ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 54 สายเลือดมังกรทอง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานประมูลไปชั่วขณะ
สายตานับพันคู่จับจ้องไปยังห้องรับรองหมายเลข 4 เป็นจุดเดียว การที่จู่ๆ มีผู้แทรกแซงโผล่ขึ้นมา ‘ปาดหน้า’ ในช่วงสำคัญเยี่ยงนี้ สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้คนไม่น้อย
“แขกผู้มีเกียรติในห้องหมายเลข 4 ให้ราคา 30,000 หินวิญญาณ! มีใครให้สูงกว่านี้ไหมขอรับ?”
เหล่าว่านตะโกนก้อง น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
ในฐานะผู้ดำเนินการประมูล ยิ่งราคาสินค้าพุ่งทะยานสูงเท่าไหร่ ค่าตอบแทนที่เขาจะได้รับก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น นอกจากจางอวิ๋นผู้เป็นเจ้าของสินค้าแล้ว ก็มีเขานี่แหละที่ปรารถนาให้ ‘ผลวิญญาณปฐพี’ ลูกนี้ทำราคาได้สูงเสียดฟ้า
ดวงตาคมกริบของชายชรากวาดมองไปยังห้องหมายเลข 2 และห้องหมายเลข 5 ที่เพิ่งจะขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดเมื่อครู่
ทว่า… ทั้งสองห้องกลับตกอยู่ในความเงียบสงัด
เห็นได้ชัดว่าราคานี้ทะลุเพดานที่คนในห้องทั้งสองประเมินไว้ไปไกลโขแล้ว
“30,000 หินวิญญาณ ครั้งที่หนึ่ง! … 30,000 หินวิญญาณ ครั้งที่สอง! … 30,000 หินวิญญาณ…”
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนั้น เหล่าว่านจึงทำได้เพียงตะโกนย้ำ แต่ในใจยังคงแอบหวังลึกๆ จึงจงใจลากเสียงให้ยืดยาวออกไปเล็กน้อยเพื่อถ่วงเวลา แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดเปิดปากสู้ราคาต่อ เขาจึงจำต้องฟาดค้อนลงไป
ปัง!
“ดีล! ปิดการขายที่ 30,000 หินวิญญาณ!”
เฮ้อ!
สิ้นเสียงค้อนตัดสิน ทั่วทั้งลานประมูลต่างก็พากันถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดายระคนตื่นเต้น
30,000 หินวิญญาณ! นี่คือสถิติราคาที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มงานประมูลมาจนถึงบัดนี้
“การประมูลช่วงแรกจบลงเพียงเท่านี้ การประมูลช่วงที่สองจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งก้านธูป ขอเชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย!”
เหล่าว่านกล่าวจบก็เดินลงจากเวทีไปเพื่อเตรียมตัว
ภายในห้องหมายเลข 12 จางอวิ๋นหยิบผลไม้วิญญาณสีเหลืองทองขึ้นมากัดกินคำหนึ่งด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข
30,000 หินวิญญาณ… ตัวเลขนี้สูงกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มากโข
กะแล้วเชียว การนำมาประมูลคือหนทางแห่งความมั่งคั่งที่แท้จริง!
……
ณ ห้องรับรองหมายเลข 5
บรรยากาศภายในห้องเย็นยะเยือกจนแทบจับเป็นน้ำแข็ง
ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีเขียวเข้ม นัยน์ตาสามเหลี่ยมฉายแววอำมหิต ใบหน้ามืดครึ้มบิดเบี้ยวด้วยโทสะ
หากจางอวิ๋นมาเห็น จะต้องจำได้ทันทีว่าคนผู้นี้คือคู่ปรับเก่า… ‘เมิ่งจง’!
เมิ่งจงจ้องเขม็งไปยังทิศทางของห้องหมายเลข 2 และห้องหมายเลข 4 ด้วยสายตาอาฆาตแค้น
ทันทีที่เห็นผลวิญญาณปฐพีปรากฏขึ้น เขาก็ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องคว้ามันมาครองให้จงได้ เพราะเขาฝึกฝนเคล็ดวิชาธาตุดินเป็นหลัก หากได้ผลไม้วิเศษนี้มาเสริมรากฐาน ระดับพลังของเขาอาจจะทะลวงจาก ระดับจินตาน ขั้นต้นไปสู่ขั้นกลางได้ในเวลาอันสั้น!
