ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 353 สรุปแล้วอัญเชิญระดับเหลียนซวีออกมาได้กี่คนกันแน่?
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 353 สรุปแล้วอัญเชิญระดับเหลียนซวีออกมาได้กี่คนกันแน่?
สายลมสีม่วงอันหอมหวนลอยฟุ้งกระจายออกมาจากภายในถ้ำ ราวกับหมอกควันที่ปกคลุมดินแดนลึกลับ
เส้นสายพลังงานอันแหลมคมนับไม่ถ้วนที่พุ่งตกลงมา เมื่อสัมผัสกับสายลมหมู่นั้น ก็ถูกพัวพันรัดรึงจนเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับจมดิ่งลงสู่บ่อโคลนหนืดหนาด จนหยุดชะงักไปในที่สุด
“ฮึ่ม!”
กู่ถัวเห็นดังนั้นก็แค่นเสียงเย็น กวาดสายตาคมกริบมองเข้าไปข้างกายจางอวิ๋น
พบว่ามีเงาร่างอรชรอ้อนแอ้นงดงามเพิ่มขึ้นมาอีกห้านาง…
ระดับเหลียนซวีอีกห้าคน!
สีหน้าของเขามืดครึ้มลงทันทีราวกับท้องฟ้าก่อนพายุเข้า
เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่ามดปลวกอย่างจางอวิ๋นที่แม้แต่ระดับแปลงเทพยังไปไม่ถึง ทำไมถึงสามารถอัญเชิญระดับเหลียนซวีออกมาได้มากมายขนาดนี้?
นี่มันผิดหลักการบำเพ็ญเพียรไปไกลโขแล้ว!
แต่ถึงอย่างนั้น ในแววตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะฉายแววร้อนรุ่มด้วยความโลภ
ไม่เข้าใจก็ส่วนไม่เข้าใจ แต่วิชาเช่นนี้… หากเมืองกู่โม่ของพวกเขาได้ครอบครองล่ะก็ อำนาจของพวกเขาจะพุ่งทะยานขนาดไหน?
ความโลภเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ กัดกินความหวาดระแวงจนหมดสิ้น
ต้องจับตัวไอ้เด็กนี่มาให้ได้ แล้วเค้นความลับออกมาให้หมดทุกตัวอักษร!
“คุมหุ่นเชิดศพ จับตัวมันมาให้ข้า! เป็นตายช่างมัน ขอแค่ร่างยังอยู่ก็พอ!”
กู่ถัวออกคำสั่งเสียงดังฟังชัด ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
“ขอรับ ท่านเจ้าเมือง!”
ผู้บำเพ็ญเพียรเมืองกู่โม่หลายสิบคนด้านหลังขานรับพร้อมเพรียง ก่อนจะโยนหุ่นเชิดศพระดับแปลงเทพที่เตรียมไว้ออกไปเบื้องล่างทันที
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ราชินีนางมารทะเลทรายทั้งห้าที่อยู่ข้างกายจางอวิ๋นลงมือตอบโต้ทันควัน สายลมสีม่วงหอบเอาเม็ดทรายที่ถูกย้อมด้วยพลังงานมาร พุ่งทะยานเข้าใส่หุ่นเชิดศพที่ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝนดาวตก
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!!
แต่ยังไม่ทันที่เม็ดทรายเหล่านั้นจะกระทบเป้าหมาย ก็ถูกเส้นสายพลังงานที่กู่ถัวสะบัดไม้เท้าสร้างขึ้น สกัดกั้นเอาไว้กลางอากาศเสียก่อน เกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ
หุ่นเชิดศพแต่ละตัวอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าประชิดปากถ้ำได้ในพริบตา แล้วระดมโจมตีใส่ทันที!
ปัง! ปัง! ปัง!!
ถ้ำเล็กๆ ที่สร้างขึ้นชั่วคราว ไม่อาจต้านทานการโจมตีระดับแปลงเทพที่ระดมยิงเข้ามาพร้อมกันได้ไหว เพียงชั่วพริบตาก็ถูกระเบิดจนพังทลายกลายเป็นเศษหิน!
ทว่าท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย รอบกายจางอวิ๋นและอู๋ไห่ไห่ ราชินีนางมารทะเลทรายทั้งห้าได้กางม่านพลังสีม่วงขึ้นมา ป้องกันเศษหินและพลังงานที่ถล่มลงมาเอาไว้ได้ทั้งหมด
ตูม! ตูม! ตูม!!
