ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 86 แผนซ้อนแผน
บุรุษวัยกลางคนในอาภรณ์หรูหราสูงศักดิ์ ก้าวเดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของจางอวิ๋นด้วยท่าทีนอบน้อม
“ท่านคือ…”
จางอวิ๋นปรายตามองอีกฝ่ายด้วยความงุนงงเล็กน้อย แต่เพียงชั่วครู่ความทรงจำก็ผุดขึ้นมา “คนที่ขอซื้อ ‘หยกฉลามวิญญาณผลึก’ ก่อนหน้านี้?”
“ความจำสหายเต๋าช่างเลิศล้ำนัก เป็นเกียรติที่ยังจำผู้น้อยได้!”
ชายชุดหรูยิ้มตอบอย่างสุภาพ ทว่าภายในใจกลับลอบตื่นตระหนก
หยกฉลามวิญญาณผลึก?
ก่อนหน้านี้ในยามที่จางอวิ๋นผ่าหินได้หยกวารีที่แผงขาย ตัวเขาเองดูออกเพียงว่ามันเปื้อนโลหิตสัตว์วิญญาณระดับหยวนอิง แต่ไม่อาจระบุได้แน่ชัดว่าเป็นโลหิตของสัตว์ชนิดใด
ทว่าคนตรงหน้ากลับเอ่ยระบุชื่อออกมาได้อย่างชัดเจนแม่นยำ แสดงว่าในวินาทีที่ผ่าหินออกมา อีกฝ่ายก็มองทะลุปรุโปร่งถึงแก่นแท้ของมันแล้ว!
จางอวิ๋นรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากเอ่ยชื่อเฉพาะออกไป แต่ก็หาได้ใส่ใจไม่
หยกฉลามวิญญาณผลึกถูกผ่าออกมาจนเห็นเนื้อในแล้ว ผู้ที่มีสายตาเฉียบคมหน่อยหากพิจารณาดีๆ ก็ย่อมดูออก ไม่ใช่เรื่องแปลกพิสดารอันใด
“ท่านมีธุระอันใดกับข้า?”
จางอวิ๋นเอ่ยถามเสียงเรียบ
ชายชุดหรูพยักหน้าเล็กน้อย “สหายเต๋า ผู้น้อยมีเรื่องอยากจะรบกวนขอแรงท่านสักหน่อยขอรับ!”
“ขอแรง?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วมองหน้าอีกฝ่าย
ชายชุดหรูรีบกล่าวเสริมทันทีด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผู้น้อยยินดีจ่ายค่าตอบแทนให้อย่างงาม ไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นหินวิญญาณแน่นอนขอรับ!”
“หืม?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วสูงขึ้นกว่าเดิม
หลักหมื่นหินวิญญาณ? งานประเภทใดกันถึงได้มีค่าแรงแพงระยับเยี่ยงนี้?
“ผู้น้อยเฝ้าสังเกตสหายเต๋ามาสักพักแล้ว รู้สึกเลื่อมใสในสายตาการมองสมบัติของท่านยิ่งนัก!”
ชายชุดหรูอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ดังนั้นจึงอยากจะไหว้วานให้สหายเต๋าช่วยตรวจสอบ ‘หินไข่’ ให้สักล็อตหนึ่ง…”
“ดูหินไข่?”
จางอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “ท่านยกย่องข้าเกินไปแล้ว ข้าเพียงแค่พอมีสายตาอยู่บ้าง แต่ก็มิได้ถึงขั้นฟันธงได้ว่าก้อนไหนมีของวิเศษ… เรื่องเสี่ยงดวงพรรค์นี้ต้องอาศัยวาสนาพาไปทั้งสิ้น ท่านไปหาผู้อื่นเถิด!”
กล่าวจบเขาก็ทำท่าจะเดินหนี
ให้ช่วยดูหิน?
สู้เอาเวลาไปเดินหาของดีเข้าตัวไม่ประเสริฐกว่าหรือ? อีกประการหนึ่ง การดูหินไข่เป็นศาสตร์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ หากเกิดในหินของอีกฝ่ายไม่มีของดี หรือมีแต่ไม่คุ้มค่าจ้าง ดีไม่ดีอาจจะเบี้ยวเงินพาลหาเรื่องปวดหัวให้เขาอีก
เขาไม่อยากเสียเวลากับเรื่องวุ่นวายพรรค์นี้
“สหายเต๋าช้าก่อน! ข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านยืนยันว่ามีของหรือไม่ เพียงแค่ช่วยประเมินว่าหินล็อตนี้น่าลงทุนซื้อหรือไม่ก็พอ!”
