ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 85 เคล็ดวิชาผู้บำเพ็ญเพียรโบราณ
“สุรเสียงแห่งธรรม! นี่คือสุรเสียงแห่งธรรมที่จะปรากฏขึ้นเมื่อมียอดคนรังสรรค์เคล็ดวิชาระดับเข้าขั้นขึ้นมาเท่านั้น!!”
“คุณพระช่วย! แผ่นหยกบันทึก! นี่มันแผ่นหยกที่ยอดคนยุคโบราณใช้บันทึกเคล็ดวิชาระดับเข้าขั้นนี่นา!!”
“สมบัติล้ำค่า! นี่มันสุดยอดสมบัติพลิกฟ้าชัดๆ!!”
……
ทั่วทั้งถนนหนานเป่าระเบิดความฮือฮาขึ้นทันที ราวกับน้ำเดือดพล่านในกระทะ
เคล็ดวิชาระดับเข้าขั้น… อย่างน้อยที่สุดต้องเป็น ‘ระดับวิญญาณ’
เคล็ดวิชาชิ้นนี้หากนำไปวางไว้ในสำนักใดก็ตามในแคว้นหนานอวิ๋น ย่อมถูกยกย่องเชิดชูให้เป็น ‘เคล็ดวิชาพิทักษ์สำนัก’ ที่มีมูลค่ามหาศาลประเมินค่ามิได้
และยิ่งแผ่นหยกบันทึกตรงหน้านี้เป็นของที่ผู้บำเพ็ญเพียรยุคโบราณใช้ นั่นหมายความว่าเคล็ดวิชาระดับเข้าขั้นที่ถูกบันทึกไว้ข้างใน มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็น ‘เคล็ดวิชาผู้บำเพ็ญเพียรโบราณ’
ในแง่ของมูลค่า มันย่อมสูงส่งกว่าเคล็ดวิชาระดับวิญญาณทั่วไปหลายเท่าตัวนัก!
ประการแรกคือความหายากระดับตำนาน
ประการที่สองและสำคัญที่สุดคือ เคล็ดวิชาโบราณมักจะมีความแตกต่างจากเคล็ดวิชาของผู้บำเพ็ญเพียรในยุคปัจจุบัน ซึ่งมักจะซ่อนเร้นไว้ด้วยภูมิปัญญาอันลึกล้ำหรือเทคนิคพิสดารที่สาบสูญไปแล้วตามกาลเวลา
มูลค่าของมันมหาศาลจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูด!
สำหรับเคล็ดวิชาผู้บำเพ็ญเพียรโบราณเช่นนี้ ‘หอสมบัติหนานจาง’ ได้ประกาศรับซื้ออย่างเปิดเผยมาตลอด ขอเพียงเป็นระดับเข้าขั้น… ราคาเริ่มต้นอย่างต่ำก็สตาร์ทที่หนึ่งแสนหินวิญญาณ!
หนึ่งแสนหินวิญญาณเชียวนะ!
แค่คิดถึงตัวเลขนี้ ทุกคนก็แทบคลั่งตายด้วยความอิจฉา
จางอวิ๋นเองก็เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
แม้จะคาดเดาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอาจจะเป็นแผ่นหยกบันทึกเคล็ดวิชาระดับสูง แต่เขาไม่นึกเลยว่าจะล้ำค่าถึงขั้นเปล่ง ‘สุรเสียงแห่งธรรม’ ออกมาได้เช่นนี้
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาสีเขียวปั๊ดที่เปี่ยมไปด้วยความโลภของฝูงชนรอบข้าง จางอวิ๋นไม่รอช้า รีบคว้าแผ่นหยกจากมือศิษย์หญิงมาเก็บลงในแหวนมิติทันที
ในเมื่อสามารถเปล่งสุรเสียงแห่งธรรมได้ มูลค่าของเคล็ดวิชาในแผ่นหยกนี้ ก็คงไม่ด้อยไปกว่าแก่นผลึกสัตว์วิญญาณระดับหยวนอิงที่เขาเก็บซ่อนไว้เท่าไหร่แล้ว!
จนกระทั่งแผ่นหยกถูกมือของจางอวิ๋นกุมไว้จนมิดชิด ผู้คนในงานถึงได้เริ่มสงบสติอารมณ์ลงบ้าง
แต่เมื่อมองไปที่จางอวิ๋น แต่ละคนก็อิจฉาตาร้อนผ่าวจนแทบกระอักเลือดออกมา
นี่มันดวงประเภทไหนกัน?
