งั้นขอเอาเจ้ามาเป็นที่รองมือรองเท้าหน่อยก็แล้วกัน!”
วูบ!
สิ้นเสียงนั้น เขาก็ตวับกระบี่ฟันออกไปตรงๆ วิถีกระบี่พุ่งเป้าไปที่ช่วงล่างของอีกฝ่ายเช่นเดิม
“หึ!”
เมื่อเห็นจางอวิ๋นยังคงดึงดันโจมตีที่จุดเดิม ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานลอบแค่นเสียงเย็นในใจ
คิดจริงๆ รึว่านั่นจะเป็นจุดตายของข้าไปตลอดกาล?
ครานี้เขาไม่แม้แต่จะคิดป้องกัน ปล่อยให้คมกระบี่ของจางอวิ๋นฟันเข้ามาที่ขาของตนอย่างท้าทาย
นักพรตชุดเหลืองที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับส่ายหน้าเบาๆ
แม้จะไม่รู้ว่าจางอวิ๋นล่วงรู้จุดอ่อนของเพลงดาบผู้อาวุโสใหญ่ได้อย่างไร แต่ในเมื่ออีกฝ่ายงัดวิชาสามลักษณ์วชิระออกมาใช้แล้ว การยังดันทุรังโจมตีรูปแบบเดิมถือเป็นความคิดที่ตื้นเขินเกินไป
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับ ‘จินตานขั้นสูงสุด’ ไม่ใช่ไก่รองบ่อนที่จะถูกลูกไม้เดิมๆ เล่นงานจนพ่ายแพ้ จุดเด่นที่สุดของสามลักษณ์วชิระคือการแปรเปลี่ยนร่างกายให้แข็งแกร่งดั่งทองคำคงกระพัน!
ในสภาวะนี้ ร่างกายของผู้อาวุโสใหญ่แกร่งดั่งเหล็กไหล ต่อให้ยืนรับกระบี่ตรงๆ สักสองสามครั้ง ผิวหนังก็แทบจะไม่เกิดรอยขีดข่วน
การที่จางอวิ๋นฟันโดนย่อมไร้ความหมาย กลับกัน… มันจะเป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานสวนกลับจนถึงแก่ความตาย!
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานเองก็คิดเช่นนั้น เขาเงื้อดาบขึ้นสูง นัยน์ตาฉายแววอำมหิต รอจังหวะที่กระบี่กระทบขา เขาจะฟันสวนลงไปผ่าร่างไอ้สวะนี่ให้ขาดเป็นสองท่อน!
ทว่า…
รออยู่ครู่หนึ่ง ที่ท่อนขากลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรู้สึกว่าถูกคมกระบี่สัมผัส
ความผิดปกตินี้ทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย จางอวิ๋นพุ่งประชิดตัวเข้ามาแล้วชัดๆ ทำไม…
เมื่อก้มลงมองตามสัญชาตญาณ ก็พบว่าที่เบื้องหน้าขาของตน… กระบี่ที่ควรจะฟันเข้ามา บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงภาพเงาเลือนรางที่กำลังสลายตัวไปดั่งหมอกควัน
“แย่แล้ว!”
วินาทีที่รู้ตัว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
กระบี่ที่สลายหายไปจากหน้าขา… บัดนี้ได้ไปปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า ‘ไหล่ขวา’ ของเขาแล้ว!
“ไม่!!”
ภายใต้ดวงตาที่เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด คมกระบี่อันเย็นเยียบได้แทงทะลุไหล่ขวาของเขาเข้าไปโดยไร้ปรานี
ฉึก!
“อ๊ากกกกก!”
เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่ว ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานเปรียบเสมือนลูกบอลที่ถูกเข็มเจาะระบายลม พลังปราณที่เคยกราดเกรี้ยวสลายวูบไปในพริบตา!
สถานะสามลักษณ์วชิระคลายตัวออก กลิ่นอายเทพเจ้าที่เคยพุ่งพล่านตกลงสู่จุดต่ำสุดอย่างรวดเร็ว ขาสองข้างอ่อนเปลี้ยจนไม่อาจแบกรับน้ำหนักไหว ทรุดฮวบลงคุกเข่ากระแทกพื้นดัง ตึง!
“เป็นจุดตายจริงๆ ด้วยแฮะ”
จางอวิ๋นพึมพำเสียงเรียบ
ภายใต้เนตรสวรรค์ เขามองเห็นภายในไหล่ขวาของผู้อาวุโสใหญ่ที่ถูกกระบี่แทงทะลุ มีกลุ่มก้อนลมปราณกำลังแตกสลายอย่างบ้าคลั่ง
นี่คือ ‘จุดตาย’ ของวิชา!