ชายชุดหรูเห็นเขาจะจากไปก็เริ่มร้อนรน รีบกล่าวรัวเร็ว “เรียนตามตรง ช่วงนี้ผู้น้อยกำลังเล็งจะเหมาหินไข่คุณภาพดีล็อตใหญ่ แต่ด้วยจำนวนที่มากเลยยังลังเลตัดสินใจไม่ได้ ผู้น้อยมี ‘หินบันทึกภาพ’ แบบเดียวกับในงานประลองเมื่อครู่ ซึ่งบันทึกภาพของจริงของหินล็อตนี้เอาไว้ สหายเต๋าเพียงแค่ช่วยดูผ่านภาพมายาแล้วบอกว่าน่าซื้อหรือไม่ก็พอ เสียเวลาท่านเพียงไม่กี่เค่อ ข้ายินดีจ่ายให้สองหมื่นหินวิญญาณเป็นค่าเสียเวลาทันที!”
“เพียงแค่ดูภาพบันทึก?”
จางอวิ๋นชะงักฝีเท้า
“ถูกต้องขอรับ”
ชายชุดหรูพยักหน้าหนักแน่นยืนยัน “เมื่อดูจบ ท่านเพียงแค่บอกผู้น้อยคำเดียวว่า ‘คุ้ม’ หรือ ‘ไม่คุ้ม’ แค่นั้นจบเลย!”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วครุ่นคิด
ฟังดูไม่เสียหาย… เพียงแค่กวาดตามองแวบเดียวก็ได้เงินสองหมื่นหินวิญญาณเข้ากระเป๋า งานหมูๆ เยี่ยงนี้ก็นับว่าไม่เลว
จึงเอ่ยถามสั้นๆ “ดูที่ไหน?”
ชายชุดหรูผายมือไปทางเหลาอาหารหรูหราที่ตั้งอยู่ข้างทาง “สหายเต๋า ผู้น้อยจองห้องส่วนตัวไว้ที่เหลาข้างๆ นี้แล้ว!”
จางอวิ๋นกวาดตามองเหลาอาหารแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้า “นำทางไป!”
“เชิญทางนี้ขอรับ!”
ชายชุดหรูผายมือเชิญอย่างนอบน้อมดุจบ่าวรับใช้ แล้วรีบเดินนำเข้าไปในเหลาอาหาร
จางอวิ๋นก้าวเท้าเดินตามไปอย่างไม่รีบร้อน
ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึงห้องส่วนตัวอันเงียบสงบบนชั้นสอง
“สหายเต๋าอยากทานอะไรหรือไม่? สั่งได้เต็มที่ ผู้น้อยขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงเอง!”
“ไม่ล่ะ!”
จางอวิ๋นยกมือปฏิเสธเมนูที่ยื่นมา ตัดบททันที “เอาหินบันทึกภาพออกมาเลย!”
ชายชุดหรูเดินไปรูดม่านหน้าต่างปิดจนมิดชิด ตรวจสอบความเรียบร้อยรอบห้องอย่างละเอียดลออ แล้วจึงค่อยหยิบหินบันทึกภาพออกมาวางบนโต๊ะ
เห็นท่าทางระแวดระวังตัวแจขนาดนั้น จางอวิ๋นก็ลอบเลิกคิ้วในใจ
ระวังตัวถึงเพียงนี้… หินล็อตนี้คงมีที่มาไม่ค่อยขาวสะอาดเท่าไหร่กระมัง
แต่เขาก็คร้านจะสนใจ เพียงแค่มาทำให้จบๆ ไปแล้วรับเงินก็พอ
วูบ!
