ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 348 งั้น... แกก็ร่วงไปก่อนละกัน!
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 348 งั้น... แกก็ร่วงไปก่อนละกัน!
ณ เนินเขาเล็กๆ นอกประตูเมืองทิศตะวันตก เมืองหยวนม่อ
“เกิดบ้าอะไรขึ้น!?”
นักพรตหงต๋าเบิกตากว้าง จ้องมองรูโหว่ขนาดมหึมาที่ถูกระเบิดเปิดออกบนม่านพลังมหาค่ายกลหมื่นหุ่นเชิดบริเวณขอบประตูเมืองอย่างไม่เชื่อสายตา
ก่อนหน้านี้เขาเตรียมตัวจะเผ่นแน่บไปแล้ว แต่ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นจึงรั้งรอสังเกตการณ์อยู่นอกเมือง
ภาพที่เห็นคืออาณาเขตระดับเหลียนซวีหลายสายปะทะกันจนฟ้าถล่มดินทลาย ตามด้วยมหาค่ายกลหมื่นหุ่นเชิดที่ถูกเปิดใช้งานเพื่อปิดตายเมืองทั้งเมือง
ขณะที่เขากำลังลังเลว่าจะถอยดีหรือไม่ ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ…
มหาค่ายกลระดับตำนานนั่น… กลับแตกกระเจิงไปต่อหน้าต่อตา!?
ฟุ่บ!
ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ร่างเงาสายหนึ่งที่ห่อหุ้มด้วยปราณโลหิตเข้มข้นก็พุ่งทะยานออกมาจากรูโหว่นั้นราวกับดาวตก
เขาชะงักค้างไปชั่วขณะ
“สวรรค์ช่วย!”
เมื่อเพ่งมองจนชัดเจนว่าเป็นใคร นักพรตหงต๋าก็แทบจะตบเข่าฉาดด้วยความตื่นเต้น
ออกมาแล้ว!
เจ้านั่นฝ่าวงล้อมนรกออกมาได้จริงๆ!!
ความปีติยินดีพลันผุดขึ้นในใจราวกับดอกไม้บาน
การลงทุนลงแรงไปก่อนหน้านี้… ไม่สูญเปล่าจริงๆ ด้วย! ข้าดูคนไม่ผิด!
“หือ?”
แต่รอยยิ้มยังไม่ทันหุบ คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นเมื่อเห็นร่างเงาอีกสายหนึ่งพุ่งไล่กวดจางอวิ๋นออกมาติดๆ ด้วยความเร็วที่น่าขนลุก
“ยังหนีไม่พ้นงั้นรึ…”
นักพรตหงต๋าลูบคาง มองดูจางอวิ๋นที่กำลังหนีสุดชีวิต พลางคำนวณผลได้ผลเสียในหัวอย่างรวดเร็ว
“เอาวะ! ลงทุนเพิ่มอีกสักรอบจะเป็นไรไป… เผื่อลาภลอย!”
คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบส่งกระแสเสียงตรงไปหาจางอวิ๋นทันที “สหายเต๋าอวิ๋น!! มาทางทิศใต้! มาทางข้านี่!!”
ได้ยินเสียงเรียกปริศนา จางอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย
แปลกใจแฮะ…
โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงคือนักพรตหงต๋าที่ยืนโบกมืออยู่บนเนินเขา แววตาก็ฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง
แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบหักเลี้ยวพุ่งตรงไปยังตำแหน่งของอีกฝ่ายทันที
ชายวัยกลางคนชุดคลุมไหมที่ไล่ตามมาเห็นจางอวิ๋นเปลี่ยนทิศทางกะทันหันก็ชะงักกึก แต่เมื่อฉุกคิดบางอย่างได้ ดวงตาก็หรี่ลงเป็นเส้นคมกริบ ก่อนจะเร่งความเร็วไล่กวดต่อไปอย่างไม่ลดละ
ไม่กี่อึดใจ จางอวิ๋นก็มาถึงเนินเขาเป็นคนแรก
“สหายเต๋าอวิ๋น! เจ้าไปก่อนเลย! เดี๋ยวท่านนักพรตผู้นี้จะช่วยจัดการตัวน่ารำคาญข้างหลังให้เอง!”