หินไข่สองก้อน… ก้อนแรกผ่าเจอเขี้ยวเจียวมังกรระดับหยวนอิง ก้อนที่สองยิ่งเว่อร์วังอลังการ ผ่าเจอแผ่นหยกบันทึกที่เปล่งเสียงแห่งธรรมออกมาได้
เหล่าเซียนพนันที่สิงสถิตอยู่ถนนหนานเป่ามานานต่างพากันงุนงงเป็นไก่ตาแตก
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่การแข่งขันล่าขุมทรัพย์มีของดีขนาดนี้หลุดออกมา?
ในความทรงจำของพวกเขา หินไข่ที่สำนักหนานไห่เอามาจัดแข่ง เก้าในสิบส่วนคือหินขยะหลอกเด็ก ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยมีของดีจริงๆ หลุดออกมาเลย อย่างเก่งที่สุดก็แค่ผลึกโลหิตวิญญาณแบบที่เพิ่งออกไปเมื่อครู่ นั่นก็นับว่าเป็นของที่ดีที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์เคยจารึกไว้แล้ว
เขี้ยวเจียวมังกร… แผ่นหยกบันทึกเคล็ดวิชาโบราณ…
นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
กลางเวหา บนหลังอินทรีขนขาวขนาดยักษ์ ผู้อาวุโสห้าแห่งสำนักหนานไห่ตอนนี้ยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหินไปเรียบร้อย
อะไรวะนั่น?
แผ่นหยกบันทึกเคล็ดวิชาผู้บำเพ็ญเพียรโบราณ?
ไอ้กองหินขยะที่เตรียมมาสำหรับการแข่งปาหี่เนี่ยนะ จะมีของวิเศษแบบนี้หลุดออกมาได้??
เขาไม่อยากจะเชื่อ และยอมรับไม่ได้อย่างแรง!
เพราะของพวกนี้เดิมทีควรจะเป็นสมบัติของสำนักหนานไห่ แต่ตอนนี้กลับถูกผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนคนนี้ผ่าเอาไปต่อหน้าต่อตา เท่ากับว่าพวกเขาขาดทุนยับเยินกว่าหนึ่งแสนหินวิญญาณ!
มองดูจางอวิ๋นที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านล่าง สายตาของผู้อาวุโสห้าเริ่มหรี่ลงด้วยความระแวง
มีปัญหา!
ผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนคนนี้… ต้องมีปัญหาแน่ๆ!!
คนจำนวนมากในงานก็เริ่มมีความคิดคล้ายๆ กัน
ถ้าผ่ากองหินขยะแล้วเจอของดีชิ้นเดียวอาจจะเรียกว่าดวงดี แต่เจอของดีระดับท็อปถึงสองชิ้นติดๆ กันแบบนี้…
มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่!
หนึ่งในนั้นคือชายวัยกลางคนในชุดหรูหรา เขาจ้องมองจางอวิ๋นพลางครุ่นคิดอย่างหนัก
ก่อนหน้านี้ที่แผงขายของแผงแรก เขาเห็นจางอวิ๋นผ่าหินที่ดูเหมือนขยะออกมาเป็นหยกวารีผสานโลหิตสัตว์วิญญาณระดับหยวนอิง ในสายตาเขาหยกชิ้นนั้นมีมูลค่าเกินห้าหมื่นหินวิญญาณ เขาจึงเสนอราคาขอซื้อ แต่จางอวิ๋นปฏิเสธไปอย่างไม่ไยดี
ตอนนี้มาเห็นอีกฝ่ายผ่าได้ทั้งเขี้ยวเจียวมังกร และแผ่นหยกบันทึกอีก…
เขามั่นใจแล้ว!
คนผู้นี้มีวิธีมองเห็นว่าหินก้อนไหนมีสมบัติซ่อนอยู่!
พอคิดได้แบบนี้ ลมหายใจของชายชุดหรูก็เริ่มถี่กระชั้น จ้องมองจางอวิ๋นราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่าที่หาที่เปรียบไม่ได้
ทางด้านผู้อาวุโสของทั้งสองสำนัก มองจางอวิ๋นด้วยความมึนงงสับสน
หมอนี่มันยังไงกันแน่?
จะบอกว่าแค่ดวงดี… มันไม่น่าจะดีได้โลดโผนโจนทะยานขนาดนี้ไหม!
หรือว่าหมอนี่จะดูของเป็นจริงๆ?