ภาพโฮโลแกรมฉายขึ้นกลางห้อง ปรากฏภาพกองหินไข่จำนวนมาก
จางอวิ๋นกวาดตามองเพียงแวบเดียว ก็ต้องประหลาดใจ
เพราะหินไข่ในภาพชุดนี้ คุณภาพดีกว่าไอ้พวกหินขยะในงานแข่งปาหี่ของสำนักหนานไห่หลายขุมนัก! มีหลายก้อนที่เนื้อหยกโผล่ออกมาให้เห็นถึงครึ่งก้อน และมันไม่ใช่แค่เศษหยกแปะหน้าแบบของย้อมแมว แต่เป็นเนื้อหยกจริงๆ ที่เป็นเนื้อเดียวกับหิน
เมื่อเขาลอบโคจรพลังใช้ ‘เนตรสวรรค์’ สแกนดู ก็พบว่าส่วนใหญ่เป็นหยกเนื้อดีทั้งก้อน มีเพียงส่วนน้อยที่เป็นหยกครึ่งก้อน
ยิ่งดูก็ยิ่งทึ่ง
ในภาพมีหินไข่ประมาณสองร้อยกว่าก้อน เกินครึ่งมีของวิเศษซ่อนอยู่ เขาถึงขั้นเห็น ‘แผ่นหยกบันทึก’ อีกชิ้นซ่อนอยู่ในนั้นด้วยซ้ำ
สแกนดูคร่าวๆ แล้ว แม้แต่เขาเองยังอดใจสั่นระริกไม่ได้
มูลค่ารวมของสมบัติในหินล็อตนี้ เขาประเมินว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า ‘หนึ่งล้านหินวิญญาณ’
เหลือบมองชายชุดหรูตรงหน้า จางอวิ๋นเริ่มคาดเดาฐานะของอีกฝ่ายในใจ
ไม่ว่าหินพวกนี้จะได้มาด้วยวิธีใด… คนที่สามารถหาของระดับนี้มาครอบครองได้ ย่อมมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา!
“สหายเต๋า… เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”
เห็นเขานิ่งเงียบไป ชายชุดหรูก็รีบเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง
“ข้าไม่รู้ว่าต้นทุนที่ท่านจะซื้อหินล็อตนี้มันเท่าไหร่ แต่ถ้าดูเฉพาะตัวหินไข่พวกนี้… ซื้อได้!”
จางอวิ๋นเอ่ยฟันธงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ดวงตาของชายชุดหรูพลันส่องประกายวาววับ รีบหยิบแหวนมิติวงหนึ่งส่งให้ทันที “ขอบพระคุณสหายเต๋ายิ่งนัก!”
จางอวิ๋นรับมาตรวจสอบ ส่งจิตสัมผัสเข้าไปดูเห็นมีสองหมื่นหินวิญญาณนอนนิ่งอยู่ข้างในจริงๆ ก็อดมองอีกฝ่ายซ้ำไม่ได้
คนผู้นี้ฐานะไม่ธรรมดาจริงๆ!
เงินสองหมื่นหินวิญญาณควักจ่ายง่ายๆ ราวกับจ่ายเศษเงินซื้อขนม
แต่เขาก็ไม่อยากไปข้องแวะด้วยมากนัก เกรงจะมีปัญหาตามมาทีหลัง จางอวิ๋นจึงเอ่ยลา “ในเมื่อเสร็จธุระแล้ว งั้นข้าขอตัว!”
“เชิญตามสบายขอรับ!”
ชายชุดหรูยิ้มส่งอย่างเป็นมิตร
จางอวิ๋นเดินออกจากเหลาอาหารไปทันที
มองแหวนมิติในมือแล้วก็ยักไหล่เบาๆ
สองหมื่นหินวิญญาณนี้… ได้มาง่ายดายชะมัด!
ง่ายจนเขาเริ่มระแวงว่าฝันไปหรือเปล่า
อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองขึ้นไปที่ชั้นสองของเหลาอาหารนั้น
บางทีอีกฝ่ายอาจจะมีจุดประสงค์แอบแฝงอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ขี้เกียจจะไปคิดให้ปวดหัว เงินเข้ากระเป๋าแล้วก็ชิ่งสิครับรออะไร!
คิดได้ดังนั้นก็เดินดุ่มๆ กลับที่พักทันทีอย่างสบายใจ
……
ในขณะที่เขาเดินออกจากเหลาอาหาร บนห้องส่วนตัวชั้นสอง
ชายชุดหรูยืนสงบนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง มือแง้มม่านออกเล็กน้อย สายตามองดูแผ่นหลังของจางอวิ๋นที่เดินจากไป พลางเอ่ยถามเสียงเรียบ “ทางสำนักหนานไห่เห็นแล้วใช่หรือไม่?”