นักพรตหงต๋าตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงมาดมั่น
จางอวิ๋นไม่พูดพร่ำทำเพลง พยักหน้าครั้งหนึ่งแล้วพุ่งผ่านเนินเขาตรงไปข้างหน้าทันทีโดยไม่หันกลับมามอง
ชายวัยกลางคนชุดคลุมไหมไล่ตามมาติดๆ จนกระทั่งเข้าสู่เขตเนินเขา
“ยันต์ร้อยชั้น… ผนึก!!”
นักพรตหงต๋าดวงตาวาวโรจน์ ประสานอินรวดเร็วปานสายฟ้า
วูบ! วูบ! วูบ!
ทันใดนั้น บนผนังหินและพื้นดินรอบเนินเขาก็ปรากฏแผ่นยันต์จำนวนมหาศาลผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดนับหมื่นดอก!
“แย่แล้ว!”
ชายวัยกลางคนสีหน้าเปลี่ยนไปถนัดตา รีบหันหลังกลับหมายจะถอยออกจากอาณาเขตสังหารนี้
“เข้ามาแล้ว… ก็อย่าหวังจะได้ออกไปง่ายๆ!”
นักพรตหงต๋ายกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัย ซัดฝ่ามือประทับลงไป
ตูม——!!
แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องปิดกั้นทางเข้าเนินเขา ก่อตัวเป็นกำแพงแสงขนาดมหึมา ขังชายวัยกลางคนไว้ภายในทันที
เปรี้ยง! เปรี้ยง! ตูม!
พร้อมกันนั้น แผ่นยันต์รอบด้านก็เริ่มแผลงฤทธิ์ เปลวเพลิงนรก, คลื่นแสงสังหาร, ศาสตราวุธพลังปราณ… การโจมตีนานาชนิดระเบิดออกมาพร้อมกัน ถาโถมเข้าใส่เป้าหมายราวกับพายุบ้าคลั่ง
“อ้ากกก——!!”
เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจและเจ็บปวดดังลั่นสะท้านเนินเขา ร่างของชายวัยกลางคนถูกกลืนหายไปในดงระเบิด
จางอวิ๋นที่อยู่ด้านหน้าหันกลับมามองฉากนี้ คิ้วกระตุกเล็กน้อย
สมกับที่เป็นระดับเหลียนซวี… เจ้านักพรตหงต๋านี่ก็พอจะมีของดีซ่อนอยู่เหมือนกัน!
ทว่าทันใดนั้น สัมผัสอันเฉียบคมของจางอวิ๋นก็จับความผิดปกติบางอย่างได้ สีหน้าพลันเปลี่ยนไป รีบตะโกนลั่น
“ระวัง!! หลบเร็ว!!”
แต่สายไปเสียแล้ว…
กริชสีขาวใสนับไม่ถ้วน ผุดขึ้นจากความว่างเปล่ารอบกายนักพรตหงต๋าราวกับภูตผี
ฉึก! ฉึก! ฉึก!!
เสียงคมอาวุธเจาะทะลุเนื้อดังถี่รัว!
เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของนักพรตหงต๋าก็กลายสภาพเป็นเม่นมนุษย์ ถูกกริชจำนวนมหาศาลปักพรุนไปทั้งตัว!
เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากบาดแผลนับร้อย ย้อมชุดคลุมสีขาวจนแดงฉานในพริบตา
นักพรตหงต๋าเบิกตากว้างจนแทบถลน จ้องมองร่างของชายวัยกลางคนชุดคลุมไหมที่ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าด้านหลังเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
มัน… มันมาโผล่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่…
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!——
ไม่เปิดโอกาสให้ได้คิด พลังงานความเย็นยะเยือกจากกริชที่ปักคาอยู่ก็ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกาย
อึก!