ยอดวิชาหลายแขนงยามสำแดงฤทธิ์ พลังปราณในร่างจำเป็นต้องไหลเวียนไปรวมศูนย์ที่จุดใดจุดหนึ่งเพื่อรีดเร้นประสิทธิภาพสูงสุด แต่ข้อเสียที่ร้ายแรงคือ จุดที่รวมศูนย์พลังงานนั้นจะกลายเป็น ‘ประตูชีวิต’ ทันที
หากถูกคู่ต่อสู้จับทางได้และทำลายลง พลังปราณทั่วร่างจะแตกซ่าน กระบวนท่าถูกทำลาย และสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปโดยปริยาย!
และสภาพของผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานในตอนนี้… คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการถูกทำลายจุดตาย!
“เป็นไปไม่ได้… เจ้า… เจ้า…”
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ร่างกายสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขามองจางอวิ๋นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและความหวาดกลัว
จุดตายแห่งนี้ นอกจากตัวเขาเอง ก็ไม่มีใครบนโลกนี้ล่วงรู้มาก่อน!
เจ้านี่มันรู้ได้ยังไง?
ที่สำคัญคือ เขาเพิ่งจะเริ่มเดินลมปราณสามลักษณ์วชิระ ยังไม่ได้เริ่มปะทะจริงจังด้วยซ้ำ เป็นไปไม่ได้ที่จะเผยพิรุธออกมาให้จับได้!
“นี่มัน…”
นักพรตชุดเหลืองที่เห็นฉากนี้อยู่ไม่ไกล ถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
เกิดอะไรขึ้น?
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานที่เพิ่งระเบิดพลังระดับตำนาน พริบตาเดียวกลับถูกกระบี่แทงจนคุกเข่าหมดสภาพ?
นั่นมันวิชาสามลักษณ์วชิระที่เลื่องลือเรื่องความคงกระพันฟันแทงไม่เข้าเชียวนะ!
“หรือว่าจะเป็น… จุดตาย?”
แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่เง่า เมื่อเห็นก้อนลมปราณที่กำลังแตกสลายในไหล่ขวาที่ถูกแทงทะลุ ก็พอจะคาดเดาความจริงได้ เขาหันขวับไปมองจางอวิ๋นด้วยสายตาหวาดระแวงถึงขีดสุด
เจ้าหมอนี่ดูออกได้ยังไง?
ตอนแรกก็ล่วงรู้ว่าเพลงดาบของผู้อาวุโสใหญ่ไม่ถนัดช่วงล่าง ตอนนี้ยังมองทะลุจุดตายในดาบเดียวอีก?
แล้วไอ้กระบี่เมื่อกี้นั่นมันวิชาบ้าอะไร?
ชัดเจนว่าจางอวิ๋นฟันไปที่ขา แต่ทำไมจู่ๆ ถึงเลี้ยวหักมุมไปโผล่ที่ไหล่ขวาได้ราวกับเล่นกล?
ในฐานะผู้ฝึกตนระดับจินตานขั้นสูงสุด… เขาถึงกับมองตามวิถีกระบี่ของจางอวิ๋นเมื่อครู่ไม่ทันเลยด้วยซ้ำ!
“มะ… ไม่จริงน่า!”
ศิษย์สองคนของผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าตาตื่นตะลึงจนแทบสิ้นสติ
อาจารย์ผู้ทรงพลังไร้เทียมทานดุจเทพเจ้าในสายตาพวกเขา กลับถูกผู้อาวุโสตัวตลกที่มีแค่ระดับ ‘สร้างรากฐาน’ ของสำนักหลิงเซียนสยบลงแทบเท้า?
ล้อกันเล่นใช่ไหม!
พวกเขาขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีก หวังว่าภาพตรงหน้าจะเป็นแค่ฝันร้าย… แต่ความจริงอันโหดร้ายก็ยังคงประจักษ์อยู่ตรงหน้า
“นึกว่าจะทนรับมือ ‘เคล็ดกระบี่ซ่อนเงา’ ของข้าได้สักสองสามกระบวนท่า ที่แท้ก็พวกท่าเดียวจอดสินะ!”
จางอวิ๋นก้มมองผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานที่คุกเข่าอยู่ แล้วส่ายหน้าด้วยความผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง
ท่าทางที่สื่อว่า ‘เจ้านี่มันอ่อนหัดชะมัด’ ทำเอาผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานโกรธจนแทบกระอักเลือดออกมา แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรงจะโต้เถียง
หนึ่งกระบี่!
เขาถูกไอ้ตัวตลกที่มีแค่ระดับสร้างรากฐาน สยบลงด้วยกระบี่เดียว!!
ลองทบทวนดูดีๆ ตลอดทั้งการต่อสู้ เขาไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยสักนิด โดนจางอวิ๋นกดดันอยู่ฝ่ายเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ
ความอัปยศนี้ทำให้เขารู้สึกอัดอั้นตันใจจนอกแทบระเบิด
ไหนข่าวลือบอกว่าเจ้านี่ธาตุไฟเข้าแทรกจนพลังถดถอย เป็นแค่ขยะตัวตลกไง? ไหงพอเจอกันจริงๆ ถึงรู้สึกว่ารับมือยากกว่าพวกระดับหยวนอิงเสียอีก!