“เห็นแล้วขอรับนายท่าน!”
ที่หน้าประตูห้อง เสี่ยวเอ้อร์ของเหลาอาหารผู้หนึ่งโค้งกายตอบรับด้วยความเคารพ
“ดีมาก!”
ชายชุดหรูหันกลับมา ปรายตามองหินบันทึกภาพที่ยังเปิดฉายภาพกองหินอยู่บนโต๊ะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเย็นชาอำมหิต “ส่งคนไปยึดหินไข่ล็อตนี้มา ให้ราคาสูงหน่อยแล้วกัน… พวกมันเรียกมาสามแสนสามหมื่นหินวิญญาณใช่ไหม? งั้นก็ให้แค่เศษมันไป… สามหมื่นหินวิญญาณ! ถ้าพวกมันไม่ยอมขาย ก็ถือว่าไม่ไว้หน้า… จัดการเก็บกวาดให้เรียบอย่าให้เหลือซาก!”
“รับทราบขอรับ!”
เสี่ยวเอ้อร์รับคำสั่งแล้วถอยออกไปทันที
ชายชุดหรูมองไปทางทิศที่จางอวิ๋นเดินหายไป มุมปากแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “หินวิญญาณของ ‘กลุ่มหยกศิลา’… มันไม่ได้เอาไปง่ายๆ หรอกนะ!”
……
ในขณะเดียวกัน บนหอคอยหรูหราสูงตระหง่านแห่งหนึ่งในถนนหนานเป่า
“เจ้าว่าไงนะ?”
ผู้อาวุโสห้าแห่งสำนักหนานไห่กำหินส่งเสียงในมือแน่น ตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน
“เกิดอะไรขึ้น?”
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่ที่นอนเอนกายพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้โยก ขมวดคิ้วถามเสียงขรึม
ผู้อาวุโสห้าสีหน้าทะมึนราวกับก้นหม้อ “พี่ใหญ่! ไอ้ผู้อาวุโสเก้าของสำนักหลิงเซียนนั่น หลังจากมันบังอาจปฏิเสธคำเชิญของเรา มันก็เดินดุ่มๆ เข้าไปในเหลาอาหารของพวก ‘กลุ่มหยกศิลา’ หน้าตาเฉย!”
“แน่ใจนะ?”
ผู้อาวุโสใหญ่ลืมตาโพลง สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
ผู้อาวุโสห้าพยักหน้ารัว “ศิษย์ที่เฝ้าอยู่แถวนั้นหลายคนเห็นกับตาตัวเองขอรับ!”
ผู้อาวุโสใหญ่ขมวดคิ้ว เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางครุ่นคิด บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลง
“พี่ใหญ่… จะเอายังไงดี?”
ผู้อาวุโสห้าถามหยั่งเชิง
“เข้าออกเหลาอาหารของพวกหยกศิลาอย่างเปิดเผย ต่อหน้าต่อตาคนของเรา…”
ผู้อาวุโสใหญ่พึมพำแผ่วเบาพลางใช้ความคิด “เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกๆ หรือ?”
ผู้อาวุโสห้าเลิกคิ้ว “พี่ใหญ่ ท่านหมายความว่า…”
“ผู้อาวุโสเก้าคนนี้น่าจะโดนพวกมันวางงานเข้าให้แล้วล่ะสิ!”
ผู้อาวุโสใหญ่ลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างมองไปทางทิศที่ตั้งของเหลาอาหารนั้น น้ำเสียงพลันเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งพันปี
“แต่ในเมื่อมันกล้าเดินเข้าเหลาอาหารของพวกกลุ่มหยกศิลาหลังจากปฏิเสธข้า… ผู้อาวุโสเก้าคนนี้ ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้ดูเล่นแล้ว! หาจังหวะ… จัดการมันซะ!”
“เข้าใจแล้ว!”