นักพรตหงต๋าอ้าปากค้าง ไอความเย็นสีขาวโพลนพวยพุ่งออกมาจากปอด เลือดเนื้อถูกแช่แข็ง โลหิตที่กำลังไหลรินจับตัวเป็นก้อนน้ำแข็ง
เพียงพริบตา ร่างกายของเขาก็ถูกแช่แข็งกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งก้อนยักษ์ เหลือเพียงส่วนศีรษะเท่านั้นที่ยังขยับได้เล็กน้อย
แปะ!
ชายวัยกลางคนยื่นมือมาตบแปะๆ ที่กลางกระหม่อมของนักพรตหงต๋าเบาๆ มุมปากยกยิ้มเยาะ
“วางใจเถอะ… ตัวข้าไม่ให้เจ้าตายเร็วขนาดนั้นหรอก!”
ศีรษะของนักพรตหงต๋าสั่นระริก ตอนนี้เขารับรู้ได้เพียงความคิดในสมอง ส่วนร่างกายตั้งแต่คอลงไปไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง
เขาจ้องมองชายวัยกลางคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่เข้าใจ “เจ้า… เจ้าทำได้ยังไง…”
เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เขาได้วางค่ายกลยันต์เตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างรัดกุมที่สุดแล้ว
ตลอดกระบวนการ นอกจากตอนเริ่มเปิดใช้งานที่เผยกลิ่นอายออกมาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหน้านั้นเขาปกปิดตัวตนอย่างสมบูรณ์แบบ อีกฝ่ายรู้ตำแหน่งที่ซ่อนของเขาได้ยังไง?
“นึกไม่ถึงว่านักพรตหงต๋าผู้โด่งดัง จะลดตัวลงไปสมคบคิดกับเจ้าเด็กนี่…”
ชายวัยกลางคนไม่ตอบคำถาม แต่หันไปมองจางอวิ๋นที่หยุดยืนอยู่ไม่ไกลแล้วยิ้มจางๆ
“มิน่าล่ะก่อนหน้านี้เจ้าถึงได้รีบร้อนออกจากเมือง ที่แท้ก็มารอเตรียมทางหนีทีไล่ให้เจ้านี่เองสินะ!”
จางอวิ๋นยืนนิ่งเงียบกริบ
ในเมื่อนักพรตหงต๋ามาโผล่ที่นี่ แสดงว่าตอนออกจากเมืองต้องผ่านโรงน้ำชาที่อีกฝ่ายซุ่มดูอยู่แน่
การที่รู้อยู่แล้วว่านักพรตหงต๋าออกมาทางทิศนี้ แล้วเมื่อกี้จู่ๆ จางอวิ๋นก็หักเลี้ยวมาทางเนินเขาอย่างมีพิรุธ อีกฝ่ายย่อมต้องระแวงเป็นธรรมดา
เหลือบมองหลุมยักษ์ที่เพิ่งถูกระเบิดยันต์ใส่เมื่อครู่ ภายในนั้นว่างเปล่าไร้ร่องรอยศพ ชัดเจนว่าก่อนจะเข้ามาในเขตเนินเขา ชายวัยกลางคนได้ใช้วิชาร่างแยกหรือภาพลวงตาหลอกล่อให้ตายใจล่วงหน้าแล้ว
รอจนนักพรตหงต๋าเผยไต๋ เปิดใช้งานค่ายกลยันต์จนตำแหน่งถูกเปิดเผย จึงค่อยใช้วิชาเคลื่อนย้ายเข้าประชิดตัวแล้วลงมือสังหาร!
“ตัวข้า… จะให้โอกาสเจ้าได้อีกครั้ง!”
ชายวัยกลางคนวางมือบนหัวนักพรตหงต๋าที่สั่นเทา เอ่ยกับจางอวิ๋นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงอำนาจ
“แค่ยอมทำการค้ากับข้า… ข้าจะปล่อยไอ้หงต๋านี่ไป!”