ตอนแรกเขาคิดว่าจะปิดเกมได้ที่ 20,000 หินวิญญาณ แต่ไอ้บ้าห้องหมายเลข 2 ดันมาสอดแทรก พอเขาจะกัดฟันสู้ต่อ ห้องหมายเลข 4 กลับโผล่มาทุบราคาปิดบัญชีไปที่ 30,000 หินวิญญาณเสียอย่างนั้น!
นอกจากหินวิญญาณที่ต้องสำรองไว้สำหรับ ‘ภารกิจสำคัญ’ ของท่านผู้นั้นแล้ว เขาเหลือหินวิญญาณส่วนตัวที่ใช้การได้อยู่เพียงสองหมื่นกว่าก้อนเท่านั้น
ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจจนแทบกระอักเลือด!
“ไอ้สารเลวแซ่จาง!”
เมิ่งจงกัดฟันกรอด เสียงลอดไรฟันเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเสียหินวิญญาณ 10,000 ก้อนให้กับจางอวิ๋นไปอย่างโง่เขลาก่อนหน้านี้ ป่านนี้เขาคงมีทุนรอนพอที่จะเกทับราคา 30,000 หินวิญญาณนั่นได้สบายๆ!
ผลวิญญาณปฐพีอายุร้อยเก้าสิบปีเชียวนะ! พลาดโอกาสทองครั้งนี้ไป ไม่รู้ต้องรออีกกี่สิบปีถึงจะพานพบของล้ำค่าเช่นนี้อีก!
เขาทอดสายตาไปยังห้องหมายเลข 4 ด้วยแววตาเย็นยะเยือกดุจงูพิษ
……
ณ ห้องรับรองหมายเลข 2
บุรุษผู้ที่นั่งวางมาดเป็นประธานในห้องนี้ คือ ‘ผู้อาวุโสสาม’ แห่งสำนักหนานซาน ผู้ซึ่งมีศักดิ์ฐานะเป็นรองเพียงเจ้าสำนักและรองเจ้าสำนักเท่านั้น
ผู้อาวุโสสามจ้องมองไปยังห้องหมายเลข 4 ด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะหันมาถามหญิงสาวทรงโตในอ้อมกอดเสียงห้วน “เจ้ารู้หรือไม่ว่าใครนั่งอยู่ในห้องนั้น?”
“ท่านผู้อาวุโสสาม… ผู้น้อยไม่ทราบจริงๆ เจ้าค่ะ!”
หญิงสาวที่ซบหน้าอยู่บนอกแกร่งของเขาส่ายหน้าเบาๆ
“กล้ามาแย่งของที่ข้าเล็งไว้ ช่างบังอาจนัก!”
ผู้อาวุโสสามแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างไม่สบอารมณ์ “แต่ก็ช่างเถอะ เดิมทีข้าเพียงกะว่าจะประมูลไปเป็นของกำนัลให้ท่านเจ้าสำนัก ในเมื่อสู้ราคาไม่ไหวก็ปล่อยมันไป… แต่เจ้าเถอะ เป็นถึงหนึ่งในผู้ดูแลหอการค้าสาขาหนานซาง จะไม่รู้เชียวรึว่าใครเป็นใคร?”
“โธ่ ท่านผู้อาวุโสสาม ผู้น้อยไม่ทราบจริงๆ เจ้าค่ะ!”
หญิงสาวทำเสียงออดอ้อน จริตมารยาแพรวพราว “อีกอย่าง ท่านก็รู้นี่เจ้าคะว่ากฎของหอเราเข้มงวดเพียงใด ต่อให้รู้ ผู้น้อยก็มิอาจแพร่งพรายได้หรอกเจ้าค่ะ!”
“ฮ่าๆๆ ด้วยความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของข้ากับเจ้า ยังมีสิ่งใดที่ต้องปิดบังอีกรึ?”
ผู้อาวุโสสามหัวเราะร่าอย่างชอบใจ ฝ่ามือหยาบกร้านเริ่มซุกซนไปตามเรือนร่าง
“อุ๊ย… ท่านผู้อาวุโสสาม ท่านนี่ร้ายกาจจริงๆ!”