ผู้อาวุโสสำนักหนานซานหน้าดำคร่ำเครียดราวกับก้นหม้อ
ก่อนงานประลองแลกเปลี่ยนสองสำนักจะเริ่ม ในที่ประชุมของสำนักหนานซานได้พูดถึงจางอวิ๋นเอาไว้ว่า เป็นแค่ขยะที่ระดับพลังตกร่วง เป็นตัวตลกที่พวกเขาจะใช้เหยียบย่ำสำนักหลิงเซียนให้จมดิน
ผลปรากฏว่าในงานประลอง กลับเป็นพวกเขาที่โดนอีกฝ่ายเหยียบจนจมธรณีหน้าแหกยับเยิน
ความแข็งแกร่งระดับสังหารราชันย์หมีน้ำตาลวิญญาณระดับจินตาน... สภาพศพที่น่าอนาถของผู้อาวุโสห้า หก และเจ็ดของสำนักพวกเขา… ทุกอย่างยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ
แล้วตอนนี้… เจ้านี่ยังจะดูของเป็นอีกเหรอ?
นี่มันไม่ใช่ขยะตัวตลกแล้ว นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
คนของสำนักหลิงเซียนปฏิกิริยาอาจจะไม่รุนแรงเท่า แต่ทุกคนก็มองจางอวิ๋นเหมือนได้เปิดโลกใบใหม่ พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ผู้อาวุโสเก้าจะมีความสามารถรอบด้านขนาดนี้!
แต่ถ้าจะถามว่าใครที่มีปฏิกิริยารุนแรงที่สุด แน่นอนว่าต้องเป็น… เมิ่งจง
เมิ่งจงจ้องมองจางอวิ๋นด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบจะกัดฟันกรามแตกละเอียด
โดยเฉพาะเมื่อเห็นผลประกอบการของหินไข่สิบก้อนของเขากับลูกศิษย์ ที่ผ่าออกมาแล้วได้แค่เศษหยกสิบชิ้น…
คลั่ง!
เขาแทบคลั่งตายชัก!
ทำไม?
ทำไมไอ้สวะจางอวิ๋นถึงได้โชคดีขนาดนี้ ในขณะที่ข้าทำอะไรก็ติดขัดพังพินาศไปหมด??
ย้อนไปตั้งแต่ตอนเข้าสำนักใหม่ๆ เขาควรจะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของรุ่น แต่เพราะมีจางอวิ๋น เขาถึงโดนกดให้เป็นรองตลอดกาล
ฝึกฝนทักษะการต่อสู้ระดับสูงของสำนัก เขาใช้เวลาสองปีจนชำนาญ… จางอวิ๋นใช้เวลาแค่ปีครึ่ง!
รับภารกิจสังหารพยัคฆ์เขียวแดงระดับสร้างรากฐานขั้นหนึ่ง เขาใช้เวลาหนึ่งเดือน… จางอวิ๋นใช้เวลาแค่ครึ่งเดือนก็กลับมารับรางวัลแล้ว!
ทุกเรื่องราว ทุกเหตุการณ์ มันทำให้เขาทั้งเกลียดทั้งอิจฉาจนเข้ากระดูกดำ
เพื่อที่จะเหยียบจางอวิ๋นให้จมดิน เขาถึงขนาดยอมลดตัวลงไปเป็นสุนัขรับใช้ของ ‘ท่านผู้นั้น’
อุตส่าห์รอจนจางอวิ๋นจินตานแตกสลาย ระดับพลังร่วงหล่น นึกว่าจะได้เวลาเหยียบย่ำให้สาแก่ใจ แต่เขายังไม่ทันได้ออกแรงเหยียบเลย…
จางอวิ๋นก็ผงาดกลับมาซะแล้ว!
ตบหน้าเขาในงานรับศิษย์… ระเบิดพลังในงานประลองแลกเปลี่ยน… ลูกศิษย์กวาดอันดับท็อปเทนในการประลองศิษย์… แล้วยังก่อปรากฏการณ์สะเทือนเลื่อนลั่นตอนควบแน่นจินตานใหม่…
เขาไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมจางอวิ๋นที่ควรจะกลายเป็นคนพิการไปแล้ว ถึงยังกลับมาผงาดค้ำฟ้าได้อีก?
ตาย!
แกจะต้องตาย!!
เมื่อนึกขึ้นได้ว่า ‘ท่านผู้นั้น’ กำลังจะลงมือ เมิ่งจงก็จ้องจางอวิ๋นเขม็ง กัดฟันกรอดด้วยความอาฆาตมาดร้าย
ตอนนี้เขาไม่อยากเห็นหน้าจางอวิ๋นอีกแม้แต่วันเดียว!
