ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 345 งั้นก็จัดการแกที่นี่ให้มันจบๆ ไปเลยแล้วกัน!
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 345 งั้นก็จัดการแกที่นี่ให้มันจบๆ ไปเลยแล้วกัน!
พลังงานทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกเหนือฟากฟ้าเมืองหยวนม่อ คลื่นกระแทกที่สาดซัดออกไปรุนแรงเสียจนเส้นด้ายอาคมนับไม่ถ้วนที่ปกคลุมพื้นที่แถบนั้นขาดสะบั้นลงในพริบตา!
“หึ!”
บนยอดตึกที่สูงเสียดฟ้าที่สุด กู่ถัวมีสีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง ไม้เท้าหัวมังกรในมือเปล่งแสงเจิดจรัสราวกับดวงตะวัน
ทันใดนั้น ทั่วทั้งฟ้าดินภายในเมืองพลันปรากฏเส้นด้ายพลังงานนับล้านเส้นพุ่งทะยานออกมา ถักทอม้วนพันรอบกลุ่มก้อนพลังงานจากการระเบิดตัวเองของผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงเทพเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ห่อหุ้มมันไว้ราวกับดักแด้ยักษ์ที่กักขังหายนะเอาไว้ภายใน
กู่ถัวกำมือแน่น
ผัวะ!
การระเบิดที่ควรจะกวาดล้างเมืองทั้งแถบ กลับกลายเป็นเพียงเสียงระเบิดอู้อี้ดัง ตุ้บ เบาๆ เพียงครั้งเดียว ก่อนจะถูกบดขยี้จนเลือนหายไปท่ามกลางเส้นด้ายพลังงานอันหนาแน่น
ผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากในบริเวณใกล้เคียงที่เห็นเหตุการณ์ ต่างพากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก
หากการระเบิดเมื่อครู่ปะทุออกมาเต็มพิกัด พวกเขาคงกลายเป็นเถ้าธุลีไปโดยไม่ทันได้รู้ตัว!
ทว่า… ความโล่งใจนั้นอยู่ได้เพียงชั่วครู่ เมื่อพวกเขามองเห็นเส้นด้ายนับไม่ถ้วนที่ปรากฏขึ้นเต็มฟ้าดิน ใบหน้าของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างก็ซีดเผือดลงทันควัน
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยสังเกตเลยว่า ในอากาศรอบกายจะมี ‘กรงขัง’ ที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่มากมายมหาศาลขนาดนี้
เผลอๆ ตลอดการใช้ชีวิตในเมืองแห่งนี้ พวกเขาอาจจะเดินเฉียดผ่านเส้นด้ายมรณะเหล่านี้ไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เพียงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้น
หากกลุ่มคนของเมืองกู่โม่ที่ควบคุมเส้นด้ายเหล่านี้คิดจะลงมือ เพียงแค่กระดิกนิ้ว... พวกเขานับไม่ถ้วนคงถูกสังหารโหดคาที่ ร่างกายขาดสะบั้นโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง!
ความหวาดกลัวแผ่ซ่านเข้าเกาะกุมจิตใจของผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากในพริบตา สติสัมปชัญญะเริ่มขาดผึง ทันใดนั้นทุกคนต่างพากันวิ่งหนีตายไปยังทางออกของเมืองหยวนม่ออย่างบ้าคลั่ง
เมืองหยวนม่อแห่งนี้... อยู่ต่อไม่ได้แล้ว!
ภายในเมืองตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวายดุจวันสิ้นโลก
บนยอดตึกสูงเสียดฟ้า กู่ถัวก้มมองดูฉากความวุ่นวายที่ดูคุ้นตานี้ด้วยใบหน้าถมึงทึง
ก่อนหน้านี้ที่เมืองกู่โม่ จางอวิ๋นก็เคยใช้วิธีปั่นป่วนเมืองให้วุ่นวายเพื่อฉวยโอกาสหลบหนีไป
คราวนี้ยังจะมาใช้ไม้นี้กับข้าอีกรึ!