ผู้อาวุโสห้าพยักหน้าแสยะยิ้ม มองไปทางโซนที่พัก แววตาฉายประกายอำมหิตบนใบหน้าที่มีรอยแผลเป็น
‘กลุ่มหยกศิลา’ หรือชื่อเต็ม ‘กลุ่มโจรสลัดหยกศิลา’ คือขั้วอำนาจโจรสลัดที่ใหญ่ที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดในน่านน้ำทะเลสีคราม
ก่อนที่สำนักหนานไห่จะก่อตั้งเป็นรูปเป็นร่าง ก็เคยฟาดฟันนองเลือดกับพวกมันมาก่อน จนสุดท้ายพ่ายแพ้ต้องถอยร่นกลับมาตั้งหลักในเขตทะเลสีครามแห่งนี้
เป้าหมายสูงสุดของสำนักหนานไห่คือการครอบครองทะเลสีครามทั้งหมด และอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดที่ขวางคอหอยอยู่ก็คือกลุ่มโจรสลัดหยกศิลานี่เอง
การที่จางอวิ๋นปฏิเสธพวกเขา แล้วไปติดต่อปฏิสัมพันธ์กับศัตรูคู่อาฆาตทันทีแบบนี้ ถือเป็นการตบหน้าฉาดใหญ่และไม่เห็นหัวสำนักหนานไห่อย่างรุนแรง!
……
ณ โซนที่พัก
จางอวิ๋นกลับมาถึงเรือนรับรอง ก็เรียกศิษย์รักทั้งสามคนมารวมตัวกัน
“ท่านอาจารย์!”
เห็นอู๋เสี่ยวพั่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยความตื่นเต้น จางอวิ๋นก็หลุดขำออกมาเบาๆ
ซ่า!
เขาโบกมือวูบ เทหินไข่ออกมากองใหญ่กองหนึ่ง
“ให้พวกเจ้าได้ลุ้นรางวัลกันเล่นๆ หินพวกนี้อาจารย์เพิ่งซื้อมาจากในตลาด มั่นใจได้ว่ามีของดีทุกก้อน แต่จะดีมากดีน้อยก็แล้วแต่ดวงวาสนาของใครของมัน…”
จางอวิ๋นยิ้มกล่าวอย่างใจดี “ตอนนี้ให้พวกเจ้าเลือกไปคนละสามก้อน แล้วผ่าดูเองเลย ผ่าได้อะไรอาจารย์ยกให้หมด ถือว่าเป็นของขวัญ!”
ได้ยินดังนั้น อู๋เสี่ยวพั่งตาลุกวาวเป็นประกาย สวีหมิงและอวี๋สุ่ยเอ๋อร์เองก็ดูสนใจไม่น้อย
พวกเขาเคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องหินไข่มาบ้าง แต่ยังไม่เคยลองเล่นดูสักครั้ง
พอได้รับอนุญาต ทั้งสามก็เริ่มลงมือเลือกกันอย่างสนุกสนานเฮฮา
จางอวิ๋นยืนยิ้มกอดอกมองดูอยู่ข้างๆ หินพวกนี้เขาคัดมากับมือจากแผงต่างๆ ข้างในส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบล้ำค่า หรือหินหยกหายาก มูลค่าต่ำสุดก็หลักร้อยหินวิญญาณ ตัวท็อปๆ หน่อยก็หลักพัน มีบางชิ้นแตะหลักหมื่น
จะได้อะไรไป ก็ขึ้นอยู่กับดวงของเจ้าพวกศิษย์ตัวแสบแล้ว
ส่วนตัวเขาเอง…
จางอวิ๋นหยิบหินไข่ก้อนสำคัญที่ซ่อน ‘แก่นผลึกสัตว์วิญญาณระดับหยวนอิง’ ออกมา แล้วเริ่มลงมือผ่าเองเงียบๆ ที่ด้านข้าง
เคร้ง!
เปลือกหินหลุดร่อนออกทีละชั้น…
ไม่นานนัก ประกายแสงเจิดจ้าก็ส่องเข้าตาจนต้องหรี่ตาลง
ผลึกแก้วสีน้ำเงินเข้มขนาดเท่ากำปั้นปรากฏขึ้นท่ามกลางเศษหิน กลิ่นอายพลังงานเข้มข้นมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบด้านสั่นสะเทือน
และที่ใต้ผลึกแก้วนั้น…
ยังมีเปลือกหอยหน้าตาธรรมดาๆ วางซ้อนอยู่อีกหนึ่งชิ้น… ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายลึกลับโบราณกาลออกมาอย่างน่าเกรงขาม!