ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 55 ไม่มีปัญญาจ่าย ก็ทำได้แค่เหม็นเปรี้ยวรึไง?
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 55 ไม่มีปัญญาจ่าย ก็ทำได้แค่เหม็นเปรี้ยวรึไง?
“โลหิตบริสุทธิ์มังกรวารีทองคำหยดนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 10,000 หินวิญญาณ เพิ่มราคาขั้นต่ำครั้งละ 1,000 หินวิญญาณ!”
เหล่าว่านโบกมือประกาศก้อง สุ้มเสียงเต็มไปด้วยพลัง “บัดนี้… เริ่มการประมูลได้!”
“20,000!”
ผู้คนในลานประมูลที่กำลังอ้าปากเตรียมจะขานราคา ต่างพากันชะงักค้างเมื่อได้ยินเสียงตะโกนอันทรงพลังดังลั่นมาจากห้องรับรองด้านบน
ทุกสายตาหันขวับไปมองยังห้องหมายเลข 5 เป็นตาเดียว
ไอ้เวรเอ๊ย! จะไม่ปล่อยให้พวกข้าได้ลุ้นกันสักนิด หรือให้ได้ขานราคาสนุกปากกันหน่อยหรือไงฟะ?
“21,000!”
เสียงขานราคาอีกเสียงดังแทรกขึ้น คราวนี้มาจากห้องหมายเลข 10 ซึ่งเป็นห้องที่สงบเงียบไร้ปากเสียงมาตลอดงาน
“22,000!”
ห้องหมายเลข 5 สวนกลับทันควันอย่างไม่ยอมลดละ
“23,000!”
ห้องหมายเลข 10 ไม่ยอมถอย พร้อมกับส่งเสียงคำรามดุดันแฝงแรงกดดันออกมาว่า “ข้าคือ ‘ผู้อาวุโสห้า’ แห่ง ‘สำนักหนานไห่’! โลหิตมังกรวารีหยดนี้สำนักหนานไห่จองแล้ว ผู้ใดกล้าแย่งชิง ถือว่าเป็นศัตรูกับสำนักหนานไห่ของข้า!”
“สำนักหนานไห่? นั่นมันเจ้าสมุทรแห่งเขตตอนกลางของแคว้นหนานอวิ๋นไม่ใช่รึ?”
“ผู้อาวุโสของพวกมันข้ามถิ่นมาทำอะไรที่แดนใต้กัน?”
“แค่แย่งของประมูลก็นับว่าเป็นศัตรู? นี่มันจะกร่างเกินไปแล้วกระมัง!?”
……
สิ้นคำประกาศศักดา ทั่วทั้งลานประมูลก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่
จางอวิ๋นหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาฉายแววครุ่นคิด
สำนักหนานไห่… คือขั้วอำนาจใหญ่ที่ปกครองน่านน้ำและพื้นที่ตอนกลางของแคว้นหนานอวิ๋น หากวัดกันที่ขุมกำลังโดยรวมแล้ว ถือว่าเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นเลยก็ว่าได้ แม้แต่สำนักหลิงเซียนหรือสำนักหนานซานก็ยังดูด้อยกว่าเล็กน้อย
เหตุผลก็เพราะ… ภายในสำนักหนานไห่นั้น มีตัวตนระดับ ‘หยวนอิง’ นั่งบัญชาการอยู่ถึงสองคน!
เมื่อห้องหมายเลข 10 ประกาศนามออกมาเช่นนี้ ทั่วทั้งลานประมูลก็ตกอยู่ในความเงียบกริบทันที แม้แต่ห้องหมายเลข 5 ที่ดุดันเมื่อครู่ก็ยังเงียบเสียงไป
“แขกผู้มีเกียรติในห้องหมายเลข 10 ให้ราคา 23,000 หินวิญญาณ… มีใครให้สูงกว่านี้ไหมขอรับ?”