แต่ในจังหวะนั้นเอง เส้นสายพลังงานอันแหลมคมนับไม่ถ้วนของกู่ถัวก็พุ่งทะลวงลงมา ระดมถล่มใส่ม่านพลังสีม่วงอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุคลั่ง!
ราชินีนางมารทะเลทรายทั้งห้าต่างร่างสั่นไหว สีหน้าตึงเครียด
เพล้ง!
เสียงแตกหักดังสนั่นบาดหู ม่านพลังปรากฏรอยร้าวลามไปทั่ว ก่อนจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ในวินาทีถัดมา
เส้นสายพลังงานอาศัยจังหวะนั้นพุ่งทะลวงเข้ามาหมายสังหาร!
ราชินีนางมารทะเลทรายทั้งห้าเร่งระเบิดพลัง เอาเลือดเนื้อของตนเองเข้าขวางกั้นทันที
ฉึก! ฉึก!
สองนางแรกที่อยู่ด้านหน้าสุดถูกแทงทะลุร่างจนพรุน เลือดสีม่วงสาดกระเซ็น!
อีกสามนางด้านหลังอาศัยจังหวะนั้น ควบแน่นเม็ดทรายสีม่วงจำนวนมหาศาล ก่อตัวเป็นกำแพงทรายสีม่วงต้านรับเส้นสายพลังงานส่วนที่เหลือ
“คิดว่าจะกันข้าได้รึ? เส้นด้ายนภาพันธนาการ!”
กู่ถัวแสยะยิ้ม สะบัดไม้เท้าลายมังกรเบาๆ
เส้นสายพลังงานอันคมกริบเหล่านั้นไม่ได้พุ่งชนกำแพงทรายตรงๆ แต่กลับเลี้ยวโค้งอย่างฉับพลันดั่งอสรพิษมีชีวิต อ้อมผ่านชั้นทรายเข้าไปรัดพันร่างของราชินีนางมารทะเลทรายทั้งสามเอาไว้…
มัดพวกนางจนขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว!
ราชินีนางมารทะเลทรายทั้งสามพยายามดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้น เส้นสายพลังงานก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นจนบาดลึกเข้าเนื้อ
“ไอ้สัตว์เดรัจฉานน้อย ยอมตามข้ากลับเมืองกู่โม่แต่โดยดีเถอะ!”
กู่ถัวเอ่ยพลางสะบัดมือ ควบคุมเส้นสายพลังงานส่วนที่เหลือให้อ้อมผ่านราชินีนางมารทะเลทรายที่ถูกตรึงไว้ พุ่งตรงเข้าหาจางอวิ๋นที่นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างๆ อย่างรวดเร็ว!
ฟุ่บ!
ทันใดนั้น ประกายดาบที่อัดแน่นไปด้วยรังสีอำมหิตก็กวาดผ่านลงมา ตัดเส้นสายพลังงานเหล่านั้นจนขาดสะบั้น!
เป็น ‘ขวงหลง’ จากทิศทางที่ไกลที่สุด ที่บัดนี้พุ่งเข้ามาถึงแล้ว
เปรี้ยง!
แต่ยังไม่ทันได้ลงมือต่อ ก็ถูกเตาหลอมยักษ์ที่มีเปลวไฟลุกโชนกระแทกจนปลิวออกไป เลือดสดๆ กระอักออกมากลางอากาศ
ผู้เฒ่าร้อยอัคคีหันมามองกู่ถัวด้วยสายตารู้สึกผิด “ขออภัยเจ้าเมืองกู่ ขวงหลงคนนี้เพิ่งพุ่งเข้ามา ข้าสกัดช้าไปก้าวหนึ่ง!”
“ไม่เป็นไร!”
กู่ถัวโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ พลางปรายตามองเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรเมืองกู่โม่
คนเหล่านั้นรู้หน้าที่ทันที หุ่นเชิดศพจำนวนมากที่อยู่ด้านล่างต่างพุ่งกรูเข้าไป
ราชินีนางมารทะเลทรายทั้งห้าถูกเส้นสายพลังงานของกู่ถัวควบคุมไว้หมดแล้ว ส่วนขวงหลงทั้งห้าก็ถูกผู้เฒ่าร้อยอัคคีและจักรพรรดิพยัคฆ์ทองซัดกระเด็นไปไกล...
