ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 354 เจ้า...เจ้าจะทำอะไรอาจารย์?
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 354 เจ้า...เจ้าจะทำอะไรอาจารย์?
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!……
ระหว่างผืนฟ้าและผืนป่า เสียงระเบิดกึกก้องและแรงสั่นสะเทือนดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่อง ราวกับวันสิ้นโลกได้มาเยือน
ทว่าท่ามกลางมรสุมแห่งการทำลายล้าง สิ่งเหล่านี้กลับไม่อาจส่งผลกระทบใดๆ ต่อจางอวิ๋นที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะตรงใจกลางได้เลยแม้แต่น้อย
ไป๋เหม่ยเหรินทั้งสิบยืนล้อมรอบกายเขาประหนึ่งกำแพงเมืองบุปผาที่แข็งแกร่งที่สุด สกัดกั้นทุกการโจมตีและทุกคนที่คิดจะเข้าใกล้เอาไว้ด้านนอกจนสิ้น
กลางเวหา สีหน้าของกู่ถัวดูย่ำแย่เหลือเกิน
หากปล่อยให้พวกนางตั้งรับฝ่ายเดียว ไป๋เหม่ยเหรินทั้งสิบก็คงไม่อาจป้องกันได้เหนียวแน่นขนาดนี้
สิ่งที่ทำให้เขา จักรพรรดิพยัคฆ์ทอง และผู้เฒ่าร้อยอัคคีปวดหัวจริงๆ คือขวงหลงทั้งห้าที่คอยโจมตีรบกวนพวกเขาไม่หยุดหย่อน และราชินีนางมารทะเลทรายอีกห้าคนที่ถูกตรึงเอาไว้ต่างหาก
พลังสิบส่วนของกู่ถัวในตอนนี้ ถูกใช้ไปกว่าครึ่งเพื่อคงสภาพเส้นสายพลังงานที่ใช้ตรึงราชินีนางมารทะเลทรายทั้งห้า หากเขาผ่อนแรงเมื่อไหร่ พวกนางจะดิ้นหลุดและกลับมาเล่นงานเขาทันที
ตอนนี้เขาจึงใช้พลังได้เพียงส่วนน้อยนิด ซึ่งมันไม่พอที่จะสร้างภัยคุกคามให้แก่ค่ายกลบุปผาของไป๋เหม่ยเหรินทั้งสิบได้เลย
ถ้าเศษเสี้ยววิญญาณที่ท่านผู้นั้นทิ้งไว้ในไม้เท้าของเขายังอยู่ก็คงดี…
กู่ถัวอารมณ์หม่นหมอง นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า
หากไม่ใช่เพราะตัวตนอันแข็งแกร่งในเมืองหยวนม่อปรากฏตัวขึ้น จนเขาไม่อาจต้านทานไหว เขาคงไม่ต้องเสียสละเศษเสี้ยววิญญาณที่ท่านผู้นั้นทิ้งไว้ให้เพื่อรักษาชีวิตไปหรอก
เดี๋ยวนะ…
การปรากฏตัวของตัวตนที่แข็งแกร่งในเมืองหยวนม่อนั่น ก็เกิดจากการที่ขวงหลงทั้งห้าและราชินีนางมารทะเลทรายอีกหนึ่งที่จางอวิ๋นอัญเชิญมาระเบิดตัวเองไม่ใช่รึ…
หรือว่าไอ้เด็กนี่ มันจะรู้ถึงการมีอยู่ของตัวตนที่แข็งแกร่งในเมืองหยวนม่อมาตั้งแต่แรกแล้ว?
พอความคิดนี้แล่นเข้ามา กู่ถัวก็อดไม่ได้ที่จะปรายตามองจางอวิ๋นเบื้องล่างด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความหนาวเหน็บสายหนึ่งแล่นพล่านขึ้นมาในจิตใจ
ถ้าเขาเดาไม่ผิด การที่จางอวิ๋นสั่งให้ระดับเหลียนซวีทั้งหกที่อัญเชิญมาระเบิดตัวเองหลังจากที่เขาจากไป ก็เพื่อชักนำตัวตนที่แข็งแกร่งนั่นออกมาจัดการกับเขา…
ไอ้สัตว์เดรัจฉานนี่!! มันวางแผนซ้อนแผนไว้อย่างนั้นรึ!