บนเวทีประมูล เหล่าว่านมีสีหน้าย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด
ในฐานะผู้ดำเนินรายการประมูล สิ่งที่เขาเกลียดเข้าไส้ที่สุดก็คือพวกที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่มากดดันกันในงานเช่นนี้ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จะไม่มีใครกล้าสู้ราคา และราคาสุดท้ายก็จะต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าใจหาย!
เมื่อเห็นความเงียบเข้าปกคลุมลานประมูล หัวใจของเขาก็เย็นวาบไปกว่าครึ่ง
นี่คือโลหิตบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับหยวนอิงที่มีสายเลือดมังกรเชียวนะ! ต่อให้ขายตามท้องตลาดทั่วไป ราคายังเริ่มต้นที่ 20,000 หินวิญญาณได้สบายๆ
จะให้จบที่ 23,000 หินวิญญาณเนี่ยนะ?
แบบนี้ถือว่าการประมูลล้มเหลวโดยสิ้นเชิง!
ในฐานะผู้ดำเนินการ เขาต้องแบกรับความผิดพลาดนี้เต็มๆ อย่างน้อยที่สุด ค่าคอมมิชชั่นที่ควรจะได้ก็คงหายวูบไปมหาศาล
“25,000!”
ในจังหวะที่มือของเหล่าว่านกำลังสั่นเทาขณะยกค้อนประมูลขึ้นเตรียมจะฟาดลงมาด้วยความจำใจ เสียงสวรรค์เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ!
เหล่าว่านสะดุ้งโหยง เงยหน้ามองไปยังห้องรับรองด้านบนราวกับเห็นพระมาโปรด ก่อนจะตะโกนลั่นด้วยความปิติ “25,000 หินวิญญาณ! แขกผู้มีเกียรติในห้องหมายเลข 12 ให้ราคา 25,000 หินวิญญาณ!!”
“ฮึ่ม!”
เสียงแค่นหัวเราะเย็นชาดังออกมาจากห้องหมายเลข 10 ทันที
นั่งอยู่ภายในห้องหมายเลข 12 จางอวิ๋นสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่พุ่งตรงมา แต่เขาหาได้ใส่ใจไม่
สำนักหนานไห่แล้วอย่างไร?
ของที่ลูกศิษย์เขาจำเป็นต้องใช้ ต่อให้ใครหน้าไหนมาขวาง เขาก็ไม่มีวันยอมรามือเด็ดขาด!
“26,000!”
ผู้อาวุโสห้าแห่งสำนักหนานไห่คำรามขานราคาด้วยน้ำเสียงกดต่ำ
“27,000!”
จางอวิ๋นไม่ลังเล เกทับทันทีด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“28,000!”
“29,000!”
……
เสียงขานราคาของทั้งสองฝ่ายกลายเป็นเสียงเดียวที่ดังก้องไปทั่วลานประมูล ท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชน
สายตาของผู้คนเบื้องล่างมองไปยังห้องหมายเลข 12 ด้วยความตื่นตะลึงระคนเลื่อมใส นี่คือผู้กล้าจากหนใดถึงไม่เกรงกลัวบารมีของสำนักหนานไห่เช่นนี้?
“30,000!”
ผู้อาวุโสห้าแห่งสำนักหนานไห่ขานราคาอีกครั้ง พร้อมตะคอกเสียงดังลั่น “ไอ้สวะห้อง 12! ถ้าเจ้าแน่จริงก็เกทับมาอีกสิวะ!”
ได้ยินคำหยาบคายเช่นนี้ เหล่าว่านด้านล่างก็ทนไม่ไหว “แขกผู้มีเกียรติห้องหมายเลข 10 โปรดระวังกิริยาด้วยขอรับ!”
การใช้อิทธิพลกดดัน ทางหอสมบัติหนานจางอาจจะพอหลับหูหลับตาได้บ้าง แต่การข่มขู่ลูกค้าคนอื่นอย่างโจ่งแจ้งกลางงานประมูลเยี่ยงนี้ ถือเป็นการท้าทายอำนาจและเกียรติยศของหอสมบัติหนานจางโดยตรง
“โลหิตมังกรวารีหยดนี้ สำนักหนานไห่ของข้าจะเอาด้วยราคา 30,000 หินวิญญาณ!”