ตอนนี้รอบกายจางอวิ๋นเปิดโล่ง ไร้การป้องกันโดยสิ้นเชิง!
หุ่นเชิดศพระดับแปลงเทพเหล่านี้เข้าประชิดตัวได้ในพริบตา แววตาไร้แววของพวกมันจ้องมองเหยื่อ ก่อนจะพร้อมใจกันลงมือสังหารจางอวิ๋น (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ตายซะ!
วูมมม——!!
ในวินาทีวิกฤตที่ความตายอยู่แค่เอื้อม แสงสีขาวนวลตาพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกไม้ก็ระเบิดออกมาจากร่างจางอวิ๋น
กลีบดอกไม้นับล้านโปรยปราย สร้างคลื่นกระแทกซัดหุ่นเชิดศพที่ดาหน้าเข้ามาจนถอยร่นไป
ปรากฏร่างหญิงงามในชุดกี่เพ้าปักลายดอกไม้ รูปร่างเย้ายวนสะดุดตา ยืนตระหง่านอยู่ข้างกายจางอวิ๋น
นางสะบัดมือเรียวงามเพียงครั้งเดียว กลีบดอกไม้สีขาวนับไม่ถ้วนก็กวาดออกไปราวกับพายุบุปผา ซัดเหล่าหุ่นเชิดศพจนปลิวว่อนไปไกลหลายสิบเมตร!
“ไป๋เหม่ยเหริน!”
กู่ถัวเห็นหญิงสาวชุดกี่เพ้านั้น สีหน้าก็พลันเคร่งเครียดลงทันที
แต่สิ่งที่ทำให้หน้าเขาดำคล้ำยิ่งกว่าก้นหม้อคือ…
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!……
ลำแสงสีขาวพุ่งออกมาจากจี้ห้อยคอของจางอวิ๋นไม่ขาดสาย ไป๋เหม่ยเหรินปรากฏตัวออกมาคนแล้วคนเล่า…
คนแล้ว… คนเล่า…
เพียงชั่วพริบตา รอบกายจางอวิ๋นก็รายล้อมไปด้วยไป๋เหม่ยเหรินถึงสิบคน!
“ระ… ระดับเหลียนซวีอีกสิบคน!?”
ผู้เฒ่าร้อยอัคคีและจักรพรรดิพยัคฆ์ทองที่กำลังพัวพันกับขวงหลงทั้งห้าอยู่ เห็นภาพนี้เข้าถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนลืมโจมตี
มองดูจางอวิ๋นที่นั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสาวงามนับสิบ แล้วรู้สึกเหมือนโลกนี้มันบ้าไปแล้ว!
ไอ้หมอนี่มันโผล่มาจากไหนกันแน่!?
ทำไมถึงอัญเชิญระดับเหลียนซวีออกมาช่วยสู้ได้เยอะขนาดนี้? นี่มันกองทัพส่วนตัวชัดๆ!
กู่ถัวสีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด
ความจริงก่อนหน้านี้เขาก็พอจะเดาได้ลางๆ ว่า ในเมื่ออัญเชิญขวงหลงออกมาได้ ไป๋เหม่ยเหรินที่ตายพร้อมกันในลานแดนมารก็น่าจะถูกจางอวิ๋นอัญเชิญออกมาได้เช่นกัน
แต่ในใจลึกๆ เขายังแอบหวังว่าจางอวิ๋นคงทำไม่ได้ขนาดนั้น หรืออย่างน้อยก็ไม่น่าจะเรียกออกมาได้เยอะขนาดนี้พร้อมกัน
เพราะต่อให้เป็นวิชาอัญเชิญ ก็ต้องใช้พลังงานมหาศาลในการคงสภาพ
แต่ทว่า…
มองดูไป๋เหม่ยเหรินสิบคน ขวงหลงห้าคน และราชินีนางมารทะเลทรายอีกห้าคนที่เขาตรึงไว้อยู่ สีหน้าของเขามืดมนจนแทบจะหยดออกมาเป็นน้ำหมึก
ไอ้สัตว์เดรัจฉานตัวนี้… สรุปแล้วมันอัญเชิญระดับเหลียนซวีออกมาได้กี่คนกันแน่!?