กู่ถัวกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น รีบหันไปพูดกับคนข้างๆ ทันที
“สหายเต๋าพยัคฆ์ทอง สหายเต๋าร้อยอัคคี ขอให้ทั้งสองท่านลงมือเต็มกำลังเถอะ อย่าได้ออมมืออีกต่อไป! หลังจากจบเรื่องนี้ เมืองกู่โม่ของข้าจะมีรางวัลตอบแทนให้อย่างงามแน่นอน!”
“เฮอะ! รู้อยู่แล้วเชียวว่างานนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิด!”
ได้ยินดังนั้น จักรพรรดิพยัคฆ์ทองก็พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใบหน้าหยาบกร้านพลันฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันที
วูม!
บนหน้าผากของเขาปรากฏอักษร ‘หวัง’ (ราชา) ที่ส่องแสงสีทองเจิดจรัสขึ้นมา สว่างวาบไปทั่วทิศ
โฮกกก——!!
พร้อมกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ที่ดังสะท้านฟ้าสะเทือนดิน เงามายาพยัคฆ์ทองคำขนาดมหึมาหลายร้อยเมตรก็ลอยเด่นขึ้นเหนือศีรษะเขากลางนภากาศ ปกคลุมผืนฟ้าจนมืดมิด
“หมัดพยัคฆ์ทองหมื่นลี้!”
ดวงตาทั้งคู่ของจักรพรรดิพยัคฆ์ทองสาดแสงสีทองจ้า ล็อกเป้าขวงหลงทั้งสามที่อยู่ตรงหน้า แล้วตะโกนก้อง
“ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าสักหมื่นลี้!!”
หมัดเดียวที่ชกออกไป ชักนำเงามายาพยัคฆ์ทองคำขนาดยักษ์ร้อยเมตร รวมตัวเป็นตราประทับหมัดสีทองที่บดบังผืนฟ้า ซัดตูมเข้าใส่ร่างของขวงหลงทั้งสามเต็มรัก!
ตู้ม!
ร่างของขวงหลงทั้งสามถูกซัดปลิวลิ่วกลายเป็นดาวตกสีทองดวงมหึมา พุ่งหายวับไปในที่ไกลแสนไกลจนมองไม่เห็นฝุ่น
“เจ้าเมืองกู่ รวบตัวนังมารทั้งห้านั่นมา!!”
ในขณะเดียวกัน ผู้เฒ่าร้อยอัคคีก็ตะโกนลั่น เบื้องหน้าเขาเสกเตาหลอมยักษ์ขนาดกว่าสิบเมตรออกมา เปลวเพลิงลุกโชนร้อนแรง
กู่ถัวดวงตาเป็นประกาย รีบควบคุมเส้นสายพลังงาน กระชากลากถูราชินีนางมารทะเลทรายทั้งห้าเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที
“มหาเตาหลอมเพลิงสวรรค์——สะกดข่ม!”
สองมือของผู้เฒ่าร้อยอัคคีวาดลวดลายประทับฝ่ามือรัวเร็ว เตาหลอมยักษ์สิบเมตรพลันลุกโชนด้วยเปลวไฟหลากสี ทั้งแดง ฟ้า ม่วง ร่วงหล่นจากฟากฟ้าราวกับอุกกาบาต ครอบทับสะกดราชินีนางมารทะเลทรายทั้งห้าไว้ภายในเตาหลอมอย่างสมบูรณ์!
ตึง! ตึง! ตึง!——!!
ภายในเตาหลอมเกิดแรงสั่นสะเทือนระรอกใหญ่ เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว
ผู้เฒ่าร้อยอัคคีเร่งโคจรเปลวเพลิง ควบคุมเตาหลอมไว้อย่างมั่นคง เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามใบหน้า ตะโกนบอกกู่ถัว
“เจ้าเมืองกู่ รีบจัดการเร็วเข้า ข้าขังนังมารห้าตนนี้ไว้ได้มากสุดแค่หนึ่งก้านธูปเท่านั้น!”
“เหลือเฟือ!”