หญิงสาวร้องประท้วงเสียงอ่อนระทวย
“ร้ายงั้นรึ? หึๆ ข้ายังมีสิ่งที่ร้ายกาจกว่านี้อีกเยอะ!!”
ผู้อาวุโสสามแสยะยิ้มหื่นกระหาย ก่อนจะกดร่างของหญิงสาวลงกับโซฟาอย่างเร่าร้อน
……
ณ ห้องรับรองหมายเลข 4
“คิดไม่ถึงเลยว่าการมาเยือน ‘แคว้นหนานอวิ๋น’ ในครานี้ จะได้พบเจอผลวิญญาณปฐพีคุณภาพเยี่ยมเช่นนี้ ถือว่าสวรรค์ยังเข้าข้างเราจริงๆ!”
ชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมผ้าไหมหรูหราเอนกายพิงโซฟาอย่างเกียจคร้าน พลางกัดผลไม้สีแดงสดเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี
“เป้าหมายของเราในครั้งนี้มิใช่สิ่งนี้…”
ที่มุมด้านซ้ายของห้อง ชายหนุ่มชุดดำยืนกอดอกพิงกำแพง ใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ ในอ้อมแขนกอดกระบี่เล่มหนึ่งไว้แน่น เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อย่าได้ผลาญหินวิญญาณไปกับของไร้สาระพวกนี้ให้มากนัก”
“รู้แล้วน่า รู้แล้ว!”
คุณชายชุดหรูโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ สายตาคมกริบกวาดมองฝูงชนเบื้องล่างในลานประมูล ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากด้วยท่าทางกระหายเลือด “ผู้ฝึกตนในแคว้นหนานอวิ๋นดูน่าอร่อยกันทั้งนั้นเลยแฮะ… อยากจะเปิดฉากสังหารหมู่สักรอบจริงๆ!”
“อย่าบ้าคลั่งให้มากนัก!”
ชายหนุ่มชุดดำตวาดเสียงเข้ม
คุณชายชุดหรูหัวเราะคิกคักอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเอนหลังนอนลงบนโซฟาโดยไม่ต่อปากต่อคำอีก
……
สิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับดีดนิ้ว
เหล่าว่านกลับขึ้นมายืนสง่าผ่าเผยบนเวทีประมูลอีกครั้ง
“เอาล่ะขอรับ! บัดนี้ขอเชิญเข้าสู่ช่วงที่สองของการประมูล… ขอเชิญพบกับสมบัติชิ้นแรก!”
สิ้นเสียงประกาศอันทรงพลัง ผู้คนในงานต่างก็ดึงสติกลับมาจดจ่อที่เวทีเป็นตาเดียว
ชายร่างกำยำสองคนช่วยกันหามวัตถุสีขาวขนาดยักษ์ยาวกว่าหนึ่งเมตรขึ้นมาวางบนแท่นแสดงสินค้า มันคือเขี้ยวสัตว์ที่แหลมคมและปลดปล่อยกลิ่นอายดุร้ายออกมา
“นี่คือเขี้ยวของสัตว์อสูรระดับจินตานขั้นสูงสุด ‘พยัคฆ์เขี้ยวขาว’! เขี้ยวนี้มีความแข็งแกร่งทนทานดุจเหล็กไหล สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการหลอมสร้าง ‘ศาสตราวิญญาณ’ ระดับสูงได้…”
เหล่าว่านเริ่มร่ายมนต์บรรยายสรรพคุณ
ในห้องหมายเลข 12
จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสนใจ
วัตถุดิบสร้างศาสตราวิญญาณ… ของแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ในตลาดทั่วไป!