ผู้อาวุโสห้าแค่นเสียงฮึดฮัดก่อนจะเงียบไป แต่ความหมายแฝงในน้ำเสียงนั้น ใครฟังก็รู้ว่ามันคือคำสั่งตายตัว
เหล่าว่านหน้าเสีย อดไม่ได้ที่จะหันไปมองห้องหมายเลข 12 ด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าอีกฝ่ายจะถอดใจเพราะไม่อยากมีปัญหา
“31,000!”
แต่ดูเหมือนความกังวลของเขาจะเป็นเรื่องไร้สาระ
ทันทีที่ได้ยินเสียงขานราคา เหล่าว่านก็ดีดตัวผางด้วยความตื่นเต้นสุดขีด “31,000 หินวิญญาณ! แขกผู้มีเกียรติห้องหมายเลข 12 ให้ราคา 31,000 หินวิญญาณ!!”
“ไอ้สวะ… เจ้ากล้ามากนะ!”
เสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งดังลอดออกมาจากห้องหมายเลข 10
ผู้คนในงานต่างพากันตัวสั่นสะท้าน รู้ได้ทันทีว่าคนในห้องหมายเลข 12 ได้ล่วงเกินผู้อาวุโสห้าแห่งสำนักหนานไห่จนถึงขั้นแตกหักแล้ว
จางอวิ๋นยังคงนั่งจิบชาด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ยี่หระต่อคำขู่
เมื่อเห็นว่าห้องหมายเลข 10 เงียบไปหลังจากขู่ทิ้งท้าย เหล่าว่านก็รู้ว่าคงจบแค่นี้ แม้ราคาจะยังต่ำกว่าที่คาดไว้บ้าง แต่เขาก็จำใจยกค้อนขึ้นเตรียมตัดสิน
“40,000!”
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังผ่าความเงียบขึ้นมาราวกับสายฟ้าฟาด
ทุกคนชะงักกึก
จางอวิ๋นเองก็ชะงักมือที่กำลังถือถ้วยชา ขมวดคิ้วหันไปมองห้องหมายเลข 5 ที่จู่ๆ ก็โผล่เข้ามาปาดหน้า
“40,000 หินวิญญาณ! แขกผู้มีเกียรติห้องหมายเลข 5 ให้ราคา 40,000 หินวิญญาณ! มีใครให้สูงกว่านี้ไหมขอรับ??”
เหล่าว่านแทบจะกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจจนลืมวัย
จางอวิ๋นสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วขานราคาต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “41,000!”
“50,000!”
สิ้นเสียงของเขา ห้องหมายเลข 5 ก็สวนกลับทันทีโดยไม่ให้พักหายใจ
ฮือฮา!
ทั่วทั้งลานประมูลเกิดเสียงฮือฮาดังระงมจนอื้ออึง
ห้องหมายเลข 5 นี่มันเกิดบ้าเลือดอะไรขึ้นมา?
เพิ่มทีละหนึ่งหมื่น! นี่เห็นหินวิญญาณเป็นเพียงก้อนกรวดข้างทางหรืออย่างไร?
“51,000!”
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้หายตกใจ เสียงของจางอวิ๋นก็ตามมาติดๆ
ทุกคนอ้าปากค้าง… นี่ก็ยังตามอีกเหรอ?
“51,000 หินวิญญาณ! แขกผู้มีเกียรติห้องหมายเลข 12 ให้ราคา 51,000 หินวิญญาณ!! ยังมีใครให้สูงกว่านี้ไหมขอรับ!?”
เหล่าว่านตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ สายตามองไปยังห้องหมายเลข 5 อย่างมีความหวัง
นึกว่าจะจบที่สามหมื่นนิดๆ ที่ไหนได้ ดันพุ่งทะยานมาถึงห้าหมื่นกว่า! นี่มันเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ไฟกะพริบชัดๆ!
จะไปต่ออีกไหมนะ?
ณ ห้องรับรองหมายเลข 5
“มันบ้าไปแล้วรึไง?”