จางอวิ๋นไม่สนว่าคนรอบข้างจะตกตะลึงเพียงใด ตอนนี้ทั้งกายและใจของเขาทุ่มเทไปกับการหลอมรวมพลังงาน
ไป๋เหม่ยเหรินสิบคนนี้ เขาอัญเชิญออกมาพร้อมกับซากราชินีนางมารทะเลทรายที่เหลืออีกครึ่งร่าง ตั้งแต่ตอนที่เห็นอู๋ไห่ไห่ก่อให้เกิดนิมิตแล้ว
โดยเก็บพวกนางไว้ในหอสมบัติเซียนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
เขาเดาไว้อยู่แล้วว่านิมิตนี้อาจดึงดูดตัวอันตรายอย่างกู่ถัวมา
ลำพังแค่ขวงหลงห้าคนไม่มีทางรับมือกู่ถัวได้ เขาเลยงัดศพระดับเหลียนซวีที่ใช้การได้ทั้งหมดออกมา!
ความจริงยังมีสมาชิกองค์กรสีรุ้งอีกสิบสองคน และชายวัยกลางคนชุดแพรจากเผ่าโกลาหลที่เพิ่งจับมาได้อีกหนึ่ง แต่พวกนั้นยังไม่ตาย เขาแค่ผนึกแล้วโยนไว้ในหอสมบัติเซียน
ตอนนี้เขาไม่มีเวลาว่างพอจะไปเชือดพวกมันแล้วค่อยอัญเชิญออกมา
ไป๋เหม่ยเหรินชุดนี้ จึงถือเป็นไพ่ตายก้นหีบของเขาแล้ว!
ต้องรีบทะลวงด่านให้สำเร็จ!
จางอวิ๋นคิดในใจ พลังงานในร่างพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุด
ตู้ม!
วินาทีต่อมา กลิ่นอายพลังระเบิดออก สะท้านฟ้าดิน!
ระดับหยวนอิงขั้นสูงสุด… ขั้นสิบ!
จางอวิ๋นไม่หยุด และหยุดไม่ได้ เขาเดินหน้าลุยต่อสู่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการทะลวงด่านครั้งนี้
ระดับแปลงเทพ!
ด้วยความแข็งแกร่งของวิญญาณ สำหรับเขาแล้วการก้าวข้ามจากหยวนอิงไปสู่แปลงเทพนั้นไม่มีคอขวดใดๆ ขวางกั้น
ตอนนี้ขอเพียงแค่หลอมรวมพลังงานคืนกำไรและพลังจากหัวใจราชินีนางมารทะเลทรายให้หมด ก็จะพุ่งทะลุระดับขึ้นไปได้ทันที!
“คิดจะทะลวงด่านต่อหน้าข้า ฝันไปเถอะ!”
การเปลี่ยนแปลงของกลิ่นอายจางอวิ๋น กู่ถัวย่อมสัมผัสได้ เขาแค่นเสียงเย็นพร้อมสะบัดไม้เท้าลายมังกร
เส้นสายพลังงานนับไม่ถ้วนแผ่พุ่งออกมา บดบังผืนฟ้าจนมืดมิด!
แม้ว่าต่อให้จางอวิ๋นทะลวงผ่านสำเร็จ ก็จะเป็นแค่ระดับแปลงเทพ แต่กู่ถัวกลับรู้สึกใจคอไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก
ไอ้เด็กนี่มันประหลาดเกินไป!
แค่หยวนอิงขั้นสูงสุดก็มีวิญญาณระดับเหลียนซวี แถมยังอัญเชิญระดับเหลียนซวีออกมาได้เป็นโขยง ถ้าปล่อยให้มันขึ้นถึงระดับแปลงเทพได้ ผีเท่านั้นที่จะรู้ว่ามันจะมีลูกไม้อะไรโผล่ออกมาอีก!
ต้องจัดการมันก่อนที่จะถึงตอนนั้น!
ไป๋เหม่ยเหรินทั้งสิบยืนคุ้มกันรอบกายจางอวิ๋นอย่างแน่นหนา กลีบดอกไม้สีขาวนับล้านปลิวไสว ก่อตัวรวมกันเป็นทะเลดอกไม้สีขาวอันกว้างใหญ่ งดงามแต่แฝงด้วยอันตราย
ตูม!
ทะเลดอกไม้เข้าปะทะต้านรับเส้นสายพลังงานของกู่ถัวที่ถาโถมลงมาอย่างจัง เกิดแรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วสารทิศ!