“ครั้งนี้… เจ้าอย่าหวังว่าจะหนีรอดไปได้!”
กู่ถัวพึมพำเสียงเย็นยะเยือก สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีสอดส่องไปทั่วทิศทาง
เมื่อครู่มีเงาร่างจำนวนมากพุ่งออกมาจากจุดระเบิด และเนื่องจากแรงระเบิดได้ทำลายเส้นด้ายอาณาเขตของเขาไปชั่วขณะ เขาจึงไม่แน่ใจว่าจางอวิ๋นฉวยโอกาสปะปนออกมาด้วยหรือไม่
และตอนนี้เงาร่างเหล่านั้นก็พุ่งเข้าไปแทรกซึมปะปนกับฝูงชนที่กำลังแตกตื่น ทำให้เขาไม่สามารถล็อคเป้าหมายได้ทั้งหมดในทันที
แต่ทว่า…
ตึง!
เขากระแทกไม้เท้าหัวมังกรลงกับพื้นดาดฟ้าอย่างแรง
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!!
ตัวอาคารสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ส่งคลื่นกระแทกอันน่าตกตะลึงแผ่ขยายออกไปครอบคลุมทั่วทั้งเมืองอย่างรวดเร็ว
ผู้คนนับไม่ถ้วนในเมืองต่างรู้สึกว่าร่างกายสั่นสะท้าน ราวกับมีขุนเขาหนักอึ้งกดทับลงมาบนบ่า
พร้อมกันนั้น แรงกดดันทางวิญญาณระดับเหลียนซวีอันมหาศาลก็กดทับลงมา พร้อมเสียงตวาดก้องกังวานดุจเทพเจ้าพิโรธ: “ทุกคนยืนอยู่ที่เดิมเดี๋ยวนี้!! ใครหน้าไหนกล้าขยับ ถือเป็นศัตรูของเมืองกู่โม่… ฆ่าไม่เว้น!”
สิ้นคำประกาศิต เมืองที่กำลังโกลาหลก็เงียบกริบลงทันที ผู้บำเพ็ญเพียรนับไม่ถ้วนตัวสั่นงันงก ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!!
พอคนส่วนใหญ่หยุดนิ่ง เหล่าสิ่งมีชีวิตอัญเชิญที่ยังคงเคลื่อนไหวฝ่าฝืนคำสั่งอยู่ก็โดดเด่นขึ้นมาทันตาเห็น
มุมปากของกู่ถัวยกยิ้มเย็นเยียบ ไม้เท้าหัวมังกรในมือส่องแสงวาบ
ในอากาศทั่วทั้งเมือง เส้นด้ายพลังงานนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าโจมตีใส่สิ่งมีชีวิตอัญเชิญเหล่านี้ทันทีราวกับงูพิษล่าเหยื่อ
“วิ้ง——!!” “วิ้ง——!!” …
ร่างกายของสิ่งมีชีวิตอัญเชิญหลายตัวเริ่มพองขยายขึ้นทันที เตรียมจะระเบิดตัวเองเพื่อสร้างความเสียหาย
ฉึก! ฉึก! ฉึก!!
ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!…
แต่คราวนี้ยังไม่ทันที่พวกมันจะพองตัวจนสุด ก็มีเงาร่างของยอดฝีมือเมืองกู่โม่พุ่งออกมาจากมุมมืดต่างๆ ของเมือง เข้าโจมตีขัดจังหวะและซัดพวกมันร่วงลงสู่พื้นอย่างแม่นยำ
เส้นด้ายพลังงานนับไม่ถ้วนรีบพุ่งเข้าไปรัดพันธนาการร่างเหล่านั้นไว้แน่นหนาทันที
เพียงชั่วพริบตา สิ่งมีชีวิตอัญเชิญระดับแปลงเทพหลายสิบตัวก็ถูกจับกุมจนหมดสิ้น
ผู้บำเพ็ญเพียรในเมืองที่ไม่กล้าขยับเขยื้อนต่างมองดูฉากนี้ด้วยแววตาหวาดผวา
ระดับแปลงเทพหลายสิบคน… ถูกจัดการเรียบวุธในพริบตาเดียว!