แต่หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่ง เขาก็เลือกที่จะสงบนิ่งไม่เข้าร่วมประมูล เพราะต่อให้ได้มา ก็ต้องลำบากออกตามหาช่างตีเหล็กยอดฝีมือมาหลอมให้อีก ในแคว้นหนานอวิ๋นอันห่างไกลนี้ ช่างตีเหล็กที่สามารถรังสรรค์ศาสตราวิญญาณได้นั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย แถมค่าจ้างในการตีแต่ละครั้งอย่างต่ำก็ต้องมีหลายพันหินวิญญาณ แล้วยังต้องคอยพินอบพิเทาดูอารมณ์ศิลปินของช่างพวกนั้นอีก
“ถ้าวันไหนมี ‘ทางลัดแห่งสวรรค์’ ที่ช่วยสร้างศาสตราวิญญาณได้เองก็คงดี!”
จางอวิ๋นอดคิดฝันหวานไม่ได้
ไม่รู้ว่าใน ‘หอมรรควิถีปรมาจารย์เซียน’ ของเขาจะมีฟังก์ชันวิเศษแบบนั้นซ่อนอยู่หรือไม่?
เผลอๆ อาจจะมีก็ได้นะ… ขนาด ‘หอคัมภีร์หมื่นภพ’ ยังมีเลย จะมี ‘หอศาสตราหมื่นภพ’ อะไรเทือกนั้นก็คงไม่แปลกใช่ไหม? ดีไม่ดีข้างในอาจจะมีคลังแสงศาสตราวิญญาณกองเป็นภูเขาเลากาเลยก็ได้!
ยิ่งคิด จางอวิ๋นก็ยิ่งรู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะรู้อนาคตเสียเดี๋ยวนั้น
อัปเกรด!
ต้องรีบอัปเกรดระดับสิทธิ์ให้เร็วที่สุด!!
ตอนนี้ สวีหมิง ทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานได้สำเร็จแล้ว ขอแค่ผลักดันให้ไปถึง ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุด สิทธิ์ของเขาก็จะเลื่อนขั้นเป็นระดับ 3 ทันที
“รอให้หมิงเอ๋อร์ปรับพื้นฐานพลังให้มั่นคงก่อน แล้วค่อยอัดทรัพยากรใส่แบบจัดหนักทีเดียว!”
จางอวิ๋นลูบคางวางแผนการปั้นลูกศิษย์อย่างใจเย็น
จากระดับสร้างรากฐานขั้นที่ 1 ไปจนถึงขั้นสูงสุด ดูเหมือนจะห่างไกล แต่ถ้ามีทรัพยากรมากพอหนุนหลัง บทจะเร็วก็เร็วได้ดั่งใจนึก
การประมูลยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น
สินค้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกนำขึ้นมาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน
เมื่อเทียบกับช่วงแรก สินค้าในช่วงที่สองนี้มีคุณภาพสูงล้ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ชิ้นที่มีมูลค่าต่ำที่สุด ก็ยังประมูลกันจบที่ราคาไม่ต่ำกว่า 2,000 หินวิญญาณ มีกระทั่งเคล็ดวิชาระดับสูงม้วนหนึ่งที่ทำราคาพุ่งทะยานไปถึง 20,000 หินวิญญาณ สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งลาน
ระหว่างนั้น จางอวิ๋นก็ได้ออกโรงไปครั้งหนึ่ง โดยควักกระเป๋าจ่ายไป 3,000 หินวิญญาณ เพื่อประมูล ‘ถุงมือพยัคฆ์ขาว’ มาหนึ่งคู่
นี่คือการเลือกสรรผ่าน ‘เนตรสวรรค์’ ของเขา ถุงมือพยัคฆ์ขาวคู่นี้จัดเป็นอาวุธชั้นยอดในหมู่อาวุธระยะประชิด มีความเหนียวและคมกริบ เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับ อู๋เสี่ยวพั่ง ที่ถนัดใช้หมัดลุ่นๆ เป็นอาวุธหลัก
……
“ขอบพระคุณสหายเต๋าทุกท่านที่อยู่ร่วมสนุกกันมาจนถึงตอนนี้ ลำดับต่อไป… เราจะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการประมูล นั่นคือช่วง ‘สินค้าระดับสูง’ ของช่วงสอง!”
หลังจากจบการประมูลสินค้าชิ้นล่าสุด เหล่าว่านบนเวทีก็สูดลมหายใจลึก ก่อนจะประกาศก้อง “ในช่วงนี้ ทางหอการค้าได้คัดสรรสินค้าสุดพิเศษไว้ทั้งหมด 3 ชิ้นให้ทุกท่านได้แย่งชิงกัน… บัดนี้ ขอเชิญพบกับสินค้าชิ้นแรก!”