เมิ่งจงจ้องเขม็งไปที่ทิศทางของห้องหมายเลข 12 ใบหน้ามืดครึ้มลงจนแทบหยดเป็นน้ำหมึก
ครั้งนี้ ‘ท่านผู้นั้น’ มอบหินวิญญาณมาให้เขาทั้งหมด 50,000 ก้อน พร้อมคำสั่งตายตัวว่าต้องนำโลหิตมังกรวารีทองคำกลับไปให้ได้ เขาตั้งใจเกทับทีละหมื่นเพื่อให้ไอ้คนในห้อง 12 มันถอดใจ แต่ไอ้บ้านั่นดันตามมาถึง 51,000! มันมีหินวิญญาณเหลือใช้หรือไงกัน?
“60,000!”
เมิ่งจงกัดฟันกรอด ตะโกนขานราคาออกไปทั้งน้ำตาตกใน
ภารกิจของท่านผู้นั้น จะล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้ต้องควักเนื้อตัวเองจ่ายก็ต้องเอามาให้จงได้!
“61,000!”
แต่เสียงที่ดังสวนกลับมาจากห้องหมายเลข 12 แทบจะทันที ทำเอาดวงตาของเขาแทบถลนออกจากเบ้า
ไอ้เชี่ยนี่มันบ้าของจริงรึเปล่าวะเนี่ย??
เมิ่งจงกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น เขาตรวจสอบหินวิญญาณทั้งหมดที่มีในแหวนมิติอย่างร้อนรน แล้วตะโกนออกมาเกือบจะเป็นเสียงคำรามด้วยความสิ้นหวัง
“70,000!”
“71,000!”
ทว่า… เสียงขานราคาที่ตามมาแบบไร้รอยต่อนั้น ทำเอาพลังเฮือกสุดท้ายที่เขารีดเค้นออกมาพังทลายลงในพริบตา
เขาหันขวับไปมองห้องหมายเลข 12 ด้วยสายตาอาฆาตแค้นแทบกระอักเลือด
ไอ้บ้าเอ๊ย!
ไอ้หมอนี่มันเสียสติไปแล้วแน่ๆ!!
ผู้คนในลานประมูลเองก็นั่งงงเป็นไก่ตาแตก
เดิมทีน่าจะจบตั้งแต่สามหมื่นกว่า ไหงมันพุ่งทะลุมาถึงเจ็ดหมื่นกว่าได้ฟะเนี่ย?
ณ ห้องรับรองหมายเลข 12
จางอวิ๋นมีสีหน้าเรียบเฉยดุจบ่อน้ำลึก
สำหรับของชิ้นอื่น ถ้าแพงเกินไปเขาก็พร้อมเท แต่สำหรับสิ่งที่มีผลสำคัญต่ออนาคตของลูกศิษย์อย่างสวีหมิงแบบนี้ ต่อให้ต้องล้างผลาญหินวิญญาณจนหมดตัว เขาก็ต้องเอามาให้ได้!
เพราะนี่ไม่เพียงแค่เพื่อสวีหมิง แต่ยังหมายถึงการยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเขาเองผ่านระบบคืนกำไรด้วย
“แขกผู้มีเกียรติห้องหมายเลข 12 ให้ราคา 71,000 หินวิญญาณ! มีใครให้สูงกว่านี้ไหมขอรับ?”
บนเวที เหล่าว่านยิ้มแก้มแทบปริ
รออยู่สักพัก เมื่อเห็นว่าห้องหมายเลข 5 เงียบสนิท เขาจึงไม่รีรอที่จะฟาดค้อนลงทันที
ปัง!
“ดีล! ปิดการขาย!”
เฮ้อ!
จางอวิ๋นถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็ได้มาจนได้
“เจ็ดหมื่นหนึ่งพันหินวิญญาณ… จุ๊ๆๆ ช่างเป็นคนโง่ที่เงินหนาจริงๆ!”