ขุมกำลังเมืองกู่โม่… แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!
แต่ทว่า… กู่ถัวที่ยืนอยู่บนยอดตึกสูงกลับขมวดคิ้วมุ่น
กลุ่มเงาร่างที่พุ่งออกมาจากแรงระเบิดเมื่อครู่ แม้เขาจะไม่ได้นับจำนวนที่แน่นอน แต่สัมผัสของเขาบอกว่ามันต้องมีมากกว่าไม่กี่สิบตัวนี้แน่!
ซ่อนตัวปะปนอยู่ในฝูงชนงั้นรึ?
ขณะที่สายตาเตรียมจะกวาดมองลงไปเพื่อค้นหา เขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง สีหน้าพลันเคร่งเครียดขึ้น (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
รอบอาคารสูงที่เขายืนอยู่ พลันปรากฏเส้นด้ายพลังงานอันแหลมคมนับไม่ถ้วนขึงตึงขึ้นมา
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!!
ทันใดนั้น สิ่งมีชีวิตอัญเชิญที่ล่องหนอำพรางกายอยู่กว่าสิบตัวก็พุ่งออกมาจากความว่างเปล่า ชนเข้ากับเส้นด้ายคมกริบเหล่านั้นเต็มแรง จนถูกหั่นเป็นชิ้นเนื้อและสลายกลายเป็นละอองพลังงานไปคาที่
“ใช้วิชาล่องหนงั้นรึ…”
กู่ถัวหรี่ตาอันขุ่นมัวลง แววตาฉายแววรู้ทัน
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!!
ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ ก็เห็นเงาร่างที่เดิมทีล่องหนอยู่จำนวนมากพุ่งออกมาจากถนนหลายสายในเมืองพร้อมกัน แยกย้ายกันพุ่งตรงไปยังประตูเมืองทิศต่างๆ เพื่อกระจายกำลังหนี
กู่ถัวแทบไม่ปรายตามองด้วยซ้ำ
ด้านล่างมีหุ่นเชิดศพจำนวนมากพุ่งออกมา ประสานงานกับเส้นด้ายพลังงานในอากาศ เข้าจัดการไล่ล่าและจับกุมเงาร่างเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
“คิดจะใช้จำนวนมาเอาชนะต่อหน้าข้า?”
กู่ถัวแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน
หากเป็นคนอื่น การต้องรับมือกับระดับแปลงเทพจำนวนมากขนาดนี้ ต่อให้เป็นระดับเหลียนซวีหลายคนร่วมมือกันก็อาจจะเอาไมอยู่ แต่ไม่ใช่กับเขา… เพราะอาณาเขตของเขา คือสิ่งที่เกิดมาเพื่อข่มศัตรูจำนวนมากโดยเฉพาะ!
เมื่อใดที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงเทพถูกเส้นด้ายจาก ‘อาณาเขตเส้นด้ายนภา’ ของเขาพันธนาการ ก็อย่าหวังว่าจะหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!
“ต่อให้ล่องหนอยู่ ก็จงโผล่หัวออกมาให้ข้าซะ!”
กู่ถัวแสยะยิ้มเย็น “ภายใต้อาณาเขตเส้นด้ายนภาของข้า… ไม่มีใครหน้าไหนหนีรอดไปได้!”
“จงกวาดล้าง… เส้นด้ายนภา!”
พูดจบเขาก็โบกไม้เท้าหัวมังกร
เส้นด้ายพลังงานนับล้านเส้นแพร่กระจายออกไปทั่วเมือง กวาดผ่านพื้นที่ต่างๆ ในเมืองทีละแถบๆ ราวกับเครื่องสแกนที่มีชีวิต
ทุกที่ที่เส้นด้ายกวาดผ่าน ผู้บำเพ็ญเพียรที่ถูกสัมผัสจะรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุปรุโปร่งไปถึงตับไตไส้พุง ความลับทุกอย่างไม่อาจซ่อนเร้น
ความรู้สึกเหมือนถูกคุกคามความเป็นส่วนตัวนี้ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากแสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่เมื่อเห็นเส้นด้ายถี่ยิบที่ปกคลุมเมืองและกองทัพหุ่นเชิดศพหน้าตาเย็นชาที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบๆ พวกเขาก็ได้แต่หุบปากเงียบกริบ ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!!