สิ้นเสียง หญิงงามในชุดกี่เพ้าก็เดินประคองถาดทองคำออกมาจากหลังม่านอย่างระมัดระวัง
บนถาดนั้น มีขวดคริสตัลขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยวางสงบนิ่ง ภายในบรรจุของเหลวสีทองอร่ามที่เปล่งประกายเจิดจ้าราวกับดวงตะวันดวงเล็กๆ
นั่นคือสิ่งใด?
ผู้คนต่างพากันชะโงกหน้าด้วยความสงสัยใคร่รู้
เมื่อเห็นแววตาอยากรู้อยากเห็นของทุกคน เหล่าว่านก็ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “สินค้าชั้นสูงชิ้นแรกนี้… มีที่มาจากสัตว์อสูร ระดับหยวนอิง!”
“สัตว์อสูรระดับหยวนอิง!?”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนก้อนหินยักษ์ที่ทุ่มลงในบ่อน้ำ สร้างแรงกระเพื่อมสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งลานประมูล
“หรือว่าจะเป็นโลหิตบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับหยวนอิง??”
เริ่มมีผู้คาดเดาได้อย่างแม่นยำ
“ถูกต้องแล้วขอรับ! นี่คือโลหิตบริสุทธิ์หนึ่งหยดของสัตว์อสูรระดับหยวนอิง!”
เหล่าว่านพยักหน้ารับ ก่อนจะประกาศเสียงดังฟังชัดจนก้องกังวาน “และโลหิตหยดนี้ มิใช่โลหิตธรรมดา หากแต่มาจากสัตว์อสูรระดับหยวนอิงที่มีสายเลือดแห่งราชันย์ไหลเวียนอยู่… ‘เจียววิญญาณทะเลทอง’ (มังกรวารีทองคำ)!”
“สายเลือดมังกร!?”
สิ้นคำประกาศ ทั่วทั้งลานแทบจะลุกเป็นไฟ!
สายตาทุกคู่ที่จ้องมองไปยังหยดเลือดสีทองบนถาด ต่างลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะระงับ
มังกรคือราชันย์แห่งมวลหมู่สัตว์อสูร! แม้เจ้าเจียวตัวนี้จะไม่ใช่สายเลือดบริสุทธิ์ 100% แต่โลหิตบริสุทธิ์ที่มีเชื้อสายมังกรเจือปน ย่อมมอบประโยชน์มหาศาลให้กับผู้ฝึกตนจนไม่อาจประเมินค่าได้!
“สายเลือดมังกรทอง??”
ในห้องหมายเลข 12 จางอวิ๋นที่ได้ยินชื่อนี้ถึงกับเด้งตัวขึ้นนั่งหลังตรงดั่งถูกไฟช็อต ดวงตาเบิกกว้าง
การจะปลุก ‘รากวิญญาณมังกรทองโลหิตกลายพันธุ์’ ของสวีหมิงให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ จำเป็นต้องใช้… เลือดมังกรทอง!
ในปัจจุบัน สวีหมิงทำได้เพียงใช้วัตถุธาตุทองมากระตุ้นรากวิญญาณชั่วคราว ซึ่งต้องคอยเติมเต็มทุกเดือน แถมการกระตุ้นแบบนี้ยังไม่สมบูรณ์ เป็นเพียงการฝืนประคองให้รากวิญญาณตื่นตัวพอที่จะฝึกฝนได้เท่านั้น อานุภาพที่แท้จริงของรากวิญญาณส่วนใหญ่ยังคงหลับใหลอยู่ลึกภายใน
หากได้โลหิตบริสุทธิ์ที่มีสายเลือดมังกรทองหยดนี้มา…
จางอวิ๋นไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่ามันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นตะลึงให้สวีหมิงได้มากเพียงใด แต่ที่แน่ชัดยิ่งกว่าแช่แป้งคือ… ผลลัพธ์ย่อมดีเลิศประเสริฐศรียิ่งกว่าผลเสียล้านเท่า!
เลือดหยดนี้… ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องเอามาครองให้ได้!