ทันใดนั้น เสียงเยาะเย้ยถากถางก็ลอยมาจากห้องหมายเลข 10 ของผู้อาวุโสห้าแห่งสำนักหนานไห่
จางอวิ๋นยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา ก่อนจะกดปุ่มสื่อสาร สวนกลับไปเสียงเรียบ
“สำนักหนานไห่ตกต่ำถึงเพียงนี้เชียวรึ? พอไม่มีปัญญาจ่าย… ก็ทำได้เพียงพ่นวาจาเหม็นเปรี้ยวออกมาแก้เก้อกระนั้นหรือ?”
“ไอ้สวะ! แกอยากตายนักใช่มั้ย!?”
ผู้อาวุโสห้าตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล
“หึ!”
จางอวิ๋นเพียงแค่แค่นเสียงหัวเราะเบาๆ แล้วปิดอุปกรณ์สื่อสาร ตัดบทสนทนาทันทีอย่างไม่ไยดี
ณ ห้องรับรองหมายเลข 10
ผู้อาวุโสห้าที่มีรอยแผลเป็นน่ากลัวบนใบหน้าโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม แรงกดดันระดับจินตานขั้นสูงสุดแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องบิดเบี้ยว ดวงตาจ้องเขม็งไปยังห้องหมายเลข 12 ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
เขาตัดสินใจแล้ว… ทันทีที่จบงานประมูล เขาจะลากคอไอ้สวะปากดีในห้องนั้นออกมาสับให้เละเป็นโจ๊ก!
……
“ลำดับต่อไป คือสินค้าระดับสูงชิ้นที่สองของช่วงนี้!”
เมื่อเห็นว่าศึกน้ำลายระหว่างห้องวีไอพีสงบลงแล้ว เหล่าว่านจึงรีบดำเนินการต่อ “สินค้าชิ้นนี้มีความพิเศษ เพราะเป็นการนำสมุนไพรวิญญาณสองชนิดมามัดรวมประมูลคู่กัน และทั้งสองชนิดนี้ ล้วนเป็นสมุนไพรวิญญาณระดับสูงที่มีอายุมากกว่า 190 ปีขึ้นไป!”
สิ้นเสียง หญิงสาวในชุดกี่เพ้าสองนางก็เดินถือถาดออกมาวางบนโต๊ะ
จางอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย
รอดูตั้งนานว่าสมุนไพรอีกสองต้นของเขาหายไปไหน ที่แท้ก็เอามามัดรวมขายตรงนี้นี่เอง!
ก็นับว่าสมเหตุสมผลอยู่ แยกขายเดี่ยวๆ อาจจะไม่คู่ควรกับตำแหน่งสินค้าระดับสูงในช่วงที่สองนี้
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอิทธิพลจากการแย่งชิงโลหิตมังกรเมื่อครู่หรือเปล่า การประมูลรอบนี้จึงดุเดือดเป็นพิเศษ สุดท้ายสมุนไพรวิญญาณแพ็คคู่นี้ก็ตกเป็นของห้องหมายเลข 4 ในราคา 65,000 หินวิญญาณ
จางอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองห้องหมายเลข 4 อีกครั้ง
เพราะผลวิญญาณปฐพีก่อนหน้านี้ ก็ถูกคนกลุ่มนี้ประมูลไป เท่ากับว่าสมุนไพรวิญญาณระดับสูงทั้งสามต้นของเขา ถูกเหมาไปโดยคนกลุ่มเดียวกันในราคารวม 95,000 หินวิญญาณ
ต้องยอมรับเลยว่า การประมูลนี่มันหอมหวานจริงๆ!
ตอนแรกเขาประเมินว่าขายให้หอสมบัติหนานจางโดยตรงคงได้สัก 60,000 หินวิญญาณก็หรูแล้ว แต่นี่ดันได้กำไรเพิ่มมาอีกกว่า 50%
“ลำดับต่อไป คือสินค้าชิ้นสุดท้ายที่เป็นไฮไลท์ของงานประมูลในค่ำคืนนี้… สิ่งนี้มีความพิเศษกว่าสินค้าชิ้นอื่นๆ ที่ผ่านมา เพราะมันคือ… สิ่งมีชีวิต!”