……
ไม่มีปาฏิหาริย์อื่นใดพลิกโผ
เมื่อแผ่นหยกบันทึกปรากฏ ผู้ชนะอันดับหนึ่งของการแข่งขันล่าขุมทรัพย์ก็ถูกล็อกผลทันทีอย่างเป็นเอกฉันท์
“ยินดีกับสหายเต๋าจากสำนักหลิงเซียนด้วย ที่คว้าอันดับหนึ่งในการแข่งครั้งนี้… นี่คือเงินรางวัล!”
ผู้อาวุโสห้าแห่งสำนักหนานไห่จำใจร่อนลงมาหาจางอวิ๋น ฝืนฉีกยิ้มส่งแหวนมิติให้
“ขอบใจ!”
จางอวิ๋นยิ้มรับอย่างสบายอารมณ์
เห็นรอยยิ้มนั้น หัวใจของผู้อาวุโสห้าก็เหมือนโดนมีดกรีดเฉือน
สมบัติมูลค่ากว่าแสนหินวิญญาณ… บวกกับเงินรางวัลอีกหนึ่งหมื่น…
แม้ภาพรวมงานนี้สำนักหนานไห่จะยังกำไรอยู่ แต่เขาก็รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างบอกไม่ถูก
เพราะสมบัติที่อีกฝ่ายผ่าได้ มันควรจะเป็นของสำนักหนานไห่โว้ย!
ภายในงาน
มองดูจางอวิ๋นรับเงินรางวัล ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหลิงเซียนและคนอื่นๆ ต่างพากันมองตาละห้อย
พอนึกถึงตัวเอง หินคนละสิบก้อนผ่าออกมาเจอแต่เศษขยะ ไปๆ มาๆ รอบนี้โดนสำนักหนานไห่ฟันหัวแบะไปคนละเกือบสองหมื่นหินวิญญาณ เทียบเท่าเบี้ยหวัดสิบปีของพวกเขาเลยนะนั่น!
ตอนนี้พวกเขาซาบซึ้งถึงคำเตือนของท่านเจ้าสำนักหลิงเซียนแล้ว
หน้าด้าน!
สำนักหนานไห่นี่มันเป็นสำนักที่หน้าด้านไร้ยางอายจริงๆ!!
“ผู้อาวุโสเก้าหลิงเซียน… ผู้อาวุโสใหญ่ของพวกเราอยากพบท่านสักหน่อย ไม่ทราบว่าตอนนี้พอจะมีเวลาหรือไม่?”
จางอวิ๋นรับรางวัลเสร็จเตรียมจะชิ่ง แต่จู่ๆ เสียงส่งกระแสจิตของผู้อาวุโสห้าก็ดังขึ้นข้างหู แฝงไว้ด้วยความกดดันบางเบา
เหลือบมองใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นที่กำลังฉีกยิ้มจอมปลอมนั่น ผู้อาวุโสใหญ่หนานไห่อยากเจอ? ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไร
“ขออภัย… ช่วงนี้ข้าค่อนข้างยุ่ง ไม่สะดวกไปพบ!”
พูดจบไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับ จางอวิ๋นหันหลังเดินหนีทันทีอย่างไม่ไยดี
รอยยิ้มบนหน้าผู้อาวุโสห้าแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างมองแผ่นหลังของจางอวิ๋นอย่างไม่อยากเชื่อ
ไอ้หมอนี่กล้าปฏิเสธ?
สีหน้าของเขาทะมึนลงทันที
กล้าปฏิเสธคำเชิญของสำนักหนานไห่ แถมยังเป็นการปฏิเสธในถิ่นของพวกเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เจอคนกล้าดีแบบนี้!
“ดีมาก!”
มองแผ่นหลังที่เดินจากไปของจางอวิ๋น แววตาของเขาฉายประกายอำมหิตลึกล้ำ
จางอวิ๋นไม่สนหรอกว่าอีกฝ่ายจะคิดยังไง
กับสำนักหน้าด้านพรรค์นี้ ไม่จำเป็นต้องไว้หน้า!
ที่สำคัญคือ เขาเองก็มี ‘คนหนุนหลัง’ เหมือนกัน!
เมื่อรู้ถึงความแข็งแกร่งระดับปีศาจของท่านเจ้าสำนักหลิงเซียน จางอวิ๋นก็ไม่กลัวสำนักหนานไห่เลยสักนิด ตีกันไม่ไหว เดี๋ยวก็มีท่านเจ้าสำนักมาคอยชนให้!
คิดๆ ดูแล้ว… การมีเจ้าสำนักเก่งๆ นี่มันก็ดีเหมือนกันแฮะ!
มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย จางอวิ๋นเตรียมจะเดินกลับที่พักอย่างสบายใจ
“สหายเต๋า… โปรดระงับฝีเท้า!”
ทันใดนั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู
……