ทันใดนั้นเอง ในจุดที่เส้นด้ายกำลังจะกวาดไปถึง เงาร่างหลายสิบสายก็พุ่งตัวหนีตายออกมาพร้อมกัน
มีบางร่างที่อาศัยช่วงชุลมุนเมื่อครู่ เข้าไปใกล้ขอบกำแพงเมืองได้สำเร็จแล้ว
“ยังคิดจะหนีอีก?”
กู่ถัวแค่นเสียงเยาะเย้ย เส้นด้ายจำนวนมหาศาลและหุ่นเชิดศพรอบๆ พุ่งเข้าล้อมกรอบเงาร่างเหล่านั้นทันที
“ใครบอกว่าข้าจะหนี?”
แต่ในตอนนั้นเอง น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังสายหนึ่งก็ดังขึ้นที่ข้างหูเขา!
รูม่านตาของกู่ถัวหดเกร็งลงฉับพลัน
เห็นเพียงเส้นด้ายพลังงานอันแหลมคมที่รายล้อมตึกสูงที่เขายืนอยู่ ถูกแสงกระบี่อันคมกริบหลายสายฟันจนขาดสะบั้น
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ——
เงาร่างสี่สายที่แผ่จิตสังหารเสียดฟ้า พุ่งทะลุขึ้นมาจากด้านล่างของตัวตึกทั้งสี่ทิศพร้อมกัน เข้าล้อมกรอบเขาไว้ตรงกลางอย่างรวดเร็ว
“ขวง… ขวงหลง??”
เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของทั้งสี่คนชัดๆ กู่ถัวก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด
“เป็นไปได้ยังไง!?”
เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
ขวงหลงเป็นถึงยอดฝีมือระดับเหลียนซวี… ส่วนจางอวิ๋นเป็นแค่ระดับหยวนอิงขั้นสูงสุด มันจะไปอัญเชิญระดับเหลียนซวีออกมาได้ยังไง?
“ฆ่า——!!”
ไม่รอให้เขาได้คิดหาคำตอบ เสียงตวาดอันเย็นเยียบดุจมัจจุราชก็ดังขึ้นจากเหนือศีรษะ
ขวงหลงอีกคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเหนือหัวเขา ฟาดฟันกระบี่ลงมาราวกับจะผ่าภูเขาแยกปฐพี ก่อให้เกิดคลื่นดาบยาวกว่าร้อยเมตรผ่าลงมาเป็นแนวตรง!
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
เส้นด้ายพลังงานอันแหลมคมนับสิบสายพุ่งขึ้นจากรอบตัวกู่ถัว รวมตัวกันกลายเป็นสว่านเส้นด้ายขนาดยักษ์ เข้าปะทะและต้านรับคลื่นดาบอันน่าสะพรึงกลัวนั้นไว้ได้อย่างทันท่วงที
“ท่านเจ้าเมืองกู่… ครั้งนี้น่าจะเป็นร่างจริงแล้วสินะ?”
เสียงราบเรียบดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย
กู่ถัวรีบเงยหน้าขึ้นมองทันที
เห็นเพียงกลางเวหา จางอวิ๋นในชุดคลุมสีขาวพลิ้วไหว รอบกายมีไอหมอกสีทองจางๆ ไหลเวียน ลอยตัวลงมาราวกับเทพเซียนจุติที่มองดูมดปลวกเบื้องล่าง
“ในลานแดนมารเจ้าไม่กล้าโผล่หัวมาสู้… งั้นก็จัดการแกที่นี่ให้มันจบๆ ไปเลยแล้วกัน!”