“ว่ามา… อยากตายแบบไหน?”
ทันใดนั้น จางอวิ๋นก็ฉีกยิ้มตาหยี แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยจิตสังหารเย็นเยียบ
“ตาย?”
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานชะงักกึก สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก “เจ้า… เจ้าจะฆ่าข้ารึ?”
จางอวิ๋นกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยหน่าย “ถามแปลก จะให้เก็บเจ้าไว้รอวันมาแก้แค้นหรือไง?”
ครืด!
พูดจบเขาก็กระชากกระบี่ออกจากไหล่ขวาของอีกฝ่าย เลือดสีสดพุ่งกระฉูด ก่อนจะจ่อปลายกระบี่เย็นเฉียบไปที่ลำคอ
“ไม่! เจ้าทำแบบนี้ไม่ได้!! ข้าเป็นถึงผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักหนานซาน ถ้าเจ้าฆ่า…”
เมื่อเห็นจางอวิ๋นเอาจริง ผู้อาวุโสใหญ่หน้าถอดสี ตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แต่ยังไม่ทันที่เสียงตะโกนจะจบลง…
ฉึก!
ปลายกระบี่ของจางอวิ๋นก็เสียบทะลุลูกกระเดือกของเขาไปแล้ว
“อึก!”
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานตาถลน จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเหลือเชื่อ
เขา… ผู้ยิ่งใหญ่แห่งหนานซาน... ต้องมาจบชีวิตด้วยน้ำมือของระดับสร้างรากฐานคนหนึ่งงั้นรึ?
“ตายๆ ไปเถอะน่า รำคาญ!”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับบิดข้อมือ พลังปราณระเบิดออกจากจุดที่แทงทะลุ
ฉัวะ!
พร้อมกับเลือดสดๆ ที่สาดกระเซ็นดุจน้ำพุ ลำคอของผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานถูกตัดขาดสะบั้น ศีรษะหลุดออกจากบ่า ลอยละลิ่วขึ้นกลางอากาศ หมุนคว้างตกลงสู่พื้นดิน
ตุบ!
นักพรตชุดเหลืองและศิษย์สองคนที่ยืนตะลึงอยู่ไม่ไกล เห็นภาพศีรษะที่กลิ้งหลุนๆ ถึงกับอ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบค้าง
ฆ่าแล้ว!
จางอวิ๋นสังหารผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักหนานซานทิ้งดื้อๆ อย่างหน้าตาเฉย!!
“อาจารย์!!”
ศิษย์สองคนของสำนักหนานซานได้สติ รีบตะโกนก้องด้วยความโกรธแค้นจนลืมตัว “เจ้าผู้อาวุโสตัวตลก! แกกล้าฆ่าอาจารย์พวกเรา! เขาเป็นถึงผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซาน แกกล้า…”
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ไม่รอให้พูดจบ จางอวิ๋นสะบัดมือซัดกระบี่บินออกไปดุจสายฟ้าฟาด ตัดหัวของศิษย์ระดับกลั่นลมปราณทั้งสองคนขาดกระเด็นในชั่วพริบตา
ตลอดทั้งกระบวนการ... ไม่มีแม้แต่ความลังเล!
โหดเหี้ยม! อำมหิต! เด็ดขาด!
นักพรตชุดเหลืองมองฉากนองเลือดตรงหน้าด้วยความขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาดูดีคนนี้ เวลาลงมือฆ่าคนกลับเด็ดขาดไร้ความปรานีถึงเพียงนี้!
แม้จะเป็นคนของสำนักหลิงเซียน แต่นั่นมันคือผู้อาวุโสใหญ่ระดับจินตานกับศิษย์สายตรงของสำนักหนานซานนะ ฆ่าทิ้งง่ายๆ เหมือนเชือดไก่แบบนี้ ไม่กลัวสำนักหนานซานยกทัพมาเปิดศึกล้างสำนักหรือไง?
ขณะที่ความคิดกำลังปั่นป่วน จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาเปื้อนยิ้มที่เบนมาจับจ้องที่ร่างของเขา
วินาทีนั้น เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง
“เอ่อ… ข้า… ข้าไปล่ะ…”
เมื่อเห็นจางอวิ๋นส่งยิ้มหวานเคลือบยาพิษมาให้ นักพรตชุดเหลืองรีบละล่ำละลักบอกเสียงสั่น แล้วหันหลังเตรียมโกยแน่บสุดชีวิต
ฟุ่บ!
แต่ยังก้าวเท้าออกไปได้ไม่กี่ก้าว กระบี่บินเล่มหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วเสียง
ฉึก!
มันปักลงบนพื้นดินข้างเท้าเขาอย่างแม่นยำ ห่างจากปลายเท้าไปไม่ถึงก้าวเดียว!