ได้ยินดังนั้น นักพรตหงต๋าก็รีบตวัดสายตามองจางอวิ๋นด้วยความลุ้นระทึก
ตอนนี้ในใจเขาโคตรจะเสียใจจนแทบกระอักเลือด ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ให้ตายเขาก็จะไม่ส่งกระแสเสียงเรียกจางอวิ๋นเด็ดขาด!
กะว่าจะสร้างบุญคุณสร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายสักหน่อย ผลลัพธ์ดันกลายเป็นเอาคอมาพาดบนเขียงให้เขาเชือดเล่น!
สายตาที่มองจางอวิ๋นเต็มไปด้วยความหวังและการเว้าวอนสุดชีวิต
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ “ว่าเนื้อหาการค้าของแกมา!”
ชายวัยกลางคนยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ “ง่ายมาก... ตัวข้าต้องการอิสรภาพของเจ้าในช่วงเวลาหนึ่ง!”
“อิสรภาพของข้า?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้ว “แกอยากให้ข้าเป็นทาสรับใช้?”
“มิใช่!”
ชายวัยกลางคนส่ายหน้า เปิดสมุดปกหนังงูขาวในมือไปยังหน้าหนึ่ง แล้วกางให้จางอวิ๋นดู “สิ่งที่ข้าต้องการ... คือให้เจ้าเข้าไปในนี้!”
บนหน้ากระดาษวาดรูปประตูโบราณบานหนึ่งเอาไว้ ดูลึกลับและน่าเกรงขาม
จางอวิ๋นมองดูพลางใช้วิชาเนตรสวรรค์ตรวจสอบ
แต่มองไม่ทะลุ… เพราะในสมุดเล่มนั้นอัดแน่นด้วยพลังงานของชายวัยกลางคนปกป้องไว้ จึงถามกลับเสียงแข็ง “มันคืออะไร?”
ชายวัยกลางคนตอบเสียงขรึม “ประตูสู่… แดนวิญญาณโกลาหล!”
“แดนวิญญาณโกลาหล?”
จางอวิ๋นงุนงง ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
กลับเป็นนักพรตหงต๋าที่ถูกแช่แข็งอยู่ด้านข้าง พอได้ยินชื่อนั้นดวงตาก็เบิกโพลง จ้องมองชายวัยกลางคนเขม็ง
“เจ้า… เจ้าคือคนของ ‘เผ่าโกลาหล’ ในตำนานรึ!?”
“ถูกต้อง!”
ชายวัยกลางคนพยักหน้ายอมรับ แต่ไม่อธิบายอะไรมาก หันมาเจรจากับจางอวิ๋นต่อ
“แดนวิญญาณโกลาหลแห่งนี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่บรรพชนของข้าทิ้งเอาไว้ ทุกๆ หลายร้อยปีจึงจะเปิดออกสักครั้ง คนในเผ่าของข้าจะมี ‘คัมภีร์ธรรม’ ประจำตัวคนละเล่ม เมื่อรูปประตูนี้ปรากฏขึ้นบนคัมภีร์ ก็เป็นสัญญาณว่าแดนวิญญาณโกลาหลกำลังจะเปิดออก!”
“แล้วแกจะให้ข้าเข้าไปทำอะไร?”
“ภายในแดนวิญญาณโกลาหล… ยิ่งเป็นผู้มีพรสวรรค์สูงส่ง ก็ยิ่งมีโอกาสรอดและมีประโยชน์มาก...”
ชายวัยกลางคนอธิบาย ดวงตาเป็นประกาย “ตัวข้าต้องการให้เจ้า… เข้าไปช่วยข้าเอาของบางอย่างออกมา!”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มบางๆ
“อ๋อ… เป็นอย่างนี้นี่เอง งั้นก็…”
รอยยิ้มของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบ
“งั้น… แกก็เชิญร่วงไปก่อนละกัน!!”
หมับ!
สิ้นเสียงของจางอวิ๋น ทันใดนั้นท่อนแขนเรียวงามดุจหยกขาวคู่หนึ่ง ก็โผล่ออกมาจากความว่างเปล่าด้านหลังชายวัยกลางคน
โอบรัดรอบลำคอของเขาเอาไว้อย่างแนบแน่น!
...