กู่ถัวรับคำด้วยความมั่นใจ พลางชูไม้เท้าลายมังกรในมือขึ้นสูงเสียดฟ้า
“เส้นด้ายนภาพันธนาการ!”
ทั่วฟ้าดินพลันปรากฏเส้นสายพลังงานนับไม่ถ้วนลอยฟ่อง รวมตัวกันหนาแน่นประหนึ่งม่านฟ้า และในจังหวะที่กู่ถัวสะบัดมือลงมา…
มันก็บดขยี้ลงใส่ไป๋เหม่ยเหรินทั้งสิบที่ล้อมรอบจางอวิ๋นอยู่เบื้องล่างทันที!
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
จังหวะนั้นเอง ประกายดาบสังหารสองสายก็กวาดเข้ามา เป็นขวงหลงที่เหลืออีกสองตนพยายามเข้ามาขัดขวาง
ปัง! ปัง! (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
แต่ประกายดาบยังไม่ทันเข้าถึงตัว ก็ถูกตราประทับหมัดพยัคฆ์ทองกระแทกจนแตกซ่าน
“คู่ต่อสู้ของพวกแกสองตัวคือบิดานี่!”
จักรพรรดิพยัคฆ์ทองคำรามลั่น ซัดหมัดตูมเดียวส่งขวงหลงทั้งสองกระเด็นไปไกลลิบ
ไร้ซึ่งสิ่งขัดขวาง ม่านฟ้าที่ถักทอจากเส้นสายพลังงานนับไม่ถ้วน บดขยี้ลงบนอาณาเขตทะเลดอกไม้ที่ไป๋เหม่ยเหรินทั้งสิบร่วมกันสร้างขึ้นอย่างจัง
ปัง ปัง ปัง!!
เสียงระเบิดดังต่อเนื่อง เพียงชั่วพริบตา กลีบดอกไม้นับล้านก็แหลกละเอียด ทะเลดอกไม้ทั้งผืนพังทลายลง!
พรวด! พรวด! พรวด!
ไป๋เหม่ยเหรินทั้งสิบที่ยืนล้อมจางอวิ๋นกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน ทว่าพวกนางไร้ซึ่งความรู้สึกเจ็บปวด ยังคงระเบิดพลังกลีบดอกไม้สีขาวออกมาต้านทานม่านเส้นด้ายนภาที่กดทับลงมาอย่างไม่ลดละ
เมื่อไป๋เหม่ยเหรินทั้งสิบร่วมแรงร่วมใจกัน ต่อให้เป็นกู่ถัว ก็ไม่อาจทำลายการป้องกันของพวกนางได้ในทีเดียว
แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะใช้กำลังหักหาญทำลายการป้องกันของระดับเหลียนซวีทั้งสิบตรงๆ อยู่แล้ว จึงรีบตะโกนบอกคนข้างๆ ว่า
“ลงมือเลย!”
ผู้บำเพ็ญเพียรเมืองกู่โม่ที่อยู่รอบๆ เข้าใจความหมายทันที
หุ่นเชิดศพที่ถูกซัดกระเด็นไปก่อนหน้านี้ บัดนี้พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วสูง อาศัยช่องว่างจากการปะทะ พุ่งลอดผ่านการป้องกันเข้าไป
ไป๋เหม่ยเหรินทั้งสิบกำลังรับมือกับม่านฟ้าของกู่ถัว จึงไม่อาจแบ่งแยกสมาธิมาสกัดกั้นได้เลย
หุ่นเชิดศพระดับแปลงเทพขั้นสูงสุดตัวหนึ่ง พุ่งเข้าถึงหน้าจางอวิ๋นที่นั่งขัดสมาธิอยู่ แล้วตะปบกรงเล็บคว้าลงไปที่ศีรษะทันที!
“จบกันที!”
กู่ถัวยกมุมปากยิ้มหยัน
จักรพรรดิพยัคฆ์ทองและผู้เฒ่าร้อยอัคคีที่อยู่ไม่ไกลก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
หมับ!
แต่ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง นิ้วมือน้อยๆ อวบอูมข้างหนึ่ง ก็ยันข้อมือของหุ่นเชิดศพให้หยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
“หือ?”
ทุกคนในที่นั้นต่างชะงักงัน
เห็นเพียงเด็กน้อยที่นั่งอยู่ข้างกายจางอวิ๋น ซึ่งพวกเขาไม่เคยให้ความสนใจมาก่อน บัดนี้ลุกขึ้นมายืนขวางหน้าจางอวิ๋น ใช้นิ้วมือน้อยๆ อวบอูมยันมือหุ่นเชิดศพไว้
ใบหน้าเล็กจิ๋วนั้นเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา เงยหน้ามองหุ่นเชิดศพตาแป๋ว
“จ…เจ้าจะทำอะไรจาน?”
เสียงเล็กๆ ไร้เดียงสาดังขึ้นท่ามกลางสมรภูมิเลือด
กู่ถัว, จักรพรรดิพยัคฆ์ทอง, ผู้เฒ่าร้อยอัคคี และคนอื่นๆ ในเหตุการณ์ ต่างพากันประหลาดใจ
“ป… แปลงเทพ??”
ความตกตะลึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน จนถึงตอนนี้พวกเขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า เด็กน้อยที่ดูอายุไม่ถึงสามขวบคนนี้ กลับมีระดับการบำเพ็ญเพียรถึงขั้นแปลงเทพ!
“จาน? อาจารย์? เป็นลูกศิษย์ของไอ้สัตว์เดรัจฉานนั่นงั้นรึ?”
กู่ถัวขมวดคิ้ว รีบสั่งการเสียงเหี้ยม “จัดการไอ้หนูนั่นซะ แล้วจับตัวไอ้สัตว์เดรัจฉานนั่นมา!!”
ทันทีที่สิ้นเสียง หุ่นเชิดศพจำนวนมากด้านล่างก็กรูกันเข้าไป
หุ่นเชิดศพตัวที่ถูกอู๋ไห่ไห่ยันมือไว้ ก็ยกมืออีกข้างฟาดเข้าใส่หน้าผากของอู๋ไห่ไห่หมายสังหาร
หมับ!
ทว่าฝ่ามือนั้นกลับถูกรับไว้อีกครั้ง
เห็นเพียงอู๋ไห่ไห่ยกมือน้อยๆ อีกข้างขึ้นมา ใช้นิ้วเดียวจิ้มยันกลางฝ่ามือของหุ่นเชิดศพไว้เช่นกัน
แต่คราวนี้ความไร้เดียงสาบนใบหน้าหายไปแล้ว แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวที่สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันบริสุทธิ์
“คนใจร้าย!”
เขาตะโกนเสียงดัง
ตู้ม!
ยังไม่ทันที่ใครจะตั้งตัวทัน พลังอูที่ส่องแสงรุ้งเจิดจรัสก็ระเบิดกวาดออกไปจากร่างเล็กๆ นั้นอย่างรุนแรงราวกับระเบิดนิวเคลียร์!
หุ่นเชิดศพหลายสิบตัวที่ดาหน้าเข้ามา ยังไม่ทันได้ป้องกัน ก็ถูกพลังอูนี้กระแทกจนร่างระเบิดกระเด็นปลิวว่อนไปพร้อมกัน แตกกระจายกลายเป็นเศษเนื้อ!
เพียงชั่วพริบตาเดียว… หุ่นเชิดศพรอบกายจางอวิ๋นก็ถูกกวาดล้างจนเกลี้ยง!
ทั่วทั้งฟ้าดินอันกว้างใหญ่ พลันตกอยู่ในความเงียบสงัด!
กู่ถัว, จักรพรรดิพยัคฆ์ทอง, ผู้เฒ่าร้อยอัคคี, รวมถึงเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรเมืองกู่โม่ และผู้คนจำนวนมากที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เมื่อเห็นภาพนี้ ต่างก็อ้าปากค้าง ตกตะลึงจนตาแทบถลนออกจากเบ้า
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ร่างเล็กจิ๋วของอู๋ไห่ไห่ ราวกับเห็นสัตว์ประหลาดตัวน้อย
ทีเดียว… หายเกลี้ยง?
หุ่นเชิดศพระดับแปลงเทพตั้งหลายสิบตัว ดันถูกเด็กน้อยคนนี้ตบทีเดียวร่วงหมดเลยเนี่ยนะ??